mainstand

Voice of People

จ่าเอกอนุสรณ์ ไชยชำนาญ : ยืนขึ้นอีกครั้ง ก่อนออกเดินทาง… ล่าฝันด้วยหัวใจ 



 

“การฝึกซ้อมก็เปรียบกับการขับรถ ถ้าเราอยากไปถึงจุดหมาย เราต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม เพราะไม่มีใครรู้ว่าหนทางข้างหน้าอะไรจะเกิดขึ้น” จ่าเอกอนุสรณ์ ไชยชำนาญ พูดถึงชีวิตนักกีฬาของตัวเองที่ต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก และต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับกับทุกสถานการณ์ เพราะทุกครั้งที่ลงแข่ง ไม่ใช่แค่ตัวเขา 

แต่จ่าเอกอนุสรณ์กำลังแบกความคาดหวังของคนไทยทั้งประเทศภายใต้ธงไตรรงค์บนหน้าอกเอาไว้ด้วย เช่นเดียวกับการขับรถ สิ่งที่ต้องรับผิดชอบไม่ใช่แค่ชีวิตตัวเอง แต่เป็นชีวิตของทุกคนในรถ รวมถึงเพื่อนร่วมทางคันอื่น ๆ ด้วย ดังนั้นจะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด

รอดตายและลุกขึ้นยืนหยัด 

จ่าเอกอนุสรณ์ ไชยชำนาญ คืออดีตรั้วของชาติที่เคยทำหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่วันหนึ่งเขาต้องสูญเสียแขนขาซ้ายไปในระหว่างปฏิบัติภารกิจประจำวัน วินาทีนั้นโลกทั้งใบของทหารหนุ่มแตกสลาย ถึงขั้นที่อยากจะจบชีวิตตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นภาระคนอื่น แต่คำพูดของผู้เป็นแม่ก็ช่วยเหนี่ยวรั้งให้เขากลับมายืนหยัดสู้ชีวิตได้อีกครั้ง

"แม่บอกผมให้สู้ สู้ให้ถึงที่สุด ทำยังไงก็ได้ให้กลับมาใช้ชีวิตให้เหมือนคนปกติ" เขาเท้าความถึงคำพูดของคุณแม่ หลังเกิดเหตุการณ์สุดเลวร้ายในชีวิต 

หลังจากผ่านเรื่องเลวร้ายในชีวิตมา จ่าเอกอนุสรณ์ก็ได้โอกาสเข้าร่วมโครงการ ‘สานฝันฮีโร่พลัส’ ซึ่งมี คุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยเป็นผู้ก่อตั้งร่วมกับ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กองทัพบก และพันธมิตรบริษัทเอกชน ที่เปิดโอกาสให้กับทหารกล้าสู่นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย

สำหรับจ่าเอกอนุสรณ์ ที่ในขณะนั้นต้องการพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนรู้ว่าเขายังสามารถสร้างคุณค่าให้กับประเทศชาติได้ไม่ต่างจากคนปกติ นี่จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่เขาอยากคว้ามันไว้ให้สำเร็จ อยากเป็นนักกีฬายิงปืนที่มีธงไตรรงค์อยู่บนอก จ่าเอกอนุสรณ์ทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนัก โดยในทุก ๆ วันเขาต้องเดินทางไปที่สนามซ้อมด้วยตัวเอง

“ผมอยากพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ต่างจากคนปกติ เลยพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งทำกับข้าว ซ่อมพัดลม ตกปลา รวมถึงขับรถไปฝึกซ้อมด้วย” จ่าเอกอนุสรณ์ กล่าว 

ปลอดภัย มั่นใจ สู่การฝึกซ้อม 

ไม่ว่าการเดินทางจะยาวไกล หรือมีอุปสรรคมากแค่ไหน จ่าเอกอนุสรณ์ ไชยชำนาญ ก็ได้รับการดูแลที่พิเศษกว่าเดิม จาก “บริดจสโตน” ผู้นำด้านการผลิตยางรถยนต์ ที่มองเห็นความสำคัญในทุกการฝึกซ้อม การแข่งขันของนักกีฬา และไม่เคยมองข้ามที่จะคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่นักกีฬา ในทุกระยะการเดินทาง ไม่ว่าใกล้หรือไกล

“ผมฝึกซ้อมแทบทุกวัน โดยการเดินทางของผม ผมจะใช้การขับรถยนต์ส่วนตัวขับไปด้วยตัวเอง ซึ่งจำเป็นต้องเช็คสภาพของรถ ขับด้วยความระมัดระวัง ดังนั้นผมจึงเลือกใช้อุปกรณ์และการบริการที่ดีที่สุด”

“การฝึกซ้อมก็เปรียบกับการขับรถ ถ้าเราอยากไปถึงจุดหมาย เราต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม เพราะไม่มีใครรู้ว่าหนทางข้างหน้าอะไรจะเกิดขึ้น” 

นักกีฬาในทีมบริดจสโตนทุกคน จึงไร้ความกังวลตลอดเส้นทางไล่ล่าความฝัน เมื่อ “บริดจสโตน” พร้อมเป็นมือที่คอยดูแลและห่วงใยทุกการขับเคลื่อนความฝันของนักกีฬาบริดจสโตน เพื่อให้พวกเขามั่นใจมากกว่าเดิมในทุกเส้นทางที่รออยู่เบื้องหน้า
“การใช้ยางที่ดีและมีคุณภาพ รวมถึงบริการการดูแลที่ดี นั่นช่วย ผมรู้สึกอุ่นใจ เพราะบางครั้งบนถนน อาจเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินก็ได้ เราจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมทุกครั้งก่อนออกเดินทาง เช่นเดียวกับเวลาแข่งขัน  หากเราไม่มีการฝึกซ้อมหรือเตรียมตัว เป้าหมายที่เราวางไว้ ก็อาจไปไม่ถึงเส้นชัยนั้น” จ่าเอกอนุสรณ์บอกกับเรา

ผู้ที่อยู่เคียงข้าง

หลังจากทุ่มเทอย่างหนัก โลกก็ไม่ใจร้ายกับจ่าเอกอนุสรณ์เป็นครั้งที่สอง เพราะหลังจากเข้าร่วมโครงการเพียงหกเดือน เขาก็สามารถผ่านการคัดเลือกเข้าสู่ทำเนียบทีมชาติเพื่อเข้าแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ได้สำเร็จ ก่อนสร้างเซอร์ไพรส์คว้าเหรียญทองมาครองได้อย่างเหนือความคาดหมาย

ซึ่งเหรียญทองเหรียญนี้มีความหมายกับจ่าเอกอนุสรณ์มากกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้เขาสามารถกลับมาภาคภูมิใจกับชีวิตได้อีกครั้ง และหลังจากนั้น เขาก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่นอีกเลย

“ผมเลิกใส่แขนปลอมแล้วครับ เพราะคิดว่าการมีแขนข้างเดียวนั้นไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย” จ่าเอกอนุสรณ์ ย้อนให้เห็นถึงความนึกคิดของตัวเอง

การคว้าเหรียญทองอาเซียนพาราเกมส์โดยใช้เวลาในการฝึกซ้อมแค่หกเดือนอาจเป็นเรื่องยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์ แต่นี่ยังไม่ใช่ปลายทางความฝันของบุรุษหัวใจแกร่งคนนี้

“ความฝันสูงสุดของผมคือการคว้าเหรียญทองพาราลิมปิกครับ” เขากล่าวด้วยความหวัง

ถึงแม้หนทางยังอีกยาวไกล แต่จ่าเอกอนุสรณ์มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีแรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง ทั้งครอบครัว เพื่อน สมาคมกีฬายิงปืนคนพิการไทย และมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย รวมถึงบริดจสโตน ที่จะช่วยให้การเดินทางล่าฝันครั้งนี้เป็นไปได้อย่างราบรื่น

“ผมต้องขอบคุณ บริดจสโตน ที่คอยดูแลและห่วงใยตัวผมมาเสมอ การเข้ามาช่วยเหลือตรงนี้ มันสำคัญต่อตัวนักกีฬาอย่างผมมาก ช่วยให้ผมรู้สึกมั่นใจและสามารถโฟกัส ไปกับการแข่งขันได้อย่างเต็มที่”

ด้วยการดูแลสุด Exclusive ไม่ได้จำกัดแค่นักกีฬาในทีมบริดจสโตนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงลูกค้าที่ใช้ยางบริดจสโตนทุกท่าน กับโปรแกรมคุ้มครองสุดพิเศษ “B-care” ที่จะทำให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยยางบริดจสโตน

ลูกค้าที่ซื้อยางบริดจสโตนวันนี้ จึงได้รับความพิเศษที่มากกว่าเดิมและมั่นใจได้มากกว่าใคร ด้วยโปรแกรมการคุ้มครองพิเศษ “B-care” พร้อมคุ้มครองยางรถยนต์ของคุณอย่างคุ้มค่า ให้การขับเคลื่อนในทุกการเดินอย่างปลอดภัย ไร้กังวล 

วันนี้เมื่อเปลี่ยนยางที่ Cockpit และ A.C.T 
ฟรี โปรแกรมคุ้มครองพิเศษ “B-care” 
รับประกันยางยาวนาน 2 ปี และยางเสีย 1 เส้น เปลี่ยนฟรี 4 เส้น ทันที!

รีบเลย หมดเขตถึงสิ้นเดือนธันวาคมนี้เท่านั้น 

ลูกค้ายางบริดจสโตนหรือบุคคลทั่วไปท่านใดที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลการคุ้มครอง ได้ตามเว็บไซต์ด้านล่างนี้
https://www.bridgestone.co.th/th/special-offers/b_care_august


“บริดจสโตน” ผู้นำด้านการผลิตยางรถยนต์ ไม่เคยมองข้ามความสำคัญของลูกค้า พร้อมเป็นอีกมือที่คอยเคียงข้าง ดูแล เพื่อสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ทุกท่าน
 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง