mainstand

Inspiration

การก้าวข้ามความล้มเหลวของ 5 เด็กไทยผู้พลาดไปบาเยิร์น มิวนิค 



คุณเคยล้มเหลวกับความฝันไหม? ถ้าใช่ คุณย่อมรับรู้ถึงความเจ็บปวด 

โครงการ “เอฟซี บาเยิร์น ยูธ คัพ 2019” มีเด็กไทยนับพันคนที่มีฝันอยากเป็นตัวแทนของประเทศ ไปแข่งขันและฝึกวิชาที่ “อลิอันซ์ อารีน่า” รังเหย้าของสโมสรฟุตบอลระดับโลกอย่างบาเยิร์น มิวนิค ที่ประเทศเยอรมัน 

จากเด็กจำนวนหลักพันทั่วประเทศ ถูกคัดให้เหลือเพียงแค่ 15 คนสุดท้าย เพื่อเข้าแคมป์เก็บตัว และคัดตัวกันรอบสุดท้ายเพื่อให้เหลือเพียง 10 คน… 10 คนที่จะได้กลายเป็นตัวแทนของประเทศไทย ไปเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังที่เยอรมัน 

เด็กนับพันอาจผิดหวัง...แต่คงไม่มีใครเจ็บปวดใจเท่ากับเด็ก 5 คนนี้ 

5 เด็กไทยกับประตูที่อยู่ข้างหน้า 

เด็กๆ ที่เข้ามาร่วมโครงการ “เอฟซี บาเยิร์น ยูธ คัพ 2019” ล้วนมีแรงผลักดันที่จะคว้าโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต ไม่ต่างจาก 5 เด็กไทยกลุ่มนี้... พวกเขาซ้อม ซ้อม และก็ซ้อมอย่างหนักมา ฝ่าฟันอุปสรรคในชีวิต เพื่อความฝันครั้งหนึ่งในชีวิต  

“ผมตื่นวิ่งตอนเช้าตลอดเกือบทุกวัน เพราะอยากเสริมสร้างเรื่องพละกำลังของตัวเอง” “กิ๊ก” วัชรเคนทร์ ผสมศรี คือเด็กหนุ่มที่รูปร่างผอมบาง เขาถูกมองว่าจะไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลได้ แม้กระทั่งคุณพ่อของเขา ยังสนับสนุนให้เขาไปเล่นกีฬาอื่น 


“กิ๊ก” วัชรเคนทร์ ผสมศรี 

ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กวัย 15 ปีที่ต้องรับมือกับคำดูถูก เขาต้องพยายามเพื่อเอาชนะคำวิจารณ์ของคนรอบข้าง และกลายเป็นนักเตะ 15 คนสุดท้ายโครงการ “เอฟซี บาเยิร์น ยูธ คัพ 2019” ได้สำเร็จในท้ายที่สุด เหมือนกับ “เพชร” ศรวัสย์ โพธิ์สมัน เด็กหนุ่ม ผู้มีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพในตำแหน่งผู้รักษาประตู แต่คุณเชื่อไหม? ตลอดชีวิตเขาไม่เคยได้รับโอกาสเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงให้กับอคาเดมีที่ตัวเองสังกัดมาก่อน  

รายการเอฟซี บาเยิร์น ยูธ คัพ จึงเป็นเสมือนโอกาสที่มีความหมายสำหรับเขามากๆ ที่จะได้พิสูจน์ตัวเอง เพราะที่นี่ไม่ต้องการผู้เล่นเยาวชนที่มีดีกรี ขอแค่แสดงฝีไม้ลายมือให้ถูกใจสต๊าฟฟ์โค้ชที่อยู่ตรงหน้าก็พอ

“ผมตัดสินใจออกจากอคาเดมีที่ผมเรียนอยู่ เพราะต้องการติดรายการนี้มากๆ ก็เลยไปขอฝึกซ้อมพิเศษกับสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เพื่อจะติดในสนามสุดท้ายให้ได้” เพชร กล่าวถึงการเดิมพันครั้งสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่ติดการคัดเลือกมาแล้ว 2 สนามทั้งที่จังหวัดนครราชสีมา และสงขลา และท้ายที่สุดเขาก็ติด 15 คนสุดท้าย ได้เข้าร่วมแคมป์ที่กิเลน วัลเลย์ พร้อมเพื่อนคนอื่นๆ จนได้ 
 
ดอน-ภราดร พาสคาล โมร์ เด็กลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ผู้มีความฝันไกลอยากจะเป็นนักฟุตบอลอันดับหนึ่งของโลก เหมือนเมสซี่ หรือโรนัลโด้ เป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่ได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัวนัก แต่เขาก็บ้าบิ่นพอที่จะหนีออกจากบ้านไปคัดตัวเป็นครั้งที่ 2 ที่จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากผิดหวังที่สนามแรก และเขาก็ได้เข้าสู่รอบ 15 คนสุดท้าย มาได้เช่นกันในที่สุด 

ส่วน “ไบร์ท” อนุราช จุยานนท์ ร่วมสมัครรายการนี้ เพราะเขามองว่าอาจเป็นจุดหมายครั้งสำคัญ กับการสร้างอนาคตให้กับครอบครัว

“ทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมฟุตบอล คุณพ่อ-แม่ ออกค่าใช้จ่ายให้หมด ทั้งที่ฐานะครอบครัวของเราไม่ได้ดีมากเท่าไหร่ ผมอยากตอบแทนให้พวกท่านบ้าง” ไบร์ท กล่าวถึงเป้าหมายของเขา...และโอกาสก็อยู่ข้างหน้าแล้ว เมื่อเขาได้ติด 1 ใน 15 คนที่ได้ไปเก็บตัวที่กิเลน วัลเล่ย์  

และคนสุดท้าย “แอคชั่น” หัตถพันธ์ เชียรวิชัย คือเด็กหนุ่มที่มีบาเยิร์น มิวนิค เป็นสโมสรในดวงใจ จะมีอะไรที่ดีไปกว่าการได้ไปลงเล่นฟุตบอลในสนามของทีมรัก นั่น คือ เหตุผลที่เขามาคัดตัวกับโครงการนี้ 

พวกเขาทั้ง 5 คนต่างพบเจออุปสรรคที่แตกต่างกันไป แต่มีเป้าหมายเดียวกัน ด่านสุดท้ายของพวกเขา คือ การเก็บตัวที่กิเลน วัลเลย์ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 22 - 26 เมษายน…มี 10 คนเท่านั้นที่จะได้พบกับประสบการณ์ลูกหนังครั้งใหญ่ในชีวิตที่ อลิลันซ์ อารีนา รังเหย้าของบาเยิร์น มิวนิค ในเดือนพฤษภาคมนี้ 

ทว่า เพียงแค่ก้าวเดียวที่จะพาตัวเองสู่ความฝัน ประตูที่เปิดรับพวกเขาได้ปิดลงต่อหน้าต่อตา  

วันแห่งความฝัน (สลาย)  

การเก็บตัวตลอด 5 วันที่กิเลน วัลเลย์ เปรียบเสมือนด่านสุดท้ายในเกมผจญภัย นี่ คือ ด่านที่ยากและสำคัญที่สุด 


“เพชร” ศรวัสย์ โพธิ์สมัน

พวกเขาเตรียมตัวทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่พลาดในเวทีที่สำคัญแบบนี้

แต่ปัจจัยแห่งความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อมด้านร่างกาย และทักษะเท่านั้น หัวจิตหัวใจในการพร้อมรับมือกับความกดดันก็เป็นเรื่องสำคัญ เช่นเดียวกับการต่อสู้กับเพื่อนคนอื่นๆ ในแคมป์ 

“พอถึงวันจริง ตื่นเต้นมากครับ” เพชร - ศรวัสย์ เล่าย้อนถึงวันที่อยู่ในแคมป์เก็บตัว ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของเขาไปเต็มๆ ส่วน แอคชั่น -  หัตถพันธ์ ถูกติติงว่าเขาขาดความเป็นผู้นำ เพราะเขาไม่กล้าที่จะสั่งเพื่อนร่วมทีมยามหวดลูกหนังบนผืนหญ้า ขณะที่ไบร์ท  - อนุราช และ กิ๊ก - วัชรเคนทร์ ต่างรู้ตัวว่ายังแกร่ง และดีไม่พอ พวกเขาต่างพบขีดจำกัดของตัวเอง 

และคนที่โชคร้ายกว่าใครเพื่อนคงจะเป็น ดอน - ภราดร...

“ผมฝึกพิเศษด้วยครับ ผมวิ่งทุกวันตอนเช้าวันละ 5 กิโลเมตร ตามด้วยว่ายน้ำ หลังจากนั้น ผมจะเล่นเวทเพื่อฝึกความแข็งแกร่งของร่างกาย ส่วนตอนเย็นผมไปฝึกฟุตบอลเพิ่มเติมกับอคาเดมีที่นนทบุรี” ดอน - ภราดร หนุ่มลูกครึ่งเยอรมัน พูดถึงการซ้อมพิเศษอย่างหนักของเขาก่อนเข้าร่วมแคมป์ ที่กิเลน วัลเลย์ แต่เพียงแค่วันแรกของการเก็บตัวเขาถูกเหยียบเข้าที่เท้าขวา จนได้รับบาดเจ็บ แม้พยายามฝืนตัวเองอยู่ที่แคมป์ต่ออีก 2 วัน แต่สภาพที่ไม่เต็มร้อย ก็ทำให้เขาแสดงศักยภาพของตัวเองได้ไม่เต็มที่

วันที่ 26 เมษายน วันตัดสินความฝันของพวกเขาก็มาถึง รายชื่อของเด็ก 10 คนที่ได้ตั๋วทองถูกประกาศขึ้น ...ไม่มีชื่อของเด็ก 5 คนนี้ เส้นทางของพวกเขาจบลงที่จังหวัดนครราชสีมา ไม่ใช่ที่มิวนิค ประเทศเยอรมัน 

“ทันทีที่ไม่มีชื่อผมคิดถึงคุณพ่อคุณแม่เลย ผมทำให้พวกท่านต้องผิดหวัง ผมทำไม่สำเร็จ ความสำเร็จที่พวกท่านรอคอยอยู่ ผมไปไม่ถึง” ไบร์ทพูดย้อนถึงวันตกรอบ

“ผมหวังไว้มากเลยครับว่าผมต้องได้ไปที่มิวนิค เพราะผมอยากใช้รายการนี้ลบคำสบประมาทของคนอื่น อยากทำให้สำเร็จ บางคนบอกผมว่าผู้รักษาประตูสำรองอย่างผมไม่มีทางทำได้” เพชร ยอดนายทวารตัวสำรอง เปิดเผยความในใจ

“พอประกาศแล้วไม่มีชื่อคือมันเฟลมากเลยครับ ผิดหวังเเละเสียดาย แต่ผมก็ต้องยอมรับ ทีมงานบอกว่าผมยังขาดประสบการณ์ในการเล่น คงเป็นผลมาจากที่ก่อนหน้านี้ผมได้เป็นแค่ผู้รักษาประตูตัวสำรองนั่นแหละ”

ไม่ต่างกับแอคชั่นที่ต้องตกรอบ และเขารู้สึกเจ็บใจกว่าใครเป็นสองเท่า 

“ผมคาดหวังไว้เยอะมากว่าจะได้เป็น 10 คนสุดท้ายในรายการนี้ให้ได้ แต่ทางทีมงานบอกว่า ผมยังไม่มีความเป็นผู้นำมากพอ”

“ที่สำคัญผมเชียร์บาเยิร์นด้วยครับ มันยิ่งทำให้ผมอยากติด 10 คนสุดท้ายในรายการนี้ แต่ก็ไม่สำเร็จ”


“แอคชั่น” หัตถพันธ์ เชียรวิชัย

และคนที่เจ็บปวดกว่าใครก็คงไม่พ้น ดอน - ภราดร ที่ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่วันแรกหลังเข้าแคมป์ ซึ่งทราบต่อมาภายหลังว่ากระดูกนิ้วโป้งเท้าขวาแตก… 

“มันเจ็บปวดนะครับ ผมรู้สึกว่าทำไมเราต้องมาจบที่ตรงนี้ ผมยังไม่ได้ทำเต็มที่เลยด้วยซ้ำ เหมือนทุกอย่างจบ เพราะอาการบาดเจ็บเพียงครั้งเดียว”

ก้าวข้ามความผิดหวัง 

“ความผิดหวังมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะลืมง่ายๆครับ ผ่านมาหลายวันแล้ว ผมยังคิดถึงมันอยู่เลย ว่าเราผิดพลาดตรงไหนตอนอยู่ในแคมป์ บางทีก็คิดว่าอยากจะย้อนกลับไปแก้ไข” ไบร์ท เผยให้เห็นถึงแผลบาดเจ็บบนเส้นทางของความฝันที่ยังรักษาไม่หาย 


“ไบร์ท” อนุราช จุยานนท์

“ผมก็ยังลืมความผิดหวังไม่ค่อยได้ครับ สภาพจิตใจยังไม่ค่อยดีมากเท่าไหร่ มันผ่านมาได้ไม่นานครับ” แอคชั่นร่วมแบ่งปันความเจ็บใจ

หากแต่ความเจ็บปวด ความผิดหวัง เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเจอในเส้นทางของความฝัน ทีมงานของเราถามพวกเขาด้วยคำถามเดียวกันว่า ท้อไหมกับความพ่ายแพ้ครั้งนี้… 

“ไม่ครับ” ทั้ง 5 คนตอบมาด้วยคำพูดเดียวกัน

แม้ไปไม่ถึงปลายทาง แต่สิ่งที่ได้รับระหว่างทางก็มีค่าสำหรับพวกเขาไม่แพ้กัน ประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ตลอดช่วงเวลาที่เข้าร่วมรายการเอฟซี บาเยิร์น ยูธ คัพ 2019 สามารถนำไปต่อยอดกับการเดินตามฝันของพวกเขาต่อไปได้

“อะไรที่ผ่านมาแล้ว ผมต้องปล่อยให้มันผ่านไป เราเริ่มต้นใหม่ได้ครับ ผมอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เพื่อสักวันจะหาเงินเลี้ยงดูพ่อกับแม่ ผมจะตั้งใจ ผมต้องทำให้ได้ครับ” ไบร์ทหนุ่มจากจังหวัดอ่างทอง ยังคงเชื่อมั่นบนเส้นทางของตัวเอง 

“ผมจะเอาความรู้ ทุกสิ่งที่ได้เรียนรู้มานำมาปรับใช้ทั้งในการฝึกซ้อมและการแข่งขันจริง ถึงจะออกมาจากแคมป์ได้ไม่กี่วัน ผมก็เอาสิ่งที่ได้เรียนรู้มาลองปรับใช้ในการฝึกซ้อมแล้วครับ”

สำหรับบางคนความผิดหวัง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาตัวเองเพื่อไล่ล่าความฝันต่อไป กิ๊ก - วัชรเคนทร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยอยู่ในสารบบของอคาเดมีฟุตบอลที่ไหน เตรียมออกเดินทางทดสอบฝีเท้ากับอคาเดมีต่างๆ เพื่อเข้าไปเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังให้ตัวเขาพัฒนาขึ้น สู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพตามที่ตั้งใจ

ขณะเดียวกันแม้จะพลาดฝันที่จะไปเรียนรู้วิชาฟุตบอลที่มิวนิค แต่อย่างน้อยรายการนี้ได้ให้สิ่งที่เด็กบางคนต้องการมากที่สุด สิ่งที่เรียกว่า “โอกาส”

เพชรยอดนายประตูตัวสำรองได้โอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เพราะตลอดช่วงเวลาที่เขามาร่วมฝึกกับสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ฝีมือของเขาเข้าตาต้นสังกัดอย่างจัง และเข้าได้รับเลือกให้เข้าสู่อคาเดมีของสโมสรฟุตบอลชื่อดังในเมืองไทยเป็นครั้งแรกในชีวิต

“ผมเพิ่งเข้ามาได้แค่ 2 วันเองครับพี่ เข้ามาหมาดๆเลย ผมก็ตั้งใจจะทำให้เต็มที่สุดครับกับทีมใหม่ ความฝันของผมในตอนนี้อยากจะเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งที่บีจีให้ได้”

การได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างคือพลังใจที่สำคัญในการล่าความฝัน เช่นเดียวกันกับดอน ที่ครอบครัวของเขาไม่สนับสนุนในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาก่อน แต่หลังจากเขาพิสูจน์ให้ครอบครัวได้เห็นถึงความสามารถของเขา กับการติด 15 คนสุดท้ายในรายการนี้ทำให้ครอบครัวเปิดใจยอมรับมากขึ้น


ดอน - ภราดร พาสคาล โมร์

“ตอนนี้ทางบ้านมีความคิดที่บวกครับกับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เมื่อก่อนทางบ้านไม่ยอมให้เข้าอคาเดมีฟุตบอล แต่ตอนนี้ผมเข้าอคาเดมีของโรงเรียนแล้วครับ และผมจะเล่นทุกรายการที่มีการแข่งขัน”

“ความฝันของผมยังเหมือนเดิม คือการเป็นนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก ผมพูดตรงๆนะครับ ผมตั้งเป้าหมายจะไปเล่นฟุตบอลต่างประเทศตอนอายุ 17 ปีครับ” ดอนพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุกคนรู้ได้ว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ได้พูดด้วยความเพ้อฝัน แต่พูดเพราะต้องการทำฝันให้เป็นจริง

จากจุดเริ่มต้นด้วยความฝัน จนถึงวันที่ล้มเหลว สำหรับใครหลายคนการก้าวผ่านความผิดหวัง ความเสียใจ อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับเด็กทั้ง 5 คน พวกเขายังพร้อมที่จะเดินหน้าต่อ บนเส้นทางของความฝัน ต่อให้ต้องบาดเจ็บ เจ็บปวด อีกสักกี่ครั้ง พวกเขาพร้อมที่จะเดินหน้าฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อไปถึงฝันของตนเองให้ได้

เพราะหากล้มแล้วไม่ลุก ความเจ็บปวดจะอยู่กับคุณไปตลอดกาล 

แต่คุณล้มแล้วลุก ความเจ็บปวดจะอยู่กับคุณแค่ชั่วคราว บาดแผลจะเป็นบทเรียนที่ทำให้แข็งแกร่งและเติบโตขึ้น เหมือนอย่างเด็กที่กล้าหาญทั้ง 5 คนนี้



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง