mainstand

Feature

‘ฮวงจุ้ย’ ศาสตร์จากจีนที่เข้ามาเสริมแกร่งให้ เชส เซนเตอร์… บ้านใหม่มูลค่า 4 หมื่นล้านบาทของ ‘วอร์ริเออร์ส’



ในวงการกีฬาไม่ว่าจะที่สหรัฐอเมริกาหรือที่ไหน สิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของเมืองหรือรัฐใดรัฐหนึ่งคงหนีไม่พ้น “สนามกีฬา” ยิ่งเป็นสนามใหญ่ หรือเป็นรังเหย้าของทีมที่ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จัก สนามนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับ “แลนด์มาร์ก” ที่ใครๆ ก็ต้องไปเยือน


 

ซึ่งในวงการบาสเกตบอล NBA นั้น จะว่าไปก็มีสนามกีฬาที่เป็นเปรียบเสมือนแลนด์มาร์กอยู่หลายสนาม ไม่ว่าจะเป็น เมดิสัน สแควร์ การ์เด้น รังเหย้าของ นิวยอร์ค นิกส์ ที่ตั้งอยู่ใจกลางมหานครนิวยอร์ค ซึ่งนอกจากจะมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ผ่านอีเวนท์สำคัญมากมาย ทั้งบาสเกตบอล, คอนเสิร์ต, มวยสากล แล้ว ยังเคยปรากฎเป็นหนึ่งในฉากสำคัญของภาพยนตร์ จนเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่คนจากทั่วโลกต้องมาเยือนสักครั้ง หรือ ยูไนเต็ด เซนเตอร์ สนามแห่งตํานานของ ชิคาโก บูลส์ ที่นอกจากเอาไว้จัดแข่งบาสเกตบอล NBA หรือรายการสำคัญอื่นๆ แล้ว ยังมีโชว์คณะละครสัตว์อันเลื่องชื่อทุกปี รวมถึงยังมีอนุสาวรีย์ ไมเคิล จอร์แดน ที่ตั้งตระหง่านเพื่อให้คนมาถ่ายรูป กลายเป็นอีกแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเมืองชิคาโกเลยก็ว่าได้

ที่กล่าวมาคือสนามดังฝั่งตะวันออกของดินแดนแห่งเสรีภาพ ส่วนฝั่งตะวันตก หนึ่งในสนามที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเป็นที่จดจำ คงต้องมีชื่อของ “ออราเคิล อารีนา” รังเหย้าของ โกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน

 

บันได 3 ขั้นของสะพานทอง

ออราเคิล อารีนา ถูกสร้างขึ้นในปี 1966 ด้วยวัตถุประสงค์หลักคือ เป็นอาคารในร่มเอนกประสงค์สำหรับทํากิจกรรมต่างๆ ทั้งกีฬา, คอนเสิร์ต และอีเวนท์อื่นๆ ของเมืองโอคแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ตอนแรกสร้างใช้งบประมาณ 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 735 ล้านบาท) และมี 13,502 ที่นั่ง ซึ่งถือว่าเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่มากในขณะนั้น เป้าหมายหลักของการสร้าง ออราเคิล อารีนา คือเพื่อเป็นสนามแข่งฮอคกี้นํ้าแข็ง NHL ซึ่งเกมแรกที่มีการใช้การแข่งขันกีฬาอย่างเป็นทางการคือ เกมระหว่าง โอคแลนด์ ซีลส์ กับ ซานดิเอโก กัลล์ส ก่อนที่จะปรับปรุงให้สามารถใช้จัดแข่งขันบาสเกตบอลได้ ทั้งการขายที่นั่งเป็น 19,596 ที่นั่ง, สร้างบอกซ์วีไอพี, ห้องพักนักกีฬา รวมถึงมีร้านอาหารและร้านค้าเพิ่มเพื่อรองรับปริมาณผู้ชมที่มากขึ้น


Photo : ynet.co.il

และเมื่อพูดถึงกีฬาบาสเกตบอล ทีมที่ใช้ ออราเคิล อารีนา มาอย่างยาวนานและมีประวัติศาสตร์ร่วมกับสนามแห่งนี้มากที่สุดคงหนีไม่พ้น โกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส อย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ โจ ลาคอป เข้ามาซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของทีมเมื่อปี 2010 และได้วางแผนการ 3 เฟส เพื่อนำทีมกลับสู่ความยิ่งใหญ่เหมือนสมัยอยู่เมือง ฟิลาเดลเฟีย กับ ซานฟรานซิสโก ในอดีต

“ผมอยากจะบอกว่า ตั้งแต่เราเข้ามาซื้อทีมวอริเออร์สนี้ ผมมีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงให้ทีมยอดเยี่ยม เป็นทีมแชมป์ จากแฟรนไชส์ที่ไม่ประสบความสําเร็จ ให้กลับมาประสบความสําเร็จอย่างงดงาม” นั่นคือเป้าหมายในเฟสแรกของลาคอป และทีมก็ตอบสนองด้วยการคว้าแชมป์ในสนามแห่งนี้ 3 สมัยในปี 2015, 2017 และ 2018 รวมทำให้แฟรนไชส์วอร์ริเออร์สคว้าถ้วยแชมป์ NBA 6 สมัยแล้วในตอนนี้

ส่วนเฟสสอง ลาคอปเผยว่า “สิ่งที่ผมจะทําคือ ทําให้มันเป็นธุรกิจที่ดีขึ้น เพิ่มมูลค่าการตลาดขึ้นมาให้มากกว่าเดิม ก่อนหน้านี้บาสเกตบอลไม่ใช่ธุรกิจที่ดี เราต้องนําการจัดการที่ดี การสร้างวัฒนธรรมองค์กร สิ่งต่างๆ เข้ามาสร้างให้เป็นธุรกิจ ให้บริการกลุ่มแฟนๆ ของเราด้วยความจริงใจ  สร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วม จนแฟนๆ มีความรักต่อทีม” สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ กิจกรรมคืนกำไรแฟนๆ มากมาย ทั้งการแจกของรางวัล, แจกตั๋วปีฟรี ฯลฯ ทำให้ทีมวอร์ริเออร์สมีฐานแฟนคลับเพิ่มขึ้น ยอดผู้ชมเฉลี่ยใน ออราเคิล อารีนา เพิ่มเป็นมากกว่า 18,000 คนถึง 12 ฤดูกาลติด

และเฟสสาม ลาคอปเผยว่า เขามีไอเดียที่จะปฏิวัติรูปแบบของบาสเกตบอล ด้วยการนำกิจกรรมบันเทิงต่างๆ ทั้งการแสดงช่วงพักครึ่ง, ใช้เทคโนโลยีให้ผู้ชมมีส่วนร่วม รวมถึงดึงดูดแฟนๆ รุ่นใหม่ด้วยอีสปอร์ตส์


Photo : stadiumastro.com

“ผมต้องการให้ที่นี่มีความบันเทิงด้านกีฬา หรือ สปอร์ต เอนเตอร์เทนเมนต์ อย่างครบวงจร มีการเอาสื่อต่างๆ และเทคโนโลยีเข้ามารวมถึงอีสปอร์ตส์ด้วย  เราจะใช้ทรัพยากรที่มีให้เป็นประโยชน์ ตอนนี้เรากําลังทํามันอยู่ และอีกไม่นานทุกอย่างจะชัดเจนมากขึ้น” แต่สิ่งที่ลาคอปไม่ได้กล่าว ทว่าทุกคนพอจะมองเห็นภาพในใจก็คือ บางที ออราเคิล อารีนา อาจใหญ่ไม่พอสำหรับเมกกะโปรเจ็คท์ต่างๆ ไปเสียแล้ว

 

สู่การเปลี่ยนแปลง

และหลังจากที่มีการประชุมเหล่าผู้บริหารกันในปี 2013 ก็ได้ข้อสรุปว่า “โกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส จะย้ายสนามจาก ออราเคิล อารีน่า ไปใช้สนามเหย้าแห่งใหม่หลังจบฤดูกาล 2018-19”


Photo : www.goldenstateofmind.com

แม้ข่าวดังกล่าวจะสร้างความใจหายให้เกิดขึ้นในหมู่แฟนๆ แต่ทางลาคอปเองก็ยืนยันว่า ตัวตนของทีมวอร์ริเออร์สนั้นจะคงอยู่ตลอดไป “แม้ว่า ออราเคิล อารีนา จะไม่ได้เป็นสนามของทีมอีกแล้ว แต่ยังมีกิจกรรมอื่นๆ จัดขึ้นที่นี่ตามเดิม ซึ่งการย้ายไปสนามแห่งใหม่จะทําให้แฟนๆ ได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย”

และถึงฉากสุดท้ายของ ออราเคิล อารีนา จะไม่ได้จบลงอย่างสวยงามเหมือนดั่งเทพนิยาย เมื่อ โตรอนโต แร็ปเตอร์ส บุกมาชนะ โกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส ในเกมที่ 6 ของรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์บาสเกตบอล NBA ฤดูกาล 2018-19 ไปครอง แต่ความทรงจำหลายสิ่งหลายอย่างก็ได้ทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอดใจหายไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น สเตฟเฟน เคอร์รี และ เควิน ดูแรนท์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดในสีเสื้อวอร์ริเออร์ส, วินซ์ คาร์เตอร์ ที่คว้าแชมป์สแลมดังค์ปี 2000 ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นการดังค์ที่ดีที่สุดตลอดกาล ณ สนามแห่งนี้ รวมถึง ทอม แฮงค์ส ดาราฮอลลีวูดขวัญใจมหาชน ที่เปิดเผยถึงความทรงจำสมัยวัยรุ่นด้วยว่า ตัวเขาเคยมาทำงานพิเศษเป็นพนักงานที่นี่


Photo : www.mercurynews.com

สิ่งที่ผ่านไปนั้นคือตำนาน และตำนานบทใหม่ก็กำลังจะเกิดขึ้นกับสนามแห่งใหม่ ที่จะว่าไปนั้น มันห่างเพียงช่องอ่าวแคบๆ กั้นเท่านั้นเอง

 

สนามใหม่ที่อุดมไปด้วยหลักฮวงจุ้ย

สนามใหม่ของทีมสะพานทองนั้นก็คือ “เชส เซนเตอร์” ที่อยู่ในย่าน มิชชันเบย์ ไม่ไกลจากใจกลางเมืองซานฟรานซิสโกมากนัก ใช้งบการสร้างมหาศาลกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 43,000 ล้านบาท) ซึ่งว่ากันว่า เป็นสนามที่ดีที่สุดในวงการกีฬาของสหรัฐอเมริกา เมื่อสิ่งอํานวยความสะดวก และความทันสมัยทุกอย่างมารวมอยู่ในสนามแห่งนี้


Photo : www.swagroup.com

ภูมิทัศน์ภายนอกของสนามถูกออกแบบโดย SWA Group บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบภูมิทัศน์ของสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในระดับโลก ซึ่งพวกเขาออกแบบให้ด้านหน้าของ เชส เซนเตอร์ เป็นพลาซ่ากลางแจ้งและสวนสาธารณะที่ติดกับอ่าวซานฟรานซิสโก เมื่อมองจะเห็นวิวที่สวยที่สุดของสะพานโกลเดนเกต หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองและของโลก ขณะที่ด้านหลังนั้น จะเป็นวิวที่เต็มไปด้วยตึกสูงต่างๆ มากมายในย่านดาวน์ทาวน์ของเมืองซานฟรานซิสโก ที่เหมือนกับมีภูเขาล้อมรอบ

ซึ่งวิว “หน้าติดนํ้า หลังติดภูเขา” นี้เอง ที่ทำให้หลายคนมองว่า เชส เซนเตอร์ ถูกก่อสร้างตามหลักฮวงจุ้ยของจีนชัดๆ แต่ศาสตร์ของจีนมาเกี่ยวข้องกับสนามกีฬาของสหรัฐอเมริกา ประเทศที่อยู่คนละซีกโลกได้อย่างไร?

สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือ เรื่องของการสร้างสนามกีฬานั้น หลายทีมได้นำความเชื่อทางศาสตร์ต่างๆ เข้ามาเป็นองค์ประกอบ เพื่อเสริมดวงทีมตัวเอง ตัดดวงทีมคู่แข่ง แต่สำหรับทีมแห่งย่าน เบย์แอเรีย วัฒนธรรมจีนคือสิ่งที่หยั่งรากลึกในสังคมที่นี่มาอย่างยาวนาน เพราะ ซานฟรานซิสโก รวมถึงเมืองใกล้เคียง ได้ต้อนรับชาวจีนที่หอบเสื่อผืนหมอนใบนั่งสำเภามาแสวงหาโอกาสในอีกซีกโลกตั้งแต่ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในยุคสมัยแห่ง “การตื่นทอง” หรือ “Gold Rush” จนปัจจุบันมีชาวอเมริกันเชื้อสายจีนอาศัยอยู่ในเขตมหานครซานฟรานซิสโก (ซานฟรานซิสโก-โอคแลนด์-เฮย์เวิร์ด) ถึงกว่า 460,000 คนตามรายงานจาก American Community Survey เมื่อปี 2015 และคิดเป็น 10% ของประชากรในย่านนี้ทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วนมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา และด้วยเหตุนี้ โกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส จึงเป็นหนึ่งในไม่กี่ทีมของ NBA ที่ต้องทำเสื้อแข่งเวอร์ชั่นภาษาจีนออกขายด้วย ทั้งๆ ที่พวกเขาแทบไม่เคยมีผู้เล่นเชื้อสายเอเชียที่เคยเล่นให้กับทีมเลย


Photo : www.sfgate.com

การออกแบบ เชส เซนเตอร์ มีผู้ที่รับผิดชอบงานหลักคือบริษัท มานิกา ของ เดวิด มานิกา เทพแห่งการออกแบบอีกคนของวงการสถาปัตย์ ซึ่งมีประสบการณ์กว่า 25 ปี และผ่านงานออกแบบสังเวียนแข่งขันระดับโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน อาทิ ลาสเวกัส สเตเดียม รังเหย้าของทีม ลาสเวกัส เรเดอร์ส ที่จะย้ายจากเมืองโอคแลนด์มาเล่นในนครลาสเวกัสปี 2020, วีทีบี อารีนา สนามเหย้าของทีม ดินาโม มอสโก แห่งรัสเซีย รวมถึงโปรเจ็คท์ปรับปรุง คัมป์นู เมกกะลูกหนังของ บาร์เซโลนา ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2021

วิสัยทัศน์ของมานิกาคือ “การผสมผสานสุนทรียศาสตร์กับสนาม รวมถึงผสานวัฒนธรรมและความเชื่อเข้าด้วยกัน” โดยผสานความบันเทิง, กีฬา และเอกลักษณ์ทุกอย่างให้ลงตัว ซึ่งการออกแบบ เชส เซนเตอร์ นี้ก็เช่นเดียวกัน กับการนําหลักฮวงจุ้ยเข้ามาเกี่ยวพันกันได้อย่างยอดเยี่ยม

 

เสริมดวงโกยทรัพย์ตัดกำลังคู่แข่ง

เมื่อมองจากภายนอกนั้นก็อย่างที่ได้กล่าวไป เชส เซนเตอร์ นั้นจะมีลักษณะ “หน้าแม่นํ้า หลังภูเขา” ตึกหลายร้อยตึกข้างหลังสนาม เปรียบเสมือนภูเขาที่เป็นการเสริมหลักความมั่นคง หนักแน่น ส่วนด้านหน้าคือแม่นํ้าซึ่งแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ นั่นทําให้ เชส เซนเตอร์ นั้นเรียกว่ามีชัยภูมิที่ถูกต้องเป๊ะๆ ตามหลักฮวงจุ้ย ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อมองจากภายนอกสนาม เชส เซนเตอร์ จะมีลักษณะเป็นทรงกลม ซึ่งเป็นธาตุทองที่จะเสริมซึ่งกันและกันกับอ่าวซานฟรานซิสโกเบื้องหน้า ทําให้เกิดความเจริญเติบโตของที่อยู่อาศัยและธุรกิจที่อยู่ข้างใน รวมถึงมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น


Photo : www.bizjournals.com

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาทางเข้าสนามก็จะเห็นสิ่งที่เป็นจุดเด่นคือ “การจัดรูปแบบของกระจก” ซึ่งจะเรียกได้ว่าเป็นแบบทรงพิฆาตก็ไม่ผิดนัก เพราะลักษณะการจัดวางกระจกนั้นคล้ายคลึงกับ “กรงดักสัตว์” และกระจกที่ติดบริเวณด้านหน้านั้นก็ไม่ได้เป็นทรงเรียบ แต่จะเป็นลักษณะที่หัน ประกบกันคล้ายกับ “ใบมีด” ซึ่งเมื่อตีความหมายตามศาสตร์ฮวงจุ้ยคือ ใบมีดนั้นจะคอยฟันและทําลายล้างศัตรู หรือหากมองในแง่ของกีฬา ทีมคู่แข่งที่จะมาเยือนจะถูกรุกฆาตและถูกยัดเยียดความพ่ายแพ้ นอกเหนือจากนั้นยังมองดูคล้ายกับเครื่องประหาร ที่ตามหลักธุรกิจจะทําให้ผู้คนที่เข้าไปข้างในนั้นเสียทรัพย์ และยอมสละทรัพย์เพื่อสิ่งที่หลงใหล

นอกจากนี้ ก่อนทางเข้าบริเวณด้านนอกของ เชส เซนเตอร์ จะมีจอทีวี LED ขนาดใหญ่เห็นเด่นชัด ซึ่งเป็นการวางให้สอดคล้องกับกระจกที่เป็นตารางและทรงใบมีด โดยจอ LED จะอยู่ตรงบริเวณทางเข้า ซึ่งตามตําราฮวงจุ้ยระบุไว ว่า จะเหมือนกับอุโมงค์ปากของสัตว์ที่พร้อมจะอ้าปากรับเหยื่อเข้าสู่ภายในสนาม


Photo : www.swagroup.com

โดยสรุป การออกแบบภายนอกสนามจะเป็นไปตามศาสตร์ฮวงจุ้ยที่เน้นความเด่น และการเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งรูปทรงจะคล้ายกับกรงดักสัตว์บวกกับใบมีดที่พร้อมจะฟันทุกอย่าง แต่หลักฮวงจุ้ยที่ เชส เซนเตอร์ ไม่ได้หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะเมื่อย่างกรายสู่ภายในก็จะเจอฮวงจุ้ยพิฆาตอย่างหนักหน่วงมาก เริ่มจากตรงบริเวณล็อบบี้ บันไดในทางขึ้นนั้นจะดีไซน์ให้เหมือนกับคลื่นทะเล ตามความหมายคือ เมื่อเข้าไปแล้วจะถูกดูดวน และทะเลจะทําให้เกิดความหลงใหล หรือเปรียบง่ายๆ ก็คือ พร้อมที่จะสละทรัพย์อย่างเต็มที่นั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีการตกแต่งภายในโดยใช้สีไม้แซมเข้าไปด้วย 

เชส เซนเตอร์ ถูกออกแบบให้เป็นลักษณะธาตุทองตามหลัก และยังมีไม้ ซึ่งเมื่อไม้และธาตุทองรวมกัน จะทำให้มีลักษณะพิฆาต บวกกับการตกแต่งที่มีเหลี่ยมเหมือนใบมีด ก็จะทําให้เราต้องเสียทรัพย์ไปแบบงงๆ โดยเราไม่ทันรู้ตัว ไม่ทันคิดเสียด้วยซํ้า ซึ่งแน่นอนว่า คนที่ได้ที่สุดก็คือ ทางสนามที่จะโกยทรัพย์ไปอย่างอื้อซ่านั่นเอง

 

สนามที่ยึดโยงกับแฟนๆ

ในด้านนอกของ เชส เซนเตอร์ นอกจากสวนสาธารณะและพลาซ่ากลางแจ้งรวมถึงร้านอาหารริมอ่าวแล้ว ยังมีจอทีวีกลางแจ้งขนาดใหญ่ไว้ให้คนที่ไม่มีตั๋วเข้าชมได้ชมเกมหรือไฮไลท์การแข่ง ขณะเดียวกัน การดีไซน์ของ SWA นั้นยังออกแบบให้มีโรงแรมในบริเวณสนามแห่งนี้อีกด้วย 


Photo : www.swagroup.com

เจมี่ ไดมอนด์ ประธานและซีอีโอของ เชส เซนเตอร์ กล่าวว่า “สถานที่แห่งนี้จะเป็นศูนย์รวมแห่งวัฒนธรรมและเทคโนโลยีที่จะผสานเข้าด้วยกัน เราคาดหวังว่า เชส เซนเตอร์ จะเป็นแหล่งรวมของผู้คน, ศิลปะ, วัฒนธรรม, กีฬา รวมถึงความบันเทิงที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้คน” เช่นเดียวกับ ปีเตอร์ กูเบอร์ ประธานร่วมของทีมวอริเออร์สที่เผยว่า “เชส เซนเตอร์ จะเป็นที่ที่ผู้คนสามารถเข้าถึงศิลปะ, วัฒนธรรม, เทคโนโลยีที่ทันสมัย และระบบดิจิตอลได้อย่างง่ายๆ สถานที่แห่งนี้ไม่เป็นสองรองใคร” ไม่เพียงเท่านั้น ทีมวอร์ริเออร์สยังได้ให้ความสำคัญกับแฟนๆ โดยเปิดให้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับสนามแห่งนี้ อย่างเช่น ทิม ฮาลีย์ แฟนรุ่นเก๋าที่ถือตั๋วปีมายาวนานหลายสิบปี ซึ่งได้รับเกียรติให้เป็นคนติดตั้งเก้าอี้ตัวแรกของสนาม

พื้นที่ เชส เซนเตอร์ กว้างขวางถึง 11 เอเคอร์ ซึ่งมีความพิเศษต่างๆ ที่รวมทุกศาสตร์และศิลป์เอาไว้ด้วยกัน อาทิ

- ทีวีจอยักษ์ด้านนอกขนาดครึ่งหนึ่งของสนามบาสเกตบอล NBA ประมาณ 2,500 ตารางฟุต

- ระเบียงด้านบน ซึ่งสามารถมองออกไปเห็นวิวจุดที่สวยที่สุดในการชมอ่าวซานฟรานซิสโกและสะพานโกลเดนเกต

- ร้านอาหารพื้นที่รวมกันประมาณ 10,000 ตารางฟุต ซึ่งจะมีอาหารหลากหลายวัฒนธรรม รวมถึงมีร้านค้าปลีก และช็อปสินค้าของทีมวอร์ริเออร์สไว้ให้ผู้คนจับจ่ายซื้อของ

- สวนสาธารณะขนาด 3.2 เอเคอร์ และอาคารด้านข้างสนามขนาด 5,000 ตารางฟุต มีที่นั่งกว่า 250 ที่นั่ง เพื่อการพักผ่อน และจัดอีเวนท์กิจกรรมต่างๆ

- ที่จอดรถขนาด 950 คัน และมีจุดจอดรถชาร์จไฟฟ้าอีก 29 คัน นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถเพิ่มอีกกว่า 2,000 คัน ห่างจากสนามครึ่งไมล์ พร้อมบริการรถรับ-ส่ง และยังมีพื้่นที่จอดจักรยานกว่า 300 คัน

- สถานีรถไฟใต้ดิน และในอนาคตจะเปิดเป็นท่าเรือเพื่อเพิ่มในเรื่องของการ ท่องเที่ยวด้วย

- จุดขายอาหารและเครื่องดื่มกว่า 40 จุด ซึ่งมีเมนูยอดฮิตของแฟนๆ อย่าง ไก่ทอด, แซนด์วิช และของหวาน นอกจากนี้ยังมีเมนูพิเศษอย่าง เบอร์เกอร์ด็อก และพิซซ่าที่มีรางวัลจากประเทศอิตาลีการันตีความอร่อย

- พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ที่มีรูปจากจิตรกรชื่อดังทั่วโลกวางแสดง

- ความจุที่นั่ง 18,064 ที่นั่ง ลดลงจากสมัยที่ใช้ โอราเคิล อารีน่า เพื่อให้แฟนๆ ได้ชมกันได้อย่างสบายๆ และเต็มอิ่มกับเกมการแข่งขัน นอกจากนี้ยังมีห้องสูทพิเศษ สําหรับชมอีก 44 ห้อง และห้องริมระเบียงบ็อกซ์วีไอพีอีก 32 ห้อง มีเลาจน์ส่วนตัว และโต๊ะประชุมไว้คอยบริการด้วย

- สามารถรองรับอีเวนท์ได้มากกว่า 200 อีเวนท์ต่อปี ซึ่งนอกจากงานหลักที่ใช้เป็นสนามแข่งบาสเกตบอล NBA ยังมีคิวจองแล้วอีกเพียบ โดยเฉพาะคอนเสิร์ต จาก เมทัลลิกา, เจเน็ต แจ็คสัน / โจนาส บราเธอร์ส / ฟิล คอลลินส์ ฯลฯ


Photo : www.swagroup.com

สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือความยอดเยี่ยมของ เชส เซนเตอร์ สนามแห่งใหม่ที่จะเป็นรังเหย้าเหย้าของทีม โกลเดนสเตท วอริเออร์ส และจะเปิดใช้ในการแข่งขัน NBA นัดแรกในวันที่ 5 ตุลาคม2019 ในเกมปรีซีซั่นระหว่าง โกลเดนสเตท วอริเออร์ส กับ ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส 

ทุกสิ่งที่กล่าวมาทำให้เชื่อได้ว่า แฟนๆ จะได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจในการมาชมการแข่งขันที่นี่อย่างแน่นอน แต่ เชส เซนเตอร์ ที่ผสมศาสตร์ฮวงจุ้ยเข้าไปนี้จะช่วยให้ทัพสะพานทองประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับยุคสมัยใน ออราเคิล อารีนา หรือไม่? เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์



ชื่นชอบบทความนี้ของ : วัชรินทร์​ จัตุชัย​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง