mainstand

Voice of People

ธิษณา ธนคลัง : นักจดสถิติกีฬาไทย ที่ทำให้คุณแม่เคยร้องไห้ เพราะคิดว่าจดโพยพนันบอล



 

‘กำลังใจสำคัญขนาดไหน?’ 


 

ยามที่นักกีฬาเดินเข้าสู่สนาม ความรู้สึกในตอนนั้นคงมีหลายอย่างปะปนกัน ทั้งความตื่นเต้น ความกังวล ความไม่มั่นใจ หรือแม้กระทั่งความกลัว ซึ่งสิ่งที่จะช่วยบรรเทาความรู้สึกเหล่านี้ได้คงเป็น ‘กำลังใจ’ เพื่อให้สามารถก้าวผ่านการแข่งขันตรงหน้าไปได้สำเร็จ 

Main Stand มาพูดคุยกับ เต้น – ธิษณา ธนคลัง กองเชียร์ทีมชาติไทยตัวยง, นักเก็บสถิติกีฬาไทย รวมถึงมีดีกรีเป็นแฟนพันธุ์แท้เอเชียน เกมส์ ที่มีประสบการณ์ในการตามเชียร์ติดขอบสนามมาอย่างยาวนาน...แต่สำหรับกองเชียร์ตัวยงอย่างเขา สิ่งที่เขาทำได้มากกว่าเสียงเชียร์ คือ อะไร? สิ่งนั้นเคยก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในครอบครัวขนาดไหน? ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกันได้ที่นี่

 

เพราะเรา คือ คนไทย   

“คุณพ่อผมเป็นคนดูกีฬาอยู่แล้ว ตอนเด็กๆ ผมก็เลยได้ดูทีวีที่บ้านกับคุณพ่อนี่แหละ” ธิษณา ธนคลัง เล่าถึงจุดเริ่มต้นในวัยเด็ก วันแรกที่ทำให้เขาตกหลุมรักในสิ่งที่เรียกว่า ‘กีฬา’ 

“ครั้งแรกคือเอเชียน เกมส์ ปี 1990 ที่ปักกิ่ง ทันได้ดูนัดประวัติศาสตร์ที่ฟุตบอลทีมชาติไทยชนะทีมชาติจีนในวันชาติจีน ตอนนั้นคือเด็กๆ เลย”
“ถ้าในความทรงจำ คือ นัดชิงชนะเลิศระหว่างทหารอากาศกับตำรวจ ตอนนั้นก็จะได้ยินชื่อ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน และ ประทีป ปานขาว พ่อก็เล่าให้ฟังตลอด เราก็เลยเชียร์ทหารอากาศ แล้วตอนนั้นคู่นี้มันยิงจุดโทษกันนานมาก เป็นสิบๆ ลูก มันตื่นเต้นดี ก็เลยทำให้เราชอบฟุตบอล ตั้งแต่ตอนนั้น” 

“แต่ฟุตบอลเมื่อก่อนจะเข้มข้นในช่วงมหกรรมกีฬา เช่น ซีเกมส์ หรือเอเชียนเกมส์ แล้วในบ้านเราเมื่อก่อนมีถ่ายทอดสดกีฬากันเยอะ อย่างช่องเจ็ด กลางวันก็จะมีกีฬาเด็ดเจ็ดสี เราก็เริ่มดูไปเรื่อยๆ และรู้สึกว่าสนุก หรือแม้แต่กีฬาแห่งชาติก็มีถ่ายทอดสด ถ้าเราอยู่บ้าน ก็จะได้ดูทั้งวัน มันก็เลยทำให้เราชอบกีฬากว้างขึ้น”  

“กีฬานอกแค่สะใจ...กีฬาไทยอยู่ในสายเลือด” ประโยคคลาสสิค อันเป็นคำเชื้อเชิญให้คนไทย หันมาเชียร์ไทยแบบสุดใจ คำๆ นี้เกิดขึ้นกับตัวของเต้น-ธิษณา เองแบบไม่ต้องให้ใครมาพูดกรอกหู… 

“มันมีเหตุการณ์หนึ่งที่ตอนนั้นเราเชียร์ลิเวอร์พูล แล้วลิเวอร์พูลเข้าชิงเอฟเอคัพปี 96 กับแมนฯยู เกมนัดนั้นเอริค คันโตน่า ยิงประตูชัยให้แมนฯยูชนะ เราเสียใจมากนะ แต่พอเสียใจเสร็จก็รู้สึกอย่างว่า เฮ้ย! มันก็ไกลเรานะ มันเป็นอะไรที่สัมผัสไม่ได้…” 

“แต่ถ้าเป็นฟุตบอลไทยอารมณ์มันจะอินมากกว่า หรือกีฬาไทยที่เมื่อก่อนเราลุ้นเหรียญแล้ว มันจะอินมากกว่า ซึ่งจุดตรงนั้นมันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าเราดูบอลนอกเป็นงานอดิเรก หลังจากนั้น ผมเริ่มดูกีฬาไทยแบบจริงจัง” 

“อาจารย์ที่โรงเรียนจะรู้เลยว่าถ้าผมไม่อยู่ ไม่เข้าเรียน คือ ช่วงนั้นมีแข่งเอเชียนเกมส์ หรือ ซีเกมส์ ผมจะไม่ค่อยไปโรงเรียน ดูกีฬาอยู่ที่บ้าน (หัวเราะ)” ธิษณา เล่าวีรกรรมในวัยเด็กให้เราฟัง 
 

นักเก็บสถิติ 

ความรักที่มีต่อการส่งแรงเชียร์นักกีฬาไทยของธิษณา ธนคลัง ไม่ได้จบเพียงแค่การตะโกนเสียงเชียร์ เดินออกจากสนาม และกลับบ้านไป… ในยุคสมัยที่วงการกีฬาไทย ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของการเก็บสถิติ เขาฉุกคิดว่ามันเป็นเรื่องจำเป็น ฐานข้อมูล เป็นสิ่งที่ควรอยู่ควบคู่กับนักกีฬา นั่นทำให้เขาเริ่มหันมาเก็บข้อมูลอย่างจริงจัง…  

“จุดเริ่มต้น มันมาจากที่ผมชอบติดตามนักเทนนิสเวลาไปออกทัวร์นาเม้นท์ ผมไม่ได้ตามแค่ภราดร (ศรีชาพันธ์), ดนัย (อุดมโชค) หรือแทมมี่ (แทมมารีน ธนสุกาญจน์) ผมตามทุกคน รวมถึงคนที่ไปแข่งทัวร์นาเม้นท์ระดับล่าง ๆ ด้วย” 

“ผมก็จะมีสมุดอยู่เล่มหนึ่ง เอาไว้จดว่าสัปดาห์นี้ใครไปแข่งทัวร์นาเม้นท์อะไรบ้าง ผลเป็นยังไง คือจดแบบเล่น ๆ อาจเพราะผมชอบดูนักกีฬาตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่ยังไม่ดัง” 

“แต่วันหนึ่งจดแล้วแม่มาเจอ แม่คิดว่าผมแทงบอล อันนี้เรื่องจริง ตอนนั้นแม่ผมร้องห่มร้องไห้เลย (หัวเราะ)” ถึงในตอนนี้จะเป็นเรื่องเล่าเคล้าเสียงหัวเราะ แต่ในตอนนั้นพี่เต้นบอกว่ามันขำไม่ออก เป็นเรื่องใหญ่ในครอบครัว ทะเลาะกันจริงจัง เพราะมันยากที่จะอธิบายให้คนอื่นได้เข้าใจว่าคนเราสามารถคลั่งไคล้สิ่งใดสิ่งหนึ่งจนทำขนาดนี้เลยเหรอ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี

 “หลังจากนั้นพอเราดูบอลไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มมีความอยากรู้ว่าทีมชาติไทยเมื่อก่อนแข่งกับใครบ้าง ผลเป็นยังไง แล้วผมดันไปเจอสถิติอยู่นัดนึงในเว็บฟีฟ่า ก็เกิดสงสัยว่าทำไมนัดนี้ที่เราเคยดูมันไม่มีรับรองในฟีฟ่า อย่างคิงส์คัพ หลายนัดเลยที่ไม่มี แล้วก็เริ่มสงสัยที่คนชอบพูดกันว่าเมื่อก่อนไทยเก่งกว่าญี่ปุ่นนี่จริงไหม? ทำไมเราไม่รู้สึกอย่างนั้นเลย”
“ด้วยความที่ผมทำงานสายไอที ผมเลยมีความสนใจด้าน DATA (ฐานข้อมูล) ด้วย เพราะมันก็จะมีประโยคหนึ่งที่ว่า ข้อมูลไม่เคยโกหก”

“หลังจากที่ดูสถิติมาเรื่อย ๆ ผมก็ไปเจอข้อมูลนึงที่น่าสนใจแล้วผมคิดว่ามันผิด คือเขาบันทึกฟุตบอลเอเชียน คัพ รอบคัดเลือก ว่าไทยแพ้ไต้หวัน แต่ผมจำได้ว่านัดนั้นไทยไม่แพ้ แล้วไม่ใช่แพ้ธรรมดา เขาบันทึกว่าไทยแพ้ไต้หวัน 0 - 4 คือยุคนั้นไต้หวันยังเป็นทีมที่ไม่ได้เก่งขนาดนั้น สกอร์นี้มันเกิดได้ยากมาก ผมคุ้น ๆ ว่าไทยชนะ มันตะงิดๆใจ ว่าอย่างนี้เว็บฟีฟ่ามันก็เชื่อไม่ได้แล้วสิ”
“ผมก็เริ่มหาข้อมูลว่าสรุปนัดนั้นผลการแข่งขันไทยกับไต้หวันเป็นยังไง จนเจอก็เลยตัดสินใจ ส่งเมล์ไปหาฟีฟ่าเลยว่าคุณบันทึกผลผิดนะ ซึ่งสุดท้ายฟีฟ่าก็แก้ให้”

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขารู้แล้วว่า “เมื่อลงมือทำแล้ว...ไม่สูญเปล่า” เขาเริ่มค้นคว้าประวัติศาสตร์ในเชิงสถิติของฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างจริงจัง ซึ่งปรากฏว่าก็มีอีกหลายนัดที่ฟีฟ่าบันทึกสถิติของทีมชาติไทยผิดพลาดไป ในช่วงเวลานั้น เขาจึงเป็นขาประจำของกล่องจดหมายขาเข้าของฟีฟ่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“เอาจริง ๆ ที่ทำในตอนนั้นไม่ได้คิดเลยว่าจะมีคนมารู้เรื่อง เป็นแค่ความไม่พอใจส่วนตัว ซึ่งมันก็มีแมตช์ที่จริง ๆ ทีมชาติไทยแพ้ แต่ฟีฟ่าจดว่าทีมชาติไทยชนะ เราก็ส่งไปบอกให้เขาแก้ เพราะการทำสถิติ เมื่อถึงจุดหนึ่งเราจะรู้ว่าความเที่ยงตรงสำคัญที่สุด ถ้าเราแพ้ก็คือแพ้ ความถูกต้องสำคัญที่สุด” ธิษณา กล่าวต่อ 

“หลังจากที่เราสนใจสถิติฟุตบอล เราก็มีความรู้สึกอยากให้มีคนมาเชิดชูเกียรติประวัติของคนที่เคยทำประโยชน์ให้กับชาติ เราก็เลยเริ่มจดสถิติกีฬาอื่นๆ ด้วย เพราะเราอยากให้คนอื่นรู้ว่านักกีฬาเขาลำบากขนาดไหนกว่าที่จะไปสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติได้ แรงบันดาลใจอีกอย่างนึงคือ เราเคยซื้อหนังสือฟุตบอลเจลีก แล้วเขามีเก็บสถิติละเอียดยิบเลย ผมอยากให้บ้านเรามีแบบนั้นบ้าง ในตอนนี้อาจจะยังไม่มีใครสนใจเรื่องนี้ แต่ผมเชื่อมั่นว่าสักวัน มันต้องมีคนสนใจ ขึ้นอยู่กับวิธีที่จะนำเสนอมันออกมา” 

สิ่งที่ธิษณา ทำมาตลอดหลายสิบปีจนถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของเหตุผลที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ มันเป็นเรื่องความรัก และความรู้สึกที่ทำให้เขาได้เป็นเบื้องหลังส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ และการสนับสนุนนักกีฬาไทย ที่มากกว่าแค่การส่งเสียงเชียร์แบบคนทั่วไป 

 

แนวทางที่ขอ “สู้ไปด้วยกัน” 

การเก็บรวบรวมสถิติกีฬาไทยมาตั้งแต่วัยรุ่น ทำให้เขาเคยก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลรายการแฟนพันธุ์แท้ “ฮีโร่เอเชียน เกมส์” เมื่อปี 2018 ด้วย 

...แม้ทุกวันนี้ด้วยหน้าที่การงาน และภาระหน้าที่ ธิษณา ธนคลัง ไม่สามารถตะลุยเชียร์ทีมชาติไทยแบบติดขอบสนามได้เหมือนสมัยวัยหนุ่ม แต่เขามีเพจส่วนตัว ที่คอยนำเสนอข้อมูลเชิงสถิติของนักกีฬาไทย มันอาจยังไม่โด่งดัง ทว่าเขาก็คิดว่ามันเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่ช่วยพัฒนาวงการกีฬาไทยต่อไปได้ไม่มากก็น้อย… 

“ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำให้ส่งเสริมกำลังใจให้นักกีฬาได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม” ธิษณา กล่าว  

“จริงๆ สิ่งที่ผมทำ สถิติข้อมูลที่ผมเก็บ ทุกวันนี้ผมมุ่งเน้นพวกกีฬารองๆ ที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากกว่านะ อย่างฟุตบอล มีคนเก็บสถิติมากมายแล้ว แต่อย่างฟุตบอลชายหาดล่ะ? บางกีฬาไม่มีคนสนใจเลย แต่สิ่งที่ผมทำ มันกลับสร้างกำลังใจให้พวกเขา เมื่อก่อนเคยมีนักกีฬาฟุตบอลชายหาดคนหนึ่ง (คมกริช ณ น่าน) มาขอสถิติข้อมูลการลงสนาม การยิงประตูของเขาในนามทีมชาติไทย ข้อมูลเหล่านี้ มันทำให้พวกเขารู้ว่าตัวเองได้ทำอะไรให้กับประเทศชาติไปบ้าง มันก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในตัว พวกเขาเอง เขาได้รู้ว่าสิ่งที่เขาทำ มันมีคนที่สนใจ และผมเชื่อว่าฐานข้อมูล มันเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างวัฒนธรรมการเชียร์กีฬาที่สำคัญในอนาคต” 

“นักกีฬารุ่นใหม่ วันหนึ่ง หากเขารู้ว่ารุ่นพี่ประสบความสำเร็จแค่ไหนจากฐานข้อมูลสถิติที่ผมเคยเก็บไว้ ก็ย่อมสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขา อย่างน้อยเด็กๆ รุ่นใหม่ ก็มีความหวังที่จะทำลายสถิติเหล่านั้น นี่ คือ ประโยชน์ง่ายๆ ที่ผมสร้างกำลังใจให้กับนักกีฬาไทยได้” 

“ผมยังคิดว่าการนำเสนอสถิติข้อมูลเกี่ยวกับกีฬา และนักกีฬาไทยของผม ไม่ว่าจะผ่านช่องทางไหน มันสามารถช่วยลด Social Crisis (วิกฤติทางโซเชียล) ได้ ทุกวันนี้สังคมเราอยู่บนการสร้างความเกลียดชัง และทำร้ายจิตใจกันผ่านโซเชียลได้อย่างง่ายดาย หากนักกีฬาผิดพลาด หรือพ่ายแพ้มาสักครั้ง ผมหวังว่าข้อมูลเชิงสถิติที่ผมเก็บไว้ และถ่ายทอดออกมา มันจะช่วยมาโต้แย้งคอมเม้นต์แย่ๆ จากใครก็ตามที่มาคอมเม้นต์เชิงลบได้ว่า นักกีฬา หรือทีมกีฬาทีมนี้ ไม่ได้แย่แบบที่เขาแสดงความเห็น หรือหากนักกีฬาชนะขึ้นมา ข้อมูลสถิติที่เรานำเสนอเกี่ยวกับนักกีฬาคนนั้นๆ ก็จะยิ่งทำให้มีกำลังใจมากขึ้น รู้สึกดีกับสิ่งที่ตัวเอง ทำเพื่อประเทศชาติมากขึ้น และมั่นใจกับการลงแข่งขันในครั้งต่อๆไป ความมั่นใจมันสำคัญกับนักกีฬามากนะ” 

การสู้เคียงข้างไปกับนักกีฬา ไม่ได้มีแค่การเกาะติดตะโกนเสียงเชียร์ข้างสนาม แต่เขาลงมือทำในรูปแบบแนวทางของเขา นั่น คือ การเก็บสถิติ เขามั่นใจว่าสิ่งที่เขาอดตาหลับขับตานอนลงมือทำทุกครั้ง มันช่วยนักกีฬาไทยทุกคนได้ จริงอย่างเป็นรูปธรรม เหมือนกับ “เบอร์ดี้” กาแฟพร้อมดื่ม ที่พร้อมหนุนหลังเคียงข้างนักกีฬาทีมชาติไทย ตามสโลแกนที่ว่า “ทีมชาติไทย...มั่นใจสู้ไปด้วย” 

“ตอนนี้ด้วยภาระหน้าที่การงาน อาจจะทำให้ผมไม่ได้ออกไปดูที่สนามบ่อยเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังติดตามข่าว และเก็บสถิติด้วย สำหรับผมเรื่องนี้มันคือการพักผ่อน แม้ว่าต้องทำถึงดึกดื่น แค่ไหนก็ตาม เรารู้สึกว่า เราสามารถทำมันไปได้เรื่อยๆ”  

“และเราก็ภูมิใจกับผลลัพธ์ที่เราทำออกมาอยู่แล้ว” ธิษณา ธนคลัง กล่าวทิ้งท้าย 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง