mainstand

Feature

'ไทสัน' ยังนับสิบ : ความลับของ 'บัสเตอร์ ดักลาส' ในไฟต์พลิกล็อคที่สุดในประวัติศาสตร์มวยโลก



"ชัดสุดๆ มันจบแน่นอน ไทสัน ไม่สามารถลุกขึ้นมาสู้กับผมได้อีก เขานอนหลับปุ๋ยอยู่บนสังเวียนนั่นไง" นี่คือสิ่งที่ เจมส์ "บัสเตอร์" ดักลาส กล่าวไว้หลังจากที่เขาคว่ำนักชกเฮฟวี่เวตที่ดีที่สุดแห่งยุคอย่าง ไมค์ ไทสัน ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่ช็อคโลก


 

ไม่ค้านสายตาแต่ว่าน่าตื่นตะลึง ไทสัน ไม่เคยแพ้ใครมาก่อน 37 ไฟต์และเป็นการชนะน็อค 33 ไฟต์ เขาเดินขึ้นเวทีเพื่อซัดกับ ดักลาส ด้วยเช็มขัดแชมป์ 3 สถาบันหลัก WBA, WBC, IBF ไม่ต้องถามว่าใครคือคนที่เป็นต่อ และใครคือหมูในสายตาเซียนมวย

ทว่าสุดท้ายเรื่องเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นเมื่อมวยรองกลับน็อคมวยแชมป์ได้ ... จริงอยู่ที่กีฬานั้นมีแพ้มีชนะ แต่ชัยชนะไฟต์นี้ของ บัสเตอร์ ดักลาส นั้นไม่ธรรมดา ... มันมีเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงต่อยเก่งขึ้นกว่าเดิมแบบก้าวกระโดด ฟุตเวิร์กเร็วขึ้น, อึดขึ้น, ว่องไวขึ้น และหมัดหนักขึ้น ในไฟต์กับ ไทสัน ไฟต์นี้

ติดตามเรื่องราวเบื้องหลังไฟต์ที่ถูกกล่าวขานว่า "พลิกล็อกที่สุดในรุ่นเฮฟวี่เวต" ได้ที่นี่

 

ห่างกันเหลือเกิน

ไฟต์ที่กล่าวถึงในข้างตันนั้นเกิดขึ้นที่ โตเกียว โดม กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1990 ในตอนนั้น ไทสัน กลายเป็นมวยแม่เหล็กของโลกและ ดอน คิง โปรโมเตอร์ของเขาก็ผลักดันให้ "ไอออน ไมค์" ออกเดินทางไปชกในต่างแดนมากขึ้นเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าและสร้างชื่อเสียงให้ได้มากกว่าเดิม เหมือนกับที่เคยทำสำเร็จมาแล้วกับไฟต์ที่ชนะ โทนี่ ทับบ์ส ณ สถานที่เดียวกันเมื่อปี 1988 มาอย่างสบายๆ ด้วยการน็อคตั้งแต่ยกที่ 2


Photo : www.theguardian.com

เหตุผลที่ใครก็อยากดู ไทสัน ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นแชมป์มากมายหลายสถาบัน แต่มันคือเสน่ห์ในการชกต่างหากที่โดดเด่นเข้าตา ไทสัน หมัดหนัก เป็นมวยไฟเตอร์ที่มีความเร็วสูงที่สุดในระดับรุ่นเฮฟวี่เวต สายตาว่องไว มุดหลบหมัดของคู่ชกเก่งมากและหาจังหวะปล่อยหมัดตรงแบบเปรี้ยงเดียวร่วงได้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย 

ว่ากันว่าหาก ไทสัน ขึ้นเวทีแล้วคนดูต้องกลั้นปัสสาวะอุจจาระกันให้ดี เพราะหากลุกไปเข้าห้องน้ำเมื่อไหร่ ไม่มีใครรับประกันว่าคุณจะได้เห็นช็อตสำคัญๆ หรือหมัดน็อคหรือเปล่า ... นั่นคือเหตุผลที่ ไทสัน ถือเข็มขัด 3 สถาบันหลักก่อนไฟต์ดังกล่าวจาก WBA, WBC และ IBF หนำซ้ำก่อนชกไฟต์นี้ ไทสัน ชนะมารวด 37 ไฟต์ และเป็นการน็อคเอาต์ถึง 33 ครั้ง ... ว่าแต่คู่ชกของเขาล่ะเป็นใครมาจากไหน?

เจมส์ "บัสเตอร์" ดักลาส คือนักมวยที่แก่กว่า ไทสัน 7 ปี ณ ไฟต์นั้น ดักลาส อายุย่าง 30 ปี ส่วน ไทสัน มีอายุ 23 ปี และกำลังอยู่บนจุดสูงสุดของรุ่น ขณะที่ตัวของผู้ท้าชิงจะเรียกว่า "ไร้แต้มต่อ" ก็พอจะใช้คำนั้นได้ เพราะเขาต่อยมาจนอายุ 30 ปี แต่ก็ยังไม่เคยเป็นแชมป์เลยแม้แต่สมัยเดียว ใกล้เคียงที่สุดในการเป็นแชมป์ของ ดักลาส คือในปี 1987 ที่ได้ท้าชิงแชมป์ของ IBF กับ โทนี่ ทัคเกอร์ แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝันแพ้น็อคไปในยกที่ 10 ตามเคย


Photo : www.retrogamesmaster.co.uk

เหตุผลที่เขาไม่ได้เก่งระดับนรกแตกคงเป็นเพราะว่า เขาเริ่มชกมวยช้ากว่านักมวยระดับแชมป์โลกทั่วไปพอสมควร ตัวของ เจมส์  ดักลาส นั้นมีพ่อเป็นอดีตนักมวยอาชีพก็จริง แต่ช่วงวัยรุ่นเขาใช้เวลาไปกับการเล่น บาสเกตบอล และเคยเล่นในเกมชิงแชมป์ประจำรัฐโอไฮโอ กับสถาบัน โรงเรียนไฮสคูล ลินเดน แมคคินนีย์ ในปี 1977 อีกด้วย ก่อนจะกลายเป็นผู้เล่นระดับขึ้น ฮอลล์ ออฟ เฟม ของ คอฟฟีวิลล์ คอมมิวนิตี คอลเลจ หลังจากนั้นไม่นาน เรียกว่ากว่าจะได้จริงเอาจังเอาดีกับการชกมวยจริงๆ เขาก็อายุเกือบ 20 ปี แล้ว 

 

บันไดขั้นที่ไร้ปัญหา 

แม้จะเริ่มต้นชกมวยช้าแต่ ดักลาส ก็พัฒนาตัวเองได้ไวมาก นิตยสาร ริง แม็กกาซีน จัดอันดับให้เขาเป็นนักชกเฮฟวี่เวตอันดับ 7 ของยุคนั้น เหตุผลเพราะหลังจากที่เขาแพ้ให้กับ ทัคเกอร์ ในการท้าชิงเมื่อปี 1987 ที่กล่าวไป ดักลาส ก็กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีชนะมา 6 ไฟต์ติดต่อกัน ดังนั้น ดักลาส จึงเป็นคู่ชกที่ "เหมาะสม" ในมุมมองของฝั่งไทสัน


Photo : www.espn.com

เขาไม่ได้อ่อนจนเกินไป เขาเป็นนักชกอันดับที่ 7 ของโลกในรุ่นนี้ นั่นทำให้หากในบั้นปลายแล้ว ไทสัน เป็นฝ่ายชนะ มันก็ถือเป็นชัยชนะที่สมเกียรติ ไม่ได้ง่ายดายเหมือนมวยล้มต้มคนดูแต่อย่างใด ... เรื่องค่าตัวนั้นคงไม่ต้องพูด แม้ไม่มีตัวเลขก่อนชกเปิดเผยชัดเจน แต่ความเป็นมวยแม่เหล็กนั้นสามารถคาดคะเนได้ว่า ไทสัน ฟันเงินมากกว่าจมแน่นอน และเผลออาจจะมากกว่าที่ ดักลาส ได้เกินกว่า 4-5 เท่าด้วยซ้ำไป 

ดอน คิง กับ ไทสัน ได้แต่ยิ้มกริ่มในการเจอกับ ดักลาส แม้ดีกรีจะพอมีแต่สำหรับ ไทสัน แล้ว ดักลาส ถือว่าเป็นคู่ชกที่นิ่มๆ และพร้อมจะเป็นบันไดให้เขายืดสถิติชนะ 38 ไฟต์รวด และอาจจะเป็นการเพิ่มสถิติน็อคเอาต์คู่ชกเป็น 34 ครั้งด้วย 

เรื่องความห่างชั้นและการมอง ดักลาส เป็นบันไดมีหลายข้อมูลที่ใช้อ้างอิงได้ อย่างน้อยก็จากปากของ ไมค์ ไทสัน เอง

"8 มกราคม 1990 ผมจะนั่งเครื่องไปลงที่ โตเกียว เมื่อเครื่องจอดผมจะถีบประตูดัง ปัง! และร้องดังๆ เลยว่า 'กูไม่ได้มาเพื่อต่อยกับใคร แต่กูจะมาปาร์ตี้และขยี้สาวที่นี่โว้ย'" นี่คือสิ่งที่ ไทสัน ให้สัมภาษณ์หลังรู้ว่าต้องชกกับ ดักลาส ... และมันไม่ใช่ครั้งเดียวที่ ไทสัน พยายามจะบอกให้โลกรู้ว่าศึกไฟต์นี้เขาปิดประตูแพ้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เหตุผลที่ ไทสัน กล้าพูดอะไรแบบนั้นเพราะความจริงเขาแทบไม่เห็น ดักลาส ในสายตาเลยด้วยซ้ำ การที่เขามาชกที่ โตเกียว ไฟต์นี้ เกิดจากการผลักดันของ ดอน คิง ซึ่งว่ากันว่าโปรโมเตอร์หัวฟูพยายามจะเรียกเก็บเงินคนดูคนละ 60 ดอลลาร์ ตั้งแต่การซ้อมเลยทีเดียว 


Photo : www.reddit.com

แม้จะได้เงินก้อนโต แต่ ไทสัน เองไม่เห็นด้วยกับ ดอน คิง เลยด้วยซ้ำ เขาเชื่อว่านักชกอย่าง ดักลาส ไม่คู่ควรกับการเสียเหงื่อของแชมป์โลกอย่างเขา ทว่าอย่างที่ใครรู้กันดีว่า ดอน คิง แสบขนาดไหน ในสัญญาที่ ไทสัน เซ็นไว้กับเขาเมื่อครั้งอดีตกลายเป็นบ่วงมัดคอ "ไอออน ไมค์" ที่ต้องทำตามที่ ดอน คิง สั่งแทบทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นจะต้องโดนปรับอย่างหนักแบบได้ไม่คุ้มเสีย

"ผมไม่ได้อยากจะชกกับ ดักลาส มากมายอะไรหรอก หมอนี่ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่" ไทสัน ย้ำอีก "ผมไม่ต้องดูเทปการชกเก่าๆ ของเขาหรอก ดูสถิติก็รู้แล้ว ใครก็ตามที่เคยน็อค ดักลาส ได้ในอดีต ผมว่าผมน็อคพวกนั้นได้ทุกคนนั้นแหละ"

เขาไม่ได้แค่พูดเล่น เขาทำเป็นไม่ได้สนใจไฟต์นี้จริงๆ เพราะเมื่อโปรแกรมยิ่งใกล้เข้ามา สิ่งเดียวที่ ไทสัน ยอมเสียเหงื่อคือการมีเซ็กส์กับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ว่ากันว่า 6 สัปดาห์ก่อนการชก ไทสัน "ใส่ยับ" บนเตียงแบบไม่พักวัน ซึ่งเขาเรียกมันว่านี่แหละ "การฝึกซ้อมของผมสำหรับ ดักลาส" 

 

ดักลาส ผู้ยอมรับต่อโชคชะตา

ยิ่งใกล้วันชกโลกก็ยิ่งตื่นตัว บ่อนพนันถูกกฎหมายทั่วโลกเปิดราคามาแบบโหดสุดๆ ราคาที่เปิดมาคือ 42-1 อธิบายให้เข้าใจง่ายคือ หากคุณกำเงิน 1 ดอลลาร์ ไปลงว่า ดักลาสจะพลิกล็อคช็อคโลกได้ ก็จะได้เงินกลับมาถึง 42 ดอลลาร์ (ไม่รวมทุน) หากการพลิกล็อคนั้นกลายเป็นความจริง


Photo : krod.com

ถึงกระนั้น คนวงการหรือคนแทงมวยทุกคนรู้ดีว่าบนสังเวียนผ้าใบ อะไรก็เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะมวยรุ่นยักษ์แบบนี้ หลับหูหลับตาชกมั่วซั่วต่อให้ ไทสัน ก็เถอะ สามารถโดน "หมัดเขวี้ยงควาย" โป้งเดียวหงายท้องเลยก็ได้ และเมื่อธรรมชาติของมวยรุ่นยักษ์มันเป็นเช่นนี้จึงทำให้โดยปกติแล้วหากราคาเปิดมาแบบน่าเสี่ยงแบบนี้ "ขารอง" คงหาทางหยอดไว้หวังพลิกล็อกไม่มากก็น้อย

แต่ไฟต์นี้แตกต่างออกไป ... เพราะทุกคนรู้ว่ามันชัวร์ซะยิ่งกว่า เจ้ามือพนันแทบทุกโต๊ะปิดรับแทงคู่นี้หมดเพราะกลัวไม่มีคนมาลงเงินด้วย มีเพียง 1 เจ้าที่ชื่อ The Mirage ที่เป็นคาสิโนใน ลาส เวกัส ที่ยินดีเปิดรับแทงมวยไฟต์นี้ ... ทว่าทั้งๆ ที่เหลือแห่งเดียวแท้ๆ แต่กลับไม่มีใครกล้าเสี่ยง ว่ากันว่าแม้แต่นักพนันที่เมาจนหัวทิ่มบ่อที่สุดใน ลาส เวกัส ก็ยังมีสติพอที่จะเลี่ยงเดิมพันฝั่ง บัสเตอร์ ดักลาส

อย่าว่าแต่นักพนันเลย แม้แต่ตัวของ ดักลาส เองก็ไม่คิดว่าไฟต์นี้จะได้อะไรมากกว่าค่าตัวก่อนขึ้นชก ... แต่อย่างน้อยๆ ถ้าเขาได้เหยียบเวทีเขามั่นใจว่าเขาจะสู้เต็มที่แน่นอน

"ผมรู้ดี ผมมาอยู่ที่นี่โดยแทบจะไม่มีโอกาสอะไรให้กับผมเลย แทบไม่มีใครเชื่อน้ำยาผมหรอก แต่ผมไม่สนใจอะไรนักขอแค่คนของผมมั่นใจในตัวผมก็พอแล้ว ... ถ้าไม่คิดจะสู้ก็ไม่รู้จะเทิร์นโปรมาเพื่ออะไร" ดักลาส กล่าว

การซ้อมที่ญี่ปุ่นของ ดักลาส สวนทางกับ ไทสัน คนละโลก เขาไม่รู้ว่า ไทสัน ซ้อมอะไรบ้าง เพราะฝ่ายจัดนั้นเตรียมโรงยิมไว้ยิมเดียวและใช้ร่วมกันทั้ง 2 คน ... ไทสัน จะได้ซ้อมก่อน และต่อด้วยทีมของ ดักลาส จะได้เริ่มซ้อมเป็นทีมถัดไป

"ทีมของเราจะเข้าโรงยิมหลังจากทีมของ ไมค์ ใช้งานเสร็จ สิ่งที่เราเห็นหลังใช้ต่อจากเขาคือ เก้าอี้ทุกตัวพลิกคว่ำระเนระนาดไปหมด เหมือนกับใครบางคนทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ไว้" ดักลาส เล่าความหลังก่อนที่จะขึ้นชกไฟต์ดังกล่าว

"ส่วนการซ้อมของเราน่ะเหรอ? เงียบเชียบเลย มีแต่ผมและเทรนเนอร์แค่ 2 คน แต่มันก็ดีนะ สงบดีเหมือนกัน ไม่มีใครดูเราซ้อมหรอก และนั่นคือหนึ่งในแรงจูงใจเหมือนกัน"

ดักลาส ซ้อมไปแบบเงียบๆ ไม่มีตัวตนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ... และท้ายที่สุดวันแห่งการชี้ชะตา 11 กุมภาพันธ์ 1990 ก็มาถึง โลกอยากจะเห็นเขาโดนน็อค ซึ่งเขาเปลี่ยนใจใครไม่ได้ ดักลาส ค่อยพันหมัดและสวมใส่นวมสีแดง เขาเป่าปากหนึ่งครั้งเพื่อเอาความกดดันบางอย่างออกไป และเดินขึ้นเวทีด้วยความรู้สึกที่ "อยากชนะ" อย่างบอกไม่ถูก

 

โค่นมฤตยู 

สิ่งเดียวที่ ดักลาส ได้เปรียบในมุมมองของคนนอกคือส่วนสูงและช่วงชกที่ยาวกว่า ดักลาส สูง 193 เซนติเมตร ช่วงชก 211 เซนติเมตร ขณะที่ ไทสัน นั้นสูงแค่ 178 เซนติเมตร ช่วงชก 180 เซนติเมตร เท่านั้น ซึ่งหากอยากจะชนะเขาต้องเอาจุดแข็งนี้มาใช้ประโยชน์ให้ได้ 


Photo : www.newsday.com

ระฆังยกแรกดังขึ้นและเป็นอย่างที่ทุกคนคาด ไทสัน เดินมาหวังสังหารให้งานจบๆ ไป แต่ ดักลาส เตรียมตัวมาดี เขามีฟุตเวิร์กที่ฉากหลบได้หลายครั้ง หนำซ้ำยังมีหมัดแย็บที่ใช้ความยาวของช่วงแขนจิ้มเข้าหน้าให้ ไทสัน ได้หน้าสั่นอยู่เรื่อยๆ หนำซ้ำการดักชกจังหวะ 2 ของ ดักลาส ก็แม่นยำเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดได้ ไทสัน กำลังลำบากแบบที่ไม่เคยมีใครเห็น 

อย่างไรก็ตามขณะที่ตัว ไทสัน เองแม้จะโดนเยอะผิดปกติ ซึ่งแน่นอนว่าเกิดจากการอ่อนซ้อมไปบ้าง แต่ความเร็วยังเชื่อขนมกินได้ เขาซัดหมัดใส่ ดักลาส ไปไม่น้อย ซึ่งมันเป็นเรื่องน่าแปลกที่ความหนักของหมัด ไทสัน ถูก ดักลาส ทานทนได้ถึง 7 ยกด้วยกัน ... แม้จะเซ จะส่าย แต่ ดักลาส เก็บอาการและไม่ยอมล้มให้เสียนับเลยใน 7 ยกแรก

นั่นอาจจะทำให้ ไทสัน หงุดหงิด เพราะทันทีที่เปิดยก 8 เหมือนเขาเดินเข้าเกียร์ 5 คราวนี้ ดักลาส เดินสเต็ปเหมือนยกที่ผ่านๆ มา แต่ ไทสัน กลับแก้เกมมาดี เผลอแว่บเดียวเขาเข้าวงในและอัปเปอร์คัตขวา "เปรี้ยง!" .... ดักลาส โดนเต็มๆ ตาลอยและล้มลง กองเชียร์เสียงดังสนั่นด้วยความดีใจ "จบแล้ว จบแน่ๆ" ใครที่เห็นอัปเปอร์คัตนั้นไม่สามารถคิดเป็นใดไปอื่นได้


Photo : boxrec.com

"ผมร่วงเลย ... ไม่ไหวจริงๆ ผมต้องล้มเพื่อขอเวลาพักสักนิดจากหมัดนั้น ผมทรุดตัวไปพร้อมๆ กับมองไปที่หน้าของ ไมค์" ดักลาส เล่านาทีหน้าจอดับ ขณะที่ ไทสัน ยืนมองเขาจากระยะประมาณ 3 เมตร ด้วยท่ากัดฟันยางอันยียวน ... ดักลาส ลุกขึ้นหลังจากรรมการนับ 8 

ยกที่ 9 ขณะที่ใครคิดว่า ดักลาส ทนพิษบาดแผลไม่ไหวแน่ ทว่าไม่รู้อะไรปลุกเขาขึ้นมาอีกครั้ง เขากลับออกมาจากมุมและเดินจ้วงเข้าใส่ไทสันแบบรัวและเร็วจน ไทสัน เปิดตำราตั้งรับไม่ทัน 

"ไงล่ะโว้ย ตอนนี้ฉันเก่งขึ้นบ้างรึยัง แกคิดว่ายังไงวะไมค์" นี่คือความรู้สึกที่ ดักลาส อธิบายออกมาจากฟอร์มการชกที่่ดุดันหลังจากไปทัวร์นรกมาในยกที่ 8


Photo : usatoday.com

ไม่ต้องรอถึงการตัดสินอีกแล้วต่อไปนี้ ไทสัน อาจจะเข้าเกียร์ 5 แต่ตอนนี้ ดักลาส เข้าเกียร์ 6 บวกติดไนตรัสไปแล้ว เมื่อระฆังยกที่ 10 ดังขึ้น ดักลาส ไม่แย็บอีกต่อไป เขาเดินเข้าประชิดและปล่อยหมัด หนึ่ง-สอง ตามตำราง่ายๆ หลังสบโอกาส แต่เข้าเป้าจังๆ ทุกดอก 8 วินาทีเท่านั้นสำหรับชุดใหญ่ที่เตรียมมา ทุกอย่างจบลงทันที

อัปเปอร์คัตขวา-ซ้ายตรง-ขวาตรง และปิดด้วยหมัดซ้ายอีกหนึ่งครั้ง ... เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! และ โป้ง!  ไทสัน รับไปเต็มๆ และเมื่อทุนเดิมเขาเป็นนักชกสายบุกไม่มีจุดเด่นเรื่องความแข็งของคางแล้ว ไอออน ไมค์ หมดสภาพลงไปกองกับพื้นทันที  


Photo : www.thesun.co.uk

"ชัดสุดๆ มันจบแน่นอน ไทสัน ไม่สามารถลุกขึ้นมาสู้กับผมได้อีก เขานอนหลับปุ๋ยอยู่บนสังเวียนนั่นไง" บัสเตอร์ ดักลาส เล่านาทีสร้างตำนาน "ไฟต์เฮฟวี่เวตที่พลิกล็อกที่สุดในประวัติศาสตร์"

 

ทำไมแกเก่งขนาดนี้วะ?

ทีมของ ดักลาส ทุกคนวิ่งขึ้นมาบนเวที ลูกชายวัย 11 ขวบของเขาสวมหมวกแก็ปที่เขียนว่า "บัสเตอร์ ดักลาส" ถูกพ่อของเขาแบกขึ้นบนไหล่ อันเดอร์ด็อกจากโอไฮโอ คว้าเงินรางวัลเพิ่มเป็น 1.6 ล้านเหรียญ และแน่นอนมันมากที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับมา 


Photo : sport360.com

และหลังจากฉลองกันได้ไม่นานโฆษกประจำสนามเดินขึ้นมาและสัมภาษณ์ ดักลาส ซึ่งเป็นผู้ชนะ

"นี่อาจจะดูคล้ายนิยายใช่ไหม ... แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องเศร้าได้เหมือนกัน" แลร์รี่ เมอร์ชานต์ เกริ่นนำ ก่อนที่หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ดักลาส ก็เผยให้เห็นถึงน้ำตาลูกผู้ชาย น้ำตานั้นประกอบด้วยชัยชนะส่วนหนึ่งแต่เป็นแค่ส่วนเล็กๆ เท่านั้น เพราะส่วนประกอบสำคัญของมันคือ "ไฟต์นี้คือสิ่งที่เขาจะส่งให้แม่ของเขาบนสวรรค์"

"ลูล่า เพิร์ล ดักลาส" คือชื่อแม่ของ เจมส์ "บัสเตอร์" ดักลาส แชมป์โลก 3 สถาบันคนใหม่ และเธอเพิ่งจากไปด้วยโรคหลอดเลือดในสมอง ก่อนการชกระหว่างลูกชายของเธอกับ ไมค์ ไทสัน ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น

นั่นแหละคือเหตุผลที่ว่าทำไม บัสเตอร์ ดักลาส ไม่ยอมร่วง ... ถึงร่วงก็ไม่ยอมแพ้ แม่คือคนสำคัญในชีวิตของเขา ดังนั้นเขาจะแพ้ไม่ได้

"พลังงานจากแม่ไหลเวียน มันคือแรงจูงใจที่พุ่งพล่าน จนกระทั่งตอนที่เขา (โฆษก) ถามถึงเรื่องแม่เท่านั้น ทุกอย่างที่พยายามกลั้นไว้ก็พังทลายทันที" 

 

ชนะแม้กระทั่งหลังชก

ผู้แพ้อย่าง ไทสัน กลับห้องพักอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่มีสาวใช้ ไม่มีโสเภณี และไม่มีแม้กระทั่งเข็มขัดแชมป์ เขากล่าวอ้างว่าหนนี้เขาถูกปล้นและไม่เชื่อว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายแพ้


Photo : www.edp24.co.uk

"ผมรู้ว่าพระเจ้าไม่มีทางเลือกเจ้าสัตว์ตัวเล็กๆ พวกนี้หรอก มีแต่สัตว์ใหญ่เท่านั้นที่ควรได้อยู่เคียงข้างบัลลังก์ของพระเจ้า เหตุผลที่ผมแพ้อาจจะเพราะว่าผมเป็นสัตว์ที่ตัวใหญ่เกินไป เกินไปจนกระทั่งพระเจ้ายังอิจฉา" ไทสัน เปรียบเปรยการต่อสู้ครั้งดังกล่าว

อย่างไรก็ตามทุกคนไม่ได้ให้ความสำคัญกับ ไทสัน มากนัก สตอรี่ของ ดักลาส ต่างหากที่น่าฟังมากกว่า โลกเริ่มอยากรู้จักเขาขึ้นมาบ้างแล้ว หลายคนถามว่า "การเสียชีวิตของแม่ส่งพลังให้คุณแบบไหน?" ซึ่ง ดักลาส ตอบได้อย่างไม่ลังเลเลยว่า "มากอย่างที่สุด"

"วันหนึ่งผมร้องไห้กลับมาที่บ้าน แม่ถามว่า 'เกิดอะไรขึ้น' ผมเลยตอบว่า 'มีเด็กมันกระโดดขึ้นตัวมาต่อยผม' เท่านั้นแหละ แม่ของผมเหวี่ยงผมลงกับพื้น จากนั้นเธอเอาเข่ามากดที่หน้าอกของผมและบอกว่า 'จำไว้ เจมส์ ถ้าแกยังปล่อยให้ไอ้เด็กพวกนั้นรังแกแล้วไม่ยอมสวนพวกมันกลับบ้าง แกก็ต้องมาสู้กับแม่แบบนี้แหละ'" เขาเริ่มเผยความหลัง

เธอไม่ได้โหดกับลูกชาย เธอไม่ใช่แม่ใจยักษ์ เธอแค่อยากสอนให้ ดักลาส สู้เพื่อตัวเองบ้าง เพราะช่วง 10-11 ขวบ เขามักจะโดนเพื่อนแกล้งเป็นประจำ และการยื่นคำขาดนั้นทำให้ ดักลาส เริ่มกำหมัดเป็นครั้งแรก เขาใช้มันเพื่อป้องกันตัวในวัยเด็ก และใช้มันคว้าแชมป์โลกในวัย 30 ปี 

"แม่คือชีวิตของผม เธอเสียชีวิตไป 3 สัปดาห์ก่อนที่ผมจะชกกับ ไทสัน นั่นคือเหตุผลที่วันนั้นทำไมผมจึงพีกที่สุด เก่งที่สุด และทำได้ดีที่สุดในฐานะนักมวยคนหนึ่ง ผมไม่สามารถขออะไรได้มากกว่านี้แล้ว นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนจดจำผม ได้มองมาที่ผม ว่าผมคือสุภาพบุรุษที่เชื่อมั่นในตัวเอง ผมอ่อนน้อมถ่อมตนทุกครั้งที่มีโอกาส และผมจะใช้สิ่งที่ผมมีให้เป็นประโยชน์"

ก่อนที่ ลูล่า จะจากไป 1 สัปดาห์ เธอเดินทางมาเยี่ยม ดักลาส ขณะที่ตัวของเธอเองป่วยหนักอยู่ แต่ก็ยังรวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อมาเห็นหน้าลูกชายและส่งพลังทั้งหมดที่มีทั้งหมดให้กับ บัสเตอร์ ดักลาส สำหรับไฟต์เปลี่ยนชีวิต ...

"แม่อายุ 46 ผมอายุ 29 มันยากนะที่จะยอมรับและหาทางไปต่อกับชีวิต แต่ในทางเดียวกันมันทำให้ผมกลายเป็นลูกผู้ชายที่แข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าเหมือนกัน ... เชื่อไหมผมไม่เคยสงสัยในตัวเองเลยหลังจากนั้น ผมมั่นใจในทุกการฝึกซ้อม ผมนับวันรอที่จะได้ชกกับ ไมค์ ผมกลัวอย่างเดียวว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บจนไฟต์ต้องเลื่อนไป ผมกระสับกระส่ายเฝ้ารอให้ถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน" ... และเขาก็ไม่เสียแรงรอในท้ายที่สุด

ดักลาส หอบเข็มขัดแชมป์โลกกลับ โคลัมบัส บ้านเกิด โดยมีคนมารอรับกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

"ไม่รู้สิ ... ระหว่างอยู่บริเวณรันเวย์ผมถามครอบครัวผมนะ คนพวกนี้มารอใครกัน? และสุดท้ายผมก็ได้รู้ว่าพวกเขามารอผมนี่แหละ" เขายิ้ม 
Photo : en.espn.co.uk

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจาก ดักลาส แย่งเข็มขัดแชมป์มาได้ โลกของมวยรุ่นเฮฟวี่เวตก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ... ไมค์ ไทสัน หลุดฟอร์มเละเทะแถมยังมีเรื่องติดคุกติดตาราง ขณะที่เข็มขัดแชมป์โลกก็หมุนเวียนเปลี่ยนเจ้าของไปมากหน้าหลายตา

แม้ว่า เจมส์ "บัสเตอร์" ดักลาส จะเป็นแค่คนหนึ่งที่เคยถือเข็มขัดแชมป์โลก 3 เส้น แต่อย่างน้อยๆ เรื่องราวในวันที่เขาคว้ามันมาครองได้ก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่และกลายเป็นตำนานของโลกแห่งหมัดมวยจนถึงทุกวันนี้ ... 

 

แหล่งอ้างอิง

https://theundefeated.com/features/buster-douglas-i-wasnt-impressed-with-the-success-mike-tyson-was-having/
https://www.espn.com/boxing/story/_/id/25508287/james-buster-douglas-recounts-biggest-upset-boxing-history
https://www.sbnation.com/2019/7/6/20681020/mike-tysons-vs-buster-douglas
https://www.thesun.co.uk/sport/7958290/buster-douglas-death-mum-mike-tyson-fight-boxing/
https://en.wikipedia.org/wiki/Mike_Tyson_vs._Buster_Douglas
https://www.theguardian.com/sport/blog/2015/feb/11/mike-tyson-underdog-buster-douglas-boxing-from-the-vault
https://ftw.usatoday.com/2018/12/mike-tyson-buster-douglas-espn-30-for-30-6-details



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง