mainstand

Feature

หลุยส์ มอนติ : นักฟุตบอลประวัติศาสตร์ผู้ถูกขู่ฆ่าในนัดชิงฟุตบอลโลกถึงสองครั้ง



ครั้งหนึ่งเขาต้องลงเล่นเพื่อแพ้ ส่วนอีกครั้งต้องลงเล่นเพื่อชนะ และนี่คือชะตาชีวิตที่เลือกไม่ได้ของแข้งประวัติศาสตร์


 

“ฟุตบอลโลก” ถือเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่นักเตะเกือบทุกคนเฝ้าฝันถึง หลายคนหวังจะไปเล่นในรายการนี้ให้ได้สักครั้งในชีวิต บางคนสมหวัง และหลายคนก็ต้องผิดหวัง

แต่สำหรับ หลุยส์ เฟลิเป มอนติ เขาไม่เพียงได้ลงเล่นฟุตบอลโลกมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ยังทำสถิติเป็นนักเตะคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศรายการนี้ถึง 2 หน ในนามทีมชาติที่ต่างกัน นั่นคือ อาร์เจนตินา และ อิตาลี

อย่างไรก็ดี เบื้องหลังการสร้างประวัติศาสตร์เหล่านั้น เขากลับต้องเผชิญเรื่องราวที่โหดร้ายอย่างไม่คาดคิด ซึ่งล้วนเกี่ยวพันถึงชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนี่คือเรื่องราวของเขา

 

อิตาลีในอเมริกาใต้

ย้อนกลับไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ได้เกิดการอพยพหนึ่งในครั้งใหญ่ที่สุดของโลก หลังชาวยุโรปจำนวนมาก เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในดินแดนไกลโพ้นอย่างอเมริกาใต้


Photo : af.m.wikipedia.org

ประมาณการกันว่าน่าจะมีประชากรชาวยุโรปราว 3 ล้านคนที่ย้ายถิ่นฐานมาหาที่ทำกินทั่วละตินอเมริกา โดยอาร์เจนตินา ถือเป็นหนึ่งในชาติที่มีคนอพยพมากที่สุด ในปี 1914 มีการสำรวจว่าเฉพาะกรุงบัวโนสไอเรส มีคนถึง 300,000 คนที่มีบรรพบุรุษเป็นชาวอิตาลี คิดเป็น 25 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดของประเทศ

ครอบครัวของ หลุยส์ เฟลิเป มอนติ ก็เป็นหนึ่งในนั้น บรรพบุรุษของเขาคือชาวอิตาลีที่อพยพมาหาที่ทำกินที่อาร์เจนตินา ก่อนที่เขาจะถือกำเนิดที่กรุงบัวโนสไอเรส ในปี 1901

ในช่วงทศวรรษที่ 1930-1950s ถือเป็นยุคเฟื่องฟูของฟุตบอลอเมริกาใต้ และโชคดีที่ มอนติ เติบโตขึ้นมาในช่วงนั้น เขาเริ่มต้นค้าแข้งกับ ฮูราคาน สโมสรในบ้านเกิดในปี 1921 และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกได้ทันทีในปีนั้น จนทำให้ได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมใหญ่อย่าง โบคา จูเนียร์ส ในฤดูกาลถัดมา

แต่ที่โบคา ดูจะใหญ่โตไปสำหรับเขา เมื่อมอนติ ไม่ได้รับโอกาสลงสนามให้ทีมเลยแม้แต่นัดเดียว ทำให้ 3 เดือนต่อมาเขาตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับ ซาน ลอเรนโซ อีกหนึ่งสโมสรในเมืองหลวง


Photo : www.libertaddigital.com

ที่ ซาน โลเรนโซ เขาสถาปณาตัวเองขึ้นมาเป็นตัวหลักให้ทีมได้อย่างรวดเร็ว และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 3 สมัยในปี 1923,1924 และ 1927 ตลอด 8 ฤดูกาลที่เล่นให้กับที่นั่น

มอนติ เป็นนักเตะที่ร่างกายกำยำ เขามีส่วนสูงเพียงแค่ 170 เซนติเมตร แต่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง จนได้รับฉายาว่า ‘Doble Ancho’ ที่แปลว่า Double Wide การเล่นที่น่าเกรงขามของเขา ทำให้เขาแตกต่างจากผู้เล่นคนอื่นในลีก

แค่เพียงฤดูกาลที่สองกับ ซาน ลอเรนโซ ฝีเท้าของเขาก็ไปเตะตา อังเคล วาสเกวซ กุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา และเรียกตัวเขามารับใช้ชาติ เขาได้ประเดิมทีมชาติครั้งแรกในปี 1924 ก่อนที่ 3 ปีต่อมา เขาจะอยู่ในทีมชุดคว้าแชมป์โคปา อเมริกา และเหรียญเงินฟุตบอลโอลิมปิกในปี 1928

สองปีหลังโอลิมปิก โลกกำลังจะมีมหกรรมกีฬาที่ต่อมา กลายเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษชาติ มันถูกตั้งชื่อง่ายๆ ว่า “ฟุตบอลโลก” และนั่นคือครั้งแรกที่เขาและครอบครัวต้องพบกับอันตราย

 

“จงแพ้ หากอยากให้ครอบครัวปลอดภัย”

ฟุตบอลครั้งแรก ถูกจัดขึ้นที่อุรุกวัยในปี 1930 โดยมี 13 ทีมเข้าร่วม การแข่งขันถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 3-4 ทีม โดยอาร์เจนตินา ถูกจับฉลากเข้ามาอยู่ในกลุ่ม 1 ร่วมกับ ชิลี ฝรั่งเศส และเม็กซิโก


Photo : www.sportswallah.com

แน่นอนว่า มอนติ ก็ไม่พลาดในสำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ เขาถือเป็นผู้เล่นที่ขาดไม่ได้ของทีม และได้รับการขนานนามว่า เซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ดีที่สุดของอเมริกาใต้ (มอนติเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองหลังตัวกลาง และกองกลางตัวรับ) และอยู่ในทีมชุดลุยอุรุกวัย

แค่เพียงนัดแรก เขาประเดิมประตูแรกของทัวร์นาเมนต์ ช่วยให้ทีมเฉือนเอาชนะ ฝรั่งเศส 1-0 จากนั้นพวกเขาก็เอาชนะคู่แข่งได้อย่างไม่ยากเย็น ไล่ถล่มเม็กซิโก 6-3 ต่อด้วยอัดชิลี 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้สำเร็จ  

รอบรองชนะเลิศ อาร์เจนตินา โคจรมาพบกับสหรัฐอเมริกา และเป็นอีกครั้งที่ มอนติ มีชื่อเป็นผู้ทำประตู เขายิงเบิกร่องให้ทีมออกนำตั้งแต่นาทีที่ 20 ก่อนที่ท้ายที่สุดทัพฟ้าขาวจะเป็นฝ่ายถล่มไปอย่างขาดลอย 6-1 เข้าไปชิงชนะเลิศกับอุรุกวัย เจ้าภาพ ที่เป็นเจ้าของตำแหน่งเหรียญทองโอลิมปิกครั้งล่าสุด

ก่อนนัดชิงฯ มีข่าวลือว่ามอนติ ที่ยิงไปแล้ว 2 ประตูในรายการนี้ มีอาการบาดเจ็บตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะอาการแย่ลงในรอบรองชนะเลิศ และอาจไม่ได้ลงเล่นในนัดชิงดำ

แต่มอนติ ก็มีชื่อในนัดชิงชนะเลิศ และดูเหมือนว่าข่าวลือจะเป็นจริง เมื่อเขา ทำผลงานได้ไม่ดีนัก ก่อนที่อาร์เจนฯ ที่ออกนำอุรุกวัย 2-1 ในครึ่งแรก จะเป็นฝ่ายถูกยิงแซงเอาชนะไปได้ 4-2 ในท้ายที่สุด


Photo : thesefootballtimes.co

อย่างไรก็ดีหลายปีให้หลัง กว่าจะรู้ความจริงว่าผลงานที่ตกลงของเขาไม่ใช่เพราะอาการบาดเจ็บอย่างที่เข้าใจกัน เมื่อ ลอร์รา มอนติ หลานสาวของเขาออกมาเผยว่า ปู่ของเธอถูกขู่ว่าครอบครัวจะได้รับอันตรายหากเกมนี้อาร์เจนตินาเป็นฝ่ายกำชัย เขายังบอกว่าผู้เล่นคนอื่นก็ถูกพูดเชิงข่มขู่เช่นกัน แต่ไม่มีใครชัดเจนเท่ากับเขา  

“ตอนพักครึ่ง ขณะที่อาร์เจนตินานำอยู่ 2-1 พวกเขาบอกว่าถ้าอาร์เจนตินาไม่แพ้ พวกเขาจะฆ่ายายและน้าของฉัน” ลอร์รา มอนติ กล่าว

ท้ายที่สุด อุรุกวัย ก็เป็นฝ่ายชูถ้วยแชมป์ และครอบครัวของมอนติก็ปลอดภัย เขากลับมาเล่นให้กับ ซาน ลอเรนโซ แต่การมาถึงของชายชาวอิตาเลียนก็ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล

 

นักเตะที่อิตาลีต้องการ

ในช่วงทศวรรษ 1930 ฟุตบอลในอเมริกาใต้กำลังอยู่ในช่วงเฟื่องฟู แต่มันก็เริ่มเป็นที่นิยมในยุโรปเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อิตาลี ที่อยู่ภายใต้การปกครองของ เบนิโต มุสโสลินี ผู้นำที่ใช้ลัทธิฟาสซิสต์ดูแลประเทศ


Photo : thesefootballtimes.co

ในช่วงเวลานั้น มุสโสลินี ได้สั่งแบนนักเตะต่างชาติในลีก ทำให้เกิดการดึงตัวนักเตะที่เรียกว่า “ออริอุนดี” (Oriundi) หรือนักเตะต่างชาติที่มีบรรพบุรุษเป็นชาวอิตาลี และ มอนติ ที่ครอบครัวอพยพมาจากตอนเหนือของดินแดนรองเท้าบู้ต ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ว่านั้น

มอนติ ได้รับข้อเสนอจาก ยูเวนตุส เป็นค่าเหนื่อยสูงถึง 5,000 ดอลลาร์ฯ ต่อเดือน (ราว 160,000 บาท) พร้อมบ้านและรถ และแน่นอนว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังของดีลในครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก มุสโสลินี นั่นเอง

เนื่องจากฟุตบอลโลกครั้งต่อไป ถูกกำหนดว่าจะจัดขึ้นที่อิตาลี ผู้นำจอมเผด็จการก็ต้องการสร้างชาติของเขาให้เกรียงไกร และขึ้นมาเป็นแถวหน้าในมหาอำนาจของโลก หนึ่งในวิธีสำคัญคือการสร้างทีมชาติให้แข็งแกร่ง


Photo : www.ilpost.it

มอนติ คือหนึ่งในจิ๊กซอว์นี้ หลังย้ายมาเล่นให้ม้าลายแห่งตูรินได้ไม่นาน เขาก็ได้รับสัญชาติอิตาลี กลายเป็นนักเตะคนที่สองในประวัติศาสตร์ต่อจาก ไรมุนโด ออร์ซี ที่เปลี่ยนสัญชาติจากอาร์เจนตินาเป็นอิตาลี

ก่อนหน้านี้มอนติ เคยลงเล่นให้อาร์เจนตินามาแล้ว 15 นัด ยิงไป 5 ประตู แต่อนาคตในนามทีมชาติของเขาต่อจากนี้คือ “อัซซูรี” เท่านั้น

และนั่นก็เป็นอีกครั้งที่ชีวิตเขาต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย

 

Do it or Die

ครั้งที่ 2 ของฟุตบอลโลก ย้ายมาจัดที่ยุโรป โดยมีอิตาลี เป็นเจ้าภาพ มอนติ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกเรียกติดทีมเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย เพียงแต่ไม่ใช่ในฐานะนักเตะอาร์เจนตินาเหมือนอย่างเคย


Photo : sportstar.thehindu.com

เขาถือเป็นหนึ่งในนักเตะ “ออริอุนดี” ของอิตาลีที่ถูกเรียกเข้ามาเล่นในรายการนี้เกือบครึ่งทีม และอัซซูรีชุดผสมก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อจัดการไล่ถล่มสหรัฐอเมริกาไปอย่างขาดลอย 7-1 นัดแรก ในวันเดียวกันกับที่อาร์เจนตินา ทีมเก่าของมอนติ ต้องจอดป้าย หลังพ่ายต่อสวีเดน

ชัยชนะต่ออเมริกาทำให้อิตาลี เข้าไปพบกับ สเปน ในรอบก่อนรองชนะเลิศ เกมนัดแรกลงเอยด้วยผลเสมอ 1-1 ทำให้ต้องแข่งนัดรีเพลย์ในวันต่อมา เนื่องจากสมัยนั้นยังไม่มีการต่อเวลา ก่อนที่จะเฉือนเอาชนะไปได้ 1-0

รอบรองชนะเลิศ มอนติ และพรรคพวกโคจรมาพบกับ ออสเตรีย ทีมแกร่งในยุคนั้นที่นำโดย มาเธียส ซินเดลาร์ หนึ่งในยอดนักเตะในสมัยนั้น แต่ก็ไม่มีปัญหาสำหรับอิตาลี เมื่อเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 1-0 แม้ว่าประตูชัยจะเต็มไปด้วยข้อกังขา หลัง จูเซปเป เมสซา ไปพุ่งชาร์จผู้รักษาประตูของออสเตรีย จนบอลหลุดมือ ก่อนที่ เอนริเก เกียตา จะตามซ้ำเข้าไป

ข้อครหาต่อเจ้าภาพยังคงมีไม่หยุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมการที่เข้าข้างอิตาลีมากเกินไป จนรู้สึกว่าเป็นการแข่งขันแบบ “นายสั่งมา”

และมันก็ยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อหนึ่งวันก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศกับเชคโกสโวาเกีย มีโทรเลขส่งถึงผู้เล่นอิตาลีที่โรงแรม วิคตอริโน ปอซโซ กุนซือของทีมเป็นคนนำมาบอกนักเตะ

“จะชนะหรือตายดีครับท่านสุภาพบุรุษ ถ้าเชคคว้าชัย เราก็ถูกลงโทษ นั่นคืออย่างแรกของทั้งหมด แต่ถ้าพวกเขาอยากชนะระรานเรา อิตาเลียนต้องตีคืน และคู่แข่งต้องพ่ายแพ้ ขอให้โชคดีในวันพรุ่งนี้ ชนะหรือไม่ก็พังพินาศไป” ข้อความในโทรเลขระบุ

แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือข้อความจากมุสโสลินี แถมระหว่างเกม ปอซโซ ยังได้รับข้อความว่า “คุณเป็นผู้รับผิดชอบต่อความสำเร็จ แต่หากล้มเหลว บางทีมีแต่พระเจ้าที่ช่วยคุณได้”

แน่นอนว่ามันเป็นคำขู่ฆ่าจากท่านผู้นำ และเป็นอีกครั้งที่ชะตาชีวิตของ มอนติ ต้องแขวนอยู่กับฟุตบอลอีกแล้ว

 

โชคดีที่ไม่แพ้

“ปู่ของฉันมักจะพูดเสมอว่าเขาลงเล่นฟุตบอลโลก 2 ครั้งภายใต้คำขู่ฆ่า” ลอร์รา มอนติกล่าวกับ FIFA.com


Photo : FIFA.com

“เขาเคยบอกฉันว่าในปี 1930 ที่อุรุกวัย พวกเขาจะทำให้เขาบาดเจ็บหากเขาชนะ และที่อิตาลีในอีก 4 ปีต่อมา พวกเขาจะทำร้ายหากเขาแพ้”  

“เขาเล่าให้เราฟังว่า ก่อนเกมกับเชคโกสโลวาเกียในปี 1934 มีคนเข้ามาในห้องแต่งตัว พร้อมกับข้อความจากมุสโสลินีที่บอกว่าอาจจะมีผลที่ตามมาหากเราไม่ชนะ”

ทีมชาติอิตาลี รู้ดีว่าเกมวันนี้สำคัญต่อชีวิตพวกเขามากเพียงไหน “ชนะหรือตาย” คือคำจำกัดความที่ดีที่สุด ชะตากรรมของมอนติ หนีไม่พ้นเรื่องนี้เสียที

พวกเขาต้องเสียวสันหลังไปก่อน เมื่อถูกเชคโกสโลวาเกียยิงออกนำไปก่อนในนาทีที่ 71 แต่ ไรมุนโด ออร์ซี นักเตะ “ออริอุนดี” อีกคนก็ยิงตีเสมอก่อนหมดเวลาเพียง 5 นาทีทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป  

ในช่วงต่อเวลาพิเศษ แองเจโล เชียวิโอ กลายเป็นฮีโรของทีม หลังซัดประตูชัยให้อิตาลีในนาทีที่ 95 เอาชนะไปได้ 2-1 พร้อมส่งให้พวกเขาคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ แม้ว่ามันจะเป็นแชมป์โลกที่เต็มไปด้วยข้อครหา แต่ก็ทำให้ มอนติ รอดตายอีกครั้ง


Photo : thesefootballtimes.co

แชมป์ในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องช่วยชีวิตพวกเขาเท่านั้น มันยังทำให้ชีวิตของพวกเขาพลิกผัน เมื่อนักเตะอิตาลีต่างได้รับการตอบแทนอย่างไม่อั้นจากท่านผู้นำอีกด้วย

“หลังเกม จากคำบัญชาของ อิล ดูเซ (มุสโสลินี) เราจะได้ทุกอย่างที่เราร้องขอ ผู้หญิง เงิน อัญมณี บ้านและ ม้า เรากลายเป็นมนุษย์ที่มีอภิสิทธิ์ในอิตาลี” มอนติ ย้อนความหลัง

นอกจากความสำเร็จ มอนติ ยังกลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2 ครั้งกับสองทีมชาติที่ต่างกันคืออาร์เจนตินาในปี 1930 และ อิตาลี ในปี 1934 อีกด้วย

และนั่นคือการเล่นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา มอนติ ลงเล่นให้ยูเวนตุสไปไปจนถึงปี 1939 ก่อนจะแขวนสตั๊ดไปด้วยสถิติลงเล่น 225 นัดยิงไป 20 ประตู พร้อมช่วยให้ม้าลายแห่งตูรินคว้าแชมป์ลีกไปถึง 4 สมัย

ปิดฉากตำนานแข้งนัดชิงฟุตบอลโลก 2 ครั้ง กับสองทีมชาติ แถมเคยถูกขู่ฆ่าถึง 2 ครั้งซ้อน คนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ยังไม่มีใครทำได้จนถึงทุกวันนี้

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.theguardian.com/football/these-football-times/2018/jun/06/luis-monti-two-world-cup-finals-italy-argentina
https://www.football-italia.net/118859/argentina%E2%80%99s-italian-connection
https://www.fifa.com/worldcup/news/the-unique-tale-of-luis-monti-2772055
https://www.sportswallah.com/football/photos/luis-felipe-monti-the-only-footballer-to-play-world-cup-finals-for-two-different-countries/
https://www.sportsavour.com/child-european-migration-luis-monti-uniquely-represented-two-nations-two-world-cup-finals/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : มฤคย์ ตันนิยม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง