mainstand

Side Stand

Outstanding | จิตกร ศรีคำเครือ : หนึ่งเกม สองคำถาม



"ผมต้องการความเกรี้ยวกราดจากนักเตะในเกมนี้" เยอร์เกน คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์อย่างนั้น ก่อนมหกรรมแดงเดือดเริ่มขึ้น


 

ความหมาย คือ ให้เล่นเหมือนเดิมจากนัดกลางสัปดาห์เชือด นาโปลี, อัตลักษณ์เดิมที่เราคุ้นชิน วิ่งบีบพื้นที่, ไล่เข้าใส่, แย่งบอลกลับมาเร็ว, เปลี่ยนรับเป็นรุกอย่างฉับพลัน

เสียงบ่นต้นฤดูกาล ลิเวอร์พูลไม่เหมือนเดิม จากกระหน่ำ "เฮฟวี่ เมทัล" สนั่นโสตประสาท กลายเป็น "แจ๊ส" คลอเบาๆใต้แสงเทียนในคืนโรแมนติก

ความผิดหวังซีซั่นก่อน คือเหตุผลรองรับ บู๊สะบั้นตลอดปี...สุดท้ายไร้เกียรติยศ ต่อให้ชนะใจแฟนบอล ฟุตบอลยังเป็นโลกตัดสินด้วยถ้วยแชมป์อยู่ดี

เยอร์เกน คล็อปป์ เปลี่ยนบุคลิกตัวเอง เล่นสุขุมมากขึ้น, เน้นปลอดภัยมากขึ้น เพื่อผลลัพธ์ตามต้องการ ถึงตรงนี้คือการตัดสินใจถูกต้อง และเมื่อถึงเวลาอันควร ค่อยเรียกใช้ "ร่างเดิม" กลับมาสิงสถิต

ไม่ต่างกัน กลางสัปดาห์เราเห็นลิเวอร์พูลเล่นอย่างไร เกมแดงเดือดเล่นอย่างนั้น บางทีอาจเพิ่มระดับเข้มข้นอีกสองสามขีดด้วยซ้ำ

ยี่สิบนาทีแรกเดินชน กดดันให้แมนฯยูไนเต็ดตั้งรับ ... ใช่ครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ โชเซ่ มูรินโญ่ ตั้งใจมารับอยู่แล้ว สามเซนเตอร์ฮาล์ฟ,สองวิงแบ็ค,สองมิดฟิลด์ตัวรับ ยืนแนบชิดราวกับคนเพิ่งเป็นแฟนกันใหม่ๆ ตัวแทบไม่ห่างกัน กระนั้นต้องให้เครดิตความมุ่งมั่นฝั่งเจ้าบ้านด้วย

ฟาบินโญ่มีแมตช์แห่งฝัน การปรับจูนตอนเปิดฤดูกาลเริ่มเห็นผล จังหวะจะโคนชัดเจน, ยืนถูกที่ถูกเวลา แถมด้วยแอสซิสต์สุดงามให้ ซาดิโอ มาเน่

"อลีสซง ก็แค่ คาริอุส บราซิเลี่ยน" เดอะซัน พาดหัวเรียกแขกเมื่อเกิดเหตุผิดพลาด ชีวิตผู้รักษาประตูมันก็แบบนี้แหละครับ ต่อให้ดีขนาดไหนย่อมมีวันย่ำแย่ เพียงแค่มุมมอง "เดอะซัน" ดูจงใจเล่นงานมากเกินไป  

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ห้อตะบึงตั้งแต่นาทีแรกยันทดเวลาเจ็บ จนมูรินโญ่แอบอึ้ง แค่นั่งดูยังเหนื่อยแทน คนบ้าอะไรสปรินท์ 100 เมตรทุกนาที

มิพักเอ่ยถึงคนอื่นๆ ทุกคนคือผู้ชนะอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ เซอร์ดาน ชาคิรี่ เม็ดเงิน 13 ล้านปอนด์จ่ายให้สโต๊ค กลายเป็นเศษธุลีเมื่อเห็นฟอร์มปัจจุบัน

ลิเวอร์พูลมีห้วงอึดอัดเล็กน้อย หลังโหมบุกเข้าใส่ไม่ลดละ ทว่าประตูสองไม่มา "เจเค" ยอมรับ สองผู้ช่วยทั้ง ปีเตอร์ คราวีทซ์ และ เปไปจ์น ไลจ์นเดอร์ส บอกให้ส่ง "บิ๊กแชค" ลงเร็วกว่านี้ แต่เขายื้อมาถึงยี่สิบนาทีท้าย ...เอาเถิด ผลลัพธ์ไม่เลวนี่

ความพิเศษของ ชาคิรี่ คือพาตัวเองไปอยู่ในจุดตัดสินได้เสมอ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษจะมีเงาแข้งสวิสคอยเทียวไล้เทียวขื่อ เมื่อสบโอกาสจึงจัดการสองเมล็ด

ห่างชั้นขนาดไหน? .... ใช้ความรู้สึกมันใช่ครับ คนละคลาส เป็นมวยก็คือแมนฯยูไนเต็ดโดนไล่บี้ติดมุม ทำได้เพียงตั้งการ์ดปัดป้อง หวังจะหาหมัดสวนเด็ดๆ ทว่าไร้คุณภาพ

มองในแง่สถิติ ยิ่งไปกันใหญ่ โอกาสยิง 36-6 บอกก่อนเกมไม่มีใครเชื่อหรอกครับว่าจะเกิดขึ้นใน "แดงเดือด" จาก 36 ครั้ง นักเตะเอาท์ฟิลด์ลิเวอร์พูลมีโอกาสสับไกทุกคน ตั้งแต่กองหลังยันกองหน้า รวม 12 นาย (ตัวจริง10, สำรอง2) ไม่ต้องนับตัวเลขอื่นๆ แค่นี้เพียงพอแล้วกับการตัดสิน

แพ้ชนะเป็นเรื่องปกติ แต่แพ้แบบหมดสภาพทั้งรูปเกม, คุณภาพ, ศักยภาพ, แท็คติก, หัวใจ แมนฯยูไนเต็ด แพ้ทุกอย่าง แพ้อย่างราบคาบด้วย, แฟนผีคงไม่อยากให้เป็นเรื่องปกติ  

ตอนนี้ในหัวผมมีคำถามสองข้อให้ขบคิดครับ

หนึ่ง อีกนานแค่ไหน ลิเวอร์พูลถึงจะมีแชมป์ในยุค เยอร์เกน คล็อปป์?

อย่าลืมนี่เข้าปีที่สี่แล้ว ยังไม่มีเกียรติยศใดๆ ต่อให้คุณเข้ามายกระดับ, พัฒนาการต่างๆให้ทีมดีขึ้น ทว่าฟุตบอลที่ดีจริงต้องมีแชมป์ครับ

ทรวดทรงองค์เอวนาทีนี้ ลิเวอร์พูลเจิดจรัศไม่แพ้ใคร แมตช์สำคัญถัดไปคือเกมเยือน แมนฯซิตี้ น่าจะชี้วัดอะไรบางอย่างได้

ตอนนี้เชื่อว่า "เดอะ ค็อป" เริ่มคล้อยตามแผนงานปัจจุบัน ทุกคนชื่นชอบวิธีการทั้งนัดเชือดนาโปลี และ อัดแมนฯยูไนเต็ด กระนั้นอย่าฝันว่าต้องเล่นแบบนี้ทุกนัด งัดมาใช้ในเกมที่ควรใช้...ใช้อย่างถูกกาละเทศะ อย่าใช้พร่ำเพรื่อ ไม่งั้นบทสรุปอาจเหมือนเดิม

สอง อีกนานแค่ไหน แมนฯยูไนเต็ด จะกลับมาอยู่ในจุดเดิม?

ถ้าตอบแบบขวานผ่าซาก คงต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีม หากเชื่อว่าบุคลิกยูไนเต็ดคือเน้นปรัญชาเกมรุก การเลือก โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาเป็นเรื่องผิดมหันต์ตั้งแต่แรกแล้ว

ต่อให้มีแชมป์ติดมือทั้ง ลีกคัพ และ ยูโรป้า ลีก กระนั้นองค์รวมไม่คู่ควร ด้วยรูปแบบล่าสุด ยิ่งไม่คู่ควรด้วยประการทั้งปวง

ถอยออกมามองภาพกว้าง จากสองคำถามที่โยนใส่หัวตัวเอง ผมเชื่อว่าข้อแรกน่าจะมีคำตอบในเร็ววันนี้ มากกว่าข้อสอง

ด้วยความเคารพ



ชื่นชอบบทความนี้ของ : จิตกร ศรีคำเครือ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง