mainstand

Feature

จับปลาสองมือไม่แย่เสมอไป : ทำไม ‘สเตฟห์ เคอร์รี’ อาจฟอร์มตกหากอดตีกอล์ฟ?  



มนุษย์เราถูกสอนและบังคับให้อยู่ในกรอบโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่กรอบที่ว่านั้นอาจจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์เลยว่าต่อให้ปฎิบัติตามเเล้วมันจะดีและประสบความสำเร็จเสมอไป 


 

วันนี้เราจะมาพูดกันถึงกรอบที่ว่า "คิดจะทำอะไรจงตั้งใจทำทีละอย่าง" ซึ่งผู้ทดลองการออกนอกกรอบครั้งนี้คือ สเตฟห์ เคอร์รี่ ยอดนักบาส NBA เจ้าของแชมป์ 3 สมัยกับทีม โกลเด้น สเตท วอริเออร์ส 

เรื่องราวเกิดขึ้นในวันที่เขายังเด็ก เขาเริ่มเล่นบาสเกตบอลกับกอล์ฟพร้อมๆกันและยังตกหลุมรักทั้ง 2 กีฬาเท่าๆกันอีกด้วย อย่างไรก็ตามผู้คนรอบข้างพยายามจะตัดกอล์ฟออกจากเขาเพียงเพราะเชื่อว่าเขาทำทั้ง 2 อย่างให้มีประสิทธิภาพในเวลาเดียวกันไม่ได้... ทว่าสำหรับ สเตฟห์ แล้วเขาไม่ได้คิดอย่างนั้น ดังนั้นเขาจึงต้องสู้และพิสูจน์ให้เห็นว่าการเล่นกีฬา 2 อย่างไปพร้อมๆกันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเขา 

 

ความผิดของพ่อ

สเตฟห์ เคอร์รี่ นั้นมีสายเลือดนักบาสเก็ตบอลไหลเวียนในตัวตั้งแต่กำเนิด พ่อของเขา เดล เคอร์รี่ คือนักบาสระดับ NBA ที่เคยเล่นให้กับ โตรอนโต้ เเร็ปเตอร์ส ทีมที่เพิ่งคว้าแชมป์ NBA ไปในปีนี้ โดย ณ นั้นเมื่อย้อนไปในปี 1992 เดล มักจะพาลูกชายทั้งสอง ทั้ง สเตฟห์ และ เซธ ไปสนามซ้อมด้วยเสมอ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้พี่น้อง เคอร์รี่ มีพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมเขา เดล ส่ง สเตฟห์ เรียนที่ ควีนส์เวย์ ที่ โตรอนโต้ ก่อนลูกชายของเขาจะพาทีมคว้าแชมป์ตั้งแต่จำความได้  เรื่องความยอดเยี่ยมในวัยเด็กของพี่น้อง เคอร์รี่ นั้น แม้แต่ วินซ์ คาร์เตอร์ ตำนานของ แร็ปเตอร์ส ก็ยังจำได้ดี 


Photo : Toronto Star

"เซธ และ สเตฟ จะรอผมซ้อมจนเสร็จพวกเขาจะเข้ามาถามแล้ว เร็ว วินซ์ พร้อมจะดวลกันรึยัง" วินซ์ จดจำ 2 พี่น้อง เคอร์รี่ ได้ดี 

แม้ สเตฟห์ จะเริ่มมีฝีมือในด้านบาสเกตบอลตั้งแต่ยังเด็ก ทว่าเจ้าตัวก็เป็นคนที่มีทักษะทางกีฬายอดเยี่ยม ไม่ว่าจะหยิบจับอุปกรณ์ใดมาเล่นดูเหมือนจะว่ามันจะง่ายไปเสียหมด โดยเฉพาะ กอล์ฟ กีฬาที่เขาเลือกเล่นเป็นอย่างที่ 2 และโดนใจเขาเข้าอย่างจังเลยทีเดียว

"ผมเล่นบาสพร้อมๆกับเล่นกอล์ฟเลยตอนอายุสัก 8 ขวบเห็นจะได้ ผมทำได้ดีมากเลยจนกระทั่งตอนอายุ 12 นี่แหละ ผมตั้งใจเล่นกอล์ฟมากขึ้น เรียกได้ว่าเล่นแบบเต็มตัวเลยก็ว่าได้ แต่มันมีเรื่องลำบากใจนิดหน่อยเพราะเส้นทางสายบาสเกตบอลของผมกำลังไปได้ดีเลยทีเดียว" สเตปห์ ว่าถึงจุดเริ่มต้นและ 2 เส้นทางที่ต้องเลือกของเขา

เดล ผู้เป็นพ่อนั้นมักจะชวนลูกชายไปออกรอบเสมอเพราะตัวเขาเองถือว่าเป็นคนเล่นกอล์ฟที่เก่งในระดับหนึ่ง แม้ไม่ใช่มือโปร แต่ถ้าเล่นเดิมพันกับเพื่อนนักบาสเเล้วล่ะก็ ยากมากที่คู่แข่งของเขาจะหยิบแบงค์ดอลลาร์ออกจากกระเป๋าของเดลได้

เดล ถือเป็นขาประจำของสนามกอล์ฟ ไม่ว่าจะสนามไดรฟ์หรือการออกรอบเขาทำมันโดยไม่เบื่อ บ่อยครั้งลูกชายของเขาก็ตามติดเขาแจ แรกๆเขาเองก็ไม่คิดว่า สเตฟห์ จะทำได้ดีถึงขนาดหลงรักกอล์ฟขนาดนี้ เขาอยากให้ลูกได้เล่นกีฬาหลายๆชนิดเพื่อเปิดมุมมอง และสร้างทักษะให้รอบด้านมากขึ้น ทว่าทำไปทำมาเมื่อ สเตฟห์ เริ่มฝึกแบบจริงจังแบบมีครูสอน เผลอแว่บเดียวเท่านั้น เดล ที่เล่น กอล์ฟ มาเกือบ 10 ปี ก็แพ้ให้การออกรอบให้กับ สเตฟห์ ที่ ณ เวลานั้นมีอายุแค่ 13 ปีเท่านั้น...


Photo : For The Win - USA Today

หลังจากที่ เดล ผู้เป็นพ่อหมดสัญญากับ แร็ปเตอร์ส เขาได้พาลูกชายทั้ง 2 คนกลับมาตั้งรกรากกันที่ ชาร์ล็อตต์ โดย สเตฟห์ นั้นจึงถูกส่งไปเรียนโรงเรียนคริสเตียนชาร์ล็อตต์ และเริ่มกลายเป็นดาวเด่นในฐานะนักบาสเก็ตบอลของโรงเรียน ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในวัยเรียนของเขา เนื่องจากพาทีมคว้าแชมป์คอนเฟอเรนซ์ถึง 3 ครั้ง ก่อนที่จะย้ายไปเรียนในระดับมหาวิทยาลัยเดวิดสัน

ช่วงเวลาที่ยอดเยี่มบนเส้นทางบาสเกตบอล สเตฟห์ ต้องขอบคุณพ่อของเขาเป็นอย่างมาก เพราะ เดล  พยายามอย่างยิ่งที่จะกีดกันเส้นทางการเป็นโปรกอล์ฟของ สเตฟห์ แบบลับๆ เขาสนับสนุนกีฬาทุกชนิดที่ลูกเล่น แต่สำหรับ สเตฟห์ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ  เดล คิดว่า กอล์ฟ คือเส้นทางที่อันตรายเกินไปสำหรับลูกชายคนแรก.... 

"ผมและซอนย่า (แม่ของ สเตฟห์) เลี้ยงลูกทั้ง 3 คนของเราแบบเปิดกว้างมากกับกีฬาทุกชนิด พวกเขาอยากจะเล่นอะไรผมเปิดกว้างให้โอกาสเต็มที่ ส่วนเรื่องที่ผิดพลาดน่ะเหรอ? แน่นอนมันมีอยู่แล้ว ความผิดของผมที่มีต่อ สเตฟห์ คือการสอนให้เขาเล่นกอล์ฟตอนอายุ 8 ขวบนี่แหละ เขาชอบที่จะประสานมือและตามองไปข้างหน้าราวกับว่าสนุกกับมันมากๆ"  เดล มีความกระวนกระวายใจเพราะหาก สเตฟห์ หลงรักกอล์ฟจนเกินไปอาจจะทำให้พรสวรรค์ด้านบาสเกตบอลต้องสูญเปล่า ดังนั้นตลอดเวลาที่ สเตฟห์ เล่นบาสฯ ในระดับไฮสคูลและมหาวิทยาลัย เดล ยอมรับว่าเขาไม่เคยชมลูกชายตัวเองว่ามีฝีมือในการเล่นกอล์ฟเลย และไม่คิดจะพา สเตฟห์ ไปสนามกอล์ฟด้วยตัวเองอีก เพราะกลัวว่าหากลูกชายของเขารู้ว่าฝีมือการตีกอล์ฟของตนเองนั้น ดีพอจะเทิร์นโปรได้ เขาอาจจะทุ่มเทให้กับ กอล์ฟ และเลิกเล่นบาสฯ และไม่ได้กลายมาเป็น 1 ในผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมของ NBA ในตอนนี้ก็ได้

 

พ่อใจร้าย?

ดูเหมือนว่าการกระทำของ เดล ผู้เป็นพ่อจะดูใจร้ายกับลูกชายไปหน่อย เพราะความจริงแล้วการทำแบบนี้เหมือนเป็นการที่เขาปิดเส้นทางของลูกชายโดยทำให้ สเตฟห์ ไม่มีสิทธิ์เลือก แม้จะไม่ได้บังคับให้เลิกเล่นกอล์ฟ แต่เขาก็ "แสร้งทำเป็น" ให้ เคอร์รี่ ไม่รู้ตัวว่าตัวเองก็มีพรสวรรค์ในด้านนี้... แม้รู้ว่าผิดแต่ เดล ก็พยายามอย่างที่สุดเพื่อให้ลูกชายของเขาเลือกเส้นทางเขาคิดว่าจะประสบความสำเร็จได้มากที่สุด 


Photo : CBC

สเตฟห์ เองก็ใช่ว่าจะเลิกเล่นกอล์ฟไปเสียทีเดียว เพราะถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ว่ามีร่างเทพของการเป็นนักกอล์ฟซ่อนอยู่ในตัว แต่เขาก็จะหาเวลาว่างออกไปตีกอล์ฟเสมอ เรียกได้ว่าหากชีวิตนี้ไม่มีบาส กอล์ฟ จะกลายเป็นกิจกรรมหลักของเขาไปโดยปริยาย มันไม่ใช่เรื่องของการอยากเทิร์นโปรอะไรขนาดนั้น แต่มันคือเรื่องของความสนุกมากกว่า...ทว่าความสนุกนี้กำลังทำให้อนาคตของเขาสั่นคลอน

ในช่วงเล่นให้บาสฯ ให้กับมหาวิทยาลัยเดวิดสันนั้น สเตฟห์ คือดาวเด่นของทีมบาสเกตบอล เหตุผลง่ายๆที่เป็นอย่างนั้นคือเขาฝึกหนักกว่าใครเพื่อน และอย่างที่ 2 คือเขามีพรสวรรค์ แบบเดียวที่เขามีสำหรับการตีกอล์ฟนั่นแหละ เรื่องนี้แม้แต่ โค้ชโรเบิร์ต "บ๊อบ" แม็คคิลล็อป โค้ชทีมเดวิดสันที่มีความสัมพันธ์ระดับซี้ปึ๊กกับ เคอร์รี่ ยังยืนยันเองว่า ทักษะการเล่นกีฬาของลูกศิษย์ของเขาคนนี้เหนือชั้นมากราวกับว่าเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าก่อนผู้เล่นคนอื่นๆอยู่ 1 ก้าว

"สเตฟห์ คือ MVP ตัวจริง ไม่ว่าจะด้วยฝีมือเมื่อลงสนามและการปฎิบัติตัวในฐานะคนๆหนึ่ง เขามีเอกลักษณ์ที่พิเศษไม่เหมือนใคร เขาเห็นเกมก่อนหน้าผู้เล่นคนอื่นๆไป 1 ก้าว เขาใช้เวลาซ้อมมากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ เขาเป็นคนโลภมากในการสร้างฝีมือ ว่าง่ายๆคือเขาไม่รู้จักพอ หากเขาคิดว่าเขาซ้อมจนเก่งแล้วเขาจะทำให้เก่งขึ้นอีก การแสดงหาความเป็นเลิศแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของไอ้หนุ่มคนนี้" โค้ช บ๊อบ ว่าเอาไว้เช่นนั้น


Photo : Heavy.com

เคอร์รี่ ทำแต้มให้ เดวิดสัน มากเป็นประวัติศาสตร์โดยสถิติมากกว่า 2,000 คะแนนจนกระทั่งจบการศึกษา นอกจากนี้ยังติดทีมยอดเยี่ยมของ ออลอเมริกันในปี 2009 อีกด้วย ด้วยชื่อเสียงและรางวัลการันตีขนาดนี้ทำให้ เคอร์รี่ ต้องเนื้อหอมแน่นอน เขาจะต้องรับโทรศัพท์แบบไม่หวาดไม่ไหว เพราะเทศกาลดราฟต์ประจำปี 2009 กำลังจะเริ่มขึ้นอีกไม่นานนัก 

โดยในการดราฟ์ปีนั้น แม้ เคอร์รี่ จะไม่ได้ถูกคาดการณ์ให้เป็นดราฟต์อันดับ 1 ของลีกเพราะในรุ่นเดีนวกันยังมีทั้ง เบลค กริฟฟิน และ เจมส์ ฮาร์เด้น ที่เป็นตัวเต็งมากกว่า แต่อย่างน้อย สเตฟห์ จะไปไกลไม่เกินอันดับ Top 5 แน่นอน...แล้วก็เป็นไปตามคาดแต่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ดราฟต์อันดับแรก กริฟฟิน ไป แอลเอ คลิปเปอร์, อันดับที่ 2 ฮาชีม ธาบีท ไป เมมฟิส กรีซลี่ย์ และ อันดับ 3 ฮาร์เด้น ไป โอกลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์  เรื่อยมาจนถึงอันดับ 5 ที่สื่อทุกสำนักฟันธงว่า มินเนโซต้า ทิมเบอร์วูล์ฟส์ จะต้องเลือก สเตฟห์ แน่นอน แต่แล้วก็พลิกล็อก เมื่อสุดท้าย ทิมเบอร์วูล์ฟส์ หันไปเลือกดาวรุ่งวัยแค่ 18 ปีชาวสเปนอย่าง ริคกี้ รูบิโอ แทน 

จริงอยู่ที่ของแบบนี้มันพลิกกันได้ แล้วแต่ความต้องการของแต่ละทีม เพียงแต่ว่าเหตุผลทีที่ ทิมเบอร์วูล์ฟส์ เลือก รูบิโอ มาก่อน เคอร์รี่ เพราะว่าพวกเขามั่นใจในสมาธิของดาวรุ่งชาวสเปนมากกว่า เพราะการลือกัน ณ ตอนนั้นว่า สเตฟห์ เคอร์รี่ นั้นให้เวลากับกีฬากอล์ฟ มากเกินไปนั่นเอง นั่นคือสิ่งที่ เดล เคอร์รี่ เป็นกังวลเกี่ยวกับลูกชายของมาตลอด...


Photo : Amino Apps

เรื่องราวดังกล่าวมาจากการบันทึกเทปเสียงใน Podcast ของ บิล ซิมม่อนส์ ที่เชิญ สเตฟห์ มาร่วมพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆที่นักบาสคนดังเคยพบใจ โดยมาถึงช่วงของการดราฟ์ ซิมม่อนส์ ถามตรงๆว่าเรื่องการบ้าเล่นกอล์ฟจน ทิมเบอร์วูล์ฟส์ ไม่เลือกเขาเข้าสู่ทีมนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่? เคอร์รี่ เองหัวเราะกับคำถามและตอบแบบแทงกั๊กให้แฟนๆได้เอาไปคิดต่อ

"ผมไม่รู้เหมือนกันนะว่ามันจริงแค่ไหนหรือมันอาจจะป็นแค่เรื่องที่คนไปได้ยินและบอกต่อๆกันมาแบบปากต่อปากก็ได้ จริงๆแล้วทุกคนรู้ว่าผมรักการเล่นกอล์ฟมา ขอให้ได้ว่างหรือมีเวลาผมพร้อมลุยหมด ดังนั้นผมว่ามันคงไปเข้าหู เดวิด คาห์น (ประธานของ ทิมเบอร์วูล์ฟส์) บ้างแหละ เขาเลยไม่เลือกดราฟต์ผม  แต่ผมก็โอเคนะ ที่ มินเนโซต้า อากาศค่อนข้างหนาว ถ้าผมย้ายไปผมอาจจะไม่มีที่ให้ตีกอล์ฟก็ได้ ถ้ามันเป็นจริงก็ดีเหมือนกันนะ ผมว่ามันก็ตลกดี" สเตฟห์ กล่าว

สำหรับการดราฟต์ในปี 2009 ของ เคอร์รี่ จบลงด้วยการที่เขาได้เป็นดราฟต์อันดับ 7 โดยทีมที่เซ็นสัญญาเขาคือ โกลเด้น สเตท วอริเออร์ส ซึ่งกลายเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดเท่าที่เขาจะคาดคิดได้ 

 

ถ้าไม่ให้เล่นกอล์ฟจะแย่เอานะ...

อย่างที่ทุกคนรู้กันการได้ สเตฟห์ เคอร์รี่ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทีมทำให้ วอริเออร์ส กลายเป็นทีมที่ดีขึ้นโดยเฉพาะสถิติการทำแต้มของ สเตฟห์ ที่สูงทุกปี ยิ่งเล่นก็ยิ่งพีก และจากผู้เล่นดราฟต์หมายเลข 7 เขาก็กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทัพสะพานทองและมีส่วนอย่างมากที่ช่วยให้ทีมคว้าเเชมป์ NBA ครั้งแรกในปี 2015 จากนั้นจึงบวกแชมป์เพิ่มอีก 2 ครั้งในปี 2017 และ 2018 (2019 ก็เข้าชิงแต่แพ้ โตรอนโต้ แร็ปเตอร์ส )

ผ่านมาเเล้ว 10 ปีพอดีที่ เคอร์รี่ อยู่ที่นี่ แม้จะสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับทีมมากมาย แต่เชื่อหรือไม่ว่าเรื่อง กอล์ฟ ยังไม่เคยหยุดสร้างปัญหาให้กับตัวเขาสักที เขายังเล่นกอล์ฟอยู่ และเล่นแบบจริงจัง มากกว่าสมัยที่ยังเป็นวัยรุ่นอีกด้วยซ้ำไป 


Photo : The New York Times

ในเกมรอบเพลย์ออฟที่ในการเเข่งขันปี 2018-19 สเตฟห์ โดนโจมตีอย่างหนัก จากการที่เขาใช้เวลาในช่วงการแข่งแบบ ซีรีส์ ไปตีกอล์ฟและทำรายการผ่านเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า  "Stephen vs The Game" และมันถูกวิจารณ์ว่ามันคือช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม เพราะทีมของเขากำลังอยู่บนเส้นทางลุ้นเเชมป์ และจะเป็นแชมป์ 3 สมัยรวดในประวัติศาสตร์อีกด้วย 

"ผมคิดถึงสนามกอล์ฟมากเกินไปมันเลยเป็นปัญหาเหรอ? จะว่างั้นก็ได้ เพราะเวลาที่ผมอยู่บนม้านั่งสำรองหรือบอลตายผมมักจะคิดภาพตัวเองตอนหวดวงสวิงทุกทีเลย ผมกำลังโดนกอล์ฟหลอกหลอน ภรรยาผมบอกผมแบบนั้น" สเตฟห์ หัวเราะผ่านรายการของเขา

แม้จะดูเหมือนยั่วยุประมาณว่า "ก็จะตีกอล์ฟใครจะทำไม?" แต่จริงๆแล้วแฟนๆของ วอริเออร์ส ต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ เพราะพวกเขาควรได้รู้ว่าเพราะกอล์ฟนี่แหละทำให้ สเตฟห์ เป็นผู้เล่นที่มีทักษะรอบด้าน, กระชุ่มกระชวย และที่สำคัญที่สุดคือมันทำให้เขาไม่หยุดพัฒนาตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ กอล์ฟ สอนเขามาตั้งแต่ยังเด็ก และสิ่งนี้ คือ สิ่งที่ช่วยเกื้อหนุนเขาในการเล่นบาสเกตบอล


Photo : USA Today

"ชีวิตปกติของผมก็จะอยู่แต่กับโรงยิมในร่มเป็นหลัก ไม่ว่าจะซ้อมหรือแข่งขันตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนมิถุนายนของอีกปี แต่สำหรับ กอล์ฟ สิ่งหนึ่งที่ผมชอบคือการได้ออกไปสัมผัสกับโลกกว้างภายนอก แสงแดด, ลมปะทะหน้า  นอกจากมันจะให้ความสนุกแล้ว มันนี้ยังเปิดโลกให้ผมอีกหลายอย่าง ทั้งพบผู้คนหน้าใหม่, โอกาสใหม่ๆ มีเรื่องดีๆ มากมายเกิดขึ้นกับผม" เคอร์รี่ ยืนยันว่า กอล์ฟนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เขาเป็นเขาได้อย่างทุกวันนี้ การกีดขวางเขาจากการเล่นกอล์ฟไม่ใช่เรื่องดีแน่ และมันอาจจะส่งผลให้ฟอร์มการเล่นของเขาไม่ได้โดดเด่นเหมือนทุกวันนี้ก็เป็นได้   มันคือเรื่องของการเปลี่ยนบรรยากาศให้กับชีวิต และเมื่อเขาได้เล่นกอล์ฟมันทำให้สมองของเขาโล่งและการกลับมาลงคอร์ทบาสนั้นจะทำให้เขากลับมาเล่นเเบบมีความกระหายมากขึ้นอีกด้วย

"ทุกครั้งที่เล่นกอล์ฟผมตกหลุมรักตัวเอง...มันสนุกจริงๆ ผมสอนให้ผมรู้ถึงการหยั่งความสามารถของตัวเอง ต้องแข่งกับสิ่งที่เราเป็นเสมอ"  สเตฟห์ กล่าวถึงความสำคัญที่กีฬากอล์ฟมอบให้กับเขาโดยเฉพาะเรื่องการทำตัวเป็นผู้ไล่ล่าความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเก่งอยู่แล้ว เขาจำเป็นจะต้องหาหนทางที่ทำให้ตัวเองเก่งขึ้นเอง แม้เขาจะเป็นนักบาสเกตบอลที่ประสบความสำเร็จมากมายแต่เขายังพยายามอย่างยิ่งที่จะไปอยู่ในจุดที่กลาย “ที่สุดของที่สุด” ให้ได้เหมือนกับ ไทเกอร์ วู้ดส์ ไอดอลอันดับ 1 ตัวเอง

"มันคือแรงบันดาลใจ.... ตอนผมอายุ 10 ขวบผมกระโดดขึ้นรถกอล์ฟไปกับพ่อโดยมีพัตเตอร์เล็กๆ 1 อันที่พ่อซื้อให้ ทุกนาทีที่ผมได้เล่นกอล์ฟมันทำให้ผมหลงรักตัวที่สามารถสนุกกับมันได้ขนาดนั้น และเหนือสิ่งอื่นใดกอล์ฟมันสอนให้ผมท้าทายและเเข่งขันกับตัวเองได้เสมอ"

"อย่างไทเกอร์ วู้ดส์เนี่ย ผมไม่เคยเห็นมนุษย์คนไหนที่มีสัญชาตญาณนักฆ่ารุนแรงได้แบบเขาเลยสักคน ไทเกอร์ เป็นคนประเภทที่รู้ว่าต่อให้เขาเป็นหมายเลข 1 ของโลก แต่เขายังพยายามมองหาหนทางอื่นๆที่ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่สมบูรณ์แบบและไร้เทียมทานที่สุดเสมอ" 

 แม้ ไทเกอร์ วู้ดส์ จะเป็นนักกอล์ฟแต่ เคอร์รี่ ก็เอาแนวคิดนี้มาใช่พัฒนาตัวเองไม่ใช่แค่การตีกอล์ฟเท่านั้น มันยังรวมถึงการใช้ชีวิตด้านอื่นๆด้วย และบาสเก็ตบอลก็เช่นกัน การที่เขาพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆนั้นย่อมเกิดจากทัศนคติที่ยอดเยี่ยม ซึ่ง กอล์ฟ คือส่วนสำคัญที่มอบบทเรียนของความทะเยอทะยานให้กับเขา 


Photo : The New York Times

ทุกวันนี้ สเตฟห์ ยังคงจริงจังกับ กอล์ฟ เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เขาลงเเข่งในรายการต่างๆมาก็ไม่น้อยและเป็นมือสมัครเล่น แต่ก็เป็นมือระดับหัวแถวเช่นกัน เว็บไซต์ Web.com ยกย่องฝีมือการเล่นของเขาไว้สูงพอสมควรโดยใช้ประโยคที่อธิบายถึงตัวเขาว่า "สเต็ฟห์ เล่นกอล์ฟได้ดีกว่ามนุษย์ 99% ที่เหลือของโลก และถ้าเขาเล่นบาสเขาจะเป็นนักบาสที่ดีกว่าทุกๆคนเลยทีเดียว"

 

ออกแบบกอล์ฟ คอลเลคชั่น ซะเลย! 

วันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา สเตฟเฟ่น เคอร์รี ปรากฏตัวที่ Mission Hills Resort Shenzhen เมืองเสิ่นเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน แฟนๆ บาสเกตบอลชาวจีน อาจแอบคิดว่ามือยิง 3 คะแนนที่แม่นที่สุดในโลก จะมีโชว์ลีลาการขึ้นชู้ตสวยๆ แบบที่เราเห็นกันบ่อยๆ แต่เปล่าเลย…ความคลั่งไคล้ในกีฬากอล์ฟ ทำให้สเตฟห์ได้โอกาสช่วย อันเดอร์ อาร์เมอร์ (Under Armour) สปอนเซอร์หลักด้านอุปกรณ์และชุดกีฬาของเขา ออกแบบกอล์ฟ คอลเลคชั่น ขึ้นมา โดยใช้เขาเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ ด้วยนั่นแหละ ซึ่งกอล์ฟคอลเลคชั่นชุดนี้จะเปิดตัววางขายที่ประเทศไทยวันที่ 19 กันยายนนี้ 


สเตฟห์ โผล่เข้ามาที่ห้องแถลงข่าวในภาพที่เราไม่คุ้นตา ด้วยการใส่ชุดกอล์ฟ คอลเลคชั่น แบบจัดเต็มไล่ตั้งแต่เสื้อ, กางเกง รองเท้า กระทั่งหมวก พร้อมเปิดใจว่าสื่อมวลชนจีน และ Main Stand สื่อเดียวของไทยที่ได้โอกาสไปเกาะติดสถานการณ์ 

"นี่คือครั้งแรกสำหรับผม ที่เป็นนักบาสเกตบอลแล้วมาออกแบบคอลเลคชั่นอีกกีฬาหนึ่ง” สเตฟห์ เคอร์รี เริ่มกล่าว 


“มันถือเป็นโอกาสสำคัญ ผมจึงเลือกที่จะถ่ายทอดความชื่นชอบต่างๆ ออกมาให้เต็มที่และผสมผสานมันให้ลงตัว เพื่อสะท้อนถึงตัวตนของคุณออกมาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เพราะผมตั้งใจทำให้คอลเลคชั่นนี้ไม่เพียงแต่โดดเด่นเฉพาะในสนามกอล์ฟเท่านั้น แต่ยังสามารถสะท้อนความโดดเด่นเวลาที่คุณออกไปพบปะผู้คนในสังคมอีกด้วย"

“คอลเลคชั่นนี้ผมได้ถ่ายทอดความหลงใหล รวมถึงความพยายามที่จะไปให้ถึงที่สุดทั้งในสนามบาสเกตบอลและสนามกอล์ฟลงไปอย่างเต็มที่ และเติมความเป็นธรรมชาติ สิ่งที่คุณจะได้พบเวลาไปเล่นกอล์ฟที่สนามไปด้วย”  

จากนี้สเตฟห์ เคอร์รี คงได้ใช้เวลาช่วงปิดซีซั่น ออกรอบทัวร์เล่นกอล์ฟสักระยะให้หายอยาก ก่อนกลับไปเต็มที่กับบาสเกตบอลอีกครั้ง…เราได้เห็นความบ้ากอล์ฟแบบเข้าเส้นของเขา แต่สิ่งที่น่าชื่นชม คือ เขา คือ คนที่สามารถทำลายคำจำกัดความว่า "การจับปลาสองมือ" เป็นเรื่องไม่ดี ด้วยการรู้จักนำข้อดีของแต่ละอย่าง มาปรับประยุกต์ใช้ ให้เกื้อหนุนกันและกัน พร้อมหาทางทำให้ตัวเองเก่งขึ้นอยู่เสมอ  


 
แหล่งอ้างอิง 

https://www.golfdigest.com/story/steph-curry-was-asked-about-one-of-his-shooting-habits-so-naturally-he-answered-by-talking-about-
https://www.golfdigest.com/story/steph-curry-substantiates-rumor-that-his-love-of-golf-caused-the-minnesota-timberwolves-to-pass-him-in-the-nba-draft
https://www.golf.com/news/2019/05/04/steph-curry-golf-warriors-games/
https://www.sbnation.com/golf/2017/8/7/16106188/stephen-curry-pro-golf-scores-web-tour-results
https://www.sfchronicle.com/sports/ostler/article/Passion-for-golf-has-been-with-Stephen-Curry-13071300.php
https://www.nbcsports.com/bayarea/warriors/former-wolves-gm-explains-why-minnesota-didnt-draft-steph-curry
https://www.eurohoops.net/en/nba-news/140021/steph-curry-is-always-one-step-ahead/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง