NEWS

สุภัทร รุ่งรัศมี ตำนานแข้งไทยในเกม CM สัมภาษณ์สื่อครั้งแรก "เด็กเทพคนนี้หายไปไหน ?"



ไม่มีสาวกเกมสายคุมทีมฟุตบอลคนไหนไม่รู้จัก สุภัทร รุ่งรัศมี (Supat Rungratsamee) กองหน้าดาวรุ่งชาวไทยของสโมสร พอร์ทสมัธ ในเกม CM(Championship Manager) อย่างแน่นอน

 

สุภัทร คือดาวเตะระดับไอค่อนของตัวเกม CMในภาค 2003-04 โดยในภาคนั้น ค่าพลังของ สุภัทร เรียกได้ว่าเหนือกว่านักเตะเจเนอเรชั่นเดียวกันอย่าง เนย์มาร์ เสียอีก และถ้าใครเคยเล่นเกมภาคนั้นจะเข้าใจถึงความโหดของค่าพลังของเขา เพราะเมื่อพัฒนาถึงขีดสุด สุภัทร คือว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่เก่งที่สุดในเกมเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามความเก่งในเกมกลับไม่ตรงกับโลกในความจริงเท่าไรนัก คอเกม CM (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น FM) ทั่วโลก ต่างเข้าใจว่าที่ สุภัทร ไม่สามารถเเจ้งเกิดบนโลกแห่งความจริงได้เป็นเพราะว่าเขาเป็นตัวละครที่ทีมงานผู้ผลิตเกมสร้างขึ้นมา และไม่มีตัวตนในโลกแห่งความจริง ทว่าความจริงเเล้วไม่ใช่อย่างนั้น

สุภัทร หรือชื่อเล่นว่า "ดอย" เป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนจะย้ายไปอยู่ในประเทศอังกฤษพร้อมกับครอบครัวตอนอายุได้ 10 ขวบ และหลังจากนั้นไม่นานนักเขาก็ได้เข้าไปอยู่ในระบบเยาวชนของทีม พอร์ทสมัธ และทุกอย่างที่เหลือก็กลายเป็นตำนาน...

การที่เขาไม่ได้ดังในโลกแห่งความจริงและไม่ทันได้เป็นนักเตะอาชีพทำให้สื่อหลายเจ้าพยายามจะตามหาตัวเขามาสัมภาษณ์กันแบบแทบพลิกแผ่นดิน จนกระทั่งสุดท้ายกลายป็น Sport Bible เว็บไซต์ข่าวกีฬาแนวไวรัลของอังกฤษ ที่ได้บทสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกของ สุภัทร ที่แฟน CM และ FM ทั้งโลกรอคอย นอกจากนี้ยังสัมภาษณ์โค้ชที่ทำงานกับ สุภัทร ในชุดเยาวชนอย่างใกล้ชิดด้วย

"ดอย น่าจะอายุราว ๆ 10 ขวบ ตอนที่ผมเห็นเขามาทดสอบฝีเท้าครั้งแรก" นีล ไฮเดอร์ โค้ชพาร์ทไทม์ของทีมพอร์ทสมัธชุดยู 21 กล่าวเริ่มถึงเด็กชายจากประเทศไทย

"ไม่เคยมีใครเห็นเขาในแถว ๆ นี้มาก่อน แต่เขาโผล่มาและยิง 6-7 ลูกในช่วงการทดสอบ ฉีกเซ็นเตอร์ฮาล์ฟของทีมเป็นชิ้น ๆ ที่แน่ชัดเลยคือเรื่องพละกำลังและสปีด ถือว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก คุณเอาเด็กรุ่น ๆ เดียวกันมาเตะเขาให้ร่วงไม่ได้เลยจริง ๆ"

"หลังจากนั้น เดฟ เฮิร์ส หัวหน้าฝ่ายพัฒนาเยาวชนของ พอร์ทสมัธ ก็มาถามผมเกี่ยวกับนักเตะรุ่นเด็ก ๆ ว่าใครยิงประตูได้มากที่สุด เขาถามผมเกี่ยวกับดอย ผมเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง และเขาบอกว่างั้นเอามาเลย ผมจะรีบเซ็นสัญญาเขาก่อนที่จะโดนคนอื่นแย่งตัวไป" ไฮเดอร์ ว่าต่อ

หลังจากที่ได้เข้าสู่ระบบเยาวชนเต็มรูปแบบ สุภัทร ยิงประตูได้ทุกสัปดาห์ที่ลงสนาม ปีแรกกับ พอร์ทสมัธ เขายิงได้ 30 ประตู และใครก็พูดถึงแต่เขาในฐาะนะเด็กระเบิดเจ้าของฉายา โรโบค็อป จากประเทศไทย

"ผมขึ้นหน้าปกและพาดหัวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นทุกสัปดาห์เลยช่วงนั้น" สุภัทร พูดถึงช่วงเวลาที่เขาถูกมองเป็น "โกลเด้นบอย"

มีการกล่าวอ้างชื่อของ ลูอิส ดังค์ ปราการหลังกัปตันทีมของ ไบรท์ตัน ทีมในระดับพรีเมียร์ลีก ณ ปัจจุบัน ว่าคือนักเตะกองหลังที่ถือว่าเก่งสุด ๆ ในย่านนั้นสำหรับรุ่นอายุของเขา ทว่าการเจอกับ สุภัทร ในสนาม มันทำให้เขา ดังค์ ประสบปัญหากับการรับมือของสุภัทร ที่เจ้าตัวมีทั้งความเร็วและความแข็งแกร่ง เนื่องจากตัวของ สุภัทร ได้บอกเล่าเองว่า เขาจะออกกำลังกายทุกเช้า เข้าฟิตเนสอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ก่อนจะออกจากบ้านมาเรียนหนังสือคาบแรก

"ดอย เล่นงาน ดังค์ ของ ไบรท์ตัน ... ดังค์ ไม่เคยต้องเจอปัญหาแบบที่เขาต้องประกบกับนักเตะอย่าง ดอย มาก่อนเลย" เฮิร์ส กล่าว

ในเมื่อเก่งขนาดนั้นแล้ว สุภัทร หายไปไหน เหตุใดเขาจึงสิ้นสุดอาชีพนักฟุตบอลตั้งแต่อยู่กับทีมระดับเยาวชนเท่านั้น ? นั่นคือคำถามที่หลายคนสงสัย และจากบทสัมภาษณ์เจ้าตัวและคนใกล้เคียง ก็ได้คำตอบว่าเป็นปัญหาคลาสสิกของของเด็กเก่ง ที่เมื่อโตขึ้นและเด็กคนอื่น ๆ กลายเป็นหนุ่มมีร่างกายแข็งแรงไม่แพ้กัน สุภัทร ก็มีปัญหาในการเล่น เขาเริ่มฉายแสงได้ยากขึ้น อีกทั้งเมื่อขึ้นสู่ระดับสูง ทีมจะต้องได้แข่งระดับทั่วประเทศซึ่งทำให้เจอกับคู่แข่งที่เก่งขึ้น

นอกจากนี้ เฮิร์ส ที่เป็นฝ่ายเยาวชนของ พอร์ทสมัธ ยังคิดว่าในช่วงที่ สุภัทร เก่งจนเด็กรุ่นเดียวกันตามไม่ทัน อาจจะเป็นเพราะเขามีอายุมากกว่าที่เเจ้งไว้ เพราะเข้าไม่มีหลักฐานการแจ้งเกิดของ สุภัทร เลย

"ผมคิดว่าตอนที่เขาเก่งมาก ๆ เขาอาจจะอายุ 16-17 ปี ไปเเล้ว ขณะที่เด็กคนอื่น ๆ ที่เขาเล่นด้วยนั้นอายุน้อยกว่า แต่ผมก็พูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะผมไม่มีหลักฐานอะไรมาอ้างอิงแนวคิดนั้น"

ชื่อของสุภัทร ปรากฎในเกม Cm2003-04 ตอนที่เขาอายุ 15 ปี เนื่องจากทีมงานผู้สร้างเกมเชื่อมั่นกับฝีเท้าของเขาเป็นอย่างมากหลังจากเห็นฟอร์ม ทว่าหลังจากตัวเกมภาคนั้น สุภัทร ก็ไม่ปรากฎตัวในเกมอีกเลย... ซึ่งเรื่องนี้เจ้าตัวก็บอกแต่เพียงว่า "เขาแค่ไม่อยากเล่นฟุตบอลเเล้ว" เท่านั้น

"ผมเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับตัวของผมในเกมนี้อยู่นะ ... เพื่อนของผมเล่นเกมนี้เเล้วเอาพลังของผมมาให้ผมดู เขาบอกว่าผมนี่เก่งมาก ๆ เลย เป็นกองหน้าระดับท็อป แต่ผมเองไม่เคยเล่นเกมนี้เลยสักครั้ง ผมจึงไม่เคยลองเซ็นสัญญาและลองใช้ตัวเองเลย"

"ทุกวันนี้ยังมีเพื่อน ๆ ในโซเชี่ยลมีเดียจากผู้คนทั่วโลก หลายคนทักทายมาถามผมเกี่ยวกับเรืองราวอาชีพนักฟุตบอลฟุตบอล ซึ่งผมบอกตรง ๆ ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี เพราะผมไม่เล่นฟุตบอลอีกเเล้ว ผมเลิกสนมันเเล้ว เรื่องมันผ่านมานานมาก และผมไม่อยากจะพูดถึงมันอีกต่อไป"

"เท่าที่ผมบอกได้คือผมออกจากทีมตอนอายุ 16 ปี ที่บ้านมีปัญหาเล็กน้อยเพราะพ่อแม่ไม่สามารถไปรับส่งผมในการฝึกซ้อมได้อีกเพราะพวกเขาแยกทางกัน ผมไปซ้อมฟุตบอลไม่ได้ หลังจากนั้นผมก็เดินจากมันมาเอง"

"ผมยังมีอาการบาดเจ็บติดตัวด้วย ผมเจ็บที่เข่าหนักพอสมควรเลย หมอที่คลินิกบอกว่ามันมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกอ่อน มันแย่มาก ๆ ใช้เวลารอนานจริง ๆ สุดท้ายผมก็ไม่ได้เข้ารับการผ่าตัดแบบที่ควรจะเป็น... ผมกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้เเล้ว เวลาที่วิ่งเข่าของผมมีอาการสั่นแปลก ๆ เสมอ" สุภัทร กล่าวถึงทางแยกของชีวิตนักเตะอาชีพ

ตอนนี้เขาออกจากวงการฟุตบอลเต็มตัวเเล้ว เขามีอายุ 29 ปี มีธุรกิจรับจัดเลี้ยงเป็นของตัวเองที่สเตรทฟอร์ด ทุกวันนี้ฟุตบอลเป็นเพียงกีฬาที่ใช้เพื่อเล่นสนุกและผ่อนคลายเท่านั้นสำหรับ สุภัทร รุ่งรัศมี ตำนาน CM

"ผมคิดถึงฟุตบอล จึงต้องเล่นมันเพื่อความสนุกต่อไป แต่ผมไม่ร้จักใครมากมายนักในเวลานี้ ผมเองก็แก่ขึ้นมากจากแต่ก่อน ไม่ค่อยมีเวลาว่างเท่าไหร่ ทำงานในครัวใช้เวลาเยอะมาก บางสัปดาห์ก็ต้องทำงาน 6 วันเลยทีเดียว"

ส่วนความทรงจำสุดท้ายที่เหลืออยู่กับสโมสรพอร์ทสมัธคือการได้ร่วมซ้อมกับนักเตะดังของทีม ซึ่งนั่นคือช่วงเวลาที่เขาคิดว่ามีความสุขและรู้สึกสนุกที่สุด

"ผมสนุกกับช่วงเวลาที่อยู่กับ พอร์ทสมัธ มาก ๆ เลยนะ ตอนนั้นสโมสรได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปด้วย ผมเจอกับ ปีเตอร์ เคร้าช์, เดวิด เจมส์ และ โลมาน่า ลัว-ลัว อยู่บ่อย ๆ นั่นคือเรื่องที่ยอดเยี่ยมที่ยังจำได้จนทุกวันนี้" สุภัทร กล่าวทิ้งทาย เเละเป็นอันสิ้นสุดการรอคอยของแฟน FM ทั่วโลก ที่วันนี้พวกเราได้รู้ว่าสุภัทร รุ่งรัศมี คนนี้มีตัวตนจริง ๆ ... ไม่ว่าตอนจะจบจะเป็นเช่นไร แต่เรื่องราวของเขายังคงเป็นที่กล่าวถึงเสมอในโลกแห่งเมเนเจอร์ ... เขาคือตำนานตัวจริง

 

ทีมา :

https://www.sportbible.com/football/news-reactions-exclusives-an-interview-with-supat-rungratsamee-the-championship-manager-hero-20210810



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

วัชพงษ์ ดวงแปง

Main Stand's Backroom team
     


x