mainstand

Stories

ดี-แอนน์ เคนทิช-โรเจอร์ส : มิสยูนิเวอร์สแห่งสหราชอาณาจักร ผู้มีฝันที่ โอลิมปิก เกมส์



การประกวด Miss Universe หรือ นางงามจักรวาล ครั้งที่ 67 ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประกวดเป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยโดยที่ แคทรีโอนา เกรย์ จากประเทศฟิลิปปินส์ หรือ ‘น้องแมวเทา’ ที่แฟนนางงามชาวไทยตั้งชื่อให้คว้ามงกุฎผู้ชนะไปครอง


 

แม้การประกวดจะจบลง แต่เมื่อมองย้อนกลับไป ถือว่าการประกวดในคราวนี้มีประเด็นที่น่าสนใจให้พูดถึงไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปูมหลังของผู้เข้าประกวด ซึ่งที่สื่อมวลชนและแฟนนางงามพูดถึงกันมากคงหนีไม่พ้น อังเฆล่า ปอนเซ มิสยูนิเวอร์ส สเปน ผู้เข้าประกวดคนแรกในประวัติศาสตร์ที่เป็น ‘สตรีข้ามเพศ’

และอีกหนึ่งผู้เข้าประกวดซึ่งมีประวัติชีวิตอันน่าสนใจไม่น้อย ที่เราจะนำเสนอในคราวนี้ก็คือ ดี-แอนน์ เคนทิช-โรเจอร์ส มิสยูนิเวอร์ส สหราชอาณาจักร ซึ่งหากไม่เกิดเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตเสียก่อน เวทีสร้างชื่อของเธออาจไม่ใช่การประกวดนางงามจักรวาล … แต่เป็น โอลิมปิก เกมส์

 

ความฝันที่โอลิมปิก

สำหรับเด็กสาวที่เกิดใน แองกวิลลา อาณานิคมโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรในทะเลแคริบเบียน การเป็นนางงามไม่เคยอยู่ในความคิดของ ดี-แอนน์ ตั้งแต่แรกเลย เพราะสภาพครอบครัว และสังคมในดินแดนแห่งนั้นดูจะใกล้ชิดกับกีฬามากกว่า


Photo : www.google.com

"ฉันคิดว่าเหมือนฉันจะวิ่งออกมาจากครรภ์เลยนะตอนแม่คลอดฉันมา (หัวเราะ) คือฉันเติบโตมาจากครอบครัวที่เป็นนักกีฬาขนานแท้เลยค่ะ ทุกคนที่บ้านฝึกซ้อมอย่างหนัก และกินอะไรที่มันดีต่อสุขภาพเป็นประจำอยู่แล้ว" ดี-แอนน์ เปิดใจกับ The Sun สื่อดังอังกฤษถึงช่วงเวลาครั้งยังเยาว์วัย

"จะด้วยภาพที่ฉันเห็นจนชินตาทุกวันที่บ้านรึเปล่าไม่แน่ใจ แต่เมื่อแม่ฉันถามว่าอยากเป็นอะไรตอนยังเด็ก ฉันตอบเสมอค่ะว่า 'อยากไปแข่งโอลิมปิก' ดังนั้นฉันก็เลยตั้งเป้าไว้ที่ตรงนั้นตั้งแต่ตอนนั้นเลย"


Photo : www.thetimes.co.uk

แม้ไม่มีประวัติว่าทักษะในการเล่นกีฬาของพ่อแม่เธอนั้นเป็นอย่างไร แต่ชีวิตในวัยเด็กที่ต้องอาศัยอยู่กับครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีลูกพี่ลูกน้องส่วนมากเป็นผู้ชายในฟาร์ม ความเป็น 'ทอมบอย' เลยถูกซึมซับเข้ามาในตัวของ ดี-แอนน์ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อกิจกรรมการละเล่นส่วนใหญ่ไม่ใช่การเล่นตุ๊กตา แต่เป็นการปีนต้นไม้ ไม่ก็เตะฟุตบอล

ถึงกระนั้น เจ้าตัวก็ได้ค้นพบกีฬาที่เปลี่ยนชีวิตของเธอในเวลาต่อมา นั่นคือ กรีฑา ซึ่งสำหรับที่ แองกวิลลา ก็ไม่ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่แต่อย่างใด เพราะที่ดินแดนแห่งนี้ก็ได้สร้างนักกรีฑาที่ผ่านเวทีระดับโลกมาแล้วทั้งในอดีตและปัจจุบันอย่าง ซาร์เนล ฮิวจ์ส, ชาร่า พรอคเตอร์ และ คีธ คอนเนอร์ ซึ่งทั้งหมดลงแข่งในนามประเทศ สหราชอาณาจักร ประเทศที่เป็นผู้ปกครองอยู่นั่นเอง

ด้วยทักษะกีฬาที่มีมาตั้งแต่เด็ก การเปลี่ยนจากที่เคยปีนต้นไม่กับเตะฟุตบอลมาเป็นการวิ่งจึงไม่ใช่เรื่องยากนัก ฝีมือของเธอพัฒนาอย่างรวดเร็วจนผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนของ แองกวิลลา ลงแข่งขันในกีฬา คอมมอนเวลธ์ เกมส์ หรือ กีฬาเครือจักรภพอังกฤษ เมื่อปี 2010 ที่ประเทศอินเดีย ด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น


Photo : @deeannkentishrogers

แม้ผลงานการแข่งขันในคราวนั้นจะไม่ดีนัก เมื่อเธอตกรอบคัดเลือกในการแข่งขันวิ่ง 400 เมตร แต่นักกีฬาทุกคนต่างก็เคยเจอกับประสบการณ์แบบนี้กันทั้งนั้น ความล้มเหลวนี้แหละ คือแรงผลักดันที่ดีที่สุดที่จะนำพาตัวเธอไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ เธอเชื่อเช่นนั้น

 

วันชีวิตพลิกผัน

กาลเวลาผ่านไป ทักษะการวิ่งของ ดี-แอนน์ ก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ แม้จะมีการเปลี่ยนชนิดกีฬาจากวิ่ง 400 เมตร มาเป็นสัตตกรีฑา ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องลงแข่งขันกรีฑาทั้งในประเภทลู่และประเภทลานรวม 7 รายการ นำคะแนนมารวมกันเพื่อหาผู้ชนะ แต่ของแบบนี้ปรับตัวกันได้ไม่ยาก เพราะเธอเองก็มีทักษะด้านการกระโดดอยู่แล้ว


Photo : wikimedia.org/Commonwealth_Games_2014

ไม่เพียงเท่านั้น ดี-แอนน์ ยังได้ตัดสินใจครั้งสำคัญอีกหนึ่งเรื่อง นั้นคือการย้ายมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งแน่นอนว่า สถานที่ฝึกซ้อมนั้นมีความเพียบพร้อมยิ่งกว่าในบ้านเกิดเสียอีก ด้วยเหตุดังกล่าว จึงไม่แปลกที่เธอจะผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนของ แองกวิลลา อีกครั้งในการแข่งขัน คอมมอนเวลธ์ เกมส์ ปี 2014 ที่ สก็อตแลนด์

แม้ผลงานในการแข่งขันคราวนั้นของเธอจะไม่สู้ดีนัก กับการรั้งอันดับท้ายๆ ในการแข่งแทบทุกรายการ แต่ไม่ว่าใครก็คงคิดไม่ถึงว่า นี่จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่พลิกผันชีวิตของเธอไปตลอดกาล

ดี-แอนน์ เล่าถึงเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตของเธอให้กับ The Sun ว่า "ตอนนั้นเป็นการแข่งพุ่งแหลน ซึ่งเป็นรายการรองสุดท้ายแล้วค่ะ พอฉันเอี้ยวตัวที่จะขว้าง จู่ๆ ก็มีเสียง 'เป๊าะ' ดังขึ้น แล้วหัวเข่าฉันก็พัง แน่นอนว่าฉันถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที มันทำให้ฉันเสียใจมากเลยค่ะ คิดว่าวันนั้นวันเดียวฉันร้องไห้มากกว่าที่เคยร้องมาตลอดชีวิตเสียอีก"

หลังเข้ารับการรักษาจนหาย ตัวเธอเองก็ยังไม่ยอมแพ้ กลับมาลงฝึกซ้อมกรีฑาที่เปรียบเสมือนทั้งชีวิตของเธอต่อ เพราะเป้าหมายของเธอยังเหมือนเดิม นั่นคือการเป็นตัวแทนของสหราชอาณาจักรในโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งเธอก็ติดทีมชาติ แองกวิลลา ไปแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกปี 2015 ที่ ประเทศเกาหลีใต้ อีกด้วย

ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ได้รับบาดเจ็บที่จุดเดิมซ้ำอีกครั้ง และคราวนี้ มันนำมาซึ่งจุดจบบนเส้นทางสายลู่และลานจนได้

"หลังจากหายเจ็บแล้ว ฉันก็กลับสู่สนามกรีฑาอีกครั้ง อย่างว่าแหละค่ะ มันเป็นความฝันของฉัน ฉะนั้นก็ขอลองอีกซักตั้ง แต่เข่าฉันก็มาพังอีกรอบระหว่างการซ้อม จนโค้ชของฉันต้องขอให้พอเท่านี้ เขาบอกว่า 'ฟังนะ ถึงเวลานี้สุขภาพเข่าของคุณสำคัญกว่ามากๆ แล้ว เพราะคุณยังต้องใช้เข่าในการเดินนะ'"


Photo : repeatingislands.com

"นั่นแหละค่ะคือจุดที่ฉันรู้ว่า ฉันจะไม่มีวันได้เป็นนักกีฬาของสหราชอาณาจักรในโอลิมปิกอีกแล้ว นั่นคือวันที่เลวร้ายที่สุดวันหนึ่งในชีวิตเลยค่ะ มันเป็นอะไรที่ ... เจ็บปวดมากๆ" ดี-แอนน์ เผยถึงจุดจบบนเส้นทางนักกีฬาด้วยความเศร้า

 

สู่เส้นทางนางงาม

เมื่อเส้นทางสายกีฬาจบลง ดี-แอนน์ จึงต้องเบนเข็มมาโฟกัสที่การเรียนด้านกฎหมายที่เธอลงเรียนไว้ให้จบ ซึ่งเธอก็สำเร็จการศึกษาสมอย่างที่ตั้งใจในเวลา 4 ปี และรับปริญญาไปเมื่อช่วงกลางปี 2016 ที่ผ่านมา


Photo : @deeannkentishrogers

ถึงกระนั้น ด้วยปูมหลังชีวิตที่คุ้นเคยกับการแข่งขันมาโดยตลอด ทำให้เธอต้องเสาะแสวงหาความท้ายทายใหม่เพื่อให้เลือดลมกลับมาสูบฉีดในจังหวะที่คุ้นเคยอีกครั้ง

ซึ่งคำตอบที่ค้นพบ คือสิ่งที่แม้แต่ตัวเธอก็ไม่เคยคิดมาก่อน … การประกวดนางงาม นั่นเอง

“ตอนฉันกลับไปที่แองกวิลลา ฉันมีโอกาสได้คุยกับผู้ชนะการประกวดนางงามแองกวิลลาเมื่อปีก่อนๆ หน้า ซึ่งบอกกันฉันว่า เธอไม่เคยนึกเลยว่าได้ละเลยกับการลงทุนในตัวเองขนาดไหน จนกระทั่งได้มาประกวดนางงามนี่แหละ”

การได้กลับมาดูแลตัวเองอีกครั้ง คือผลพลอยได้สำคัญที่ ดี-แอนน์ เล็งเห็น และมันเย้ายวนใจมากพอที่จะทำให้เธอขอลองดูซักตั้ง แต่นั่นก็นำมาซึ่งความประหลาดใจค่อนไปทางช็อกของคนใกล้ชิดเลยทีเดียว

"พอถามแม่เท่านั้นแหละว่าคิดอย่างไรหากหนูจะไปประกวดนางงาม แม่นี่ทำหน้าตาประมาณว่า ‘หา! ว่าไงนะ?’ เลยค่ะ เพราะทุกคนคุ้นเคยกับฉันในลุคทอมบอย ใส่ชุดกีฬา มากกว่าที่จะเห็นฉันทำสวยแต่งงาม”

“แต่พอได้เข้าประกวด ร่วมกิจกรรมเก็บตัวจริงๆ ฉันก็เห็นว่า การประกวดนางงามมันก็มีความคล้ายคลึงกับสัตตกรีฑาไม่น้อยเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงที่มันแบ่งเป็นช่วงๆ เหมือนกัน และอีกอย่างก็คือ ท่าทางที่คุณทำมันส่งผลถึงผลลัพธ์ด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งฉันว่ามันก็ฟังดูตลกดีเหมือนกัน”

"ถึงกระนั้นมันก็มีความแตกต่างกันอยู่นะ เพราะการประกวดนางงาม มันเหมือนคุณต้องแปลงโฉมตัวเองจากภายใน แสดงความทะเยอทะยานออกมาให้โลกเห็น ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนไม่คิดจะทำกันจนกระทั่งแก่ตัวลงน่ะค่ะ อีกอย่างนึงคือ การเตรียมตัวเพื่อเป็นนักกีฬาส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในสนาม แต่การเป็นนางงาม ต้องออกมาจากความคิด ซึ่งฉันว่านี่แหละคือกล้ามเนื้อที่ฝึกกันยากที่สุด" นี่คือสิ่งที่ ดี-แอนน์ เปรียบเทียบให้เห็นความเหมือนที่แตกต่างระหว่างการเป็นนักกีฬากับการเป็นนางงาม

แม้จะต้องปรับตัวอยู่ไม่น้อย แต่ก็ถือได้ว่า ดี-แอนน์ สามารถปรับตัวเข้ากับโลกแห่งความสวยงามได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเธอสามารถคว้าตำแหน่ง นางงามแองกวิลลา ได้ในปี 2017 ก่อนที่จะก้าวสู่สนามใหญ่ กับการประกวด มิสยูนิเวอร์ส สหราชอาณาจักร ซึ่งเธอสามารถเอาชนะสาวงามจากทุกดินแดนรวม 37 คนได้สำเร็จ … นี่คือชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ กับการที่สาวงามเชื้อสายแอฟริกันชนะการประกวดรายการนี้เป็นครั้งแรกอีกด้วย

“ทุกสนามที่ฉันลงแข่ง ฉันต้องการที่จะคว้าชัยชนะนะคะ แต่การชนะรายการนี้ มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากเลยจริงๆ” ดี-แอนน์ เผย


Photo : @deeannkentishrogers

แม้ ดี-แอนน์ จะไม่สามารถคว้าชัยชนะในการประกวดนางงามจักรวาล เวทีการประกวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเธอได้ โดยทำได้ดีที่สุดที่การเข้ารอบ 20 คนสุดท้าย แต่สาวงามจากแองกวิลลา ที่เพิ่งสอบเนติบัณฑิต หรือ Barrister ได้หมาดๆ ก่อนขึ้นเวทีการประกวดที่ประเทศไทยไม่นาน ก็เชื่อว่า การที่เธอเป็นนักกีฬาที่มาประสบความสำเร็จบนเส้นทางนางงาม จะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญให้เกิดการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันในเพศที่แตกต่าง ทั้งการยอมรับการทำงานของผู้หญิงในที่ทำงาน รวมถึงการจ่ายค่าเหนื่อยที่เป็นธรรมให้กับนักกีฬาเพศหญิงมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ถึงกระนั้น ดี-แอนน์ ก็ยอมรับว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่เธอได้รับจากความสำเร็จบนเส้นทางสายนางงาม คือการได้เติมเต็มความฝันนั่นเอง ...

“อย่างที่ฉันเคยพูดไว้แหละค่ะว่า ความฝันสูงสุดของฉันคือการได้ลงแข่งขันในโอลิมปิก แต่ถึงฉันจะต้องยุติเส้นทางความฝันตรงนั้นไปเสียก่อน ที่สุดแล้ว ฉันก็ได้มาประกวดในเวทีนางงามจักรวาล ซึ่งถือเป็นเวทีอันดับ 1 เหมือนกับโอลิมปิกเลย นี่แหละค่ะ ฝันของฉันได้กลายเป็นความจริงแล้ว”

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.bbc.com/news/newsbeat-44858817
https://www.huffingtonpost.com/entry/dee-ann-kentish-rogers-miss-universe-great-britain_us_5b4cd0e8e4b0e7c958fe164a
https://www.independent.co.uk/life-style/miss-universe-great-britain-winner-black-woman-dee-ann-rogers-anguila-a8450856.html
https://www.standard.co.uk/lifestyle/london-life/deeann-kentishrogers-interview-miss-universe-a3906461.html
https://www.thesun.co.uk/fabulous/6848346/dee-ann-kentish-rogers-wanted-to-be-in-team-gb-but-finds-being-the-first-black-miss-gb-much-better/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง