mainstand

Lifestyle

เข้ากันได้กับทุกสไตล์ - ที่ผ่านมาแบรนด์ นันยาง X กับใครมาแล้วบ้าง?



เชื่อว่าทุกคนโดยเฉพาะผู้ชายที่เคยผ่านการเป็นนักเรียนมาก่อนต้องรู้จักแบรนด์ “นันยาง” เป็นอย่างดี เนื่องจากนี่คือหนึ่งในแบรนด์ที่รองเท้านักเรียนชายที่ได้รับความความนิยม และมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแบรนด์หนึ่งของประเทศไทย


 

นับตั้งแต่จดทะเบียนการค้าอย่างเป็นทางการในชื่อ “นันยาง ตราช้างดาว” กับกระทรวงพาณิชย์ในปีพ.ศ. 2492 ถึงปัจจุบันเวลาก็ล่วงเลยมาแล้วกว่า 70 ปี แบรนด์นันยางก็ยังคงยืนหยัดเป็นไอเท็มชิ้นสำคัญคู่นักเรียนไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง นอกจากนั้นด้วยความแข็งแรงทนทาน ใช้งานได้หลากหลายของรองเท้านันยาง และราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ จึงทำให้นอกจากเป็นรองเท้าที่นิยมในหมู่นักเรียนชายแล้ว ในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่รักการเล่นกีฬาก็นิยมไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะวิ่ง, ตะกร้อ, ฟุตซอล และอีกมากมายคือภาพที่เห็นอย่างชินตา

แต่ในขณะเดียวกัน นันยาง ก็มีความพยายามทาการตลาดให้ทันยุคทันสมัยด้วยเช่นกัน ดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นแบรนด์นันยาง X หรือ Collaboration กับแบรนด์หรือบุคคลต่างๆ มาแล้วมากมาย ซึ่งในแต่ละคอลเลคชันนั้นก็สวยงาม มีความหรูหรา ลวดลายที่ฉูดฉาด สีสันที่แปลกตาเพิ่มเข้ามา แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งเอกลักษณ์ของ นันยาง

ในครั้งนี้เราจะพาไปย้อนดูว่า นันยาง เคย X กับใครมาแล้วบ้าง เพื่อเป็นการยืนยันว่านี่ไม่ใช่แบรนด์รองเท้านักเรียน แต่เป็นแบรนด์ที่เข้ากับผู้คนได้ทุกวัยทุกสไตล์อย่างแท้จริง ติดตามได้ที่ Main Stand

 

Nanyang X Koi Suwannagate

แบรนด์นันยางนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ของคนไทยเพื่อคนไทยอยู่แล้ว เนื่องจากวัสดุที่ใช้ทำรองเท้านั้นมาจากยางพาราในประเทศไทย 100% และเอกลักษณ์นี้ก็ยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อในปี 2016 นันยางได้ทำการ Collaboration กับ คุณก้อย นันทิรัตน์ สุวรรณเกต นักออกแบบเสื้อผ้า ผู้มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา ภายใต้ชื่อ "ก้อย สุวรรณเกต"

โดยการ X กันครั้งนี้คือการที่คุณก้อยได้นำ "ผ้าไหมยกดอก" จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งถือเป็นผ้าขึ้นชื่อของทางภาคใต้มาผสมผสานกับรองเท้าผ้าใบในสไตล์นันยาง ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงเป็นรองเท้าผ้าใบที่มีลวดลายและสีสันในแบบของผ้าไหม ดูหรูหรา มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากรองเท้านันยางดั้งเดิมอย่างชัดเจน

Nanyang X Koi Suwannagate เปิดตัวครั้งแรก ณ วังปารุสกวัน เมื่อ วันที่ 14 ส.ค. พ.ศ. 2558 ในงาน "วิถีแห่งไหม วิถีไทย เทิดไท้ราชินี" เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยมีจนวนจำกัดเพียง 40 คู่เท่านั้น ราคาคู่ละ 3,800 บาท

 

Nanyang X Fedfe

Nanyang X Fedfe เกิดจากแนวคิดที่ว่า หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป ทั้งอาคารสถานที่ ผู้คน วัฒนธรรม แฟชั่น แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนไป คือ "รองเท้านันยาง" ที่ยังอยู่คู่เท้านักเรียนไทยมาโดยตลอด

ย้อนไปกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว Fedfe ถือเป็นกลุ่ม YouTuber และ Influencer ที่ทรงอิทธิพลและมีชื่อเสียงในหมู่วัยรุ่นประเทศไทยเป็นอย่างมาก นั้นจึงเป็นที่มาของแคมเปญ "วีรกรรม วีรเกรียน" เกิดขึ้น

โดยในแคมเปญนี้ทางกลุ่ม Fedfe ได้ย้อนคืนสู่วันเก่าด้วยการกลับไปเยือน “โรงเรียนราชดำริ” ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เพื่อนในกลุ่ม Fedfe เกือบทั้งหมดเติบโตมาด้วยกัน และได้โชว์ความเกรียนให้รุ่นน้องศิษย์ปัจจุบันได้ดู นอกจากนั้นยังได้มีการแจกของรางวัลให้กับน้องๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยหนึ่งในนั้นก็คือรองเท้ารุ่นพิเศษอย่าง Nanyang X Fedfe นี่แหละ

 

Nanyang x Stamp

ชื่อของ แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ถือเป็นหนึ่งในศิลปินนักร้อง นักแต่งเพลง ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น นอกจากนั้นเขายังมีภาพจำคือการแต่งกายสไตล์ “เดนิม” หรือสไตล์ที่เน้นเสื้อผ้ายีนส์เป็นหลักนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ในปี 2016 แบรนด์นันยางจึงได้ร่วมมือกับ แสตมป์ พัฒนาและออกแบบรองเท้าผ้ายีนส์ ใช้เนื้อผ้ายีนส์ Pre-washed Denim พัฒนาจากรองเท้านันยางรุ่น 205-S และใช้ผ้า Denim ทอแบบลายสองแทยงซ้าย และฟอกสำเร็จ (Pre-washed) เพื่อลดปริมาณการสีตกและป้องกันการหดตัวของผ้า ผ้านิ่มขึ้น ใส่สบาย ระบายความชื้น (เหงื่อ) ได้ดี พื้นรองเท้าด้านใน นอกจากนั้นในส่วนของลวดลายก็เป็นลายคาแรคเตอร์ของแสตมป์แบบ 8-bit และลูกค้าทุกคนที่ได้ซื้อจะได้ของแถมเป็นปิ๊กกีตาร์สีขาวอีกด้วย

Nanyang x Stamp นั้นมีการผลิตแบบ Limited Editiion แค่ 1,000 คู่เท่านั้น โดยในตอนนั้นราคาอยู่ที่คู่ละ 890 บาท

 

Nanyang x Hajime Sorayama x EchoOne ArtSpace

โปรเจ็กท์ Nanyang x Hajime Sorayama x EchoOne ArtSpace เกิดจากการที่นันยางได้รับเกียรติจากศิลปินระดับโลกชาวญี่ปุ่น ฮาจิเมะ โซรายามา (Hajime Sorayama) ให้ร่วมผลิตรองเท้ารุ่นพิเศษ โดยมี Sexy Robot ซึ่งเป็นงานชิ้นสำคัญที่สุดของท่านบนรองเท้านันยาง (ปัจจุบันภาพจริง Original Painted นี้ มีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านบาท) เมื่อครั้งที่ โซรายามา เดินทางมาเปิดนิทรรศการงานศิลปะเมื่อปี 2017 ณ เอคโค่วัน อาร์ตสเปซ ชั้น 9 อาคารสยามกลการ ถนนพระราม 1

Nanyang x Hajime Sorayama x EchoOne ArtSpace สนนราคาอยู่ที่คู่ละ 2,900 บาท มีจำนวนจำกัดเพียง 150 คู่ และมีการวางจำหน่ายในวันงานนิทรรศการเพียงวันเดียวเท่านั้น ไม่มีการจำหน่ายทางช่องทางอื่นแต่อย่างใด

 

Nanyang x Kraftka

การ Collaboration ครั้งนี้ค่อนข้างจะแตกต่างจากครั้งอื่นๆ เนื่องจากไม่มีรูปแบบสินค้าที่วางจำหน่ายตายตัว แต่โปรเจ็กท์ Nanyang x Kraftka คือการที่ นันยาง ได้จับมือร่วมกับ Kraftka ศูนย์รวมนักออกแบบรองเท้าสนีกเกอร์จากทั่วโลก เปิดบริการใหม่ ที่ทำให้คุณสามารถออกแบบลวดลายที่ต้องการลงบนรองเท้าผ้าใบนันยางตำนาน (รุ่น 205-S) ได้ด้วยตัวเอง

โดยวิธีก็ง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแค่เลือกขนาดรองเท้านันยาง จากนั้นก็อัปโหลดรูปที่ต้องการให้กลายเป็นลวดลายบนรองเท้า สุดท้ายก็ชำระเงิน 590 บาท ที่เหลือก็รอให้รองเท้าพร้อมลวดลายที่เลือกมาส่งให้ถึงบ้านเท่านั้น ถือเป็นอีกหนึ่งโปรเจ็กท์ของนันยางที่ตอบโจทย์แฟชั่นคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการมีไอเท็มที่บ่งบอกตัวตนของตัวเองได้อย่างตรงจุด

 

Nanyang X Hummingbirds

โปรเจ็กท์ใหม่ล่าสุดของทาง นันยาง ที่เกิดขึ้นเพื่อต้อนรับกระแส New Normal จากวิกฤติการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 โดยความร่วมมือกันระหว่าง นันยาง กับ Hummingbirds บริษัทที่ปรึกษาด้านด้านการหา insight เพื่อออกแบบกลยุทธ์การตลาด พัฒนาโปรเจ็กท์วิจัยเฉพาะกิจ

โดยผลลัพธ์ของการค้นคว้าวิจัยพบว่าเด็กไทยมีปัญหากับการผูกเชือกรองเท้าเป็นอย่างมาก โดยแต่ละคนอาจต้องสัมผัสกับเชือกรองเท้ามากกว่า 10 ครั้งต่อวัน ซึ่งส่งผลให้เสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย 

ดังนั้น Nanyang X Hummingbirds ในชื่อสินค้า Nanyang Have Fun ซึ่งเป็นรองเท้าแบบไม่ต้องผูกเชือกจึงออกมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในแนวทางเพื่อบรรเทาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น 

Nanyang Have Fun มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีขาว ดำ และน้ำตาล โดยเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

 

รองเท้าคอลเลกชันพิเศษ

นอกจากจะมีรองเท้าที่เกิดจากการ Collaboration กับแบรนด์หรือบุคคลอื่นแล้ว นันยาง ก็มีรองเท้าคอลเลกชันพิเศษที่เกิดขึ้นตามโอกาสหรือสถานการณ์บ้านเมืองต่างๆ ด้วยเหมือนกัน และนี่คือคอลเลกชันเหล่านั้นที่เราถือโอกาสนี้หยิบยกมาพูดถึงด้วยไปเลย

- KHYA : คอลเลกชันจากปี 2019 เกิดจากเจตนารมณ์ที่ต้องการให้โลกมีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น เนื่องจากนีืคือรองเท้าแตะที่ผลิตจากขยะทะเล 5 กิโลกรัม โดยรวมตลอดทั้งโปรเจ็กท์มียอดสั่งซื้อทั้งหมด 27,886 คู่ คิดเป็นขยะประมาณ 139,430 กิโลกรัมที่ นันยาง ช่วยในการกำจัดออกไปจากทะเล

- NanyangRED : รองเท้าคอลเลกชันพิเศษที่เกิดจากคำประกาศกร้าวว่า นันยาง จะผลิตรองเท้าผ้าใบสีแดงเพื่อร่วมฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018-19 ไปกับสโมสรลิเวอร์พูล (ก่อนที่จะกลายเป็นการฉลองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก แทน) 

หลังจากนั้นไม่นาน NanyangRED ก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ใช้ต้นแบบเป็นรองเท้านันยางรุ่น 205-S ตำนานรองเท้าผ้าใบพื้นสีเขียวที่เป็นรุ่นยอดนิยมของนันยางมาทำให้กลายเป็นสีแดง โดยซ่อนความพิเศษมากมายอย่างหมุดสีทอง 6 อัน สื่อถึงแชมป์ UCL 6 สมัยของลิเวอร์พูล พร้อมเชือกสีแดง และเชือกสีขาว (ปลายทอง) รวมถึงมี Serial Number พร้อมกล่องแบบพิเศษประจำรองเท้าแต่ละคู่ 

NanyangRED เปิดให้ผู้สนใจสั่งจอง ในวันเสาร์ที่ 22 มิ.ย. พ.ศ. 2562 เวลา 10.00 - 11.36 น ทาง Facebook @NanyangLegend ราคาคู่ละ 600 บาท และจะผลิตออกมาตามจำนวนที่สั่งจองในวันนั้นเท่านั้น 

- พิทักษ์๖๑ : คอลเลกชันที่ถือกำเนิดเนื่องในโอกาสวันป่าไม้โลก (21 มีนาคม) เมื่อปี 2018 โดยรายได้ที่ได้จากการจำหน่ายรองเท้ารุ่น “พิทักษ์ ๖๑ ลิมิเต็ดอิดิชั่น” ไม่หักค่าใช้จ่าย มอบให้พนักงานพิทักษ์ป่าผ่านกองทุนสวัสดิการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำไปใช้เป็นสวัสดิการพนักงานพิทักษ์ป่า ซื้ออาหารและค่ารักษาพยาบาล

ผลิตจำนวน 500 คู่ จำหน่ายราคา 1,000 บาท จำหน่ายทางออนไลน์ และหมดภายใน 30 วินาทีเท่านั้น

- Nanyang Asian Games 2014 : ในมหกรรมกีฬาของชาวเอเชียที่เกาหลีใต้ อินชอนเกมส์ 2014 
กองทัพนักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทยทั้งชายและหญิงได้สวม “รองเท้าผ้าใบนันยางรุ่นอินชอน 14” เพื่อเป็นกำลังใจให้คว้าชัยชนะและความภูมิใจกลับบ้าน ซึ่งพวกเขาและเธอก็คว้า 4 เหรียญทองเป็นของขวัญให้ชาวไทยทั้งประเทศได้สำเร็จ

รองเท้านันยางรุ่นนี้ ไม่มีจำหน่าย ผลิตขึ้นตามจำนวนของนักตะกร้อทีมชาติไทย และขนาดรองเท้าเฉพาะนักกีฬาแต่ละคน โดยมีความพิเศษอยู่ที่ "สี" ของรองเท้านันยาง ที่เป็นไปตามสีของชุดนักกีฬาทีมไทย คือสีแดง และ สีน้ำเงิน นั่นเอง

เหลืองแดง-ไวท์พิ้งค์ รุ่น COVID Edition : รองเท้าแตะ​ที่ถือเป็นหนึ่งสีสันในช่วงวิกฤติ​ COVID-19 เนื่องจากกระแส "มาร์เก็ต​เพลส" ที่เกิดขึ้นในเฟซบุ๊ก​ โดยเฉพาะชาวจุฬา​ลงกรณ์​มหาวิทยาลัย​ และมหาวิทยาลัย​ธรรมศาสตร์

ทาง นันยาง ได้ไอเดียจากตรงนี้ จึงผลิตรองเท้าแตะที่ได้รับแรงบันดาลใจในเรื่องสีและลวดลายของทั้ง 2 สถาบัน ในราคาคู่ละ 199 บาท กำไรจากการจำหน่ายรองเท้าช้างดาวรุ่นนี้จะขอมอบให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง