mainstand

Voice of People

Coconut Empire : บอร์ดเกมเสียดสีการเมืองไทย ที่ได้ทั้งสาระและความสนุก



ในฐานะคนไทย สิ่งหนึ่งที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด คือ "การเมืองไทย" ไม่ว่าจะมองการเมืองด้วยมุมไหน เราไม่สามารถปฏิเสธข้อเท็จจริงที่ว่า "เกมแห่งอำนาจ มีผลต่อชีวิตของทุกคนในสังคม"


 

ท่ามกลางเกมที่ต้องแย่งชิงผลประโยชน์ ไม่มีใครอยากเป็นเบี้ยที่อยู่บนกระดาน หากเราเลือกได้ทุกคนล้วนอยากเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ สร้างผลประโยชน์แบบที่เราต้องการ

Coconut Empire คือบอร์ดที่เปิดโอกาสให้คุณ ได้ลองสร้างประสบการณ์การเป็นผู้มีอำนาจภายใต้บริบทแบบสังคมไทย ผ่านการหยิบเอาเรื่องราวทางการเมืองในบ้านเรา มาใส่บนเกมกระดาน ที่ช่วยให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับ การจัดสรรอำนาจแบบไทยๆ และบริหารบ้านเมือง แบบที่ชนชั้นนำของประเทศเรา ทำจนเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน

Main Stand จะพาคุณไปพูดคุยกับ วิภาพรรณ วงษ์สว่าง ผู้สร้างเกม Coconut Empire ถึงบอร์ดเกมที่นำเรื่องราวในสังคมไทย มาใส่ลงในบอร์ดเกม ที่ทุกคนสามารถสร้างความสนุก เสียงหัวเราะ และภาพสะท้อนของสังคมไทย ผ่านบริบทการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง บนเกาะ Coconut ผ่านสโลแกนของเกมที่ว่า

"บอร์ดเกมที่คุณได้เป็นอีลีท และปกครองด้วยระบอบเผด็จการ แข่งกันฮุบอำนาจด้วยกติกาที่ไม่แฟร์ ตั้งแต่ต้น"

 

ที่มาของบอร์ดเกมการเมือง

"เราเริ่มทำเกมนี้ ช่วงเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย เป็นงานที่ต้องส่งอาจารย์ เราเรียนสายกราฟฟิค ได้ทำสื่อมาหลายอย่าง ทั้งภาพ, วิดีโอ, กราฟฟิค แต่ไม่เคยทำเกม อยากลองทำ ซึ่งส่วนตัวคิดว่า ถ้าทำเป็นเกมคอมจะยากไป จึงเลือกทำเป็นบอร์ดเกม"

"พื้นฐานตอนสร้างเกม พัฒนามาจากเกมกระดาษ ที่เคยทำเล่นกับเพื่อนสมัยเรียนประถม คิดขึ้นมาแบบบ้าน ๆ เรามองว่าสมัยก่อน เราสามารถสร้างเกมได้ ตอนนี้น่าจะทำได้เหมือนกัน เริ่มทำขึ้นมาแบบไม่มีหลักอะไร"

"ตอนแรกที่คิดจะทำ อยากทำเป็นเกมผจญภัยทั่วไป ให้เด็กเล่น พอลองให้คนเล่นเพื่อหาฟีดแบ็ค เราคิดว่าเกมมันน่าจะมีธีม ที่ช่วยให้เกมน่าสนใจมากขึ้น เราจึงลองมองหาสิ่งรอบตัว มาเป็นเนื้อเรื่องให้กับเกม" วิภาพรรณ วงษ์สว่าง ผู้สร้างเกม Coconut Empire กล่าวถึงที่มาของเกม 


ช่วงเวลาที่วิภาพรรณ เริ่มทำบอร์ดเกมของตัวเอง เกิดเหตุการณ์สำคัญกับการเมืองไทย คือ การรัฐประหาร พ.ศ. 2557 และการเข้ามามีอำนาจของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ทำให้เธอเริ่มเห็นเรื่องราวในสังคม ที่สามารถนำมาเป็นเนื้อเรื่อง ในเกมของเธอ

"เราสนใจเรื่องการเมืองมาตั้งแต่ตอนเรียนมัธยม รู้สึกว่าประเทศไทย มีการใช้อำนาจนิยมอยู่ในสังคม ในรูปแบบที่ตายตัว เป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่น แต่คนสามารถที่จะอยู่ได้ โดยไม่ตั้งคำถาม"

"ส่วนตัวคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ต้องเจอการลิดรอนสิทธิค่อนข้างเยอะ แต่เด็กกลับไม่มีอำนาจ ที่จะโต้แย้ง เช่น การเข้าแถวหน้าเสาธง, เรื่องทรงผม พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เจอระบบโซตัส มีอำนาจนิยมอยู่มากในสังคม ที่ทำให้เราต้องยอม อยู่ท่ามกลางเกมของอำนาจ"

"เราเก็บสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม มาใส่ไว้ในเกม แล้วพัฒนาคาแรคเตอร์ตัวละครขึ้นมา แต่การสร้างเกม ยังคงเรื่องความสนุกของเกมเป็นหลัก สร้างพื้นฐานของเกม ให้ออกมาเป็นแบบไหนจึงจะสนุก หลังจากนั้นค่อยเอาเรื่องการเมืองใส่ลงไป ซึ่งพบว่าเชื่อมโยงได้ง่ายมาก เพราะบอร์ดเกมผจญภัย พื้นฐานคือการจัดสรรอำนาจ ช่วงชิงสรรพยากร นั่นคือการเมือง"

โปรเจกต์ของ วิภาพรรณ ผ่านไปด้วยดี เพียงแต่เธอรู้สึกว่าบอร์ดเกมของตัวเอง ยังไม่เสร็จสิ้น สามารถไปต่อได้ มากกว่าชิ้นงานส่งอาจารย์ เธอจึงพัฒนาเกมของเธอต่อ เพื่อให้ออกมาเป็นบอร์ดเกมที่เล่นได้จริง และวางจำหน่ายได้ เหมือนกับบอร์ดเกมทั่วไป 


"เราใช้เวลา 5 ปีในการพัฒนาเกม ส่วนหนึ่งเพราะว่า ตอนที่เริ่มทำ สังคมคนเล่นบอร์ดเกม ไม่ได้เฟื่องฟูแบบทุกวันนี้ จึงหาฟีดแบ็คได้ยาก กว่าจะชวนเพื่อนมาเล่น อธิบายให้เข้าใจถึงการเล่นบอร์ดเกม ช่วงแรกเราแจกตัวเกมฟรี ทางอินเทอร์เน็ต ให้คนไปปรินท์เล่นเองที่บ้าน เพราะอยากรู้เสียงตอบรับของเกม"

"การทำเกมตัวนี้ ต้องศึกษาสองด้าน อย่างแรกคือเรื่องเกม เราไม่ได้ศึกษาผ่านเกมเล่นเกม ของต่างประเทศมาก แค่หาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะเราสร้างเกมนี้ขึ้นมาแบบบ้าน ๆ เราอยากทำแบบนั้นต่อไป"

"อีกด้านคือเรื่องการเมือง เราศึกษาทฤษฎีหลายเรื่อง ที่สามารถช่วยอธิบายได้ว่า เหตุใดสภาพการเมืองไทย จึงเป็นอยู่แบบในปัจจุบัน ทำไมคนไทยถึงยอมรับกับอำนาจที่เป็นอยู่"

 

เกมที่ไม่มีประชาธิปไตย

หลังจากพัฒนานานหลายปี บอร์ดเกม Coconut Empire จึงเปิดให้พรีออเดอร์ ช่วงต้นปี 2562 จนถึงปัจจุบัน เกมนี้ขายไปได้เกือบ 1,000 ชิ้น จากการสนับสนุนของคนเล่นบอร์ดเกมทั่วไป หรือคนที่สนใจเรื่องการเมือง และอยากหาความสนุก จากการเล่นบอร์ดเกม


เกม Coconut Empire ไม่ใช่เกมที่มีวิธีการเล่นซับซ้อน ขั้นเริ่มต้นต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 4-6 คน (จะสนุกที่สุดถ้ามีผู้เล่น 6 คน) เพื่อสวมบทบาทเป็นตัวละครบนเกาะ Coconut ... ดินแดนที่ผู้นำคนเก่าได้เสียชีวิตไป และต้องการผู้นำคนใหม่ ขึ้นมาครองอำนาจแทน จึงนำไปสู่การเกิดศึกแย่งชิงอำนาจ ระหว่างชนชั้นนำบนเกาะ

ตัวละครในเกม ถูกพัฒนามาจากคาแรคเตอร์ ของคนในแวดวงการเมืองบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น คุณจิ้งจอกแดง (นายทุน), คุณหญิงคอลเลคเตอร์ (ชั้นชั้นนำอนุรักษ์นิยม), สหายกระโหลกดำ (นักปฏิวัติ), ฯพณฯ พันปี (เผด็จการทหาร), หม่อมเทพเทวดา (นักการเมืองผูกขาด) และ หม่อมท่านเทวดี (สถาบันกษัตริย์) 

หากผู้เล่นสักคน สามารถทำภารกิจของตัวละครได้สำเร็จ เกมจะจบลงทันที ด้วยการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง บนเกาะ Coconut ไปตามคาแร็คเตอร์ที่ชนะ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการจบได้ถึง 6 รูปแบบ กลับไม่มีระบอบประชาธิปไตย เป็นหนึ่งในฉากจบของ Coconut Empire


"เรามองว่า Coconut Empire สะท้อนสังคมไทย ในแง่ที่ว่า การตัดสินใจทางการเมือง จะมาจากกลุ่มชนชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นนายทุน, ข้าราชการ, ทหาร ขณะที่ประชาชนไม่ได้มีบทบาท ในการต่อรองอำนาจ เป็นเรื่องของชนชั้นนำทั้งหมด" 

"ในเกมตัวหมาก จะเป็นประชาชนทั้งหมด (ตัวละครหนูในเกม) ไม่มีสิทธิ์ต่อการตัดสินใจทั้งสิ้นภายในเกม เป็นเหตุผลที่เราไม่ได้ออกแบบเกม ให้มีฉากจบเป็นประชาธิปไตย เพราะประชาชนเป็นแค่เบี้ย และตัวละครที่มีอำนาจตัดสินใจเป็นชนชั้นนำ" 

"ตอนที่ทำเกม เราคิดว่า ถ้าผู้เล่นรับบทเป็นชั้นชั้นนำ คงเป็นเรื่องยาก ที่เขาจะคิดหรือเข้าใจ ความต้องการของประชาชน การทำฉากจบให้เป็นประชาธิปไตย จึงเป็นเรื่องยากในแง่ของการทำเกม เราหาไอเดียที่ดีพอไม่ได้ จนคิดว่า ถ้าจะให้ฉากจบเป็นประชาธิปไตย บางทีการสร้างเกมใหม่ อาจจะง่ายกว่า"

"พอได้มาลองเล่นเกมนี้ ผ่านการเป็นชนชั้นนำ จะรู้ว่าการเป็นชนชั้นนำ มองแค่เรื่องรักษาอำนาจของตัวเอง การจัดสรรผลประโยชน์เท่านั้น แม้กระทั่งในเกม ไม่ต้องสนใจว่าเบี้ยจะรู้สึกแบบไหน"

"เราคิดว่า จุดนี้แสดงให้เห็นภาพสังคมไทยปัจจุบัน เพราะรากฐานการเมือง เป็นเรื่องของชนชั้นนำ การพัฒนาสู่ประชาธิปไตยจึงเป็นเรื่องยาก อาจจะคิดไม่ออกว่า ไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร"


อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการเรียกร้องประชาธิปไตยเต็มใบ กลายเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่คนจำนวนไม่น้อยในสังคม หันมาให้ความสำคัญ 

ทำให้ผู้สร้างเกม Coconut Empire ตัดสินใจวางจำหน่ายตัวเสริมของเกม "สภาประชาชน" เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองภายในเกม ให้มีทิศทางความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

"ตัวเสริมของเกม จะลดอำนาจของฝ่ายรัฐบาลเผด็จการ ช่วยให้ฝ่ายอื่นมีช่องทางต่อรองได้มากขึ้น เช่น สร้างม็อบไปชุมนุมล้อมทำเนียบรัฐบาล หรือ ให้ต่างชาติเข้ามาช่วยแทรกแทรง แต่สุดท้ายทิศทางการต่อรองทั้งหมด ยังคงอยู่ในมือของกลุ่มชนชั้นนำเหมือนเดิม"

 

เกมที่เล่นนอกกระดาน 

ถึงจะเป็นเกมที่มีเนื้อหาด้านการเมือง Coconut Empire ไม่ใช่เกมที่ต้องมานั่งเครียด วางแผนจริงจัง เพื่อหาผู้ชนะ แต่เป็นเกมที่เน้นสร้างเสียงหัวเราะ ผ่านการชิงไหวชิงพริบ ปั่นประสาทระหว่างผู้เล่น เพื่อแย่งชิงอำนาจ และผลประโยชน์ บนเกาะ Coconut


"คนที่เล่นเกมนี้ ส่วนใหญ่เขาชอบเพราะว่ามันตลก และสนุกตรงที่ เราจะทำอะไรก็ได้ ตั้งกฎที่ไม่มีเหตุผลขึ้นมา ให้ผู้เล่นคนอื่นทำตาม" 

"เกมของเราจะมีกฎไว้แค่พอประมาณ เหมือนบอร์ดเกมทั่วไป เช่น วิธีการเดินของผู้เล่น, การซื้อของภายในเกม แต่เราจะมีการสร้างข้อกำหนดเพิ่มขึ้นมาได้ ขึ้นอยู่กับผู้เล่นที่มีอำนาจ เช่น จับไปขังคุกตามอำเภอใจ, ขอดูการ์ดของคนอื่น, เซนเซอร์คำพูดที่ตัวเองต้องการ ทำได้ทุกอย่าง ตามความต้องการของผู้มีอำนาจ" 

"ในเกมจะมีการให้คะแนนความดี ซึ่งความดีนั้นเป็นได้ทุกอย่าง ให้คะแนนได้ตามใจ แล้วแต่ผู้มีอำนาจจะกำหนด"

"บางคนไม่ชอบตรงนี้ แต่คนที่ชอบ หลายคนบอกว่า เขาชอบที่เกมนี้มันไม่มีเหตุผล เหมือนกับการเมืองไทย ที่เรามองว่าทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ตามใจผู้มีอำนาจ"

จุดเด่นสำคัญของเกม Coconut Empire คือไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เล่น แค่บนกระดานเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่สำคัญกับการเล่นเกมนี้ คือการต่อรองผลประโยชน์ ผ่านความสัมพันธ์ ระหว่างตัวผู้เล่น ที่จะช่วยให้เกมมีความสนุกมากขึ้น 


"เกมนี้ตอนจบเกม คนชนะจะไม่ได้มีแค่คนเดียว เพราะจะมีการจัดลำดับด้วย บางครั้งสถานการณ์ในเกม ทำให้ผู้เล่นหมดสิทธิ์ที่จะเป็นอันดับ 1 แต่ยังมีลุ้นที่ 2 หรือ 3" 

"สิ่งที่ตามมาคือ เราอาจจะช่วยคนที่มีอำนาจในเกมชนะ เพื่อที่ให้เขาช่วยเรา จะได้มีอันดับที่ดี หรือมีผู้เล่นสองคนกำลังแข่งกันอยู่ เราสามารถเลือกช่วย คนที่ให้ผลประโยชน์กับเรามากกว่า พอเป็นแบบนี้ จึงเกิดการต่อรองของผู้เล่น เช่นการดีลกันว่า ฉันช่วยเธอนะ เอาเงินมาให้ฉัน 1 ล้าน"

"เราคิดว่าจุดนี้ คือเสน่ห์ของ Coconut Empire ผู้เล่นต้องคุยกันเยอะมาก เพื่อต่อรอง จัดสรรผลประโยชน์ระหว่างกัน มีการจับกลุ่มอำนาจ หรือย้ายขั้วอำนาจ เกิดขึ้นได้หมด บางคนให้ฟีดแบ็คมาว่า ตอนเล่นเกมนี้ พอมีอำนาจ สันดานจะออก (หัวเราะ)"

"เราอยากให้เกมนี้เปิดกว้าง ไม่อยากให้เป็นเกมที่คนเล่นเก่งต้องชนะ แต่คนที่ชนะต้องเป็นคนบริหารความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นเก่งที่สุดชนะ ตอนที่สร้างเกม มีหนึ่งแนวคิดที่คิดขึ้นมา จากคำว่า ‘ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่ง ขอแค่เป็นคนดี’ เราจึงคิดว่าเกมนี้ เป็นคนเก่งไม่จำเป็นต้องชนะ แต่ถ้าเป็นคนดีในสายตาคนอื่น จะเป็นผู้ชนะ"

"เรามองว่าในการเมืองไทย พฤติกรรมเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสร้างอำนาจ คนไหนแสดงเก่ง จะได้รับประโยชน์ ในรัฐสภามีผู้แทนมากมาย แต่คนกลับจำได้ เฉพาะ ส.ส. ที่มีคาแรคเตอร์โดดเด่น ทั้งที่เขาไม่ได้นำเสนอนโยบายที่ดี หรือพูดแต่เรื่องไร้สาระ"

"การเมืองไทยมีพิธีกรรมบางอย่าง เป็นการแสดงที่ต้องเล่น นักการเมืองไทยไม่ได้แข่งกันด้วยเรื่องนโยบายในสภา แต่ต้องแสดงคาแรคเตอร์บางอย่างออกมา"

 

เกมที่สะท้อนสังคมไทย

Coconut Empire เป็นบอร์ดเกมที่ได้รับเสียงตอบรับ ในแง่บวกเป็นส่วนใหญ่ จากคนที่เคยมีโอกาสเล่น นอกจากคนที่ชอบในความสนุก ความกวนของเกม ที่นำบริบทของการเมืองไทย มาสร้างความตลก ผ่านกระดานเกม หลายคนยังชื่นชอบเกมนี้ ในฐานะเครื่องมือสะท้อนตัวตนที่เป็นอยู่จริง ของสังคมไทย

"ตอนที่คิดจะทำเกม เราอยากทำสิ่งที่สะท้อนความเป็นไทยออกมา ที่ไม่ใช่เปลือกนอก เช่น ลายกนก, ตราชฎา แต่อยากทำในสิ่งที่สังคมไทยเป็นจริง ๆ ที่เราสัมผัสแล้วรู้สึกว่า แบบนี้คือไทยแท้"

"เราพยายามให้คนที่มาเล่นเกมนี้ ได้สัมผัสถึงความเป็นไทยที่แท้จริง ถ้าดูจากตัวเกม ผ่านอาร์ตเวิร์ค โดยยังไม่ได้เล่น คุณไม่รู้หรอกว่า นี่คือเกมการเมืองไทย คิดว่าเป็นเกมผจญภัยธรรมดา พอได้ลองเล่นจะรู้ว่า บนกระดานนี้คือสิ่งที่ประเทศไทยเป็น"

"เราคิดว่าการเมืองไทย สะท้อนความเป็นไทยออกมาได้หลายแง่ ทั้งเรื่องการจัดการความสัมพันธ์ ที่ต่อรองด้วยผลประโยชน์ ระหว่างกลุ่มผู้มีอำนาจ ถ้าตกลงได้ ชนชั้นนำสามารถที่จะทำได้ทุกอย่าง เพื่อรักษาผลประโยชน์"

"Coconut Empire จะมีกฎการเซนเซอร์คำพูด ผ่านการใช้ของผู้มีอำนาจในเกม ถ้าพูดคำที่ถูกเซนเซอร์ จะโดนลงโทษ ... สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา หลังจากกฎนี้ถูกใช้ ผู้เล่นจะเริ่มเงียบ จนกลายเป็นไม่พูด แม้ว่าจะยกเลิกกติกานี้ในภายหลัง ผู้เล่นจะยังคงเงียบต่อไปอีกระยะหนึ่ง"

"สิ่งที่เกิดขึ้นในเกม ช่วยสะท้อนให้เห็นว่า การใช้อำนาจ มีผลจริงต่อการสร้างความกลัว ให้กับคนในสังคม คนเลือกที่จะเงียบ ดีกว่าเอาตัวเองไปเสี่ยงกับการถูกลงโทษ"

ถึงจะเป็นเกมการเมืองที่อยู่ในใจของใครหลายคน แต่ท้ายที่สุด ผู้สร้าง Coconut Empire อย่าง วิภาพรรณ วงษ์สว่าง ยืนยันว่า เกมของเธอไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหว โดยมีเป้าหมายอย่างจริงจังทางการเมือง หากแต่มองถึง การมอบความสนุกให้กับผู้เล่น เพราะอยากให้ทุกคนสามารถหาความสุขได้ จากสภาพสังคมไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน


"เราไม่ได้ตั้งใจทำให้ Coconut Empire เป็นเกมที่มีสาระ ทุกคนเล่นแล้วได้อะไรกลับไป แต่เราอยากให้ทุกคนที่เล่นเกมนี้ รู้สึกเหมือนเข้าโรงภาพยนตร์ ไปดูหนังตลกสักเรื่อง ที่เราเป็นตัวละคร ออกแบบความสนุกได้ด้วยตัวเอง"

"ส่วนตัวมองว่า การเมืองไทยมีความตลกอยู่ในตัว เราสร้างเกมนี้มาเพื่อล้อการเมือง ทำให้มันเป็นเรื่องสนุก เหมือนกับรายการสภาโจ๊กในอดีต สุดท้ายเรามองเรื่องความบันเทิงเป็นหลัก หาความสุขไปกับเกม"

"เราคิดว่าบอร์ดเกมทุกเกม มีความเป็นการเมืองอยู่ในตัว แค่เกมนี้จะมีความเป็นการเมืองมากกว่า แต่ส่วนตัวมองว่า ทุกคนสามารถเล่นเกมนี้ได้ มาลองใช้อำนาจแบบไทย ๆ หาความสนุก สร้างเสียหัวเราะไปด้วยกัน"

"สุดท้ายเรามองว่า การเมืองไม่ต่างอะไรจากเกม ทั้งสองอย่างมีการต่อรองอำนาจ และเราต้องเล่นไปตามสิ่งที่เราต้องเล่น" วิภาพรรณทิ้งท้าย 

สำหรับใครที่สนใจ สามารถติดต่อซื้อเกม Coconut Empire ไปลองเล่นได้ ในราคา 1,990 บาท ผ่านช่องทาง https://www.facebook.com/coconutempiregame



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง