mainstand

Feature

ทริปเปิล เอช : จากนักมวยปล้ำอธรรมจอมโฉด สู่สุดยอดนักปฏิวัติของวงการมวยปล้ำ



หากพูดถึงชื่อ พอล เลเวสก์ (Paul Levesque) แฟนมวยปล้ำทั่วโลกอาจจะเกาหัวว่าเขาคือใคร แต่ถ้าบอกชื่อในวงการของผู้ชายคนนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักเขา ในฐานะแชมป์โลก WWE 14 สมัยในชื่อ “ทริปเปิล เอช”


 

ภาพจำของนักมวยปล้ำรายนี้ คงหนีไม่พ้นนักมวยปล้ำอธรรมตัวแสบ ที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ และความโหดเหี้ยม ลูกเล่นตุกติกนอกเวทีสารพัด จนเป็นนักมวยปล้ำที่ได้รับความเกลียดชังจากแฟนมวยปล้ำทั่วโลก

แต่สิ่งที่แฟนมวยปล้ำส่วนใหญ่อาจไม่รู้ เขาคือสุดยอดครีเอทีฟ ผู้สร้างสิ่งแปลกใหม่ให้กับวงการมวยปล้ำ ที่เคยมีผลถึงขั้นปฏิวัติวงการนี้ ตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นเพียงนักมวยปล้ำดาวรุ่ง

ก่อนที่เขาจะต่อยอดความสามารถ กับการหันมาใส่สูธเป็นผู้บริหาร,สุดยอดนักปั้น, โปรดิวเซอร์ และนักปฏิวัติมือทองของวงการมวยปล้ำ

Main Stand จะพาไปรู้จักชีวิตอีกด้านของ ทริปเปิล เอช ยอดนักมวยปล้ำชื่อดัง กับวันที่เขาผันตัวเองมาทำงานเบื้องหลัง เพื่อสร้างเป้าหมายให้ WWE และวงการมวยปล้ำ ก้าวไปได้ไกลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

ฉายแววความเป็นยอดนักสร้าง

ทริปเปิล เอช (Triple H) ไม่ได้เริ่มฉายแววของความเป็นสุดยอดครีเอทีฟและโปรดิวเซอร์ หลังจากเลิกปล้ำ มาทำงานเบื้องหลัง

แต่เขาแสดงถึงความสามารถของการสร้างสรรค์ในวงการมวยปล้ำ ตั้งแต่ช่วงต้นอาชีพของเขา


Photo : www.wwe.com

ทริปเปิล เอช เริ่มเป็นนักมวยปล้ำกับสมาคม WWE (ดับเบิลยูดับเบิลยูอี) ในปี 1995 ซึ่งเป็นช่วงที่สมาคมกำลังอยู่ในช่วงขาลง ความนิยมตกต่ำจากช่วงยุค 80 และเสียตำแหน่งสมาคมมวยปล้ำอันดับหนึ่งของโลกให้กับค่ายคู่แข่ง อย่าง WCW (ดับเบิลยูซีดับเบิลยู)

ทริปเปิล เอช เคยปล้ำอยู่ที่ WCW มาก่อน แต่เขาไม่ได้รับโอกาสและไม่ถูกผลักดันจากสมาคม ทำให้เขาไม่ได้รับการต่อสัญญาจาก WCW และต้องซมซานมาอยู่กับ WWE

วินซ์ แม็คแมน (Vince McMahon) เห็นความสามารถในตัวทริปเปิล เอช และมีแผนจะผลักดันทริปเปิล เอช ขึ้นเป็นนักมวยปล้ำแถวหน้าของสมาคม โดยให้เขารับคาแรคเตอร์เป็นนักมวยปล้ำชนชั้นสูงที่มีเชื้อสายจากราชวงศ์อังกฤษ

อย่างไรก็ตาม คาแรกเตอร์นี้ ไม่ช่วยให้ทริปเปิล เอช เป็นที่นิยมและจดจำของแฟนมวยปล้ำแต่อย่างใด

“ผมรู้ดีว่าแฟนมวยปล้ำไม่ชอบคาแร็คเตอร์ของผม มันไกลจากตัวตนของผมในชีวิตจริง ยุคสมัยของมวยปล้ำมันเปลี่ยนไป รสนิยมของคนดูก็เช่นกัน พวกเขาเบื่อที่จะดูนักมวยปล้ำแบบเดิมๆ พวกเขาต้องการอะไรใหม่ๆ อะไรที่มันต่างออกไป”

ทริปเปิล เอช ต้องการจะแสดงความเป็นตัวตนของตัวเองออกมา เพื่อสร้างความนิยมให้กับตัวเขาและทำให้ WWE มีความน่าสนใจมากขึ้น แต่ด้วยความที่เขายังเป็นนักมวยปล้ำหน้าใหม่ เขาไม่มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงคาแรกเตอร์ตามที่เขาต้องการ

แต่เป็นโชคดีของเขา ที่เขามีเพื่อนซี้เป็นนักมวยปล้ำที่ดังที่สุดใน WWE (ณ ช่วงเวลาปี 1996-1997) คือชอว์น ไมเคิล (Shawn Michaels) และตัวของชอว์น ไมเคิล ซึ่งกำลังเบื่อบทบาทของตัวเองอยู่เช่นเดียวกัน ทำให้สองคู่หูรวมหัวกัน สร้างคาแรคเตอร์ใหม่ให้กับพวกเขาทั้งคู่ ที่เปลี่ยนอนาคตของ WWE ไปตลอดกาล


Photo :  www.wwe.com

“พวกเราทำสิ่งง่ายๆ ที่ไม่มีใครใน WWE คิดที่จะทำมาก่อน คือการเเสดงความเป็นตัวของตัวเอง ผมพยายามบอกกับวินซ์ตลอด ‘ถ้าอยากให้ผมกับชอว์น หรือ WWE เป็นที่นิยม แค่ออกไปทำในสิ่งที่เป็นตัวเราเอง’ ซึ่งตอนแรกวินซ์ไม่เห็นด้วยกับไอเดียนี้เลย”

“สุดท้ายผมมาคิดว่า ‘ช่างความคิดของวินซ์สิวะ’ แค่อยากทำในสิ่งที่ทำก็พอ สุดท้ายวินซ์ยอมแพ้ในความดื้อของเรา วินซ์บอกเราว่า ‘ถ้าคิดว่าดี พวกเอ็งก็หุบปาก แล้วออกไปทำอะไรที่อยากทำ’”

แม้วินซ์ แม็คแมน จะไม่ชอบในแนวคิดของทริปเปิล เอช แต่เขาและชอว์น ไมเคิล ได้ร่วมกันออกไอเดียหลังฉากและสร้างคาแร็คเตอร์ใหม่ของพวกเขาทั้งสองคนออกมา ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ง่ายๆ คือ “ชายที่ทำอะไรก็ได้ที่อยากจะทำ”


Photo : www.sportskeeda.com

ทริปเปิล เอช และ ชอว์น ไมเคิล สร้างกลุ่มของพวกเขาในชื่อ ดีเจเนอเรชั่น-เอ็กซ์ (D-Generation X) เพื่ออกไปทำในสิ่งบ้าๆที่พวกเขาอยาก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากความคิดโดยตรงของทริปเปิล เอช และชอว์น

ไม่ว่าจะเป็นการพูดคำหยาบและเรื่องเพศ, ออกไปล้อเลียนนักมวยปล้ำคนอื่น, เล่นไพ่บนเวทีมวยปล้ำ, เชิญชวนให้แฟนมวยปล้ำผู้หญิงถอดเสื้อผ้า แม้แต่อะไรที่สุดโต่งอย่างเช่นการโชว์บั้นท้ายบนเวที พวกเขาก็ทำมาแล้ว

“เราแค่ทำทุกอย่างให้มันบ้าไว้ก่อน บ้าที่สุดเท่าที่เราจะบ้าได้ เราคิดอะไรออกเราก็ออกไปทำในสิ่งที่อยากทำ ผมแค่อยากโชว์ตัวตนให้คนอื่นได้เห็น มีหลายคนโกรธในสิ่งที่เราทำ แต่ผมคิดว่ามันดีต่อธุรกิจนี้” ทริปเปิล เอช กล่าว

 

ขอแค่เชื่อมั่นในตัวเอง

แม้สิ่งที่ทริปเปิล เอช พยายามทำในเวลานั้น อาจถูกหลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่แย่และหยาบคาย โดยเฉพาะการพูดเรื่องเพศและคำหยาบออกโทรทัศน์ตลอดเวลา

แต่นักมวยปล้ำหลายคนใน WWE ได้ให้การยอมรับในสิ่งที่ทริปเปิล เอช ทุ่มเทเพื่อหวังให้ WWE กลับกลายเป็นสมาคมมวยปล้ำอันดับหนึ่งอีกครั้ง


Photo : www.givemesport.com

“ทุกๆโชว์ ทริปเปิล เอช กับชอว์น ใช้เวลายาวนานหลายชั่วโมง ทุ่มเทกับการสร้างไอเดีย เพื่อคิดว่าโชว์วันนี้พวกเขาจะไปออกไปทำอะไรบ้าๆให้แฟนดู ซึ่งไม่มีทางคุณจะเดาได้เลยว่าสองคนนี้จะทำสิ่งใดเมื่อโชว์มาถึง” จ่าสเลาเตอร์ (Sgt. Slaughter)  ให้คำชื่นชมแก่ ทริปเปิล เอช และชอว์น ไมเคิล

ถึงจะเป็นการกระทำที่อาจจะดูรุนแรงและหยาบคายเกินไป สำหรับคาแรกเตอร์ของกลุ่มดีเจเนอเรชั่น-เอ็กซ์ เพราะในช่วงปี 1997 มวยปล้ำของ WWE ยังพยายามออกแบบให้เป็นมวยปล้ำของคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งนั่นรวมถึงกลุ่มผู้ชมที่เป็นเยาวชนรุ่นจิ๋ว

แต่สิ่งที่ทริปเปิล เอช และชอว์น ไมเคิลทำคือออกไปทำสิ่งห่ามๆซึ่งวนเวียนอยู่กับเรื่องเพศและความหยาบคายทุกสัปดาห์ จนเคยถูกช่องสถานีโทรทัศน์ขู่สั่งแบนมาแล้ว

“ผมยอมรับว่าหลายสิ่งที่เราทำในตอนนั้น มันดูจะรุนแรงเกินกว่าที่ควรจะเป็น และมีหลายคนไม่พอใจ แต่ผมต้องการแสดงให้เห็นว่า ในธุรกิจมวยปล้ำ มันยังมีทางอื่นที่เราจะสร้างความนิยมให้กับตัวเองได้ แม้ในตอนนั้น ผมจะโดนหลายคนต่อว่าในสิ่งที่เรากำลังทำ”

“ทริปเปิล เอช กับ ชอว์น กำลังจะทำลาย WWE” นั่นคือสิ่งที่หลายคนในสมาคมต่อว่าสิ่งที่ทริปเปิล เอช ทำทุกสัปดาห์กับดีเจเนอเรชั่น-เอ็กซ์ แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

ดีเจเนอเรชั่น-เอ็กซ์ เป็นที่นิยมของแฟนมวยปล้ำจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มหนุ่มสาววัยรุ่น ดีเอ็กซ์ (ชื่อย่อของดีเจเนอเรชั่น-เอ็กซ์) กลายเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงออกถึงตัวตนที่อยากจะเป็นของกลุ่มวัยรุ่นในอเมริกา


Photo : www.wwe.com

“ดีเอ็กซ์ไม่ได้เป็นทั้งนักมวยปล้ำฮีโร่ และไม่ได้เป็นนักมวยปล้ำตัวร้าย พวกเขาแค่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งมันดีมาก เพราะมันเป็นอะไรที่แฟนมวยปล้ำเข้าถึงและจับต้องได้” ซีเอ็ม พังค์ (CM Punk) อดีตนักมวยปล้ำชื่อดัง กล่าวถึงความพิเศษของกลุ่มดีเอ็กซ์ ที่ทริปเปิล เอช สร้างขึ้น

ย้อนไปในวันที่ 11 สิงหาคม 1997 ซึ่งเป็นวันแรกที่ไอเดียกลุ่มดีเจเนอเรชั่น-เอ็กซ์ ของทริปเปิล เอช เริ่มต้นขึ้น โชว์ประจำสัปดาห์ของ WWE อย่างรอว์ (Raw) มีเรตติ้งเพียง 2.9 เท่านั้น แต่ 6 เดือนต่อมาในวันที่ 6 เมษายน 1998 เรตติ้งของรอว์เพิ่มเป็น 4.7 มากที่สุดในรอบ 2 ปี

“ผมคิดว่าดีเอ็กซ์ คือสิ่งที่ยอดเยี่ยม และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ WWE กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหนึ่ง” เอริค บิชชอร์ฟ โปรดิวเซอร์มือทองของ WCW กล่าวชื่นชมคู่แข่ง

 

จากนักมวยปล้ำสู่ ทหารขี่รถถัง...

หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ดีเอ็กซ์ทำ และเป็นสิ่งที่แฟนมวยปล้ำไม่เคยลืม นั่นคือการยกทัพขี่รถถังไปบุกโชว์ของค่ายคู่แข่ง WCW ถึงสนามซึ่งเป็นไอเดียที่ทริปเปิล เอช คิดขึ้นมาเอง และถูกยกให้เป็นเหตุการณ์ที่บ้าระห่ำที่สุดครั้งหนึ่งในวงการมวยปล้ำที่เคยเกิดขึ้น


Photo : www.wwe.com

“ทุกคนรู้ดีว่า WWE กับ WCW กำลังทำสงครามผ่านเรตติ้ง แย่งชิงความเป็นหนึ่งของวงการมวยปล้ำ แต่ไม่เคยที่ทั้งสองสมาคมนี้จะเผชิญหน้ากันจริงๆเสียที”

“วันหนึ่งเมื่อทั้งสองค่ายมาจัดโชว์ใกล้กัน ห่างกันแค่ 30 กิโลเมตร ผมเลยคิดว่า ‘เฮ้ย มันจะสุดยอดแค่ไหน ถ้าเรายกพลไปบุก WCW’”

“ผมคิดว่าตอนนั้นเราเป็นที่นิยมอยู่แล้ว การไปบุกโชว์ของ WCW เราต้องได้รับผลตอบรับที่ดีแน่ เพราะพวกเขาต้องเสียเงินซื้อตั๋วไปดูนักมวยปล้ำ แต่ถ้าเราไปโผล่ที่นั่น พวกเขาจะได้ดูเราแบบฟรีๆ”

“แน่นอนผมคิดว่ามันเป็นไอเดียที่โคตรเจ๋ง และผมจะทำมันอย่างแน่นอน ตอนแรกวินซ์โคตรไม่ชอบไอเดียนี้เลย แต่เขาก็ยอมให้ผมทำ”

“ผมจึงให้เพื่อนร่วมกลุ่มทุกคนของผมแต่งตัวเป็นทหาร หาอาวุธ(ปลอม)มาถือ แล้วเราจะขี่รถถังไปบุก WCW” ทริปเปิล เอช ย้อนความหลัง ถึงไอเดียที่สุดบรรเจิดของเขาในอดีต

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 27 เมษายน 1998 คือครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ ที่มีนักมวยปล้ำจากอีกสมาคมหนึ่ง ไปบุกอีกสมาคมหนึ่ง แบบไม่มีบทหรือสคริปท์ใดๆทั้งสิ้น และไอเดียครั้งนี้ของทริปเปิล เอช ทำให้เรตติ้งของรายการรอว์ พุ่งขึ้นเป็น 5.3


Photo : www.wwe.com

“มันเหมือนการชุมนุมครั้งใหญ่เลยผมจำได้ มีแฟนมวยปล้ำเป็นพันคนมายืนมุงดูเรานอกสนาม เพื่อนผมที่อยู่ WCW บอกผมว่า คนใน WCW ตระหนกและตกใจกันมาก ที่เห็นดีเอ็กซ์ขี่รถถังมาบุกสมาคมคู่แข่งแบบนี้”

“ผมคิดว่ามันเป็นผลดีในระยะยาวต่อ WWE เพราะทุกสิ่งที่เราทำถ่ายทอดสดออกทีวี และตอนที่เรากำลังพยายามจะขีรถถังเข้าไปที่สนาม WCW ปิดประตูไม่ให้เราเข้าไป มันทำให้ภาพลักษณ์ของพวกเขาดูแย่เลยละ”

ปฎิเสธไม่ได้ว่าไอเดียหลายอย่างที่ทริปเปิล เอช ทำส่งผลดีต่อทั้ง WWE และวงการมวยปล้ำในระยะยาว เมื่อแนวคิดของกลุ่มดีเอ็กซ์ ถูกวินซ์ แม็คแมนนำไปขยายและต่อยอด กลายเป็นคอนเซ็ปท์ของยุค “Attitude Era” (แอตติจูด อีร่า) ยุคทองตลอดการของวงการมวยปล้ำ

ขณะที่กลุ่มดีเจเนอเรชั่น-เอ็กซ์ ของ ทรปเปิล เอช ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสามปัจจัยที่ทำให้ WWE กลับมาเป็นสมาคมมวยปล้ำอันดับหนึ่งของโลกอีกครั้ง ร่วมกับ สโตนโคล สตีฟ ออสติน (Stonecold Steve Austin) และ เดอะ ร็อค (The Rock)

 

สู่โค้ชเยาวชนมือทอง

หลังจากช่วงปี 1998 ทริปเปิล เอช ก้าวขึ้นเป็นนักมวยปล้ำระดับสูง เขาไม่ได้ออกไอเดีย ในการสร้างคาแรกเตอร์หรือสิ่งใหม่ให้วงการมวยปล้ำมากนัก เพราะเจ้าตัวต้องโฟกัสกับการทำงานในฐานะหนึ่งในนักมวยปล้ำที่เป็นหน้าตาของสมาคม


Photo : www.thoughtco.com

ทริปเปิล เอช ผันตัวเองจากนักมวยปล้ำขวัญใจวัยโจ๋ กลายเป็นนักมวยปล้ำอธรรมตัวแสบ เขายืนหยัดเป็นนักมวยปล้ำอธรรมเบอร์หนึ่งของสมาคมยาวนานหลายปี และกลายเป็นนักมวยปล้ำที่ถูกคนเกลียดเป็นอันดับต้นๆของโลก

จนกระทั่งในปี 2010 ทริปเปิล เอช ได้รับอาการบาดเจ็บ บริเวณกล้ามเนื้อกระดูกต้นขา ทำให้เขาต้องพักการปล้ำยาวนานหลายเดือน และด้วยวัย 41 ปีในเวลานั้น ทำให้เขาคิดที่จะลดบทบาทตัวเองในฐานะนักมวยปล้ำบทจอทีวี และหันไปโฟกัสกับการทำงานหลังฉากมากขึ้น

ต้องย้อนไปเมื่อปี 2003 ทริปเปิล เอช ได้แต่งงานกับ สเตฟานนี แม็คแมน (Stephanie McMahon) ลูกสาวของวินซ์ แม็คแมน ทำให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่บริหาร WWE ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา


Photo : www.pwpix.net

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากที่ทริปเปิล เอช จะสามารถร้องขอตำแหน่งสูงเพื่อให้มีอำนาจตัดสินใจในสมาคม แต่ตำแหน่งที่ทริปเปิล เอช เลือกทำ เขาตัดสินใจไปเป็นหัวหน้าฝ่ายพัฒนาทักษะนักมวยปล้ำของ WWE

หากเปรียบกับทีมฟุตบอล ทริปเปิลที่เป็นลูกเขยเจ้าของสโมสร กลับเลือกรับตำแหน่งเป็นเพียงโค้ชเยาวชนของทีมเท่านั้น เพราะเขามองเห็นว่านี่คือรากฐานที่สำคัญที่สุดของ WWE และ WWE จะไม่สามารถคงอยู่ต่อไปได้ หากการพัฒนานักมวยปล้ำของสมาคมไม่แข็งแรง

“การสร้างนักมวยปล้ำหน้าใหม่คือหน้าที่ของผม ผมรู้สึกว่าเรานี่คือสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ผมต้องหานักมวยปล้ำหน้าใหม่ สอนเขา ปลุกปั้นเขา ช่วยให้พวกเขาเป็นดาวดังของวงการมวยปล้ำ เพราะนักมวยปล้ำหน้าใหม่ส่วนใหญ่ต้องการคำแนะนำจากนักมวยปล้ำที่มีประสบการณ์”

“ผมต้องการทำให้สมาคมนี้ไปได้ไกลกว่าเดิม ดังกว่าเดิม นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเลือกมาทำงานในส่วนพัฒนานักมวยปล้ำ ถ้าเราไม่เริ่มตอนนี้ เราจะเริ่มตอนไหน?”

ย้อนไปในเวลานั้น WWE มีค่ายมวยปล้ำลูกที่เอาไว้ฝึกฝนนักมวยปล้ำอยู่แล้วในชื่อ FCW (เอฟซีดับเบิลยู) และรายการโทรทัศน์ชื่อ NXT (เอ็นเอ็กซ์ที) ซึ่งเป็นรายการสำหรับนักมวยปล้ำดาวรุ่งไว้ฝึกทักษะที่จำเป็นในการเป็นนักมวยปล้ำออกทีวี

แต่ทั้ง FCW และ NXT ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง FCW ไม่ได้รับความนิยมจากแฟนมวยปล้ำมีผู้ชมไม่ถึงร้อยคน ทั้งที่เป็นค่ายลูกของ WWE ส่วน NXT คือรายการที่ไม่มีแฟนมวยปล้ำคนไหนอยากดู ที่สำคัญ FCW และ NXT ไม่สามารถสร้างมวยปล้ำที่ดีขึ้นสู่ WWE ได้ตามเป้าหมาย


Photo : www.wwe.com

“ทุกคนในสมาคมรู้ดีว่าปัญหาของการสร้างนักมวยปล้ำคืออะไร รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการ และรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องทำ แต่ไม่มีใครยอมรับในปัญหาที่เกิดขึ้น”

“มีนักมวยปล้ำฝีมือดีมากมายรอเราอยู่ทั่วโลก พวกเขาเหล่านี้สร้างความแตกต่างให้กับสมาคมของเราได้ แล้วจะทำยังไงให้ได้พวกเขามา คุณต้องทำค่ายพัฒนาทักษะให้ดีขึ้น”

ในปี 2013 ก่อตั้งศูนย์ฝึกทักษะของ WWE (WWE Performance Center) ขึ้นมา เพื่อให้เป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพด้านต่างๆของนักมวยปล้ำ ให้มีความพร้อมมากที่สุดก่อนขึ้นสู่ WWE เพื่อป้องกันการล้มเหลวของนักมวยปล้ำหลายคนที่ขึ้นสู่ค่ายใหญ่ แล้วไม่ประสบความสำเร็จ

“เราจำเป็นต้องสร้างศูนย์ฝึกทักษะ และทำให้มันดีที่สุด พร้อมที่สุด ครบเครื่องรอบด้านมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าเราอยากจะพัฒนาไปมากกว่านี้”

“ผมยกตัวอย่างนักมวยปล้ำจากญี่ปุ่น พวกเขาแตกต่าง พวกเขาสร้างความนิยมให้กับเราได้ และพวกเขาเป็นนักมวยปล้ำที่เก่งมาก แต่พวกเขาไม่เข้าใจเรื่องการสร้างคาแรคเตอร์เลย พูดออกไมโครโฟนก็ไม่ได้ นี่คือความสำคัญของศูนย์ฝึกทักษะ ที่จะช่วยพัฒนาตรงจุดนี้”

“หรือนักมวยปล้ำอเมริกาหลายคน มีประสบการณ์การปล้ำเยอะมาก แต่ไม่เคยการปล้ำออกทีวีเลย หรือแม้กระทั่งการพูดออกไมค์ ผมมีหน้าที่ต้องพัฒนาพวกเขา”

 

We Are NXT

นอกจากการสร้างศูนย์ฝึกทักษะนักมวยปล้ำแล้ว ทริปเปิล เอช ตัดสินใจให้ WWE เลิกทำค่าย FCW แล้วเปลี่ยนให้ NXT ซึ่งเป็นรายการทีวีอยู่แล้วมาทำหน้าที่ตรงนี้แทน เพื่อให้นักมวยปล้ำได้มีความพร้อมและประสบการณ์จริงกับก่อนจะขึ้นไปปล้ำบนค่ายใหญ่


Photo : www.wweperformancecenter.com

“เมื่อก่อนตอนอยู่ FCW เราปล้ำกันแบบโชว์ท้องถิ่น คนดูน้อยไม่ได้ออกทีวี แต่พอกลายเป็น NXT เป็นรายการทีวี มันช่วยพัฒนาได้รวดเร็วมาก เพราะเหมือนผมกลายเป็นนักมวยปล้ำที่อยู่ใน WWE ไม่มีผิด มีกล้องคอยถ่ายทอดการปล้ำของเรามากมายทั่วเวที เราต้องทำให้ดีตลอดเวลาที่ขึ้นปล้ำ”

“ตอนอยู่ FCW ผมเหมือนไม่ได้โชว์หรือพัฒนาความสามารถอะไรเลย เพราะเรามีแค่เวทีมวยปล้ำ 2 เวที กับห้องฝึกอีกห้องเดียว มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่ดีเท่าไหร่”

“แต่พอ ทริปเปิล เอช เข้ามาเปลี่ยนเรื่องการพัฒนานักมวยปล้ำ จาก FCW เป็น NXT มันดีขึ้นมาก ช่วยพัฒนาเราได้ดีขึ้น”

เซ็ธ โรลลินส์ (Seth Rollins) นักมวยปล้ำชื่อดังของ WWE ปัจจุบันกล่าวถึงสิ่งที่ ทริปเปิล เอช เปลี่ยนแปลงการพัฒนานักมวยปล้ำหน้าใหม่ใน WWE

“ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ที่ทริปเปิล เอช มีส่วนช่วยพัฒนาผม เขาคือสุดยอดนักมวยปล้ำ เขามีความรู้มากมายที่จะช่วยพัฒนาให้คุณเป็นสุดยอดนักมวยปล้ำใน WWE เขาสามารถสอนคุณในสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ ถ้าคุณไม่เรียนรู้บางสิ่งจากเขา ผมบอกเลยคุณพลาดอย่างมหันต์”

นอกจากนี้ Triple H ต้องการให้ NXT เป็นมากกว่าแค่รายการทีวีเพื่อฝึกทักษะของนักมวยปล้ำ แต่เขาต้องการให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของแฟนมวยปล้ำ ที่แตกต่างไปจากโชว์มวยปล้ำของ WWE


Photo : thechairshot.com

“รอว์กับสแม็คดาวน์ (Smackdown) เหมือนกับเพลงป็อป แน่นอนทุกคนไม่ได้ฟังเพลงแบบเดียวกัน บางคนอยากฟังเพลงที่แตกต่าง ผมจึงสร้างเมทัลลิกา (Metallica) ให้พวกเขานั้นคือ NXT”

หากเปรียบโชว์ของ WWE ค่ายหลักอย่าง รอว์และสแม็คดาวน์ เป็นโชว์มวยปล้ำในสไตล์ “สปอร์ต เอนเตอร์เทนเมนต์” แบบฉบับของวินซ์ แม็คแมน ที่เน้นความสนุกจากหลายรอบด้าน ไม่ใช่แค่แมทช์การปล้ำบนเวทีเท่านั้น

NXT ของทริปเปิล เอช จะมีความเป็นโชว์มวยปล้ำมากขึ้น เน้นขายความสนุกของแมทช์การปล้ำ แฟนมวยปล้ำจะดูแมทช์การปล้ำที่สนุกตื่นเต้นและเร้าใจมากกว่าแมทช์มวยปล้ำของ WWE

“NXT เหมือนค่ายมวยปล้ำใต้ดิน เหมือนสมาคมมวยปล้ำอิสระ ที่ให้ความสำคัญกับการปล้ำบนเวที คุณภาพของแมทช์การปล้ำ มากกว่าการสร้างความบันเทิงในแนวทางอื่นอย่างเช่นการพูด ตามแบบฉบับของ WWE” เพจ (Paige) นักมวยปล้ำหญิงชื่อดังกล่าว

ด้วยความแตกต่างของ NXT กับมวยปล้ำในค่ายหลัก ทำให้ NXT ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่นิยมของแฟนมวยปล้ำ และสามารถจัดโชว์การปล้ำไปทั่วประเทศ ได้เหมือนกับโชว์ของ WWE ทั้งที่เป็นค่ายมวยปล้ำที่มีเป้าหมายหลักไว้เพียงพัฒนาทักษะของนักมวยปล้ำเท่านั้น


Photo : www.wwe.com

“NXT ขายบัตรหมดทุกที ที่เราไปปล้ำและขายหมดแทบจะทันทีที่เราเปิดขายบัตร มันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากและเรามาไกลมากจากค่ายพัฒนาทักษะมวยปล้ำเล็กๆ กลายเป็นแบรนด์มวยปล้ำที่สามารถจัดโชว์ที่มีคนดูมากกว่าหมื่นคนได้ในปัจจุบัน”

“มันยังเป็นสิ่งที่เหมือนฝันสำหรับผม และทำให้ผมรู้สึกมีความสุขทุกครั้ง ที่รู้ว่ามันคือความจริง” ทริปเปิล เอช กล่าวถึงสิ่งที่เขาสร้างขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ

 

Women’s Revolution

นอกจากการสร้างแบรนด์ NXT ให้กลายเป็นแบรนด์ยอดนิยม และผลิตนักมวยปล้ำชั้นนำขึ้นมาสู่ WWE มากมาย ทำงานได้ตามเป้าหมายที่เขาต้องการได้สำเร็จ นักมวยปล้ำชื่อดังในปัจจุบันหลายคนอย่าง เซ็ธ โรลลินส์, ฟินน์ บาเลอร์ (Finn Balor), เควิน โอเวนส์ (Kevin Owens) ล้วนผ่านการปลุกปั้นด้วยน้ำมือของ ทริปเปิล เอช มาทั้งสิ้น


Photo : www.sportskeeda.com

แต่สิ่งที่ทำให้ทริปเปิล เอช ภูมิใจมากกว่าการสร้างนักมวยปล้ำชาย คือเขาสร้างนักมวยปล้ำหญิงชื่อดังหลายคนขึ้นสู่ WWE และเป็นส่วนสำคัญของการปฏิวัติบทบาทของผู้หญิงให้เท่าเท่าเทียมกับนักมวยปล้ำชายใน WWE

“ผมรู้สึกมาตลอดว่านักมวยปล้ำหญิงหรือบุคลากรหญิงในสมาคมของเราถูกมองข้ามมาโดยตลอด ผมเชื่อว่าพวกเธอเป็นได้มากกว่าผู้หญิงที่ขายเรื่องรูปร่างบนเวที”

“ผมต้องการให้นักมวยปล้ำหญิงของเราเป็นแรงบันดาลใจ ให้กับเด็กให้กับหญิงสาวดูนักมวยปล้ำของเราแล้วพูดว่า ‘ฉันอยากเป็นนักมวยปล้ำหญิงแบบพี่ๆ เหล่านี้’ หรือ มีพลังใจในการจะไปเดินตามฝันของตัวเอง เพราะพวกเธอเห็นแล้วว่าผู้หญิงสามารถที่จะทำอะไรก็ได้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศ”

“นักมวยปล้ำหญิงของเราสามารถ เป็นสัญลักษณ์ของ ‘ความหวัง’ ในการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี เป็นต้นแบบของผู้หญิงทั่วโลก” ทริปเปิล เอช พูดถึงความสำคัญที่เขาต้องการผลักดันนักมวยปล้ำหญิงใน WWE

ปัจจุบันทริปเปิล เอช สร้างนักมวยปล้ำหญิงมากมาย ที่สามารถเป็นักมวยปล้ำชื่อดังที่มีแฟนคลับจำนวนมากไม่ต่างจากนักมวยปล้ำชาย ไม่ว่าจะเป็น ชาร์ล็อต แฟลร์ (Charlotte Flair), ซาช่า แบงค์ส (Sasha Banks), เบ็คกี้ ลินช์ (Becky Lynch), เบย์ลี่ย์ (Bayley), อเล็กซา บลิส (Alexa Bliss) และ อาสึกะ (Asuka)


Photo : www.tpww.net

“ทริปเปิล เอช เป็นเหมือนคุณพ่อของเรา เป็นเหมือนคุณพ่อของนักมวยปล้ำหญิงทุกคน เขาพร้อมให้คำปรึกษากับทุกคนเสมอ เราพูดคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง”

“เขาเชื่อมั่นในตัวพวกเรา(นักมวยปล้ำหญิง)เสมอ เขาคอยให้กำลังใจและกระตุ้นเราให้ขึ้นไปโชว์ผลงานบนเวทีมวยปล้ำ ทริปเปิล เอช เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากกว่าที่ฉันจะบรรยายได้หมด” ซาช่า แบงค์ส กล่าวถึงความสำคัญของทริปเปิล เอช

ทริปเปิล เอช ยังคงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันวงการมวยปล้ำหญิง ไม่ว่าจะเป็นการจัดทัวร์นาเมนท์ เม ยัง คลาสสิค (Mae Young Classic) ทัวร์นาเมนท์ที่หานักมวยปล้ำหญิงทั่วโลกมาปล้ำชิงชัยกัน ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และจัดการแข่งขันมาแล้ว 2 ครั้ง รวมถึงการจัดศึกใหญ่ อีโวลูชัน (Evolution) ศึกใหญ่ที่มีนักมวยปล้ำหญิงขึ้นปล้ำโดยเฉพาะ ไม่มีนักมวยปล้ำชายเข้าร่วมแม้แต่คนเดียว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของ WWE

“โชว์อีโวลูชัน คือการสร้างประวัติศาสตร์และเรื่องราว ปัจจุบันมวยปล้ำหญิงมีความสำคัญไม่ต่างกับมวยปล้ำชาย การจัดโชว์นี้จะส่งผลดีต่อวงการมวยปล้ำหญิง ไปอีก 5 ปี, 10 ปี หรือตลอดไป” ทริปเปิล เอช กล่าว

 

สู่ค่ายมวยปล้ำของคนทั้งโลก

แม้ปัจจุบัน ทริปเปิล เอช จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับการทำศูนย์พัฒนาทักษะ และค่าย NXT รวมไปถึงการผลักดันบทบาทของนักมวยปล้ำหญิงให้มีความสำคัญใน WWE ได้ตามเป้าหมาย แต่เขาไม่เคยคิดจะหยุด การพัฒนาวงการมวยปล้ำและ WWE ไว้เพียงเท่านี้


Photo : awfulannouncing.com

ทริปเปิล เอช จัดทัวร์นาเมนต์ชื่อ ครุยเซอร์เวท คลาสสิค (Cruiserweight Classic) ซึ่งเป็นการนำนักมวยปล้ำน้ำหนักไม่เกิน 205 ปอนด์ มาปล้ำแข่งขันกัน ก่อนจะเซ็นสัญญานักมวยปล้ำเหล่านั้น เข้าสู่ WWE เพื่อทำโชว์เฉพาะทางที่มีแต่นักมวยปล้ำร่างเล็กในชื่อ 205 Live (ทูโอไฟว์ ไลฟ์)

“ผมจัด ‘ครุยเซอร์เวท คลาสสิค’ และทำโชว์ 205 Live เพราะผมคิดว่ามันสร้างความแตกต่างให้กับแฟนมวยปล้ำได้ ถ้าเปรียบรอว์กับสแม็คดาวน์เป็นเพลงป็อป NXT เป็นเพลงร็อคเมทัล 205 Live ก็คือเพลงแนวฮิปฮอป”

“205 Live คือโชว์เเห่งความตื่นเต้น และมันคือโอกาสสำหรับตัวนักมวยปล้ำและแฟนมวยปล้ำ ที่จะได้ดูอะไรที่แตกต่าง เหมือนกับที่ผมทำใน NXT ผมดีใจที่แฟนจำนวนไม่น้อยชอบ 205 Live ผมคิดว่าโชว์นี้กำลังไปได้สวย”

นอกจากนี้ ทริปเปิล เอช ยังไม่เคยหยุดในการสรรหานักมวยปล้ำชั้นดีเข้าสู่ WWE เมื่อเขาตัดสินใจเปิดศูนย์ฝึกทักษะสาขาอังกฤษ (UK Performance Center) เพื่อเป็นศูนย์ฝึกพัฒนานักมวยปล้ำในแถบทวีปยุโรป รวมถึงทำค่ายลูกเพิ่มขึ้นมาอีกค่ายนั่นคือ NXT UK (เอ็นเอ็กซ์ที ยูเค) ซึ่งเป็นอีกสาขาของ NXT แต่จะปล้ำกันอยู่ในประเทศอังกฤษ


Photo : www.skysports.com

“ตอนผมมาที่อังกฤษครั้งแรกผมเจอนักมวยปล้ำที่ดีหลายคน แต่พวกเขายังเป็นนักมวยปล้ำท้องถิ่น ไม่มีชื่อเสียง ผมรู้ว่านักมวยปล้ำเหล่านี้มีศักยภาพ พวกเขาคือนักมวยปล้ำระดับโลก”

“ผมบอกตลอด เป้าหมายของผมคือการพา WWE ไปได้ไกลกว่าเดิม และทำให้ WWE เป็นสมาคมมวยปล้ำของคนทั้งโลก ผมตั้งศูนย์ฝึกทักษะและ NXT UK ขึ้นมาเพื่อพัฒนานักมวยปล้ำอังกฤษ พวกเขาสมควรได้รับโอกาสการพัฒนาฝีมือ ไม่ต่างอะไรกับนักมวยปล้ำที่สหรัฐอเมริกา”

สิ่งที่ทริปเปิล เอช ทำในฐานะบุคคลเบื้องหลังของ WWE ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ช่วยพัฒนาสมาคมอันดับหนึ่งของโลกและวงการมวยปล้ำไปอีกขั้น แต่ทริปเปิล เอช ไม่เคยหยุดความฝันของเขาไว้เพียงเท่านี้ ตราบใดที่เขายังไม่บรรลุเป้าหมายที่เขาต้องการ นั่นคือการเห็น WWE เป็นสมาคมมวยปล้ำของทุกคนบนโลกใบนี้อย่างแท้จริง

“นักมวยปล้ำที่ดีมีอยู่ทั่วโลก สิ่งสำคัญคือเรา(WWE) ต้องเขาไปช่วยพัฒนานักมวยปล้ำเหล่านั้น ตอนนี้ผมมีแผนที่จะทำ NXT Australia (เอ็นเอ็กซที ออสเตรเลีย) เพราะที่นั่นมีนักมวยปล้ำเก่งๆจำนวนมาก กีฬามวยปล้ำก็เป็นที่นิยม”

“ผมมีแผนที่อยากจะจัดโชว์มวยปล้ำในสนามฟุตบอลเวมบลีย์ด้วยนะ มันจะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ WWE แน่นอน เราไม่ได้จัดโชว์ที่สนามแห่งนั้นมานานกว่า 25 ปี เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราจะกลับไป”

“ความฝันของผมคือการจัดโชว์มวยปล้ำของ WWE ทุกที่บนโลก ผมจะทำให้มันเกิดขึ้นแน่นอน ขึ้นอยู่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น”

สำหรับชายที่ชื่อทริปเปิล เอช ความสำเร็จทั้งหน้าฉากของตัวเขา และหลังฉากเวทีกับสิ่งที่เขาสร้างขึ้น เกิดจากความพยายาม การทำงานหนัก บวกกับความคิด และวิสัยทัศน์ อันก้าวไกลของเขา

ที่สำคัญคือความรักในกีฬามวยปล้ำ ซึ่งเป็นพลังสำคัญให้ชายผู้นี้เป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนวงการมวยปล้ำตลอด 30 ปีที่ผ่านมา

 

แหล่งอ้างอิง

https://bleacherreport.com/articles/530708-wwewhy-triple-h-needs-to-return-sooner-rather-than-later
https://www.cagesideseats.com/2011/9/7/2410727/triple-h-its-my-job-to-create-new-talent-and-train-them-to-become
https://bleacherreport.com/articles/1974587-triple-h-talks-nxt-arrival-wwe-network-performance-center-and-more
https://www.bodyslam.net/2019/02/14/seth-rollins-talks-transition-from-fcw-to-nxt/
https://www.wrestlinginc.com/news/2014/07/seth-rollins-talks-about-learning-from-triple-h-578895/
https://tjrwrestling.net/triple-h-talks-wwes-future-nxt-205-live-much/
https://www.givemesport.com/913245-sasha-banks-details-the-differences-between-her-relationships-with-triple-h-vince-mcmahon
https://www.wrestlinginc.com/news/2016/03/sasha-banks-praises-triple-h-608883/
https://www.cbssports.com/wwe/news/triple-h-explains-the-back-to-basics-approach-that-has-saved-wwes-205-live/
https://www.joe.co.uk/entertainment/triple-h-wwe-uk-performance-centre-215152
https://www.wrestlinginc.com/news/2019/01/triple-h-discusses-the-future-of-wwe-nxt-developmental-649745/
https://www.mirror.co.uk/sport/other-sports/wrestling/triple-h-wwe-nxt-uk-13402076

สารคดี MONDAY NIGHT WAR ตอน A NEW D-GENERATION ทาง WWE Network
สารคดี WWE 24 ตอน NXT BROOKLYN ทาง WWE Network
สารคดี WWE 24 ตอน WOMEN’S EVOLUTION ทาง WWE Network



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง