mainstand

Feature

เก่งอย่างเดียวไม่พอ เจาะสาเหตุและยอดขายเสื้อของสโมสรยุโรป ประจำฤดูกาล 2017-2018



Main Stand จะขอพาทุกท่านสำรวจตลาดยุโรปดูว่าเหล่า "บิ๊กทีม" ที่เห็นลงสนามและโชว์ผลงานผ่านการถ่ายทอดสดในทุกๆสัปดาห์ แต่ละทีมมียอดขายเสื้อแข่งเป็นอย่างไร และ สโมสรไหนคืออันดับ 1 แห่งการเดินเกมการตลาดกันแน่?


 

10. เอซี มิลาน 650,000 ตัว 

รอสโซเนรี เงียบเหงาถึงขีดสุดจากการได้แต่มอง ยูเวนตุส คว้าแชมป์ลีกตั้งแต่ปี 2011 อย่างไรก็ตามในฤดูกาล 2017-18 คือฤดูกาลที่พวกเขา "มีแวว" จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่จากการทุ่มเงินไม่อั้นของบอร์ดบริหารเพื่อดึงตัวนักเตะระดับท็อปมาร่วมทีมรวมๆเเล้วเป็นเงิน 240 ล้านยูโรเลยทีเดียว ซึ่งจากจุดนี้เองจึงเป็นเหมือนการปลุกแฟนบอลให้ตื่นจากความซบเซา

650,000 ตัวคือจำนวนเสื้อที่ มิลาน ขายได้ทั้งฤดูกาล เชื่อของแข้งค่าตัวเเพงอย่าง อังเดร ซิลวา,เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่,ริคาร์โด้ โรดริเกซ และอื่นๆอีกมากมายคือสิ่งเร้าที่ทำให้เสื้อของพวกเขาขายดิบขายดีที่สุดในรอบ 9 ปีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามอย่างที่คุณรู้กัน การทุ่มเงินครั้งนี้เป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ผลงานของ มิลาน ล้มเหลวไม่เป็นท่า นักเตะที่ซื้อมาใช้งานได้จริงน้อยมาก เอาง่ายๆว่าดาวซัลโวของสโมสรในฤดูกาลที่เเล้วของพวกเขาคือ พาทริค ครูโตเน่ ที่เป็นนักเตะเยาวชนคนทีม ซึ่งยิ่งมากกว่ากองหน้าตัวใหม่อย่าง อังเดร ซิลวา, นิโคล่า คาลินิช และ ฟาบิโอ บอรินี่ ยิงรวมกันเสียอีก

ซ้ำร้ายคือพวกเขาเพิ่งโดน ยูฟ่า สั่งปรับเงินไป 12 ล้านยูโรไปแบบสดๆร้อนๆฐานทำผิดกฎไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ อีกด้วย

 

9. ยูเวนตุส 850,000 ตัว

นี่คือสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดใน อิตาลี และมีสนามเหย้าเป็นของตัวเองอีกด้วย การผูกขาดแชมป์สคูเด็ตโต้ตั้งแต่ปี 2012 ถึงปัจจุบันทำให้แฟนๆของ ยูเวนตุส พร้อมสนับสนุนทีมทุกด้าน นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงขายชุดเเข่งในฤดูกาล 2017-18 ได้ถึง 850,000 ตัว

เสื้อที่ขายดีที่สุดในปีดังกล่าวคือเสื้อของ เปาโล ดีบาล่า และ จานลุยจิ บุฟฟ่อน น่าสนใจว่าในฤดูกาล 2018-19 ที่พวกเขามีสตาร์เบอร์ 1 ของโลกอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พร้อมกับเสื้อหมายเลข 7 ทัพเบียงโคเนรี่ จะสามารถทำลายสถิติยอดขายเสื้อแข่งได้มากที่สุดหรือไม่? เพราะตอนนี้แค่เสื้อของ โรนัลโด้ คนเดียวก็ขายไปได้ถึง 520,000 ตัวเเล้ว

 

8. ลิเวอร์พูล 854,000 ตัว

ดูเหมือนจะเยอะใช่ไหม? จริงๆแล้วมันเยอะได้มากกว่านี้หากพวกเขาสามารถรั้งตั้ว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ผู้ที่เป็นนักเตะที่เสื้อขายดีที่สุดในสโมสรอยู่กับทีมได้

การย้ายออกไปของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ คือเหตุสำคัญ เขาคือนักเตะที่ทำยอดขายเสื้อได้มากที่สุดในฤดูกาล 2017-18 ดังนั้นการย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ของ คูตี้ ย่อมทำให้ ลิเวอร์พูล เสียโอกาสที่จะขายเสื้อแตะหลัก 1 ล้านตัว

ณ ช่วงเริ่มต้นของฤดูกาล 2017-18 ชื่อของ 3 ประสานอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์,โรเเบร์โต้ ฟิร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ยังไม่ถือว่ายกขึ้นหิ้งมากเท่าไหร่ 3 เทพในเเดนหน้าค่อยสร้างชื่อจนถูกเรียกว่าแนวรุกที่ดีที่สุดในโลกในช่วงท้ายฤดูกาลที่พา หงส์เเดง ไปถึงรอบชิงชนะเลิศ การฮ็อตช่วงท้ายของทั้ง 3 คน โดยเฉพาะ ซาลาห์ ทำให้ ลิเวอร์พูล ขยับยอดขายจาก 700,000 ตัวในปี 2016-17 เป็น 854,000 ตัวในฤดูกาล 20178 นับเป็นการเติบโตขึ้นจากเดิม 22%

อย่างไรก็ตามยังต้องมาดูกันว่าด้วยผลงานสุดยอดนั้นเสื้อของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาล 2018-19 นี้จะสามารถทะยานสูงได้ขนาดไหน

 

7. เปแอสเช 1.200,000 ตัว

ไม่ต้องสืบเลยว่า เปแอสเช กลายเป็นโคตรทีมที่ครองโลกลูกหนังเมืองน้ำหอมไปอย่างเรียบร้อยหลังจากได้เงินจากกลุ่มทุนจากกาตาร์ พวกเขาก็คว้าแชมป์ลีกถึง 5 จาก 7 ปีหลังสุด

แต่สำหรับปี 2017-18 มันพิเศษมากกว่านั้น นี่คือปีที่พวกเขา "เอาจริง" ความสำเร็จในประเทศไม่เพียงพอ เปแอสเช อยากจะเป็นเจ้ายุโรปจึงทำให้เสริมทัพคว้าทั้ง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ จูเนียร์ ซึ่งกลายเป็นนักเตะอันดับ 1 และอันดับ 2 ที่แพงที่สุดในโลก ณ เวลานี้ โดยเฉพาะการมาของ เนย์มาร์ นั้นเรียกได้ว่าคือสุดยอดดีลเเละเป็นนักเตะระดับเวิร์ลคลาสที่ เปแอสเช คว้าตัวมาร่วมทีมนับตั้งแต่ดึงตัว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาจาก เอซี มิลาน เมื่อหลายปีก่อน

ยอดขายเสื้อของ เปแอสเช เพิ่มจากเดิม 690,000 ตัวในปี 2016-17 โดยเจ้าของสถิติเดิมเป็นของ อังเคล ดิ มาเรีย ที่เสื้อขายดีที่สุด การมาของ เนย์มาร์ และ เอ็มบัปเป้ ทำให้ยอดขายเติบโตขึ้นอีก 75% หากตีเป็นตัวเลขนั้นมากถึง 1.2 ล้านตัวเลยทีเดียว นับว่าเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดดที่สุดของสโมสรในทวีปยุโรปในฤดูกาลที่ผ่านมา

 

6. อาร์เซน่อล 1,230,000 ตัว

สโมสรที่ไม่ได้แชมป์ลีกมาเป็นเวลานานและไม่เคยคว้าแชมป์ยุโรปเลยแม้แต่ครั้งเดียว อย่างไรก็ตามแม้แฟนๆบนโลกโซเชี่ยลจะค่อนข้างเดือดดาลกับผลงานของทีมในฤดูกาล 2017-18 และ อาร์เเซน เวนเกอร์ ทว่าเสื้อแข่งของพวกเขากลับขายได้ถึง 1.23 ล้านตัว และถือว่าเป็นยอดขายที่โตขึ้นจากปี 2016-17 ถึง 15% เลยทีเดียว

ดูเหมือนว่าแฟนอาร์เซน่อลจะเป็นพวกปากร้ายใจดีสำหรับตจำนวนเสื้อที่ขายดีจนน่าตกใจ ส่วนนักเตะที่เป็นตัวท็อปที่แฟนๆเลือกซื้อเสื้อมากที่สุดคือ เมซุต โอซิล และ อเล็กซิส ซานเชซ แม้ว่าฝ่ายหลังจะย้ายไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดฤดูกาลก็ตาม

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือหลังจากนี้ต่างหาก ... อาร์เซน่อล เปลี่ยนรูปแบบทีมใหม่ด้วยการเอา อูไน เอเมรี่ เข้ามาคุมทีม ก่อนที่กุนซือสแปนิชจะพาทีมโชว์ฟอร์มสุดดุดเดือดยอดเยี่ยมทั้งสไตล์การเล่นและผลงาน จนก่อให้เกิดขวัญใจคนใหม่หลายๆคน ทั้ง ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมยอง, อเล็กซองดร์ ลากาเเซ็ตต์ และที่ขาดไม่ได้เลยคือมิดฟิลด์เล็กพริกขี้หนูอย่าง ลูคัส ตอร์เรร่า นอกจากนี้ขวัญใจคนดีคนเดิมอย่าง โอซิล ก็ยังอยู่กับทีมต่อไปอีกด้วย

หากไม่มีอะไรผิดพลาด อาร์เซน่อล กำลังจะมีปีที่ดีที่สุดในรอบหลายปีทั้งในแง่ของการตลาดและผลงานในสนาม สำหรับฤดูกาล 2018-19 ที่กำลังเเข่งขันกันอยู่นี้

 

5. บาเยิร์น มิวนิค 1,500,000 ตัว

บุนเดสลีกาคือลีกที่แฟนบอลเข้าชมสนามเต็มความจุแทบทุกนัดไม่ว่าจะเป็นบิ๊กแมตช์หรือทีมท้ายตารางเจอกันเองก็ตาม แน่นอนว่าพูดถึงบอลเยอรมันก็ต้องพูดถึง บาเยิร์น มิวนิค แชมป์บุนเดาลีกา 28 สมัย

ในฤดูกาล 2017-18 การเสริมทัพที่น่าตื่นตาตื่นใจของเสือใต้มีเพียงรายเดียวคือ ฮาเมส โรดริเกซ ที่ยืมตัวมาจาก เรอัล มาดริด ทว่า ปัจจัยเสริมที่ทำให้เสื้อแข่งฤดูกาลนี้ของพวกเขาขายดิบขายดีก็เป็นเพราะว่าดีไซน์เสื้อที่ทำแบบย้อนยุคลายทางขาว-เเดง ซึ่งนิตยสาร FourFourTwo ยังยกให้เป็นชุดเเข่งขันที่สวยที่สุดในปี 2017-18 อีกด้วย

เมื่อแฟนบอลของเสือใต้มีความจงรักภักดิ์ดีต่อทีมสูงอยู่แรงแล้ว เมื่อประกอบกับความสวยงามที่โดนยกย่องแบบนี้จึงไม่แปลกนักที่เสื้อของพวกเขาขายดิบขายดีจะผลิตแทบไม่ทันขนาดนี้

 

4. เชลซี / 1,650,000 ตัว

การกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบตายเเล้วเกิดใหม่หลังจากที่ในฤดูกาล 2015-16 พวกเขาจบอันดับที่ 10 ซึ่งเป็นอันดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่กลางยุค '90 เลยทีเดียว

แฟนๆของสิงห์บลูส์ยังให้การสนับสนุนทีมเป็นอย่างดี ชุดแข่งที่ขายได้ 1650000 ตัวนั้นถือว่าเป็นอัตรายอดขายที่สูงขึ้นกว่าปี 2016-17 ทั้งหมด 10% ส่วนหนึ่งเป็นช่วงหลังแคมเปญฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2016-17 ที่อันโตนิโอ คอนเต้ พาทีมคว้าแชมป์ด้วยการคว้าไปถึง 93 แต้มเลยทีเดียว

จุดเปลี่ยนสำคัญของเชลซีที่กลายเป็นทีมระดับโลกคงต้องย้อนกลับไปปี 2003 ที่ โรมัน อับราโมวิช เข้ามาซื้อทีม หลังจากนั้น 5 แชมป์ลีก 4 แชมป์เอฟเอ คัพ 3 แชมป์ลีก คัพ และเเชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก็ทำให้พวกเขามีแฟนๆติดตามจากทั่วโลก

 

3. บาร์เซโลน่า 1,980,000 ตัว

บาร์เซโลน่า อาจจะคว้าแชมป์ ลา ลีก้า มาครองทว่าการไม่ได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้มันเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังของพวกเขา

การขายเสื้อในแข่งในฤดูกาล 2017-18 ที่ได้ 1,980,000 ตัวนั้นถือว่ายังไม่ได้มากที่สุด เพราะในฤดูกาลก่อนหน้านั้นที่มีตั้ง ลิโอเนล เมสซี่ และ เนย์มาร์ 2 นักเตะระดับไอค่อนของโลกอยู่กับทีมพวกเขาขายเสื้อได้มากกว่า 2 ล้านตัวเลยทีเดียว

ปัจจุบนการเสีย เนย์มาร์ ทำให้จำนวนเสื้อแข่งที่ขายได้ลดน้อยลงไปบ้าง ซึ่งทาง บาร์เซโลน่า หวังว่านักเตะที่ทุ่มซื้อมาอย่าง อุสมาน เดมเบเล่ และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จะพัฒนาเป็นเเข้งระดับแถวหน้าของโลกและเข้ามาทำหน้าที่แทนในส่วนที่ขาดหายไปของดาวยิงหมายเลข 10 ของทีมชาติบราซิล

 

2. เรอัล มาดริด 2,290,000 ตัว

แชมป์ยุโรปทีมล่าสุด ถูกเรียกว่าสโมสรที่นยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแต่ในด้านการขายเสื้อแข่งขันพวกเขายังไม่ใช่อันดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามพวกเขาคือ 1 ใน 2 ทีมบนโลกนี้ที่ขายเสื้อได้มากกว่า 2 ล้านตัวในปี 2017-18

แน่นอนที่สุดเสื้อนัมเบอร์วันแห่งการขายดีเป็นของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่นำโด่งเกินหน้าเกินตาเพื่อนร่วมทีมรายอื่นๆ ว่ากันว่าการขายเสื้อของ เรอัล มาดริด นั้นขึ้นอยู่กับการซื้อตัวเสริมทัพในแต่ละซัมเมอร์ หากพวกเขาได้นักเตะระดับท็อปมาร่วมทีม ยอดขายก็จะพุ่งไปอีกเป็นเงาตามตัว ซึ่งระยะหลัง มาดริด ไม่ได้คงคอนเซ็ปต์ "กาลาติกอส" หรือทีมรวมดารมมากเท่ากับในอดีตจึงทำให้พวกเขาไม่สามารถขึ้นเบอร์ 1 ได้

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือผลงานอันย่ำแย่ในฤดูกาล 2018-19 ที่หากไม่จบด้วยแชมป์ยุโรปหรือแชมป์ลีก ก็มีโอกาสที่ยอดขายเสื้อจะตกงไปอีก และเหนือสิ่งอื่นใดการย้ายทีมของ CR7 ที่นอกจากจะพาผลงานดีๆไปแล้ว เขายังพายอดขายเสื้อ,ยอดผู้ติดตาม และ แฟนๆบอลโซเชี่ยล มีเดีย น้อยลงไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นในฤดูกาล 2018-19 หากมาดริด สามารถรักษาอันดับ 2 ต่อไปได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

 

1.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2,850,000 ตัว

ไม่ว่าผลงานจะย่ำแย่ทีมจะล้มเหลวแค่ไหนแต่เเมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือสโมสรที่เป็นแบรนด์มหาอำนาจที่ใครก็อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมทั้งงั้นในแง่ของการตลาดที่ผูกขาดเป็นเบอร์ 1 ของวงการฟุตบอลมาอย่างยาวนาน

พวกเขาขายเสื้อแข่งของทีมในฤดูกาล 2017-18 ได้เกือบ 3 ล้านตัวภายในระยะเวลาแค่ 12 เดือนเท่านั้น และแซงหน้ากลายเป็นทีมอื่นๆแบบพุ่งทะยานขาดลอยเลยทีเดียว

ปอล ป็อกบา,โรเมลู ลูกากู และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช คือ 3 หัวหอกตัวทำลายสถิติยอดขาย เสื้อหมายเลข 6,9 และ 10 ติดลมบนในช่วงต้นฤดูกาล ก่อนที่กลางฤดูกาลหมายเลข 7 ของ อเล็กซิส ชานเชซ จะเข้ามาเติมเชื้อไฟให้ร้อนแรงให้มากกว่าเดิมอีก สรุปแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด มียอดขายที่โตขึ้นถึง 32% จากฤดูกาล 2016-17 ที่พวกเขาได้แชมป์ ยูโรป้า ลีก

ดูเหมือนว่า ยูไนเต็ด คือสโมสรที่อยู่เหนือกว่าคำว่าฟุตบอลไปแล้ว ... พวกเขาไม่ได้แชมป์มาตั้งแต่ปี 2013 แต่กลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

แถม!

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 530,000 ตัว

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือสโมสรอันดับ 1 ของเมืองไทยในเวลานี้ สิ่งที่ยอดเยี่ยมกว่าผลงานในสนามคือหมากนอกสนามที่ดูแล้วไหลลื่นไปกับชีวิตความเป็นอยู่ของแฟนๆได้อย่างยอดเยี่ยม ชนิดที่ว่าทั้งสโมสรและแฟนบอลสามารถเกื้อหนุนกันได้อย่างสบายๆ ผลงานการขายเสื้อทั้งปี 2018 ของปราสาทสายฟ้า สูงถึง 530,000 ตัว 

ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเรื่องของท้องถิ่นสัมพันธ์ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำหน้าที่ตามสโลแกนของสโมสรนั่นคือ "Breath of Buriram" (ลมหายใจของบุรีรัมย์) พวกเขาผลักดันให้จังหวัดแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น จากเมื่องผ่านสู่เมืองหลัก ที่สำคัญคือเสื้อ บุรีรัมย์ เป็นเหมือนกับของฝากภายใต้ราคาที่จับต้องได้ ไม่ถูก และ ไม่แพง จนเกินไป ดังนั้นเเล้วต้องยอมรับว่าเกมการตลาดของปราสาทสายฟ้า คือเคล็ดลับของความสำเร็จอย่างแท้จริง

ณ เวลานี้ บุรีรัมย์ กำลังเติบโตเรื่องของยอดขายมากขึ้นเรื่อยๆ เสื้อแข่งปี 2019 ขายได้เกือบ 50,000 ตัวในวันเดียว เชื่อว่าที่สุดแล้วการเติบโตทางเศรษฐกิจ และพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่แน่ในอนาคตบุรีรัมย์ อาจจะขายเสื้อได้มากเทียบเท่ากับเหล่าทีมดังในยุโรปก็เป็นได้



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง