mainstand

Voice of People

ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน กับการผันตัวมาเป็นยูทูบเบอร์คู่กับลูกชาย ในยุค 2020



“สมัยก่อน คนที่รู้จักผมจริงๆ ต้องรุ่นอายุ 30-40 ขึ้นไปเท่านั้นที่ทันดูผมเล่น พอมาทำช่อง ‘แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง’ ทุกวันนี้แม้แต่เด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบก็รู้จักผม”

ชื่อของผู้ชายนาม “ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน” ถูกจัดอยู่ในชั้นของ นักฟุตบอลระดับตำนานทีมชาติไทย…

มีเรื่องราวเล่าขานมากมายถึงความเก่งกาจของ อดีตดาวยิงเจ้าของฉายา “เพชฌฆาตหน้าหยก” แต่น้อยคนนัก ที่จะได้เห็นฝีเท้าของปิยะพงษ์แบบเต็มๆ 

ความต่างระหว่างวัย และยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้การเชื่อมต่อระหว่าง “ปิยะพงษ์” วัย 60 ปี กับเด็กรุ่นใหม่ ดูห่างกันออกไป

กระทั่งคนเจเนอเรชั่นเบบี้บูมเมอร์อย่าง “เดอะ ตุ๊ก” ตัดสินใจมาปรากฏตัวในช่อง YouTube ชื่อ “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” ที่มีบุตรชายดีกรีอดีตนักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทย อย่าง “แตงโม-พงศ์พิสุทธิ์ ผิวอ่อน” ที่ปัจจุบันทำงานด้านสื่อมวลชน เป็นผู้ก่อตั้ง 

ภายในระยะเวลาแค่ 5 เดือน นับตั้งแต่ปล่อยคลิปแรก แชนแนล “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” มีผู้ติดตาม มากกว่า 184,000 ผู้ใช้งาน กลายเป็นช่องทางหลักที่ครอบครัวผิวอ่อน ใช้เพื่อเชื่อมต่อกับคนในสังคมวงกว้าง ผ่านบทบาท YouTuber หน้าใหม่ในโลกออนไลน์ แต่เจนพรรษาในวงการลูกหนังไทย


จุดเริ่มต้นในการลุกขึ้นมาทำช่อง “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” บนแฟลตฟอร์ม YouTube 

พงษ์พิสุทธิ์  : แตง (คำเรียกแทนชื่อเล่นตัวเอง) มีความตั้งใจอยากสอนฟุตบอลอย่างถูกวิธี ถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ที่เราเคยได้รับจากต่างประเทศ ให้เด็กๆ ฟัง จึงมานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง ? 

ถ้าเปิดอคาเดมี มันอาจจะดูยากเกินไปไหม ? คุณพ่อ (ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน) ท่านไม่น่าจะมีเวลาว่างมากขนาดนั้น แตงเลยคิดว่า หากเป็นอย่างนั้น เราน่าจะลองสอนเป็นคลิปผ่าน YouTube 

จุดเริ่มต้นมันมาจากตรงนี้ ตอนแรกคุณพ่อ ท่านยังไม่ได้เข้ามาทำด้วย เพราะท่านไม่เข้าใจเรื่องการทำคลิป YouTube ผมจึงจำเป็นต้องลองทำคลิปให้ท่านเห็นก่อนว่า ในปัจจุบัน สื่อออนไลน์ มีอิทธิพลและพลังมากแค่ไหน 

ก่อนหน้านั้น คุณปิยะพงษ์ รู้จักสื่อออนไลน์มากน้อยแค่ไหน 

ปิยะพงษ์ : ไม่ได้สนใจเลย เพราะว่าผมเป็นผู้สูงอายุนะครับ เต็มที่ก็แค่เลื่อน Facebook ดูข่าวสารธรรมดาทั่วไป ส่วนอย่างอื่นแทบไม่รู้เลย ไม่เคยเล่น 

รู้จักคำว่า YouTuber ไหม

ปิยะพงษ์ : ไม่รู้เลย ไม่รู้จักด้วย ไม่เคยมีคำนี้อยู่ในหัว มาได้ยินคำนี้ตอน แตงโม ชักชวนว่า พ่อสนใจไปทำช่อง ‘แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง’ ด้วยกันไหม อยากให้พ่อไปถ่ายทอดความรู้ สอนฟุตบอลเป็นวิทยาทาน เราก็เห็นว่ามันเป็นช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่ความรู้ให้คนไทยทั้งประเทศ 

แนวทางของลูกชาย ก็ตรงกับสไตล์ของเรา ตรงที่ ถ้าจะให้เราไปเปิดอคาเดมีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินๆ ทองๆ เรียกเก็บเงินจากเด็กตัวเล็กๆ ที่มาเสียค่าเรียน เราทำไม่ได้ ปิยะพงษ์ มีชื่อเสียง เกิดขึ้นมาได้ เพราะประชาชนชาวไทยให้การสนับสนุน 

หากจะให้เราเก็บเงิน ต้องมาจากสปอนเซอร์องค์กร ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน เท่านั้น ก็เลยมาทำ YouTube กับแตงโมตั้งแต่ตอนนั้นมา

ทราบว่า คุณปิยะพงษ์ มีประสบการณ์ในการจัดรายการกีฬาทางทีวี ช่วยอธิบายความต่างของสื่อยุคก่อนกับยุคนี้ และมีปัจจัยอะไรที่เอื้อให้ ครอบครัวคุณสามารถเป็นเจ้าของรายการได้ง่ายขึ้น ในโลกออนไลน์

ปิยะพงษ์ : ผมเคยผ่านการทำรายการทีวี มาตั้งแต่เมื่อ 20-30 ปีก่อน ไม่ว่าจะเป็น รายการเด็ดยอดกีฬามัน, รายการเดี่ยวท้าชน, รายการเกี่ยวกับการสอนฟุตบอลทางช่องไอทีวี ที่ทำให้ผมได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ สาขาผู้ผลิตสื่อกีฬาดีเด่น ไปจนถึงการทำงานเป็น คอมเมนเตอร์, นักวิเคราะห์เกม ฯลฯ

ในสมัยก่อน ต้องยอมรับว่าหากใครต้องการเผยแพร่ความรู้ด้านฟุตบอล ให้กับคนจำนวนมาก ในเวลาพร้อมๆ กัน มันมีทางเลือกเพียงอย่างเดียวคือ ทีวี ซึ่งต้องแข่งขันกับผู้ผลิตรายการเจ้าอื่นๆ รายการรูปแบบอื่น ที่ไม่ใช่กีฬา ที่เข้าคิวรอต่อ เพราะยุคนั้นใครๆ ก็อยากออกทีวี 

ไม่เหมือนสมัยนี้ที่ทุกอย่างมันง่ายขึ้น แต่เหรียญทุกเหรียญนั้นมีสองด้าน เมื่อมีคอมเมนท์ชื่นชอบ ก็ต้องมีคนที่ไม่ชอบ หากคิดจะมาเป็น YouTuber ก็ต้องยอมรับจุดนี้ให้ได้ ดังนั้นช่องเราจะไม่มีไปด่าพวกเข้ามาเกรียนคืน เรามีหน้าที่ให้ความรู้อย่างเดียว 

ในวัย 60 ปี การปรับตัวมาเป็น ยูทูบเบอร์ สำหรับคุณปิยะพงษ์ มันมีความยากง่ายอย่างไร 

ปิยะพงษ์ : ผมรู้สึกปกตินะ เพราะโดยธรรมชาติผมเป็นคนที่ชอบให้ความรู้คนอยู่แล้ว เพียงแต่เปลี่ยนช่องทางมาให้ความรู้ด้านฟุตบอลทางออนไลน์ ผมคิดว่าในโลกใบนี้ มีคนทำคลิปสอนฟุตบอลเยอะแยะ แต่ถ้าเขาอยากดูปิยะพงษ์สอน อยากเล่นเก่งแบบผม เขาสามารถดูได้ที่ช่องเรา 

ผมเชื่อว่าตัวเองอยู่กับวงการฟุตบอลไทยมาไม่น้อยกว่าใคร เราผ่านมาทุกกระบวนการ ตั้งแต่เป็นนักฟุตบอลยันโค้ช หรือบทบาทอื่นๆ เช่น นักวิเคราะห์เกม เราสามารถพูดได้หลากหลายประเด็น เราคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรที่ปรับตัวกับการถ่ายทอดความรู้ มุมมอง ผ่าน YouTube 

คุณพงษ์พิสุทธิ์ คิดว่าอะไรทำให้แชนแนลนี้ มีคนติดตามอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาไม่ถึงครึ่งปี 

พงษ์พิสุทธิ์ : แตงไม่รู้ว่า 1.8 แสนผู้ติดตามในระยะเวลา 5 เดือน มันเยอะหรือน้อยนะ แต่เราสามารถพูดได้ว่า สาเหตุที่คนให้การตอบรับที่ดี เพราะมีคนชอบและสนใจพ่อเยอะ เพียงแต่ช่วงหลัง คุณพ่ออาจไม่ค่อยได้ออกหน้าจอทีวีบ่อย 

แสดงว่าช่องนี้ได้รับกระแสตอบรับที่ดี เพราะคนในโลกออนไลน์ ยังให้ความสนใจ และอยากฟังสิ่งที่ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เล่า 

พงษ์พิสุทธิ์ : ใช่ ผมมีหน้าที่เป็นคนหยิบยกเอาประเด็นหรือสิ่งที่คนดูอยากถาม มาคุยกับพ่อ เพราะผมสามารถถามพ่อได้ตรงๆ ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจไม่กล้าถามพ่อแบบนี้ 

อะไรคือเสน่ห์ของการทำรายการในบทบาท YouTuber ที่คุณปิยะพงษ์ สัมผัสมา

ปิยะพงษ์ : เราสื่อสารได้จริงและตรงกว่าในทีวี ที่มีข้อกำจัดบางอย่าง บางครั้งเราอาจจะไม่สามารถคำลักษณะนี้ได้ในทีวี ต้องพูดอ้อมๆ หรือพูดให้คนไปตีความ แต่ใน YouTube เราสามารถพูดตรงๆได้ และผู้คนจะเข้าใจ เพราะหลังเผยแพร่คลิป จะมีคนเข้าไปคอมเมนท์แลกเปลี่ยนความเห็นกัน

ในมุมของลูกชาย การได้มาทำแชนแนลเป็นยูทูบเบอร์กับคุณพ่อ มันเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่ดีอย่างไร 

พงษ์พิสุทธิ์ : มันแฮปปี้ที่สุดแล้ว ที่ได้ทำงานกับครอบครัว ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ได้พูดในสิ่งที่เราอยากสื่อสาร ที่เหลือเป็นความท้าทายของผมที่จะทำอย่างไรให้ ช่องนี้เติบโตไป ขยายใหญ่ขึ้น 

เปรียบเสมือนผมเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล คุณพ่อเป็นผู้เล่น เรามีนักเตะที่มีศักยภาพสูงอย่างคุณพ่อ ที่สามารถคุยได้ทุกเรื่อง ตอบได้ทุกคำถาม ผ่านประสบการณ์มามากมาย 

ปิยะพงษ์ : ใครอยากได้ความรู้อะไร มาถามเราได้เลย เรายินดีแชร์ ผมคิดว่าข้อเสียของคนไทยส่วนหนึ่ง คือ เวลารู้อะไร ชอบกอดความรู้นั้นไปจนตาย ไม่ยอมแบ่งปันหรือเอาไปถ่ายทอด ถ้าเราทุกคนช่วยกันแบ่งปันความรู้ มันก็จะช่วยให้พัฒนาองค์ความรู้รวมของคนไทยในสังคมได้ 

พงษ์พิสุทธิ์ : คราวนี้ขึ้นอยู่กับตัวผมว่าจะสามารถวางแผน พัฒนารูปแบบรายการ การนำเสนอ ให้รายการเป็นที่รู้จักมากกว่านี้ได้อย่างไร เราไม่อยากทำคลิปดังแค่อันเดียวแล้วหายไป แต่เราต้องการความต่อเนื่อง 

สิ่งที่คุ้มค่าสุดที่ได้รับตอบแทนกลับมาในการมาเป็น YouTuber ที่สอนฟุตบอลในโลกออนไลน์ 

พงษ์พิสุทธิ์ : ผมได้เพื่อนเยอะมาก จากเมื่อก่อนไปไหนมาไหน คนจะจำเราในฐานะลูกชาย ปิยะพงษ์ แล้วก็จบแค่การทักทาย ไม่มีบทสนทนา เพราะไม่รู้จะคุยอะไร จะเข้าถึงอย่างไร 

พอเรามาทำแชนแนลตรงนี้ มันเหมือนมีจุดเชื่อมโยงกัน คนที่เราไม่รู้จักกันมาก่อน สามารถเข้ามาคุยกับเราได้เหมือนสนิทกัน เพราะเขาติตตามเรา 

ปิยะพงษ์ : ส่วนตัวผม บอกตรงๆ ผมดีใจอย่างยิ่งที่ทุกวันนี้ ไปไหนมาไหน เจอเด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบ เขาเข้ามาทัก ‘นี่ไง แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง’ เราดีใจที่แชนแนลนี้ ทำให้เราได้เข้าใกล้กับเด็กอีกรุ่นอายุหนึ่ง จากเดิมที่คนรู้จักเรา ต้องเป็นพวกอายุ 30-40 ปีที่ทันดูเราเล่น

ซึ่งมันไม่ได้ผิดอะไร เพราะเด็กรุ่นหลังจากนั้น เขาโตมากับ (คริสเตียโน) โรนัลโด, ลิโอเนล เมสซี่, ชนาธิป (สรงกระสินธ์) 

พวกที่อายุต่ำกว่า 20 ปี เขาไม่ค่อยรู้จักหรอกว่า ปิยะพงษ์ เป็นใคร ? ฝีเท้าประมาณไหน เพราะเกิดมาไม่ทันได้ดู แต่หลังจากเขาได้ติตดามแชนแนลเรา เขาก็ได้รู้ว่าเป็นใคร เราสอนฟุตบอลแบบนั้น อาจจะชอบเนื้อหาที่เราผลิต  

นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่า คิดไม่ผิดเลยที่ลงมาทำ YouTube กับลูกชาย 


 

ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง