mainstand

Lifestyle

SIDE STAND | วรันธร สมกิจรุ่งโรจน์ : เมื่อการออกวิ่งช่วยเกื้อหนุนการทำงานของ “พีชชี่” ได้จริง 



บางทีคุณอาจหมกมุ่นอยู่กับงาน และย้ำกับตัวเองอยู่เสมอว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย… แต่ “พีชชี่” วรันธร สมกิจรุ่งโรจน์ ผู้ประกาศข่าวกีฬาไทยรัฐทีวี และนักจัดวิทยุสาว ที่เคยมีประสบการณ์หน้ามืด เหนื่อยอ่านง่าย ร่างกายไม่แข็งแรง จะมาเล่าให้คุณฟังแท้จริงแล้ว การออกกำลังกายช่วยส่งเสริมชีวิตการทำงานของคุณได้อย่างไรในคอลัมน์ Side Stand ผ่าน Main Stand

 

เล่าเรื่องโดย : วรันธร สมกิจรุ่งโรจน์ ผู้ประกาศข่าวกีฬาไทยรัฐทีวี 

 

จุดเปลี่ยน  

ถ้าเท้าความไป จริงๆ ตอนเด็กๆ เราเป็นคนชอบเล่นกีฬานะ เล่นทุกอย่างที่เล่นได้ แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย พอเข้าทำงาน มันก็ห่างหายไป ยิ่งตอนสมัยเริ่มทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬาที่ไทยรัฐทีวี เมื่อปี 2013 เราก็ทำงานหนัก เริ่มงานเช้าตรู่ และเลิกงานตี 1 เราเริ่มรู้สึกสุขภาพมันไม่ได้แล้ว เรารู้สึกว่าสุขภาพมันไม่ healthy แบบที่เคยเป็นเมื่อตอนเด็กๆ มันมีอะไรหลายๆ อย่างที่บอกเราเอง เช่น เหนื่อยง่ายกว่าปกติ รู้สึกไม่กระฉับกระเฉง ทั้งที่ปกติสมัยก่อนเราเป็นคน active มาก 

ช่วงนั้นอ่านข่าวเที่ยง อ่านข่าวดึก และต้องเขียนข่าวเองด้วย ชีวิตในแต่ละวันวนกันไปแบบนี้ กดดัน เครียด เพิ่งเริ่มจับงานข่าวด้วย ใจสั่น เหนื่อยง่าย ลุกขึ้นเร็วก็หน้ามืด เราคิดว่าสาเหตุก็เพราะเราไม่ได้ออกกำลังกาย มันเหมือนกับการทำงานหนักทำให้เรา take ทุกอย่างจากร่างกายไป พอถึงจุดนั้นเราคิดว่าเราต้อง give คืนมันบ้าง จริงๆ  

ตอนนั้นเราเริ่มอายุเข้าใกล้ 30 แล้ว มีหลายคนเตือนว่า พอเราเริ่มเข้าสู่ช่วงวัย 30 ร่างกายมันจะเริ่มเป็นกราฟลง ถ้าไม่ดูแลมันจะยิ่งเละเทะกันใหญ่ อีกเรื่อง คือ เราอยากกินอะไรก็ได้ที่อยากกิน กินแล้วจะไม่รู้สึกผิด ก็จริงอยู่ที่เราไม่ได้เป็นคนน้ำหนักเยอะ หรืออ้วน แต่เราก็ตรวจพบว่ามีคอเลสตอรอลสูง 


เราเริ่มรู้สึกว่าการเป็นโรคมันน่าจะไม่ไกลเกินตัวเราแล้วแหละ มันอยู่ใกล้มาก จะเป็นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สุขภาพร่างกาย มีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ คำนี้ มันเป็นเรื่องจริงๆ ที่เราตระหนัก เราจึงมีสโลแกนประจำใจว่า “สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องสร้างเอง” 

 

สร้างเป้าหมาย  

เราเริ่มหาวิธีการออกกำลังกายที่ง่ายๆทันที และไม่เสียเวลามาก พูดง่ายๆ คือ ทำคนเดียวได้เลย   ย้อนความกลับไป เมื่อก่อนเราเล่นกีฬา ชอบเล่นกีฬาเพราะมันสนุก แต่พอวัยนี้วัยทำงาน มีภาระ มีหน้าที่ เราคิดถึงเรื่องความสนุกอย่างเดียวไม่ได้แล้ว มันต้องคิดถึงเรื่องเวลา สถานที่ มันไม่ได้นัดเพื่อนง่ายๆ เหมือนเด็กๆ เริ่มแรก คือ ชกมวยก่อน ชกมวยไปสักระยะก็เข้าฟิตเนส และก็หันมาวิ่งจริงจัง 

การออกกำลังกายทำให้เราจัดระเบียบตารางชีวิตได้ดีขึ้นมากๆ (ย้ำว่ามากๆ)  ก่อนอื่น คือ การออกกำลังกาย ทำให้เรามีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น รู้สึกตัวเองมีคุณค่า มัน คือ การเอาชนะตัวเอง ท้าทายตัวเอง สู้กับตัวเอง ทุกๆครั้งที่เราทำมันสำเร็จ เราจะรู้สึกว่า เฮ้ย! เราทำได้ว่ะ เช่น เวลาเข้ายิม เราเคยรู้ว่าท่านี้ เราทำไม่ได้ แต่พอเราเล่นไปบ่อยๆ กล้ามเนื้อเราแข็งแรงขึ้น เราก็ทำได้เองในท้ายที่สุด จากคนที่เคยทำได้แค่ 2 แต่พอทำไปทำมา เราได้ 3 - 4 - 5 เราก็ดีใจของเราเอง โดยที่เราไม่ต้องไปป่าวประกาศโฆษณา ลงโซเชียลว่า เฮ้ย! เราทำได้นะ เราแค่ภูมิใจของเราเอง แล้วสิ่งนั้นมันเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง เราพิสูจน์ได้ มันกลายเป็นพลังในใจ และรู้สึกว่าชีวิตนี้มันมีคุณค่า และเราจะมุ่งมั่นที่จะทำอะไรอย่างอื่นๆได้อีกเหมือนกัน ณ ตอนนี้เรามาเข้าทีมวิ่งชื่อ Run Way ได้เริ่มทำอะไรใหม่ๆ ได้ท้าทายตัวเอง มันมีความท้าทายใหม่ๆ มีชีวิตใหม่ๆ มีมิตรภาพใหม่ๆ มากกว่า 8 ชั่วโมงโดยเฉลี่ยในที่ทำงาน 


เรากำลังมีเป้าหมายไปซับ 1 (Sub 1) คือ การวิ่งมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร ภายใน 60 นาที โค้ชที่ดูแลก็บอกว่า ต้องซ้อมสัปดาห์ละ 4 ครั้งเป็นอย่างน้อย และเราก็มีเทรนเนอร์ที่เล่นด้วยอยู่แล้ว เราจึงต้องจัดตารางชีวิตให้ดีมาก การทำงานต้องมา ครอบครัวต้องมา ต้องมีเวลาพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อการออกกำลังกายด้วย และต้องแบ่งเวลาให้การออกกำลังกายอีก เราจึงต้องแบ่งเวลาชีวิตให้ดี และมีวินัยกับมันมากๆ ถ้าสมมติเราหลุดไปหนึ่งวัน เช่น ถ้าไม่ได้วิ่ง 1 สัปดาห์ กลับมาวิ่งอีกที ความฟิตมันหายเลย  

 

ผลลัพธ์ที่ช่วยยกระดับชีวิต  

เวลาคนจะออกกำลังกายก็มักจะมีข้ออ้างร้อยแปดพันเก้า งานเยอะ ติดงาน ติดประชุม โน่นนี่นั่น…  


แต่สำหรับพีชชี่ การออกกำลังกายมันช่วยส่งเสริมการทำงานได้จริง บทบาทของพีชชี่ คือ การเป็นผู้ประกาศ การออกกำลังกายมันทำให้เรากระฉับกระเฉงมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาออกหน้ากล้อง ซึ่งโดยทั่วไปต้องใช้พลังมากกว่าปกติเป็นเท่าสองเท่า มันก็ทำให้เรามีแรง มีพลังอยู่กับงานหน้าจอ เวลาอ่านข่าว อ่านยาวๆ เป็นพิธีกร เรายืนระยะได้นานขึ้น อ่านข่าวได้ติดต่อกันนานๆ ได้มากขึ้น ไม่รู้สึกเหนื่อยหอบได้เท่าเดิม ที่สำคัญช่วงเวลาที่เราออกกำลังกายได้ปลดปล่อยด้วย ทำให้เรามีแรง มีความคิดสร้างสรรค์ ที่จะทำอะไรใหม่ๆ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มากขึ้น นั่น คือ ผลลัพธ์ทางตรง ซึ่งจริงๆ มันช่วยได้ทุกคนไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร 

ผลลัพธ์อีกทาง คือ เรารู้สึกว่ามีทรวดทรงองเอว มันก็เข้าที่เข้าทางของมัน ดูสวยขึ้น  มีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น มั่นใจมากขึ้น ในการทำหน้าที่ออกหน้าจอทีวี และยังช่วยให้ส่งเสริมภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือให้เราในฐานะผู้ประกาศข่าวกีฬา สังคมส่วนใหญ่ยังมักมีการตั้งคำถามว่า เราเป็นผู้หญิงเราเข้าใจการเล่นกีฬา การออกกำลังกายจริงๆ รึเปล่า พอเรามาออกกำลังกายจริง เล่นกีฬาจริง มันช่วยให้เราตั้งใจศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ มากขึ้นอย่างจริงจัง อัตโนมัติ มันไม่ใช่แค่การอ่าน และท่องจำไปเล่าให้คนฟัง แต่มันเกิดจากการปฏิบัติ และความเข้าใจ มีความรู้ไปแชร์ให้คนฟัง คนดูมากขึ้น 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พีชชี่ คิดว่า คนเราขอแค่หวังดีกับตัวเองก็ดีแล้ว แค่ลุกขึ้นมาเดินสามรอบสนามฟุตบอล ก็ดีแล้ว ก็ลองทำดูสักครั้งสิ ลองท้าทายตัวเองดู แล้วชีวิต มันจะดีขึ้นจริง  



ชื่นชอบบทความนี้ของ : กฤติกร ธนมหามงคล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง