mainstand

Lists

ความมันไม่จบแค่บนผืนผ้าใบ : 12 ไฟต์คู่ชกดัง ที่ฟาดปากกันนอกสังเวียน



บางครั้งความดุเดือดในการแข่งขันมวยสากลอาชีพก็ไม่ได้เกิดขึ้นบนสังเวียนอย่างเดียว เพราะหลายครั้ง เหตุการณ์มาคุก็ปะทุนอกสนาม และนี่คือ 10 ไฟต์ที่ความมันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่บนเวทีผืนผ้าใบ


 

มูฮัมหมัด อาลี vs โจ เฟรเซียร์

ปี 1974

หลังจากที่ โจ เฟรเซียร์ กลายเป็นนักชกคนแรกที่ยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับ มูฮัมหมัด อาลี เมื่อปี 1971 คู่นี้ก็ได้มาฟาดปากล้างตากันอีกรอบในอีก 3 ปีถัดมา และในระหว่างที่ทั้งสองไปออกรายการของสถานีโทรทัศน์ ABC ซึ่งได้ให้ทั้งคู่วิจารณ์ฟอร์มการชกในไฟต์แรกที่พบกัน ‘สิงห์จอมโว’ อย่างอาลีก็เปิดฉากยั่วสติด้วยการพูดว่าอีกฝ่ายเป็น ‘คนอวดดีน่ารังเกียจ’ จนเฟรเซียร์เกือบที่จะตบะแตก แต่กลายเป็นอาลีที่ถือคติ ‘เปิดก่อนได้เปรียบ’ ล็อกคอจับอีกฝ่ายนอนปล้ำกันบนพื้นเสียอย่างนั้น จนโดนปรับกับทั้งคู่ ส่วนผลการชกนั้น เป็นอาลีที่ชนะไปด้วยคะแนนเอกฉันท์หลังครบ 12 ยก

 

ไมค์ ไทสัน vs มิทช์ กรีน
ปี 1988

อันที่จริง ทั้งคู่เคยพบกันเมื่อปี 1986 สมัยที่ ไมค์ ไทสัน ยังเป็นนักมวยดาวรุ่งพุ่งแรง ซึ่งเขาก็เอาชนะ มิทช์ กรีน ไปด้วยคะแนนอันเป็นเอกฉันท์ แต่เรื่องราวอันนำมาซึ่งการฟาดปากนอกสังเวียนนั้น ไม่เกี่ยวกับไฟต์ที่กล่าวไปเลยแม้แต่น้อย

2 ปีถัดจากไฟต์นั้น ทั้งคู่มีโอกาสได้เจอกันที่ย่านฮาร์เล็ม ของมหานครนิวยอร์ก แล้วเรื่องราวก็พาลใหญ่โตเมื่อกรีนกล่าวหา ดอน คิง โปรโมเตอร์คู่บุญของไทสันว่า “ยังติดเงินเขาอยู่” … ด่าตัวยังพอคบ ด่าลูกพี่ที่เคารพคบไม่ได้ ว่าแล้วไทสันก็ปล่อยหมัดขวาตรงเข้าที่หน้า เล่นเอาตาซ้ายของกรีนปิด แถมยังมีแผลแตกที่จมูกต้องเย็บ 5 เข็ม

ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่าไทสันจะชนะไฟต์นี้แบบไร้รอยขีดข่วน เมื่อสิ่งที่กระทบหน้าของกรีนคือหมัดลุ่นๆ มิใช่หมัดที่สวมนวม กระดูกมือขวาข้างที่สร้างชื่อของเขาจึงแตก ไฟต์ที่มีคิวต้องเจอกับ แฟรงค์ บรูโน่ ช่วงปลายปี 1988 จึงต้องเลื่อนไปชกตอนต้นปี 1989 โดยปริยาย

 

ไมค์ ไทสัน vs เลนน็อกซ์ ลูอิส

ปี 2002

ไอเดียของผู้จัดในการให้สองยอดนักชกรุ่นเฮฟวี่เวตแห่งยุค 1990 ต่อ 2000 เปิดตัวทีละคนเพื่อประจันหน้ากันฟังดูดี แต่เมื่อ เลนน็อกซ์ ลูอิส เดินขึ้นโพเดียม ไมค์ ไทสัน ก็ทำให้งานแถลงเป็นที่กล่าวขานด้วยการปรี่เข้าใส่หมายจะสาวหมัด จนกลายเป็นเหตุตะลุมบอนยกใหญ่ ซึ่งแม้แต่ โฮเซ่ สุไลมาน ประธานสภามวยโลก WBC ยังโดนลูกหลงจนหมดสติ ทว่างานนี้ ดูเหมือน ‘หัวเราะทีหลังดังกว่า’ เพราะลูอิสเป็นฝ่ายชนะน็อกไปในยกที่ 8

 

แลร์รี่ โฮล์มส์ vs เทรเวอร์ เบอร์บิค

ปี 1991

นี่ถือเป็นการฟาดปากซึ่งออกจะมีที่มาแปลกๆ ซักหน่อย เพราะศึกนอกสังเวียนของคู่นี้ เกิดขึ้นหลังจากศึกบนสังเวียนผ่านไปแล้วถึง 10 ปี

แลร์รี่ โฮล์มส์ กับ เทรเวอร์ เบอร์บิค เคยขึ้นชกกันเมื่อปี 1981 ซึ่งเป็นฝั่งโฮล์มส์ที่ชนะคะแนนไป แต่ดูเหมือนความคาใจจะไม่จางหาย เพราะ 10 ปีต่อมา ทั้งคู่กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งในงานแถลงข่าวหลังจบไฟต์ที่ ‘สิงห์รถบรรทุก’ ชนะ ทิม แอนเดอร์สัน โดยเบอร์บิคเป็นฝ่ายท้าให้อีกฝ่ายมาสู้กันแบบข้างถนนเลยก็ได้ ซึ่งโฮล์มส์ก็รับคำท้าแบบปุ๊บปั๊บฉับไว จัดสตรีทไฟต์ใส่เบอร์บิคในลานจอดรถหลังงานแถลงข่าวจบทันที

และดูเหมือนว่า โฮล์มส์จะเป็นฝ่ายชนะในศึกรีแมตช์ข้างถนนอีกเสียด้วย

 

ริดดิก โบว์ vs แลร์รี่ โดนัลด์

ปี 1994

หลังจากที่ ริดดิก โบว์ แพ้ต่อ อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ รวมถึงเล่นนอกเกมจนเป็นเหตุให้ไฟต์กับ บัสเตอร์ แมทธิส จูเนียร์ ลงเอยแบบไม่มีผลตัดสิน คู่ชกในไฟต์ต่อมาอย่าง แลร์รี่ โดนัลด์ ก็ได้ทีเอาเรื่องดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการหยามอีกฝ่ายกลางงานแถลงข่าวทันที ซึ่งดูเหมือนจะไปทำให้เส้นความอดทนของโบว์ขาดสะบั้นเข้าจริงๆ เมื่อเจ้าตัวตัดสินใจปล่อยหมัดหนึ่งสองใส่บนโพเดี้ยม งานนี้นอกจากเขาจะไม่ยอมขอโทษอีกฝ่ายแล้ว ยังไปย้ำแค้นต่อบนสังเวียนด้วยการชนะคะแนนแบบเป็นเอกฉันท์อีกต่างหาก

 

เบอร์นาร์ด ฮอปกิ้นส์ vs เฟลิกซ์ ตรินิแดด

ปี 2001

ไฟต์ระหว่าง เบอร์นาร์ด ฮอปกิ้นส์ และ เฟลิกซ์ ตรินิแดด ถือเป็นคู่มวยรุ่นกลางที่ทั้งโลกจับตามองประจำปี 2001 ซึ่งฝ่ายแรกก็ยิ่งสาดน้ำมันเข้ากองเพลิงให้เดือดขึ้นไปอีก เมื่อเขาจงใจปัดธงเปอร์โตริโก้ บ้านเกิดของตรินิแดดลงพื้นถึงสองครั้งสองครากลางงานแถลงข่าว และครั้งที่สองซึ่งเกิดขึ้นที่เปอร์โตริโก้นี้เองที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะไม่เพียงแต่ ‘ติโต้’ จะปรี่หาเรื่องเอาคืนแล้ว ผู้ชมในสนามยังหมายจะรุมประชาทัณฑ์ ‘เพชฌฆาต’ จากแดนมะกันอีกด้วย

และดูเหมือนการก่อสงครามประสาทครั้งนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับฮอปกิ้นส์ เมื่อเจ้าตัวเป็นฝ่ายชนะ TKO ตรินิแดดในยกสุดท้าย ยัดเยียดความปราชัยครั้งแรกให้ยอดมวยจากเปอร์โตริโก้ในที่สุด

 

เฟร์นานโด วาร์กาส vs ริคาร์โด้ มายอร์ก้า

ปี 2007

เฟร์นานโด วาร์กาส ประกาศว่าการชกระหว่างเขากับ ริคาร์โด้ มายอร์ก้า ในปี 2007 จะเป็นไฟต์สุดท้ายของเขาไม่ว่าผลจะลงเอยอย่างไร พร้อมเตือนอีกฝ่ายด้วยว่า อย่าคิดล้ำเส้น ไม่งั้นจะเจอดี ซึ่งเขาก็รักษาคำพูดจริงๆ เพราะเมื่อมายอร์ก้าเปิดฉากร่ายยาวด้วยภาษาสเปน (ที่มีล่ามช่วยแปล) ในงานแถลงข่าว ทั้งการเรียกอีกฝ่ายว่า ‘ไอ้อ้วน’ แถมยังลามปามมาถึงภรรยา วาร์กาสก็ทนไม่ไหว ลุกขึ้นมาซัดกับคู่ชกชาวนิคารากัวทันที ทว่าที่สุดกลับจบลงด้วยความผิดหวังของวาร์กาส เมื่อเจ้าตัวแพ้คะแนนด้วยเสียงส่วนใหญ่ ก่อนอำลาอาชีพนักชกตามที่ได้สัญญาไว้

 

ดีเร็ก ชิโซร่า vs เดวิด เฮย์

ปี 2012

ถือเป็นอีกไฟต์นอกสังเวียนซึ่งมีที่มาไม่เหมือนใคร เพราะคู่อื่นเป็นการฟาดปากหลังรู้แล้วว่าจะต้องมาเจอกันในการชก แต่สำหรับ ดีเร็ก ชิโซร่า และ เดวิด เฮย์ กลับได้ขึ้นสู้กันบนสังเวียนเพราะการฟาดปากเสียอย่างนั้น

เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นในงานแถลงข่าวหลังไฟต์ที่ชิโซร่าพ่าย วิตาลี่ คลิทช์โก้ เมื่อ เดวิด เฮย์ ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไฟต์ดังกล่าวไปโผล่ที่งาน ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างก็แขวะใส่กันไปมา จนลงเอยด้วยการสาวหมัดใส่กัน ซึ่งหลังจากนั้นทางชิโซร่าก็ถูกตำรวจเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนีจับ หลังมีหลักฐานว่าเจ้าตัวใช้วาจาประทุษร้ายด้วยการขู่ว่าจะยิงเฮย์อีกด้วย

เรื่องดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการเจรจาให้ทั้งสองฝ่ายได้ขึ้นชกกันบนสังเวียนในเวลาต่อมา ซึ่งผลปรากฎว่า เฮย์เป็นฝ่ายชนะ TKO ในยกที่ 5

 

ดิลเลี่ยน ไวท์ vs ดีเร็ก ชิโซร่า

ปี 2016

บางครั้งการฟาดปากกันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้หมัดแต่เพียงอย่างเดียว เพราะหลังจากที่ ดิลเลี่ยน ไวท์ กับ ดีเร็ก ชิโซร่า ทำสงครามน้ำลายแลกเปลี่ยนคำผรุสวาทระหว่างการแถลงข่าวก่อนขึ้นชกได้กว่า 20 นาที ในที่สุดชิโซร่าก็ตบะแตก ยกโต๊ะที่อยู่ตรงหน้าทุ่มข้ามฟากใส่อีกฝ่าย เดชะบุญที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยควบคุมสถานการณ์ได้ก่อนที่จะบานปลาย และก็เป็นอีกครั้งที่เหมือนจะเกิดเหตุกรรมตามสนอง เมื่อชิโซร่าเป็นฝ่ายแพ้คะแนนแบบไม่เป็นเอกฉันท์ในการชกจริง

 

ดิลเลี่ยนน ไวท์ vs ดีเร็ก ชิโซร่า 2

ปี 2018

อันว่าความบาดหมาง บางครั้งก็ไม่สามารถตัดสินให้จบในครั้งเดียว และคู่ของ ดิลเลี่ยน ไวท์ กับ ดีเร็ก ชิโซร่า ที่เพิ่งมีไฟต์รีแมตช์ไปหมาดๆ ก็เช่นกัน

ซึ่งดูเหมือนชิโซร่าจะยังไม่เข็ดจากตอนที่แพ้ในครั้งแรก เพราะอยู่ดีไม่ว่าดี เจ้าตัวดันสกรีนข้อความบนด้านหน้ากางเกงบ็อกเซอร์ในวันชั่งน้ำหนักก่อนขึ้นชกว่า “DILLIAN SUCK MY ...” ซึ่ง ไอ้ … ที่เว้นไว้คงไม่ต้องบอกให้มากความว่ามันคืออะไรกระมัง

แม้ทั้งคู่จะหักห้ามใจไม่ให้ซัดกันบนเวทีชั่งน้ำหนักได้ แต่ตอนลงจากเวทีนั่นมันอีกเรื่อง เมื่อทั้งคู่และทีมงานตะลุมบอนกันเละไปตามระเบียบ ถึงกระนั้น กรรมก็ตามสนองชิโซร่าอีกครั้ง เมื่อโดนหมัดซ้ายของไวท์จนลงไปนอนกับพื้น แพ้น็อกยก 11

 

เดวิด เฮย์ vs โทนี่ เบลลิว

ปี 2017

จุดเริ่มต้นของไฟต์นี้เกิดขึ้นเมื่อ โทนี่ เบลลิว กล่าวท้า เดวิด เฮย์ ให้สู้กับตนหลังจากที่ป้องกันแชมป์โลกรุ่นครุยเซอร์เวตของ WBC ได้สำเร็จ ทำให้โปรโมเตอร์ตัดสินใจจับทั้งคู่ขึ้นชกให้รู้ดำรู้แดงกันไป ทว่าในงานแถลงข่าวซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2016 ก็เกิดเรื่องจนได้ เมื่อทั้งคู่ใช้หัวดันอีกฝ่ายจนเกิดการผลักกัน ซึ่งเมื่อดูจากภาพช้าปรากฎว่า เฮย์แถมหมัดซ้ายให้เบลลิวไปอีกดอกด้วย ทว่านี่เป็นอีกครั้งที่ ‘หัวเราะทีหลังดังกว่า’ เมื่อเบลลิวสามารถชนะ TKO เฮย์ได้ และเมื่อรีแมตช์อีกหนก็ยังเป็นเบลลิวที่ชนะ TKO เช่นเดิม

 

ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ vs คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์

ปี 2017

หลังจากที่ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ สร้างผลงานจนกลายเป็นนักกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสม หรือ MMA ที่ดังที่สุดในโลกไปแล้ว เป้าหมายต่อไปของเจ้าตัวเลยกลายเป็นการข้ามห้วยมาชกมวยสากล โดยมี ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ ตำนานนักชกไร้พ่ายเป็นเป้าหมาย และด้วยความที่ต่างฝ่ายต่างมีศิลปะการพูดและไลฟ์สไตล์ที่ชวนให้อีกฝ่ายหัวร้อน งานแถลงข่าวที่จัดเป็นทัวร์ไปตามเมืองต่างๆ ทั่วโลกจึงเต็มเปี่ยมด้วยสีสัน มีทั้งการชี้หน้า, ด่าแหลก, ลูบหัว หรือแม้กระทั่งโปรยเงิน สิ่งเดียวที่ขาดคงมีเพียงการสาวหมัดก่อนที่จะขึ้นชกกันจริงๆ เท่านั้น

และแม้ผลการชกจะลงเอยแบบ ‘คนละชั้น’ เมื่อเมย์เวทเธอร์เพิ่มสถิติชนะรวดเป็น 50 ไฟต์ หลังชนะ TKO แม็คเกรเกอร์ที่เพิ่งจะขึ้นชกมวยสากลอาชีพเป็นครั้งแรกในยก 10 แต่ทั้งคู่ต่างก็รับทรัพย์มหาศาลชนิดที่อวดร่ำอวดรวยไปทั้งชาติก็คงใช้ไม่หมดเลยทีเดียว



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง