mainstand

Voice of People

OPINION | จิตกร ศรีคำเครือ : เปลี่ยนได้...ถ้าคุณกล้าพอ



ด้วยความสัตย์ มีสักกี่คนที่เชื่อว่า แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ยังมีอนาคตกับลิเวอร์พูล หลังจบฤดูกาลก่อน


 

บาดเจ็บรุงรัง, ความคิดติดกับดักตัวเอง, โดนปล่อยให้ เวสต์บรอมวิชฯ ยืมตัวช่วงครึ่งซีซั่นหลัง ลงสนามไม่ถึงห้านาที เจ็บอีกแล้ว! มองมุมไหนไม่เห็นอนาคตด้วยซ้ำ  

นาฬิกาเดินมาถึงปัจจุบัน "ซูเปอร์แดน" เพิ่งทำประตูให้ทีมมีแต้มใหญ่ ด้วยการเอาตัวรอดจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ นี่คือประตูที่4ในฤดูกาลนี้ จากการลงเล่น 7 นัดทุกรายการ และเป็นตัวจริงแค่2นัด

สำคัญมากกว่านั้น สี่ประตูของเขาเกิดในทุกรายการที่ทีมลงสนาม พรีเมียร์ลีก2, ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก 1 และ คาราบาว คัพ 1

แน่นอน เราเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เติบโตในรั้วอะคาเดมี่ แมนฯซิตี้ ถูกกล่าวขานตั้งแต่วัยทีนเอจ ติดทีมชาติชุดเยาวชนตลอด ความสามารถเปล่งปลั่ง เฉียบคมในกรอบเขตโทษ ง้างเท้าเมื่อไหร่ได้ลุ้นเมื่อนั้น ชีวิตเดินทางต่อยอดถึง เชลซี และ ลิเวอร์พูล

ไม่มีใครสงสัยวิญญาณเพฌชฆาตในร่างกาย ว่ากันว่าถ้าวัดด้วยความคมล้วนๆ จังหวะปล่อยบอลออกจากเท้า วัดกับใครก็ได้บนโลกใบนี้

ปัญหาเดียวตามติดชีวิตตลอดคือ ทัศนคติส่วนตัว

อาจเพราะโด่งดังเร็ว, ห้อมล้อมด้วยคำชื่นชมตั้งแต่ละอ่อน ปุถุชนธรรมดาย่อมมีอารมณ์คล้อยตาม กลายเป็นความเห่อตัวเอง ซึ่งฝั่งเรียกว่า "อีโก้"

"อีโก้" เป็นเรื่องดีครับ หากใช้มันให้เป็นแรงผลักดันเสริมความมั่นใจ เจออุปสรรคขนาดไหน คุณสามารถผ่านไปได้ เพราะเชื่อว่าทำได้

เพียงแค่ถ้ามากเกินไป มันจะกลายเป็นตัวถ่วงชั้นยอด ทำให้คุณหลงระเริง กลายเป็นน้ำเต็มแก้วที่มั่นใจเกินเหตุว่ากูเจ๋งพอแล้ว

เมื่อไหร่ที่คุณคิดแบบนั้น เตรียมตัวต้อนรับความบรรลัยได้เลย

สเตอร์ริดจ์ใช้ชีวิตแบบนั้นมาเรื่อยๆ ฐานะกองหน้ามีอาวุธเด็ดคือยิงคม คุณจะแคร์อะไร .... ใช่ครับ ความบรรลัยเกือบประชิดตัว

แม้มีปียอดเยี่ยมตอนลิเวอร์พูลลุ้นแชมป์ 2013-14 พร้อม หลุยส์ ซัวเรซ และ ราฮีม สเตอร์ลิง แต่สิ่งแวดล้อมยืนยันว่า เขาควรทำได้ดีกว่านั้น

ห้วงแรก เยอร์เกน คล็อปป์ เข้ามา เคยติติงแนวคิดตรงนี้ ด้วยอาการบาดเจ็บมันเยอะจนเลยเถิดคิดเข้าข้างตัวเอง โดนอะไรนิดอะไรหน่อยก็พร้อมนอนดีดดิ้น

"ผมไม่มีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ ถ้าเขาเจ็บอย่างที่ควรจะเป็น" คล็อปป์ ยิงประโยคสุดแสนแทงใจ ทำให้ทุกคนมั่นใจว่า ต่อให้คุณมีเท้าซ้ายทรงพลังขนาดไหน สเตอร์ริดจ์ ก็คงอยู่ได้ไม่นาน

เจ็บบ่อยจนน่ารำคาญ, การเล่นเป็นทีมไม่มีให้เห็น, เน้นเฉพาะโอกาสตัวเอง, ไม่สนใจเพือนร่วมทีม ต่อให้ยืนตำแหน่งดีกว่าก็ตาม

ไล่เรียงถึงตรงนี้ ยังไม่เห็นวี่แววการกลับเข้าสู่ทีมแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม...เรื่องที่เราไม่คาดคิด มักเกิดขึ้นจนสร้างแรงสั่นสะเทือน

ระหว่างถูกปล่อยตัวให้เวสต์บรอมวิชฯ แม้ลงเล่นน้อยนิด ทว่าสิ่งพัฒนามากกว่าเดิมคือมุมมองและความคิด

สเตอร์ริดจ์บอกว่า เมื่อคุณถูกโยนออกจากสโมสร แล้วมองกลับไปตรงจุดเดิม เห็นทีมเล่นฟุตบอลด้วยความสนุกสนาน,มีความหวัง,แนวทางชัดเจน ทำให้เขารู้สึกตัวว่าจริงๆแล้วเขารักลิเวอร์พูลขนาดไหน อยากมีส่วนร่วมกับทีมมากแค่ไหน

มันเหมือนเด็กน้อยถูกไล่ออกจากบ้านด้วยความประพฤติหรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วมองกลับไปในบ้านหลังเดิม จะเห็นภาพชัดเจนว่าถ้าอยากกลับเข้าบ้าน เด็กคนนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง?

"แดน" เริ่มลงมือทำทันทีตั้งแต่วันแรกที่กลับมารายงานตัวเองช่วงปรีซีซั่น ซ้อมไม่ปริปากบ่น, โค้ชอยากให้ทำอะไร...บอกมา, ลองถอยไปเล่นตัวต่ำ, จ่ายบอลมากขึ้น พร้อมดูแลสภาพร่างกายตัวเอง

โจ โกเมซ เพิ่งสัมภาษณ์ผ่าน "ลิเวอร์พูลเอ็คโค่" ไม่เคยเห็นรุ่นพี่คนนี้เป็นแบบนี้มาก่อน พยายามสู้ทุกอย่าง,พร้อมชนทุกอย่าง เพื่อให้ตัวเองได้โอกาสอีกครั้ง แม้กระทั่งช่วงเช้า สเตอร์ริดจ์เป็นคนแรกเสมอที่เขาเห็นในห้องฟิตเนส

เจมี่ คาร์ราเกอร์ ให้ทัศนะในรายการ "มันเดย์ ฟุตบอล" ของสกายสปอร์ตว่า เขายอมกลืนน้ำลายตัวเอง เพราะเคยเขียนว่าไม่มีทางที่ สเตอร์ริดจ์ จะได้โอกาสไปต่อ ทว่าปัจจุบันแสดงให้เห็นแล้ว ทุกอย่างดีขึ้นผิดพูผิดตา

นี่คือขนาดทีมอันยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล มีสามกองหน้าไว้ใจได้ แถมมีตัวเลือกข้างสนามระดับโลก พร้อมลงมาเปลี่ยนสถานการณ์ให้ดีขึ้น

"ซูเปอร์แดน" กลายเป็นคนใหม่ เข้าใจแท็คติกทีม, วิ่งไล่บอลมากขึ้น,ขยันมากขึ้น,ช่วยเหลือทีมทุกอย่าง,ดูแลร่างกายให้ดีเยี่ยม และ รอโอกาสเพื่อลงสนาม หลังจากนั้่นก็ยิงประตูซะ!

เรื่องราวมันก็ง่ายๆแบบนี้แหละครับ

ขนาดคนที่หลงใหลอีโก้ตัวเองอย่าง แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ยังเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่ออนาคตที่ดีได้ ทำไมมุนษย์ธรรมดาอย่างเราๆท่านๆจะทำไม่ได้

ขอแค่กล้าลงมือทำ



ชื่นชอบบทความนี้ของ : จิตกร ศรีคำเครือ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง