mainstand

Stories

คริส เจอริโก : แชมป์โลกทุกสถาบัน กับความบ้าคลั่งทั้งในและนอกเวที



แชมป์โลกอันดิสพิวเดทคนแรกของ WWE, แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล 10 สมัย จาก 2 สมาคม, นักมวยปล้ำคนแรกที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมทุกเส้นใน WWE


 

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จตลอด 30 ปี ในวงการมวยปล้ำของ “Y2J” คริส เจอริโก ผู้ผ่านการคว้าแชมป์ 42 สมัย 22 รายการ จาก 20 สมาคม ตลอดอาชีพการปล้ำที่ผ่านมา

แม้จะคว้าแชมป์จนใช้นิ้วทั้งบนและล่างนับไม่ไหว แต่ คริส เจอริโก ก็ไม่หยุดที่จะจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่แก่วงการมวยปล้ำ ด้วยการคว้าแชมป์โลกคนแรกของสมาคม AEW ท่ามกลางเสียงตอบรับที่ดีจากแฟนมวยปล้ำทั่วโลก

เราขอพาทุกท่านไปสัมผัสเรื่องราวอันบ้าคลั่งของ คริส เจอริโก นักมวยปล้ำจอมแสบทั้งในและนอกสังเวียน พร้อมกับหาเหตุผลของแรงบันดาลใจ ที่ทำให้เขาอยู่บนจุดสูงสุดของวงการ แม้ในวัยใกล้ 50 ปี

 

ผจญภัยทั่วโลก

คริส เออร์วิน หรือที่รู้จักกันในนาม คริส เจอริโก เริ่มต้นบนเส้นทางมวยปล้ำด้วยวัย 19 ปี หลังได้รับแรงบันดาลใจจาก โอเวน ฮาร์ท นักมวยปล้ำมากฝีมือชาวแคนาดารุ่นพี่ร่วมชาติ (ทว่าเจอริโกเกิดในสหรัฐอเมริกา) ที่มีรูปแบบการปล้ำเหินหาวเร้าใจ และเต็มไปด้วยเทคนิคอันเป็นจุดเด่นของนักสู้จากแดนเมเปิ้ล


Photo : steamcommunity.com

ในช่วงต้นยุค 1990’s ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักมวยปล้ำร่างเล็กอย่าง คริส เจอริโก จะสามารถสร้างชื่อเสียงในสมาคมใหญ่อย่าง WWE หรือ WCW เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว แฟนมวยปล้ำยังยึดติดภาพลักษณ์นักมวยปล้ำที่มีรูปร่างกำยำ คล้ายซูเปอร์ฮีโร่ที่หลุดออกมาจากจอภาพยนตร์ มากกว่าจะมองที่ฝีมือของนักมวยปล้ำบนเวที

คริส เจอริโก และนักมวยปล้ำรุ่นครุยเซอร์เวตรายอื่น ทั้ง คริส เบนวา, เอ็ดดี้ เกอเรโร่, ดีน มาเลนโก้ หรือ แลนซ์ สตอร์ม จึงตระเวนเดินทางขึ้นปล้ำไปทั่วโลก เพื่อหาโอกาสสร้างชื่อเสียง ที่ไม่มีวันได้รับในสมาคมยักษ์ใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา

สถานีแรกที่ คริส เจอริโก ใช้สร้างชื่อเสียงของเขา คือประเทศเม็กซิโก ดินแดนของมวยปล้ำสไตล์ “ลูชา ลิเบร” ซึ่งเน้นท่ามวยปล้ำกลางอากาศที่มีความสวยงาม และน่าตื่นต่าตื่นใจคล้ายกับโชว์กายกรรม แน่นอนว่าการปล้ำรูปแบบนี้ เหมาะกับนักมวยปล้ำตัวเล็กอย่างเจอริโก เขาไม่รอช้าที่จะพิสูจน์ฝีมือของตัวเองบนดินแดนจังโก้

ปี 1993 หลังตระเวนปล้ำในเม็กซิโกได้หนึ่งปี คริส เจอริโก ที่ขณะนั้นใช้ชื่อว่า คอราซอน เด เลออน (ภาษาสเปนมีความหมายว่า “หัวใจสิงโต”) ได้โอกาสแสดงฝีมือบนเวทีของ CMLL ค่ายมวยปล้ำที่ใหญ่ที่สุดในเม็กซิโก เขาเอาชนะคว้าแชมป์โลก NWA รุ่นมิดเดิลเวต มาครองได้สำเร็จ ถือเป็นแชมป์แรกที่เจอริโกคว้ามาครองได้นอกสหรัฐอเมริกา

หลังประสบความสำเร็จที่เม็กซิโก คริส เจอริโก เดินทางพิสูจน์ตัวเองยังสถานีต่อไป คือ ประเทศญี่ปุ่น เขานำเข็มขัด NWA รุ่นมิดเดิลเวต มาสู่แดนอาทิตย์อุทัย และป้องกันแชมป์กับนักสู้หน้ากากที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์มวยปล้ำญี่ปุ่น อัลติโมะ ดราก้อน

ถึงจะพ่ายแพ้ และเสียแชมป์ที่ครองมานานเกือบหนึ่งปี คริส เจอริโก เริ่มต้นในวงการมวยปล้ำญี่ปุ่น หรือ “ปุโรเรสึ” อย่างสวยงาม จนได้รับโอกาสให้ขึ้นปล้ำในค่าย WAR ค่ายมวยปล้ำระดับกลางของญี่ปุ่นในขณะนั้นอย่างต่อเนื่อง

“WAR ไม่ได้เปิดโอกาสให้นักมวยปล้ำต่างชาติเหมือน นิว เจแปน โปร เรสลิง แต่โปรแกรมการปล้ำระหว่าง อัลติโมะ ดราก้อน กับผม เริ่มต้นที่ชัยชนะของเขาในแมตช์ชิงแชมป์ NWA เมื่อปี 1994 มันคือหนึ่งในแมตช์ที่สำคัญที่สุดในอาชีพของผม” คริส เจอริโก เขียนเรื่องราวลงเว็บไซต์ The Players' Tribune


Photo : luchawiki.com

ช่วงเวลานั้น เจอริโก เเริ่มต้นปรับรูปแบบการปล้ำของเขาให้เข้ากับมวยปล้ำญี่ปุ่นมากขึ้น เขาลดท่าเหินหาวลง เพิ่มความรุนแรงในการปล้ำ และหันกลับมาเอาใจใส่การใช้เทคนิคมากขึ้น

เพียงระยะไม่นาน คริส เจอริโก ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟนมวยปล้ำญี่ปุ่น สามารถพาตัวเองเข้าร่วมแข่งขันรายการ “ซูเปอร์ เจ คัพ 1995” หนึ่งในทัวร์นาเมนต์มวยปล้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งรวบรวมนักมวยปล้ำรุ่นจูเนียร์เฮฟวีเวต ทั้งชาวญี่ปุ่น และชาวตะวันตก เข้ามาประลองฝีมือกันในรายการ

คริส เจอริโก สามารถผ่านเข้าถึงรอบสองในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว เขาเจอกับ ไวลด์ เปกาซัส หรือ คริส เบนวา เพื่อนซี้ผู้เป็นแชมป์เก่ารายนี้เมื่อปี 1994 แมตช์การปล้ำของทั้งสองดำเนินอย่างสนุกสนาน ก่อนจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของเขา

แม้จะเป็นอีกครั้งที่ คริส เจอริโก ไม่ชนะ แต่ผลการแข่งขันไม่สำคัญอีกแล้ว 

คุณภาพแมตช์ดังกล่าว ช่วยให้ชื่อเสียงของ คริส เจอริโก และ คริส เบนวา โด่งดังไกลกลับไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกา จนช่วยเบิกทางให้พวกเขาก้าวสู่ค่ายมวยปล้ำระดับสูงของโลก

 

เรียกร้องความเป็นธรรม

เดือนกุมภาพันธ์ ปี 1996 คริส เจอริโก เปิดฉากอาชีพของเขาที่สหรัฐอเมริกาอีกครั้ง ในค่าย ECW ที่ในขณะนั้น กำลังรวบรวมนักมวยปล้ำฝีมือดีจากทั่วโลก มาอยู่ในดิวิชั่นครุยเซอร์เวต ควบคู่ไปกับดิวิชั่นฮาร์ดคอร์ อันเป็นจุดขายดั้งเดิมของสมาคม


Photo : www.wwe.com

คริส เจอริโก ขึ้นปล้ำที่ ECW เป็นระยะเวลา 7 เดือน จำนวนแมตช์การปล้ำทั้งหมด 22 แมตช์ และคว้าแชมป์โทรทัศน์ ECW มาครองได้หนึ่งสมัย เขายังคงทำผลงานได้น่าประทับใจ จนย้ายสู่ WCW ค่ายมวยปล้ำมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ในช่วงปลายปี 1996

สำหรับค่ายมวยปล้ำขนาดใหญ่อย่าง WCW การตีกรอบบทบาทของนักมวยปล้ำ จะมีความซับซ้อนและลำดับขั้นมากกว่าสมาคมขนาดเล็กทั่วไป ถึงจะแสดงฝีมือจนเป็นที่ยอมรับในสมาคมอินดี้ทั่วโลก 

คริส เจอริโก ต้องเริ่มต้นในดิวิชั่นการแข่งขันที่ต่ำที่สุดในขณะนั้น คือ ดิวิชั่นครุยเซอร์เวต
แน่นอนว่าเขาประสบความสำเร็จในดิวิชั่นดังกล่าว ด้วยการคว้าแชมป์ครุยเซอร์เวตมาครองได้ถึง 5 สมัย จากการรับบทบาทนักมวยปล้ำฝั่งอธรรมจอมตุกติก ที่นอกจากชอบเล่นงานคู่ต่อสู้นอกสังเวียนแล้ว ยังขี้โม้และเกทับคู่แข่ง แถมยังหลงตัวเองเอามากๆ

ปี 1998 คริส เจอริโก กลายเป็นนักมวยปล้ำที่แฟนเกลียดมากที่สุดคนหนึ่งของ WCW เขาประกาศตัวว่าเป็นนักมวยปล้ำที่มีท่าล็อคมากถึง 1,004 ท่า เพื่อเกทับคู่ปรับ ดีน มาเลนโก้ พร้อมถือกระดาษที่เขียนชื่อท่าล็อคทั้ง 1,004 ท่าไปทุกที่ และตั้งชื่อแฟนคลับของตัวเองว่า “เจอริโกฮอลิค” ท่ามกลางเสียงโห่ที่ดังก้องไปทั่วสนาม

“บทบาทของผมกับดีน (มาเลนโก้) สร้างโปรโมที่มีชื่อเสียงมากมาย ทั้ง ชายแห่งท่าล็อค 1,004 ท่า หรือ เหยื่อของทฤษฎีสมคบคิด ? ครั้งหนึ่งผมเคยแบกขาเทียมออกมา และผมอ้างว่ามันเป็นขาของ เรย์ มิสเตอริโอ ผมยังจดจำเรื่องราวเหล่านั้นได้ดี”

“หลังจากผมชนะดีน และคว้าแชมป์ครุยเซอร์เวต เขาต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บนานเป็นเดือน ส่วนผมก็ต้องพูดคนเดียวบนเวทีเป็นเดือนเหมือนกัน ผมแบกโปสเตอร์ของดีนไปกับผมทุกที่ ท้าเขาออกมาสู้ถึงเขาจะไม่อยู่ในสนาม และพูดหยาบคายถึงดีนและครอบครัวของเขา”

“ตอนนั้น ผมค่อนข้างจะทำอะไรก็ได้ตามใจที่ผมต้องการ เพราะอาชีพของผมใน WCW ตอนนั้น ไม่มีใครสนใจว่าผมกำลังทำอะไร”


Photo : @Randy Watson

ตามคำกล่าวข้างต้นของ คริส เจอริโก ตัวเขามีปัญหาเรื้อรังกับ เอริค บิสชอฟ โปรดิวเซอร์ผู้ควบคุมทิศทางของ WCW ที่ยังคงวนเวียนกับการเอาใจนักมวยปล้ำตัวใหญ่ แม้แสดงผลงานบนเวทีได้ย่ำแย่ และมองข้ามนักมวยปล้ำรุ่นครุยเซอร์เวต ที่เป็นกำลังสำคัญในการสร้างเรตติ้งแก่ WCW มาเสมอ

คริส เจอริโก ถูกผลักดันสู่ดิวิชั่นแชมป์โทรทัศน์ เพื่อลดความไม่พอใจของเขาลง แต่เรื่องดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เขาคว้าแชมป์โทรทัศน์มาครอง แต่กลับไม่มีคู่แข่งที่จริงจังมาดำเนินเนื้อเรื่องด้วย 

เจอริโก แก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อทำให้ตัวเขายังได้รับความสนใจจากแฟนๆ ด้วยการวางเนื้อเรื่องของตัวเองขึ้นมา คือการเอ่ยปากท้าเจอโกลด์เบิร์ก ดาวดังอันดับหนึ่งของค่าย แม้ฝีมือการปล้ำ (ตามบท) ห่างกันแบบเทียบไม่ติด

จากนักมวยปล้ำอธรรมที่ทุกคนเกลียด บทบาทดังกล่าวเรียกเสียงเชียร์จากแฟนมวยปล้ำให้กับ คริส เจอริโก ยิ่งการท้าของเจอริโกไร้เสียงตอบรับจากโกลด์เบิร์กเป็นเวลานานเท่าใด เขาก็ยิ่งได้รับเสียงตอบรับจากแฟนๆ มากขึ้นเท่านั้น

โชคร้ายที่เสียงตอบรับจากแฟนๆ ดังเข้าไปไม่ถึงหัวใจของผู้มีอำนาจใน WCW บทบาทดังกล่าวของเจอริโก ถูกมองว่าไม่ให้เกียรติและดูหมิ่นแนวทางของสมาคม โดยเฉพาะโกลด์เบิร์กที่ไม่พอใจเจอริโกมาก และกดบทบาทของเขาจนไม่ได้แชมป์อะไรอีกเลยในช่วงเวลาที่เหลืออยู่กับ WCW

ความสัมพันธ์อันแตกร้าวของ คริส เจอริโก และ โกลด์เบิร์ก กลายเป็นระเบิดเวลาที่รอวันปะทุในอีกไม่กี่ปีถัดมา ซึ่งยังคงเป็นเรื่องหลังฉากมวยปล้ำ ที่ถูกพูดถึงยาวนานมาจนทุกวันนี้

 

ผู้พิทักษ์หลังเวที

เดือนสิงหาคม ปี 1999 คริส เจอริโก เปิดตัวในสมาคม WWE หรือ WWF ในขณะนั้น ด้วยบทบาท “Y2J” (ล้อเลียนปัญหาบักระบบ Y2K) นักมวยปล้ำที่จะเข้ามาปั่นป่วน WWE ให้เปลี่ยนไปตลอดกาล


Photo : bleacherreport.com

คริส เจอริโก ทำได้จริงดั่งว่า เขาก้าวเป็นแชมป์โลกอันดิสพิวเดท คนแรกในประวัติศาสตร์ WWE และยังคว้าแชมป์แกรนด์ สแลม ครบทั้งสี่รายการ คือ แชมป์โลก, แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล, แชมป์ยุโรป และ แชมป์แท็กทีม 

ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี จากนักมวยปล้ำที่ถูกลืมของ WCW เจอริโกยกตัวเองขึ้นสู่แนวหน้าของวงการ และช่วย WWE โค่นล้ม WCW ค่ายเก่าของเขาลงได้สำเร็จ เมื่อ “สงครามวันจันทร์” จบลง WWE จึงถูกแบ่งเป็นสองค่ายคือ รอว์ และ สแมคดาวน์

คริส เจอริโก ถูกดราฟต์ไปอยู่รอว์ โดยรับบทเป็นนักมวยปล้ำอธรรมหมายเลขสอง รองจาก ทริปเปิล เอช ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ WWE ได้นักมวยปล้ำฝั่งธรรมะหมายเลขหนึ่งเข้ามาสู่รอว์ นั่นคือ โกลด์เบิร์ก

คริส เจอริโก เปิดเผยในหนังสือ Undisputed: How to Become World Champ in 1,372 Easy Steps ว่าเขาไม่ชอบที่เห็นโกลด์เบิร์กเข้ามาสู่ WWE เพราะรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ ไม่มีความต้องการที่จะมาปล้ำให้ WWE อย่างจริงจัง แถมทั้งคู่ยังมีปัญหาบาดหมางกันมาแต่ WCW

แน่นอนว่า เจอริโก ต้องการหนีห่างโกลด์เบิร์กให้ไกลที่สุด แต่โชคชะตาก็เล่นตลกกับเขา เมื่อ วินซ์ แม็คมาน สั่งให้ คริส เจอริโก ทำหน้าที่ดูแลโกลด์เบิร์ก เพื่อให้นักมวยปล้ำร่างยักษ์รายนี้ ปรับตัวให้คุ้นชินกับ WWE

ลิ้นกับฟันพบกันบ่อยจนเกิดเรื่อง โกลด์เบิร์ก ปะทะอารมณ์กับ คริส เจอริโก ในช่วงกลางปี 2003 หลังเจอริโกยังได้ยินว่าโกลด์เบิร์กทำตัวเป็นขาใหญ่ เหมือนในวันที่เขาอยู่ WCW และแอบนินทาตัวเขาลับหลัง

คริส เจอริโก: “กูได้ยินว่ามึงแอบนินทากูระหว่างที่กูกำลังขึ้นปล้ำ เผื่อมึงยังสังเกตนะ หลายอย่างรอบตัวมันเปลี่ยนไปแล้ว ที่นี่ไม่ใช่ WCW ถ้ามึงมีอะไรจะพูด ก็มาพูดต่อหน้ากูเลย”

โกลด์เบิร์ก: (หัวเราะเบาๆ) “กูไม่ได้พูดอะไรถึงมึงสักหน่อย”

คริส เจอริโก: “ตอแหล กูรู้ว่ามึงพูด”


Photo : stillrealtous.com

บทสนทนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปะทะอย่างรุนแรงระหว่าง คริส เจอริโก และ โกลด์เบิร์ก ที่สุดท้ายกลายเป็นโกลด์เบิร์กลงมือก่อนด้วยการบีบคอเจอริโก เขาตอบโต้ทันทีด้วยการซัดคืนไปสองหมัด โกลด์เบิร์กผงะหนี ก่อนพุ่งชนเจอริโก ด้วยทักษะแบบอดีตนักอเมริกันฟุตบอล

ท่ามกลางวินาทีวิกฤติ เจอริโก ควบคุมสติไว้มั่นคง เขาพลิกตัวหลบเหมือนมาทาดอร์หลบวัวกระทิงที่บ้าคลั่ง แล้วใช่ท่า ฟรอนท์ เฟซล็อค เล่นงานโกลด์เบิร์กทันที มันเป็นท่ามวยปล้ำแบบล็อคจริงเจ็บจริงท่าเดียวที่เขารู้จัก ซึ่งมันใช้ได้ผล เจอริโกเล่นงานนักมวยปล้ำร่างใหญ่เกือบ 300 ปอนด์ ให้หลับแน่นิ่งทั้งที่ตัวเขาน้ำหนักประมาณ 220 ปอนด์

คริส เจอริโก ได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากนักมวยปล้ำร่วมค่ายหลังเหตุการณ์นั้น เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะกล้าลุกขึ้นเผชิญหน้ากับขาใหญ่หลังฉาก ที่สามารถเปลี่ยนอนาคตของนักมวยปล้ำรุ่นเล็กได้ สิ่งที่ เจอริโก ทำคือการบอกให้เห็นว่านักมวยปล้ำทุกคนเท่าเทียมกัน และทุกคนมีสิทธิที่จะปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง

สิบกว่าปีผ่านไป คริส เจอริโก ยังคงยึดมั่นในแนวทางของตัวเอง เดือนสิงหาคม ปี 2016 เขาเดินหน้าหาบร็อค เลสเนอร์ ซูเปอร์สตาร์อดีตแชมป์เฮฟวีเวตศิลปะการต่อสู้แบบผสม UFC ถึงห้องพัก เพื่อขอคำอธิบายถึงการกระทำของเขา หลังได้ยินว่าเลสเนอร์ จงใจเล่นนอกบทใส่ แรนดี้ ออร์ตัน จนหัวแตก

“เลสเนอร์ทำบางสิ่งที่ผมคิดว่าเขาไม่ควรทำ” คริส เจอริโก เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเลสเนอร์ในภายหลัง

“และแน่นอนว่า ไม่มีใครบอกผมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มันเป็นไปตามบทหรือไม่ เขาเริ่มต้นตะโกนด่าผมเมื่อผมเขาไปถามหาคำตอบ และแน่นอนว่าผมก็ด่าเขากลับเหมือนกัน”

“ผมเผชิญหน้ากับเขา และผมจำได้ว่าตอนนั้น เขามีจมูกที่ใหญ่มาก และมันน่าเกลียดมาก ผมก็คิดในใจว่า หากมันมีอะไรเกิดขึ้น ผมจะกัดจมูกของเขาซะ นั่นแหละคือแผนของผม เพราะไม่ว่าอย่างไร หากมันเกิดอะไรขึ้น เขาคงฆ่าผมได้แน่ แต่ถ้าเขาคิดจะทำแบบนั้น เขาจะฆ่าผมโดยที่ไม่มีจมูกเหลืออยู่”

 

ความท้าทายไม่สิ้นสุด

ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา คริส เจอริโก ได้รับความเคารพจากแฟนมวยปล้ำและเพื่อนร่วมวงการจำนวนมาก จากผลงานที่เขาทำไว้ทั้งในและนอกเวที จนอาจกล่าวได้ว่า เจอริโกในวัย 48 ปี ไม่เหลืออะไรให้พิสูจน์ตัวเองในวงการมวยปล้ำอีกแล้ว และสามารถรีไทร์จากวงการอย่างสมเกียรติ


Photo : www.sportskeeda.com

หากแต่ คริส เจอริโก ไม่ใช่คนแบบนั้น เขาตามหาความท้าทายใหม่ให้กับตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับวงการมวยปล้ำหรือไม่ก็ตาม เจอริโกมีวงดนตรีเมทัลร็อคของตัวเองชื่อว่า Fozzy และยังปรากฏตัวบนหน้าจอโทรทัศน์บ่อยครั้ง

เขาปรากฏตัวในรายการเกมโชว์ชื่อดังอย่าง Dancing With the Stars และ Downfall รวมถึงเป็นพิธีกรในงานแจกรางวัล Golden Gods Awards ของนิตยสารเพลง Revolver และ Metal Hammer

ทางฝั่งมวยปล้ำ คริส เจอริโก เริ่มต้นจัดรายการ Talk is Jericho หนึ่งในพอดแคสต์มวยปล้ำออนไลน์ที่ได้รับความนิยมที่สุด ก่อนท้าทายตัวเองด้วยการจัดงาน “Chris Jericho's Rock 'N' Wrestling Rager at Sea” อีเวนต์มวยปล้ำและคอนเสิร์ตบนเรือสำราญครั้งแรกของโลกในปี 2018 งานดังกล่าวจัดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิคเป็นระยะเวลาถึง 5 วัน มันได้รับความนิยมอย่างมาก จนจัดต่อเนื่องกันเป็นปีที่สอง

แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวใดของ คริส เจอริโก ที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการมวยปล้ำไปมากกว่า การปรากฏตัวในสมาคม นิว เจแปน โปร เรสลิง (NJPW) เมื่อปี 2017 ถือเป็นการหวนคืนสู่วงการมวยปล้ำญี่ปุ่นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1998

“ผมรู้สึกหงุดหงิดเหมือนกับที่ผมเคยรู้สึก ตอนที่ผมออกจาก WCW เมื่อปี 1999” คริส เจอริโก บอกเหตุผลที่ไม่ต่อสัญญากับ WWE แล้วย้ายมาหาความท้าทายใหม่ที่ญี่ปุ่น


Photo : www.sportzcraazy.com

“มันมีแต่เรื่องราวเดิมที่ซ้ำซาก ตอนนั้นหลายคนรู้สึกแบบเดียวกันว่า เราไม่อยากปล้ำมวยปล้ำอีกต่อไปแล้ว ตอนนั้น เอ็ดดี้ เกอเรโร่ บอกกับผมว่า เขาต้องการจะลาออก เพื่อไปหางานใหม่ในปั๊มน้ำมัน”

“นั่นคือสิ่งเดียวที่คุณทำได้ เมื่อคุณหงุดหงิดกับความสร้างสรรค์ที่จำกัด และคุณก็จะไม่รู้สึกอยากขึ้นปล้ำอีกต่อไป แน่นอนผมรักช่วงเวลาหลายปีหลังของผมใน WWE และผมบอกคุณได้เลยว่า ทุกอย่างมันกำลังยากขึ้นเรื่อยๆ และผมรู้สึกถึงแรงกดดันนั้น”

จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการออกมา เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและเติมไฟในชีวิตอีกครั้ง แมตช์แรกของ คริส เจอริโก ที่หวนคืนกลับสู่ญี่ปุ่นอีกครั้ง ได้รับการรับรองจาก Wrestling Observer Newsletter ให้เป็นแมตช์ 5 ดาว ซึ่งเป็นความสำเร็จที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อน ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี ที่อยู่กับ WWE

คริส เจอริโก ต่อยอดจากความสำเร็จตรงนั้น เขาเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ของเขาอีกครั้ง ด้วยการคว้าแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัลของ NJPW ก่อนเซ็นสัญญากับ AEW ค่ายมวยปล้ำที่ขอตั้งตนเป็นคู่แข่งยุคใหม่ของ WWE และสร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์โลกคนแรกของค่ายมวยปล้ำน้องใหม่แห่งนี้


Photo : www.cbssports.com

“ผมคิดว่าเมื่อคุณพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายปีที่ผ่านมา จนพาผมมาเซ็นสัญญากับ AEW ผมคิดว่ามันมาจากความคิดในหัวผมทั้งหมด” คริส เจอริโก เปิดใจ ถึงเหตุผลที่เขายังไม่หยุดเดินหน้าในวงการมวยปล้ำ

“ผมไม่ต้องการทำในสิ่งที่ผมเคยทำไปก่อนหน้านี้ มันอาจจะเป็นรูปแบบการปล้ำ ภาพลักษณ์ ทรงผม หรือแม้กระทั่งบริษัทที่ผมทำงานด้วย”

“แน่นอนว่า ผู้คนต่างคิดในแบบที่พวกเขาต้องการจะคิด และผมไม่เคยมีปัญหาที่จะไปพิสูจน์ว่าพวกเขาคิดผิด ผมแค่ทำในสิ่งที่ผมทำ เพราะนั่นคือแนวทางที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิต ไม่ต้องสนใจคำพูดของใคร แค่ทำทุกอย่างไปตามหัวใจของคุณ”

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.theplayerstribune.com/en-us/articles/chris-jericho-kenny-omega-wrestle-kingdom
https://prowrestlingstories.com/pro-wrestling-stories/jericho-goldberg-fight/
https://www.cagematch.net/?id=2&nr=758
https://www.sportskeeda.com/wwe/wwe-news-chris-jericho-on-why-he-confronted-brock-lesnar-after-summerslam-2016-ss
https://www.ringsidenews.com/2019/05/31/chris-jericho-felt-the-same-before-leaving-wwe-as-he-did-in-wcw-exit/
https://www.wrestlinginc.com/news/2019/01/chris-jericho-on-talking-aew-with-vince-mcmahon-649697/
https://www.wwe.com/amp/inside/chris-jericho-interview



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง