mainstand

Lists

ได้ทุกที่...ดีทุกเรื่อง : นักกีฬาดังที่เล่นอาชีพมากกว่าแค่กีฬาเดียว



หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า  “รู้อะไรให้กระจ่างแต่อย่างเดียว ขอให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล” ที่พูดถึงของการหาสิ่งที่ตัวเองถนัดให้มากที่สุดเพื่อประสบความสำเร็จไปกับมัน…

 

 

มีนักกีฬาหลายคนที่พยายามทำเช่นนี้แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จทั้งคู่ เปาโล มัลดินี่ อาจจะเก่งกาจเรื่องฟุตบอล แต่เมื่อลองมาเล่นเทนนิสเขาก็ได้สัมผัสเกมอาชีพแค่ 47 นาที หรือแม้กระทั่ง ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่ยังไม่ทันได้ขึ้นชกในเวทีมวยอาชีพ สุดท้ายก็ต้องพับโครงการไป

อย่างไรก็ตามกับเหล่าสุดยอดนักกีฬาที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้ ไปเป็นกรณีพิเศษ   เพราะพวกเขาสามารถฝึกฝนจนเชี่ยวชาญและกลายเป็นนักกีฬาอาชีพถึง 2 ชนิดกีฬาด้วยกัน

 

อิวาน เปริซิช

นักเตะที่ขึ้นชื่อเรื่องความรวดเร็วคล่องตัวชาวโครเอเชีย อิวาน เปริซิช ปีกซ้ายจากสโมสร อินเตอร์ มิลาน คือกำลังหลักของทัพโครแอตชุดรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ทว่ายังมีกีฬาอีกชนิดหนึ่ง ที่เขาสามารถลงเล่นในระดับอาชีพนอกจากฟุตบอล

1 ปีก่อนที่จะคว้ารองแชมป์โลก เปริซิช ใช้เวลาในช่วงซัมเมอร์ปี 2017 กลับไปยังบ้านเกิดของเขาที่โครเอเชีย เพื่อร่วมเเข่งขันวอลเล่ย์บอลชายหาด ซึ่ง ณ ตอนนั้นเขาเป็นตัวแทนของทีมชาติโครเอเชียอีกด้วย

"นี่คือความฝันของผมมาโดยตลอด ผมเล่นวอลเล่ย์บอลชายหาดมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบเเล้ว  ผมหลงใหลในกีฬาชนิดนี้มากและเล่นอยู่เสมอทุกๆซัมเมอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมก็ซ้อมกับเพื่อนๆ ของผมตลอด"  เปริซิช กล่าวหลังติดทีมชาติโครเอเชียลงเล่นในรายการ โพเร็ค เมเจอร์

"ผมอยากจะขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้โอกาสผมเป็นตัวแทนของประเทศ ได้ดวลกับนักวอลเล่ย์บอลชายหาดที่ดีที่สุดในโลก เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าผมจะแพ้ก็ตาม"

 

ทิม ดันแคน

เจ้าของแหวน NBA 5 สมัยกับ ซาน อันโตนิโอ สเปอร์ส คือเด็กหนุ่มที่เกิดมาด้วยร่างกายเพียบพร้อมต่อการเป็นนักกีฬาอย่างที่สุด และบาสเก็ตบอลก็ไม่ใช่กีฬาอย่างเดียวที่เขาทำได้ดี

เรื่องนี้ไม่รู้จะถูกเรียกว่าเป็นเรื่องโชคดีหรือเรื่องโชคร้าย ด้วยความที่ ทิม เกิดในหมู่เกาะเวอร์จินนั่นทำให้เขาอยู่ใกล้ชิดกับน้ำมากกว่าสนามบาสเก็ตบอล จึงเป็นที่มาของฉายาเจ้าสระในช่วงวัยที่เขากำลังเป็นวัยรุ่น

ทิม เริ่มเล่นกีฬาจากการว่ายน้ำก่อนเป็นอันดับแรก มันคือกีฬาที่เขาเก่งจนถึงขึ้นคว้าแชมป์ในรุ่นเดี่ยว 400 เมตรชายระดับมัธยมฯ และคว้ารางวัลนักว่ายน้ำยอดเยี่ยมของประเทศตอนที่เจ้าตัวอายุ 15 ปี อีกด้วย  

"ผมโตมากับการเป็นนักว่ายน้ำ และกีฬาชนิดนี้เป็นเป็นกีฬาที่ผมชอบเป็นการส่วนตัว มันช่วยผลักดันตัวเองเป็นอย่างมาก"  พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ดร่างยักษ์ตำนาน NBA กล่าว

อย่างไรก็ตามความฝันในการเป็นนักว่ายน้ำของเขาต้องสะดุดลง เมื่อพายุเฮอร์ริเคน "ฮูโก้" ถล่มใส่เกาะเวอร์จิ้นในปี 1989 และมันส่งผลให้สระว่ายน้ำมาตรฐานแห่งเดียวภายในเกาะต้องชำรุดและไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวทำให้เขาหันไปเอาดีทางการเล่นบาสเก็ตบอล ก่อนจะค้นพบว่านี่คือกีฬาที่รีดเร้นศักยภาพของเขาออกมาได้มากที่สุด

ทิม ใช้เวลาที่เหลือในช่วงมัธยมฯ กวาดรางวัลมากมายแทบจะทุกชนิดที่มีการจัดแข่งขัน จนกระทั่งในปี 1997 เขาก็กลายเป็นผู้เล่นดราฟต์เบอร์ 1 ของ ซาน อันโตนิโอ สเปอร์ส และ 1 ปีหลังก็คว้ารางวัลรุกกี้ (ผู้เล่นหน้าใหม่) ยอดเยี่ยมของ NBA และจบเส้นทางการเป็นนักบาสเก็ตบอลด้วยคำสั้นๆ แต่โคตรเท่อย่าง "ตำนาน" ในปี 2016

 

บิเซนเต้ ลิซาราซู

คำว่า "สุดในรุ่น" สามารถเอามาใช้กับ บิเซนเต้ ลิซาราซู ได้อย่างแน่นอน เพราะในบทบาทการเป็นนักฟุตบอล เขาไปถึงจุดสูงสุดด้วยการคว้าแชมป์โลกและแชมป์ยุโรปกับทีมชาติฝรั่งเศสในปี 1998 และ 2000 นอกจากนี้ยังเป็นแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกกับ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2001 อีกต่างหาก

นักเตะตำนานฟุตบอลจำนวนไม่น้อยที่หลังจากประสบความสำเร็จในชีวิตค้าแข้งและเริ่มปล่อยเนื้อปล่อยตัวหลังจากแขวนสตั๊ด ทว่า ลิซาราซู เป็น 1 คนที่แตกต่าง เพราะหลังจากแขวนสตั๊ดเข้าได้พบความท้าทายใหม่ในชีวิต นั่นคือกีฬาต่อสู้อย่างยิวยิตสุ นั่นเอง

"ตอนนั้นผมเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว และได้ไปถ่ายทำสารคดีชิ้นหนึ่งที่ประเทศบราซิล จากนั้นก็ไปเจอศูนย์ฝึกยิวยิตสุแห่งหนึ่ง ผมเริ่มซึมซับมันมาเรื่อยๆ เมื่อคุณสนใจอะไรสักอย่างหนึ่ง คุณจะเริ่มเรียนรู้มันอย่างลึกซึ้ง และใช้ชีวิตอยู่กับมัน" เขาเริ่มเล่าถึงที่มาการเข้าสู่สังเวียนนักสู้

ความยอดเยี่ยมและเอาจริงผลักดันให้อดีตแบ็คซ้ายจอมบู๊กลายเป็นเเชมป์ยุโรปได้ในปี 2009 หากนับนิ้วจากวันที่เขาแขวนสตั๊ด นั่นเป็นเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้นที่เขาเริ่มนับ 1 ในศิลปะต่อสู้ชนิดนี้

"ผมแข่งในรุ่นไลท์เวต ซีเนียร์ 1 สายน้ำเงิน ทุกอย่างมันผ่านไปเร็วมาก ผมมีสมาธิอยู่กับการแข่งขันและคู่ต่อสู้ ผมแข่งไป 3 แมตช์ เราก็เป็นแชมป์ ตอนนั้นผมยังได้เพียงสายน้ำเงิน แต่ตอนนี้ผมได้สายดำแล้วนะ"    เจ้าตัวเผยถึงวินาที การเป็นแชมป์จากอีกชนิดกีฬา

ปัจจุบัน ลิซาราซู ยังไม่หยุดแค่นั้น เขากำลังมองหาเส้นทางท้าทายใหม่ และไม่แน่ว่าเขาอาจจะกลายเป็นแชมป์โลกในอีกชนิดกีฬาก็เป็นได้

"ผมรักมวยไทย เพราะที่ฝรั่งเศสก็มีกีฬามวยไทย และมีนักกีฬามวยไทยอยู่หลายคน ผมอยากมาที่กรุงเทพฯ เพื่อเรียนรู้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยด้วยตัวเอง และเมื่อผมกลับไปบ้านเกิดที่ฝรั่งเศสอีกครั้ง ผมอยากจะลองเล่นกีฬามวยไทยที่นั่นดู" เขากล่าวทิ้งท้าย

 

ยูนิส มะห์มูด

แฟนฟุตบอลไทยคงรู้จักตำนานนักเตะทีมชาติอิรักรายนี้เป็นอย่างดี เพราะในระยะหลังเจอกันทีไร มะห์มูด จัดการใส่สกอร์ทัพช้างศึกได้ทุกทีไป เรียกได้ว่าแม้จะเป็นเสือเฒ่าในวงการลูกหนังเอเชีย แต่ มะห์มูด ก็ได้ฝากผลงานระดับทวีปได้มากมาย

เจ้าของสถิติยิง 57 ประตูจากการติดทีมชาติ 148 นัด ไม่ใช่คนที่หัดเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก เพราะย้อนกลับไปในปี 1997 เขาเคยเอาจริงเอาจังกับกีฬาบาสเก็ตบอลจนถึงขั้นได้รับสัญญาอาชีพได้เล่นให้กับสโมสร คาห์ราบา อัล ดาบิส ทีมระดับลีกสูงสุดของ อิรัก ซึ่งตัวของ มะห์มูด เองก็มีแววและฉายแสง ในตำแหน่งของชู้ตติ้งการ์ด ในช่วงเวลานั้นเขามีส่วนสำคัญในการพาต้นสังกัดเลื่อนชั้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามหลังจากโชว์ฟอร์มในลีกบาสเก็ตบอลสูงสุดของ อิรัก ได้เพียงปีเดียวเท่านั้น มูวาฟัก นูรัดดิน โค้ชฟุตบอลของทีมกลับเห็นแววและพยายามชักจูงให้ มะห์มูด ถอดใจจาก บาสเก็ตบอล และมาทุ่มเทกับฟุตบอลอาชีพดีกว่า เพราะเป็นกีฬาที่มีค่าตอบแทนสูงกว่าหลายเท่า มะห์มูด ตบปากรับคำแบบไม่คิด ก่อนเริ่มเส้นทางลูกหนังได้อย่างร้อนแรง ด้วยการยิงประตูให้ต้นสังกัด 19 ลูก ในปีแรกที่อยู่กับทีม 

ดูเหมือนเขาจะคิดถูก เพราะหลังจากนั้นมะห์มูด ก็พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมีชื่อเข้าชิงบัลลงดอร์ 29 คนสุดท้ายในปี 2007 เลยทีเดียว

 

หลุยส์ เอ็นริเก้

บนเส้นทางลูกหนังหลุยส์ เอ็นริเก้ คือคนที่ประสบความสำเร็จทั้งการเป็นนักเตะและเป็นโค้ช เขาเคยคว้าแชมป์ ลา ลีก้า กับ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ขณะที่ในช่วงการเป็นกุนซือก็สามารถพาบาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้อีก 1 สมัย

ช่วงหลังจากปี 2004 ที่เขาแขวนสตั๊ดกับ บาร์ซ่า เอ็นริเก้ ก็หันมาทดลองเล่นกีฬาอีกหลากหลายชนิดทั้ง วินด์เซิร์ฟ และวิ่ง  ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นอย่างหลังที่กลายเป็นกีฬาชนิดที่ 2 ที่เขาคว้าแชมป์ในระดับสูงได้

เอ็นริเก้ เริ่มเอาจริงเอาจังในเรื่องของการวิ่งปี 2005 และเริ่มลงเเข่งขัน นิวยอร์ค มาราธอน, อัมสเตอร์ดัม มาราธอน ในปี 2006, ไฟเรนเซ่ มาราธอน ในปี 2007 และ มาราธอน เดอส์ ซาเบลส์ ในปี 2008 ซึ่งเป็นรายการสุดทรหดที่ผู้เข้าแข่งขันต้องเดินบนทะเลทรายซาฮาร่า ที่มีอากาศร้อนถึง 50 องศาอีกด้วย  

โดยการเเข่งขันที่ ฟลอเรนซ์ เขาเข้าเส้นชัยได้ด้วยการทำเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง และมีขั้นกว่ายิ่งกว่านั้นอีกเมื่อกุนซือทีมชาติสเปนคนปัจจุบันเคยในใช้เวลา 6 วันเพื่อวิ่งในรายการ อัลตร้ามาราธอน โดยมีระยะทางถึง 156 ไมล์อีกด้วย

 

ลีออน แม็คเคนซี่

กองหน้าผิวสีรายนี้เป็นนักฟุตบอลระดับกลางค่อนล่าง เขาไม่ได้มีชื่อเสียงมากมายนัก แต่อย่างน้อยๆเขาก็เคยลงเล่นในเกมระดับพรีเมียร์ลีกมาเเล้วกับทีมอย่าง คริสตัล พาเลซ, นอริช และ โคเวนทรี โดยช่วงปี 2006 เขายังเคยมีค่าตัว 1 ล้านปอนด์อีกด้วย

อย่งไรก็ตาม สถิติการยิงประตูของ แม็คเคนซี ไม่ค่อยสวยงามนัก ในช่วงบั้นปลายอาชีพเขาต้องตกไปเล่นในนอกลีกอยู่นานจนหมดความท้าทาย ซึ่งช่วงเวลาท้ายๆนั้นเขาใช้เวลาค้นหาตัวเองเหมือนกลับมาเป็นวัยรุ่นอีกครั้งทั้งการทำเพลงจนออกมาเป็นซิงเกิ้ลที่ชื่อว่า "Teaming Up" ก่อนที่สุดท้ายจะประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในปี 2013

ในวัย 33 ปี เเม็คเคนซี ก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ของชีวิต ด้วยความที่เขาเคยเป็นลูกชายของแชมป์มวยสากลของสหราชอาณาจักรอย่าง คลินตัน แม็คเคนซี เขาจึงได้ "ลอง" เปลี่ยนมาสวมนวมหลังจากถอดสตั๊ดดูบ้าง

แม็คเคนซี มีพรสวรรค์ที่ได้มาจากพ่อ เขาใช้เวลาฝึกไม่นานก็ได้ต่อยอาชีพไฟต์แรกในปี 2013 ด้วยการขึ้นชกกับ จอห์น เมสัน ที่ ยอร์ค ฮอลล์ ในกรุงลอนดอน ซึ่งการแข่งขันก็ดำเนินไปได้เพียง 2 ยกเท่านั้นก็สิ้นสุดลงเพราะ แม็คเคนซี่ สามารถเอาชนะ TKO  ก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะชกไปอีก 7 ไฟต์และไม่แพ้ใครเลยจนกระทั่งกลายเป็นเเชมป์ อินเตอร์เนชั่นเเนล มิดเดิลเวท ด้วยการเอาชนะนักชกจากโครเอเชียอย่าง อิวาน สตูพาโล และนั่นถือเป็นแชมป์แรก ของแม็คเคนซีบนสังเวียนผ้าใบ ก่อนประกาศแขวนนวมไปในปี 2017 ที่ผ่านมาด้วย ด้วยวัย 39 ปี

 

ไมเคิล จอร์เเดน

แม้แต่คนไม่ดูบาสเก็ตบอลก็ต้องรู้จักหรืออย่างน้อยต้องเคยได้ยินชื่อของ ไมเคิล จอร์เเดน อย่างแน่นอน เพราะความยิ่งใหญ่ในเวทีบาสเก็ตบอล NBA ของเขานั้นอยู่ในระดับหาตัวจับยาก

จอร์เเดน คว้าแหวนชนะเลิศ NBA ถึง 6 สมัย และใน 6 สมัยนั้นเขาเป็นผู้เล่น MVP ในเกมนัดชิงชนะเลิศทั้งหมด นอกจากนี้เขายังร้อนแรงทุกช่วงอายุ เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นนักบาสเก็ตบอล ที่ประกาศรีไทร์ถึง 3 หน แต่ก็ไม่มีครั้งใดเลยที่เขาออกอาการฟอร์มตกจนถึงขั้นหมดท่าให้เห็น

ในช่วงที่เขาประกาศรีไทร์ครั้งแรกในปี 1993-94 หลังจากคุณพ่อของเขาถูกฆาตกรรม จอร์เเดน จึงหันมาเริ่มเล่นเบสบอลอาชีพ ซึ่งถือเป็นฝันที่พ่อของเขาอยากจะเห็น...ทีม ชิคาโก้ ไวท์ ซ็อกซ์ ทีมที่มีเจ้าของเดียวกับ ชิคาโก้ บูลส์ ดึงตัว จอร์เเดน มาอยู่กับทีม ก่อนส่งให้ทีมลูกในลีกรองอย่าง เบอร์มิ่งแฮม บารอนส์ ใช้งาน  

สำหรับฟอร์มในการเล่นเบสบอลของ จอร์เเดน ถือว่าไม่ดี แต่ก็ไม่แย่จนถึงขั้นส่ายหน้า  โดยสถิติของเขาคือทำไป 3 โฮมรัน, 51 runs batted in , 30 stolen bases , 114 strikeouts, 51 base on balls และ  11 errors

ในช่วงที่ จอร์เเดน ไปเล่นเบสบอลอาชีพ ชิคาโก้ บูลส์ ฟอร์มย่ำแย่หนัก หลังจากนั้น 1 ปี ไมเคิล จอร์เเดน จึงกลับมาเล่นให้บาสเก็ตบอลอีกครั้งและพา บูลส์ คว้าแชมป์ NBA เพิ่มอีก 3 สมัย

 

ทิม วีเซ่

นายด่านของ แวร์เดอร์ เบรเมน คือ 1 ในผู้รักษาประตูที่ฝีมือดีระดับต้นๆของ ยุโรป โดยความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุดคือการพานกนางนวลคว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ในปี 2009 และการติดทีมชาติเยอรมันชุดคว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลกปี 2010 อีกด้วย

วีเซ่ เล่นฟุตบอลอาชีพอยู่ถึง 14 ปี จนกระทั่งแขวนถุงมือกับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในฤดูกาล 2013-14 หลังจากที่ไม่ได้ลงสนามมากนัก นอกจากนี้ยังมีอาการบาดเจ็บตามรบกวนอยู่ตลอด และมีข่าวว่าเขาแอบจัดปาร์ตี้โดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย ดังนั้นเจ้าตัวจึงเริ่มหันมาเอาดีทางด้านการเพาะกายและหลังจากการปรากฎตัวบนหน้าสื่อครั้งต่อไป วีเซ่ ก็ตัวบักใหญ่ชนิดที่ว่ากลายเป็นคนละคนไปเลยทีเดียว

ในปี 2016 วีเซ่ เซ็นสัญญากับ WWE และได้ลงไปปล้ำในการเเข่งขันที่ มิวนิค ช่วงทัวร์ยุโรป โดยเจ้าตัวใช้ชื่อในวงการว่า "เดอะ แมชชีน" โดยในแมตช์ดังกล่าวขึ้นเวทีในฐานะคู่แท็กทีมกับ เชมัส ซึ่งคว้าชัยชนะได้อีกด้วย

 

แกรนท์ โฮลท์

อดีตหัวหอกฟอร์มร้อนแรงของ นอริช ซิตี้ ยุคขึ้นชั้นมาพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2013 เป็นกองหน้าอังกฤษสไตล์โบราณ นั่นคือรูปร่างสูงใหญ่ ทักษะไม่ดี แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องลูกหนักลูกพละกำลังที่ไม่เป็นรองใครแน่นอน

หลังจากที่ลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกได้ปีเดียว โฮลท์ ก็เริ่มเข้าสู่ปั้นปลายอาชีพเพราะอายุเริ่มมากขึ้น จนกระทั่งในวัน 37 ปี เขาไปทำหน้าที่ผู้เล่นและโค้ชควบสองตำแหน่งให้กับบาร์โรว์ ทีมนอกลีกของอังกฤษ แต่ดูเหมือนว่าไฟในวงการลูกหนังของเขาเริ่มมอดลงเรื่อยๆ จนทำให้เจ้าตัว หันไปเอาดีด้วยการซุ่มฝึกเป็นนักมวยปล้ำในช่วงเวลานั้น

โดยหลังจากที่แขวนสตั๊ดไปฝันของ โฮลท์ ก็เเป็นจริงเมื่อสมาคมมวยปล้ำของโลกได้อนุมัติให้เขาลงปล้ำได้ในปี 2016 ก่อนที่เจ้าตัวจะได้เซ็นสัญญากับ WWE และได้ขึ้นปล้ำในฉายา "อูโก้ น็อกซ์"

 

บร็อก เลสเนอร์

ช่างเป็นมนุษย์ที่เกิดมาเพื่อเสพติดความรุนแรงเป็นชีวิตจิตใจเสียจริงสำหรับ บร็อค เลสเนอร์ ชายร่างยักษ์เคยก้าวขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของวงการมวยปล้ำอาชีพด้วยการคว้าแชมป์รุ่นเฮฟวี่เวท ในวัย 25 ปี และกลายเป็นแชมป์ที่อายุน้อยที่สุดใประวัติศาสตร์ WWE อีกด้วย

เส้นทางชีวิตนักกีฬาของ บร็อก ยังดำเนินต่อไปเพราะหลังจากลงเล่นเกม เวรสเซิลมาเนีย ครั้งที่ 20 เขาก็ออกจาก WWE และหันไปเป็นนักอเมริกันฟุตบอลและได้เล่นในระดับ NFL อีกด้วย

บร็อก เป็นผู้เล่นตำแหน่งดีเฟนซีฟแท็คเกิลให้กับทีม มินเนโซต้า ไวกิ้ง ในช่วงปี 2004 แต่ก็อยู่ในวงการคนชนคนได้แค่ระยะสั้นๆเขาก็กลับมาโชว์ลีลาในกีฬามวยปล้ำอีกครั้ง หนนี้เขาข้ามสานเป็นมวยปล้ำอาชีพที่ญี่ปุ่น (NJPW) ซึ่งเขาก็คว้าแชมป์ได้อีกตามเคย

เส้นทางนักสู้ดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งในปี 2008  บร็อก เข้าสู่วงการมวยกรง MMA และขึ้นชกไปทั้งหมด 8 แมตช์ และกลายเป็นแชมป์ UFC รุ่นเฮฟวีเวท โดยกลายเป็นนักสู้ที่มีรายรับมากที่สุด ด้วยการสะสมเงินรางวัลกว่า 5.3 ล้านเหรียญ เลยทีเดียว

ในปี 2012 บร็อก เลสเนอร์ กลับมาเป็นนักมวยปล้ำเป็นหนที่ 3 และยังอยู่ยั้งยืนยงจนถึงทุกวันนี้ ส่วนความสำเร็จก็ไม่ต่างจากเดิมมากนัก เขาก้าวขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของ WWE เป็นครั้งที่ 2 ด้วยการคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวทในปี 2014-15 ขณะที่ปัจจุบันในวัย 41 ปี เขายังเป็นแชมป์ Universal Champion ในปี 2017 ด้วยการคว่ำ โรแมน เรนส์ อีกด้วย

 

บิล โกลเบิร์ก

นักมวยปล้ำหัวโล้นนั้นมีมากมาย แต่ที่หัวโล้นแล้วมีคาแร็คเตอร์ที่เท่ระเบิดที่สุดคงหนีไม่พ้น บิล โกลเบิร์ก ที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้

หลายท่านคนรู้ดีกว่า โกลด์เบิร์ก คือหนึ่งในตำนานนักมวยปล้ำก่อนที่ WWE จะก่อกำเนิดด้วยซ้ำไป เขาเป็นเหมือนไม้เบื่อไม้เมากับซูเปอร์สตาร์อย่าง ฮัลค์ โฮเเก้น ตั้งแต่สมัย WCW ซึ่งใน โกลด์เบิร์ก เคยเอาชนะและคว้าแชมป์ WCW มาเเล้ว นอกจากนี้หลังจากที่วงการมวยปล้ำเฟื่องฟู WWE เกิดขึ้น โกลด์เบิร์ก ก็ยังถือเป็นสตาร์เบอร์ต้นๆมาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงที่เอาชนะ "เดอะ ร็อค" และเป็นแชมป์เฮฟฟี่เวท

น้อยคนนักจะรู้ว่า ก่อนที่ บิล โกลด์เบิร์ก จะกลายมาเป็นโกลด์เบิร์ก ในวงการมวยปล้ำ เขาคนนี้คือหนึ่งในนักอเมริกันฟุตบอลที่เชี่ยวชาญมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในไฮสคูลและมหาวิทยาลัย

ในปี 1990 เขาเคยถูก ลอส แองเจลิส แรมส์ ดราฟต์มาอยู่กับทีมเป็นลำดับที่ 11 ก่อนแจ้งเกิดได้จริงๆในช่วงที่อยู่กับ แอตเเลนต้า ฟัลค่อน และได้ลงเล่นใน NFL ในช่วงปี 1992-1994 หลังจากนั้น เขาถูกถอดออกจากทีม และไม่เคยได้เล่นอีกเลย เพราะอาการบาดเจ็บที่กระดูกเชิงกราน จนทำให้เขาไม่สามารถประสบความสำเร็จได้บนสังเวียนคนชนคน

"บอกไม่ถูกเหมือนกันมันคือช่วงเวลาที่ประสบการณ์และความรู้สึกเข้ามาประสมปนเปกันไปหมด" โกลด์เบิร์ก เคยให้คำจำกัดความถึงชีวิตนักอเมริกันฟุตบอลที่สั้นกว่าที่เจ้าตัวคาดหวังไว้

แม้จะเป็นความผิดหวัง แต่เส้นทางของเขาหลังจากนั้นก็ประสบความสำเร็จอย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้น นอกจากนี้เขายังได้รับโอกาสในวงการบันเทิงด้วยการแสดงภาพยนตร์เรื่อง The Longest Yard ที่เกี่ยวกับ อเมริกัน ฟุตบอลโดยมี อดัม แซนด์เลอร์ เป็นดารานำอีกด้วย

หากจะถามว่าเขารักและคลั่งไคล้อเมริกันฟุตบอลมากขนาดไหนก็คงต้องบอกว่าสมัยที่โด่งดังในวงการมวยปล้ำ เขามีท่าไม้ตาย 2 ท่า ท่าแรกคือ แจ็ค แฮมเมอร์ ส่วนท่าที่ 2 คือ สเปียร์ โดยท่านี้ได้รับการดัดแปลงมาจากการเข้าแท็คเกิลในอเมริกันฟุตบอลนั่นเอง

 

เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์

มาดูนักกีฬาไทยกันบ้าง...สำหรับฟุตบอลไทยยุค '90 ไม่มีใครที่จะเฉียบขาดไปกว่า เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ อีกแล้ว  เขาคือนักเตะที่ยิงระเบิดในทุกรายการแข่งขัน เรียกได้ว่าเเข้งลูกครึ่งรายนี้แจ้งเกิดสุดๆในช่วงที่เล่นให้ทีมชาติไทยในศึกซีเกมส์ที่เขายิงคนเดียวไปถึง 6 ประตู

ความยอดเยี่ยมนี้ทำให้วงการฟุตบอลไทยเล็กเกินไปสำหรับเขา และเจ้าตัวเองก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะ อัลเฟร็ด ก็โชว์ผลงานได้เข้าตาจน ไบรอัน ร็อบสัน กุนซือของ มิดเดิลสโบรห์ ในเวลานั้นต้องเรียกตัวเขาไปทดสอบฝีเท้าเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามการขอใบอนุญาตทำงานในอังกฤษไม่ใช่เรื่องง่าย และด้วยความที่การประสานงานของสมาคมฟุตบอลในยุคสมัยนั้นอาจจะมีความล่าช้าไม่ตรงจุด จนทำให้ที่สุดเเล้วโครงการดังกล่าวก็ล้มพับลงไป ส่วน อัลเฟร็ด เองก็ผิดหวังจนถึงขั้นหมดไฟ ที่จะเล่นฟุตบอลต่อเลยทีเดียว

เขาตัดสินใจแขวนสตั๊ดอย่าางรวดเร็วหลังจากนั้น  อัลเฟร็ด เดินไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ จากนั้นก็ได้เริ่มทำความรู้จักกับกีฬากอล์ฟ และเอาจริงเอาจังกับมันมากขึ้น จนกระทั่ง 4 ปีให้หลังอดีตยอดดาวยิงทีมชาติไทยก็ได้เล่นอาชีพในที่สุด

“ครั้งแรกที่ผมเริ่มเล่น ผมตีไม่โดนลูกกอล์ฟ เป็นกีฬาเดียวที่ไม่สามารถเล่นได้ในทันที กว่าจะตีโดนลูกก็นานอยู่ ผมใช้เวลา 4 ปี ก็เทิร์นโปรจนได้" เนติพงษ์ เล่าถึงความพยายามในกีฬาชนิดใหม่

บนเส้นทางกอล์ฟอาชีพ แม้จะเทิร์นโปรสำเร็จแต่อัลเฟร็ดก็อยู่กับมันได้ไม่นาน เพราะระดับของเขายังไม่ถึงนักกีฬาสายล่าและสมสมเงินรางวัล จึงทำให้สุดท้าย เขาหันกลับมาทำอาชีพโปรสอนกอล์ฟและโค้ชฟิตเนส และล่าสุดกลับมาเป็นโค้ชทีมฟุตบอลในไทยลีก

 

เจน วงษ์วรโชติ

 

อดีตนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยอย่าง เจน วงษ์วรโชติ ใช้ชีวิตเติบโตอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เธอเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งได้ส่งโปรไฟล์มาให้ทีมชาติไทยพิจารณาและสุดท้ายก็ได้กลายเป็นนักเตะของทัพชบาแก้วในช่วงปี 2003-10 โดยมีโอกาสได้ไปแข่งซีเกมส์ปี 2003 ที่ประเทศเวียดนามด้วย

อย่างไรก็ตามด้วยความที่กีฬาฟุตบอลหญิงนั้นไม่บูมมากมายนัก และ เจน ก็อายุมากขึ้นเรื่อย จนกระทั่งในวัย 29 ปี เธอจึงเริ่มถอยออกจากทีมชาติเพื่อเปิดโอกาสให้รุ่นน้องและกลับมาเป็นอาจารย์สอนวิชาพลศึกษาที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงนิวยอร์ค หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกเพื่อนเทรนเนอร์ช่วนไปวิ่งฮาล์ฟมาราธอน (21 กิโลเมตร) จนสุดท้ายเธอก็พบว่านี่คือสิ่งที่ตัวเองตามหา

เจน เริ่มเดินหน้าวิ่งอย่างจริงจัง พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเกือบได้ไปโอลิมปิก เกมส์ ปี 2012 ที่ประเทศอังกฤษ ทว่าเจ้าตัวกลับมีปัญหาอาการบาดเจ็บจากการซ้อมเสียก่อน ฝันดังกล่าว จึงต้องหยุดลงไป

อย่างไรก็ตามใน โอลิมปิก เกมส์ ปี 2016 ที่ประเทศบราซิล เจน กลับมาอีกครั้งและได้ลงเเข่งขันในรายการมาราธอนหญิง โดยในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทย เจน เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 91 จากนักวิ่งทั้งหมด 157 คน โดยทำเวลาไว้ที่ 2 ชั่วโมง 47 นาที



แหล่งอ้างอิง

http://swimpractice.com/tim-duncan/tim-duncan-didnt-beat-michael-phelps-and-ryan-lochte-at-swimming-as-a-kid-and-heres-proof/

https://www.fourfourtwo.com/th/features/biechnet-lichaaraachuu-phmklaayepnaechmpsilpatsuuaidyangaingnganehr?page=0%2C1



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง