FITNESS

ทีมหลับ vs ทีมดริงค์ ? : "คอฟฟี่ แน็ปส์" สูตรโกงพลังที่ทำให้ฟิตแบบคูณ 3 | Main Stand



"กินกาแฟแล้วนอนไม่หลับ" ประโยคนี้อยู่ในสมองของพวกเรามานานแสนนาน และกลายเป็นความเชื่อไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ความจริง "ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป" 
 

 

มันมีวิธีโกงพลังร่างกายด้วยการกินกาแฟแล้วงีบหลับทันทีหรือที่เรียกกันว่า "คอฟฟี่ แน็ปส์" ซึ่งเป็นสูตรที่กำลังจะทำให้โลกฟุตบอลและโลกของกีฬาเปลี่ยนไป

นอนก็มีประโยชน์ ดื่มกาแฟก็มีประโยชน์ ทว่าเมื่อจับทั้งคู่มารวมกัน คุณจะได้สมรรถภาพร่างกายแบบคูณ 2 ... เท่านั้นยังไม่พอ สำหรับนักฟุตบอลหรือนักกีฬาคุณยังเพิ่มเป็นคูณ 3 ให้ร่างกายคุณวิ่งเป็นม้าได้ และมีประสิทธิภาพในการแข่งขันและการลงซ้อมอย่างเต็มเปี่ยม     

นี่คือเรื่องราวที่อาจจะทลายความเชื่อครั้งเก่า แต่มันคือความจริงที่ว่า กาแฟ และ การนอน คือสุดยอดคอมโบที่หลายคนคิดไม่ถึง  

 

ดีทั้งคู่แต่เลือกได้แค่หนึ่งเดียว ... 

ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว หลากหลายงานวิจัยบอกเสมอว่า "กาแฟ" หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า มีความตื่นตัวสูง เหมาะสำหรับการออกกำลังกายมาก ๆ เพราะมันช่วยร่างกายถูกใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตามมีบางสิ่งที่มาคัดค้านเรื่องนี้ นักเตะบางคนไม่ชอบคาเฟอีน และไม่เชื่อในคุณสมบัติการตื่นตัวที่ทำให้ฟอร์มในสนามของพวกเขาดีขึ้น พวกเขาจะให้ความเห็นในทิศทางที่แตกต่าง และบอกว่ามีสิ่งหนึ่งซึ่งดีกว่าการกินกาแฟก่อนการออกกำลังกาย ... นั่นคือการ "งีบหลับ" นั่นเอง  

ดังนั้นมันจึงนำมาซึ่งการคานกันระหว่าง 2 ความเชื่อในกลุ่มนักฟุตบอลอาชีพ ที่จำเป็นต้องพึ่งการใช้กาแฟและการงีบหลับเพื่อเพิ่มพลังในระหว่างวัน อย่างที่รู้กันดี นักฟุตบอลนั้นมักจะมีการซ้อม 2 มื้อในแต่ละวัน มื้อเช้าตามโปรแกรมของหลาย ๆ สโมสรคือช่วง 8-10 โมงเช้า ก่อนจะพักช่วงเที่ยงสั้น ๆ ราว 2-3 ชั่วโมง เพื่อซ้อมมื้อเย็นกันต่อ ...   

ช่วงเวลา 2-3 ชั่วโมงนั้นเป็นช่วงเวลาวัดใจ เพราะมันมากพอที่จะทำให้พวกเขาหลับสักตื่น หรือหากาแฟรสชาติดี ๆ คุณภาพสูง ๆ ดื่มสักแก้ว เพื่อพร้อมสำหรับการซ้อมที่ต้องใช้พลังและไหวพริบในช่วงมื้อเย็น ... และนี่เองคือการกำเนิดของคำถามที่ว่า สรุปแล้ว กาแฟดี ๆ สักถ้วย หรือ การงีบหลับสักตื่น คือสิ่งที่ดีกว่ากัน ?

 

ทีมหลับ

มีการศึกษาอย่างจริงจังและมีการเปิดเผยในวารสาร Nature Neuroscience ระบุชัดเจนว่า การนอนคือการฟื้นพลังที่ดีที่สุดของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการนอนจริงจังในเวลากลางคืน หรือแม้กระทั่งการงีบหลับสั้น ๆ ในช่วงเวลากลางวันที่พวกเขาบอกว่า "ดีกว่ากาแฟ" ด้วยซ้ำไป 

มีนักกีฬารวมถึงนักฟุตบอลหลายคนที่มีความเชื่อในทิศทางนี้ พวกเขานอนในช่วงพักกลางวันและตื่นมาเพื่อซ้อมสำหรับมื้อเย็น หนึ่งในนั้นคือ ไมเคิล เอสเซียง อดีตนักเตะของ เชลซี และ เรอัล มาดริด ที่แสดงตัวถึงการเป็น "ทีมหลับ" โดยชัดเจน 

"ผมนอนหลับเกือบตลอดทั้งวัน ผมใช้เวลาหลับวันละ 14 ชั่วโมง มันช่วยให้ผมวิ่งพล่านไปทั่วสนามเหมือนกับที่คุณเห็นนั่นแหละ ยิ่งหลับเต็มอิ่มมากเท่าไหร่ ผมก็สามารถลงเกมจริงได้ง่ายเท่านั้นนั่นแหละ" อดีตนักเตะที่ถูกเรียกว่ามิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดในโลกยอมรับว่า เขาใช้การนอนเป็นหลัก และมีการยืนยันว่าทุก ๆ การพักระหว่างซ้อม เขาเลือกใช้การงีบเป็นขุมพลังสำคัญ   

อย่างไรก็ตาม การงีบหลับให้ได้พลังไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด งานวิจัยจากภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย พบว่าการนอนกลางวันที่ดีและให้พลังที่แท้จริงนั้นไม่ควรงีบเกิน 30 นาที ... และถ้าปล่อยให้งีบหลับเกินไปเป็น 60-90 นาที แม้จะเรียกว่า 1 รอบเวลาแห่งการนอนที่เหมาะสม (Sleep Circle) แต่มันคงไม่เหมาะกับการตื่นขึ้นมาและทำกิจกรรมที่ต้องใช้การแอ็คทีฟของร่างกายทันที เพราะมันจะทำให้สมองทำงานได้ช้าลง จนเกิดอาการเฉื่อยของร่างกาย มีการให้ผู้เข้าทดสอบลองหลับ 90 นาทีและตื่นมาขับรถ ปรากฎว่าร่างกายตอบสนองได้ช้ากว่า และความชำนาญในการขับรถช้าลง ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าจะกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม 

ซึ่งการเตะฟุตบอลเองก็ไม่ต่างกันเท่าไรนัก มันคือกิจกรรมที่ต้องใช้การตอบสนองของสมองและร่างกายสูงมาก การตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีสามารถชี้ขาดผลแพ้ชนะ การงีบหลับสำหรับคนที่ไม่เป๊ะเรื่องเวลานั้นไม่ดีแน่นอน ดังนั้นมันจึงเกิดการตัดปัญหานี้ ด้วยการไม่ต้องนอนมันซะ ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงที่มีเลือกสิ่งที่เติมพลังให้ร่างกายโดยไม่ต้องเสี่ยงให้การตอบสนองนั้นช้ากว่าเดิม 

 

ทีมสายดริงค์ 

ขณะที่อีกฝั่งนั้นเชื่อว่า แค่กาแฟก็เพียงพอที่จะเติมพลังให้พวกเขาตื่นตัวและช่วยในระบบเผาผลาญของร่างกาย โดยนักฟุตบอลส่วนใหญ่ทั้งไทยและเทศมักจะปรากฎตัวพร้อมกับกาแฟแก้วโปรดไม่ว่าจะร้อนหรือเย็น เช่น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นั้นต้องมีเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอยู่ในเมนูมื้อกลางวันเสมอ สลับ ชา หรือ กาแฟดำ แล้วแต่วัน 

และอีกตัวอย่างที่ออกปากด้วยตัวเองอย่าง บาเฟติมบี้ โกมิส อดีตนักเตะทีมชาติฝรั่งเศส ที่ปัจจุบันอยู่กับสโมสร อัล ฮิลัล ใน ซาอุดีอาระเบีย ก็เปิดเผยว่า เขาชอบดื่มกาแฟอาหรับมาก และใช้มันเติมพลังในทุกอิริยาบถก่อนลงฝึกซ้อม เช่นเดียวกับที่ มาร์โก แวร์รัตติ นักเตะของ ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง ก็เคยออกมาเผยว่านักเตะในทีมของเขาหลายคนเป็นคอกาแฟพันธุ์แท้ และมักจะหากาแฟดี ๆ ดื่มกันเสมอ  

กาแฟและชานั้นถือว่าเป็นสุดยอดเครื่องดื่มของนักกีฬา โดยเฉพาะนักฟุตบอลโดยแท้จริง แต่แน่นอนว่าไม่มีสิ่งใดไร้ข้อเสีย กาแฟ นั้นมีคาเฟอีนที่ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า แต่การดื่มกาแฟนั้นต้องเหมาะสมกับความต้องการของร่ายกายด้วย ซึ่งแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น หากคุณมีน้ำหนัก 150 ปอนด์ หรือ 68 กิโลกรัม นั่นหมายความว่าคุณต้องการคาเฟอีนระหว่าง 210 ถึง 630 มิลลิกรัม หรือถ้าจะให้เข้าใจง่ายกว่านั้น คือระหว่างวันไม่ควรดื่มเกินวันละ 3-4 แก้ว ซึ่งก็เป็นจำนวนที่สมเหตุผลสมผลพอสมควร เพราะน้อยคนนักที่จะดื่มกาแฟได้มากกว่านี้

กาแฟ ช่วยอะไรบ้างสำหรับนักฟุตบอล ? ทำไมการดื่มก่อนลงแข่งขัน หรือแม้กระทั่งช่วงบ่ายก่อนลงซ้อมมื้อเย็นจึงเป็นสิ่งที่มีคนแนะนำหากไม่สามารถงีบหลับได้ตามเวลาที่กำหนด 

ดูเหมือนจะเว่อร์แต่ก็มีงานวิจัยยืนยันโดย ฮวน เดล โคโซ่ และคณะเมื่อปี 2012 ว่า คาเฟอีนในกาแฟช่วยให้นักฟุตบอลสามารถกระโดดสูงขึ้นโดยเฉลี่ยราว ๆ 1.1 เซนติเมตร ... คุณไม่ต้องเข้าใจหรอกว่าเพราะอะไร เพราะมันน่าเบื่อที่จะอธิบายบทความทางวิชาการออกมา แต่เอาเป็นว่าร่างกายเมื่อได้รับคาเฟอีนนั้นจะแอ็คทีฟมากเป็นพิเศษ ตอบสนองดี และหัวใจเต้นแรงสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยให้กระโดดได้สูงขึ้นนั่นเอง 

นอกจากนี้ คาเฟอีน ยังทำให้เร็วขึ้นด้วย โดยสามารถทำให้นักฟุตบอลที่ดื่มกาแฟเพิ่มความเร็วได้สูงสุดราว ๆ 700 เมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ยังทำให้เพิ่มระยะทางในการวิ่งได้ดี เพิ่มความอึดให้ร่างกาย ทำให้เหนื่อยยากขึ้นอีกด้วย 

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นักฟุตบอลหรือแม้กระทั่งนักกีฬาอาชีพหลายคนจะพกกาแฟแก้วโปรดลงไปดื่มในช่วงของการซ้อมเป็นประจำ สาเหตุคือมันทำให้ประสิทธิภาพให้ร่างกายดีขึ้น แม้จะไม่ดีเท่าการงีบหลับ แต่การดื่มกาแฟนั้นง่ายกกว่ามาก แค่กระดกลงคอ พลังก็พร้อมจะบังเกิดกับคุณแล้ว 

 

จะทำให้เพิ่มสูงสุดขีดต้องทำด้วยกัน ! 

นอนหลับก็เพิ่มพลังสมอง กินกาแฟร่างกายก็กระปรี้กระเปร่า ถ้าทำพร้อมกันได้ทั้ง 2 อย่างก็คงจะดี ...

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อแต่เก่าก่อนสอนเราว่า เมื่อดื่มกาแฟแล้ว "มันจะไม่ง่วง" และนั่นทำให้การงีบและการกินกาแฟทำในช่วงเวลากันไม่ได้ และน่าเสียดายที่บางครั้งต้องเลือกเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือสิ่งที่เราเชื่อมาตลอด แต่ในความจริงแล้ว กาแฟกับการงีบหลับไปด้วยกันได้ มันคือศาสตร์ของ Life Hack (เทคนิคในการจัดการชีวิต) ที่เพิ่งถูกยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงในช่วงปี 2017 และตั้งชื่อสูตรนี้ว่า "คอฟฟี่ แน็ปส์" (Coffee naps) หรือการดื่มกาแฟก่อนแล้วงีบหลับนั่นเอง

นี่คือแนวคิดที่แปลกใหม่สุด ๆ คนเราจะกินกาแฟแล้วหลับเลยได้เหรอ ? เพราะตั้งแต่เกิดมาเราต่างคิดมาตลอดว่าดื่มกาแฟแล้วมันจะนอนไม่หลับ แต่จริงแล้วนั่นก็แค่ความเชื่อ มันไม่อาจจะเปลี่ยนความจริงได้ และความจริงที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์มาแล้วคือ "กินกาแฟแล้วนอนนี่แหละ สุดยอดแห่งการเพิ่มพลังที่สุดแล้ว"  

การกินกาแฟทำให้คุณตื่นตัวก็จริง แต่คุณต้องทำความเข้าใจก่อนว่าคาเฟอีนทำงานและเดินทางเข้าสู่ร่างกายของคุณยังไง ? แต่ขั้นตอนนั้นจำเป็นจะต้องเป๊ะสักนิดนึง กล่าวคือคุณต้องดื่มกาแฟให้หมดโดยเร็วที่สุด และรีบเตรียมพร้อมสำหรับการงีบแบบ 20-30 นาที 

เหตุผลก็เพราะว่า เมื่อร่างกายเราได้รับคาเฟอีนจากตัวกาแฟ สารดังกล่าวก็จะไปทำการปิดกั้นไม่ให้สารอะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นสารที่เมื่อจับกับตัวรับ จะทำให้เราเกิดการง่วงนอน ได้ทำงานอย่างเต็มที่นั่นเอง ซึ่งการนอนหลับ ก็เป็นหนึ่งในกลไกของร่างกายที่จะช่วยลดสารอะดีโนซีนนี่ด้วยเช่นกัน 

สิ่งที่คุณจะได้หลังจากตื่นขึ้นแบบตรงเวลาก็คือ สมองของคุณจะเริ่มรับรู้ได้ดีขึ้น ซี่งเป็นประโยชน์จากการงีบ ขณะที่คาเฟอีนใช้เวลาเดินดูดซึมจากลำไส้ ไปยังเส้นเลือด และตรงสู่สมอง จะใช้เวลาราว ๆ 20 นาทีเพื่อออกฤทธิ์ ซึ่งมันจะสัมพันธ์กับเวลาที่งีบหลับ และตื่นอีกครั้งพอดี

เมื่อคุณตื่นขึ้นตามเวลาที่กำหนดไว้ คุณจะได้ประโยชน์จากการงีบหลับ และประโยชน์จากการดื่มกาแฟแบบพอดิบพอดี ... เท่านี้ 2 แรงบวกจะทำให้นักฟุตบอลหรือนักกีฬาทั้งหลายพร้อมสำหรับการซ้อมที่ต้องใช้การทุ่มเทพลังเสมือนแข่งจริงแล้ว 

 

คูณ 3 ไหมล่ะ ? 

คอฟฟี่ แน็ปส์ ช่วยให้คุณชาร์ตพลังได้แบบคูณ 2 แล้ว แต่ถ้าคุณอยากจะแกร่งยิ่งกว่าคูณ 2 ยังพอมีวิธี ... 

การค้นคว้าของมหาวิทยาลัย Sheffield Hallam ทดลองสูตรที่ชื่อว่า "กาแฟและขนมปังปิ้ง" กับเหล่านักฟุตบอลโดยเฉพาะ พวกเขาตั้งสมมติฐานว่า การผสมผสานกันระหว่างกาแฟและขนมปังปิ้ง สามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ดีกว่าการกินหรือดื่มสิ่งใดสิ่งเดียว

การทดลองเกิดขึ้นโดยมีอาสามัครที่เป็นนักฟุตบอลอายุ 18-22 ปี จำนวน 8 คน ลงแข่งขันฟุตบอลแบบจำลองกัน 3 เกม เพื่อว่าการกินแบบไหนช่วยในเรื่องความคล่องตัว และความแม่นยำในการเตะได้ที่สุด 

ผู้ทดสอบที่ลงสนามในนัดแรกได้ดื่มแค่น้ำเปล่ากับขนมปังปิ้ง ผู้ทดสอบทีมที่สองดื่มกาแฟอย่างเดียว และผู้ทดสอบเกมที่สามดื่มทั้งกาแฟและกินขนมปังปิ้งด้วย และผลที่ออกมาผ่านการตีพิมพ์ของ British Journal of Sports Medicine ยืนยันว่าผู้ทดสอบเกมที่ 3 ที่กินขนมปังปิ้งกับกาแฟ เป็นผู้ที่แสดงประสิทธิภาพในสนามแข่งออกมาได้ดีที่สุด 

"เราพบว่าการรวมตัวของคาร์โบไฮเดรตจากขนมปังปิ้งและคาเฟอีนจากกาแฟ ช่วยให้ผู้เล่นรักษาความเข้มข้นในการแข่งขันได้ดีกว่ามาก ทั้งการวิ่งโดยรวมและความแม่นยำในการยิง และเลี้ยงลูกฟุตบอล" ศาสตราจารย์ Mayur Ranchordas หัวหน้านักวิจัยกล่าว

ดังนั้นหากลองประยุกต์กับการ คอฟฟี่ แน็ปส์ แล้ว มันน่าจะเป็นอะไรที่เวิร์กไม่ใช่เล่น เพราะหลังตื่นจาก คอฟฟี่ แน็ปส์ และอาจจะดื่มกาแฟที่มีน้ำตาลน้อยสักแก้วกับขนมปังปิ้งสักแผ่น จะช่วยทำให้คุณอึดขึ้นอีก และมีประสิทธิภาพขึ้นอีกด้วย 

ที่สุดแล้วสิ่งสำคัญ คือ การอยู่ในกรอบของเวลาที่เหมาะสมในการนอนงีบหลับ ขณะที่ในส่วนของกาแฟนั้นก็ใช่ว่ากาแฟทุกอย่างจะแสดงผลอย่างที่การทดลองบอก คุณลืมไปได้เลยสำหรับกาแฟแฟร็บปูชิโน่ น้ำตาลเยอะ และเพิ่มวิปครีมเต็มพิกัด หรือแม้กระทั่งกาแฟชื่อดังเจ้าต่าง ๆ ที่มีรสชาติหวานนำเพื่อทำให้ดื่มง่าย ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้ให้คาเฟอีนก็จริง แต่ก็ให้พลังงานมากเกินไปจนอาจจะทำให้สูตรฟิตคูณ 3 พังทลายได้ เพราะในแต่ละแก้วของกาแฟเหล่านั้นมีปริมาณน้ำตาลสูงถึง 10-15 ช้อนชา เรียกว่าดื่มแก้วเดียว ร่างกายก็ได้รับน้ำตาลในปริมาณสำหรับ 2 วันเลยทีเดียว 

ดังนั้นเมื่อคุณอยู่ในช่วงเวลาเร่งด่วนและต้องการคาเฟอีนในทันที เครื่องดื่มกาแฟแบบ 3 in 1 ที่สามารถชงและดื่มได้แบบแทบไม่ต้องรอสามารถเป็นตัวช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ 

สำหรับกาแฟแบบซอง 3 in 1 ที่มีจำหน่ายกันทั่วไปในท้องตลาดบ้านเรานั้น โดยเฉลี่ยแล้วหนึ่งซองจะมีปริมาณน้ำตาลอยู่ที่ 11-13 กรัม หรือคิดเป็น 2.5-3 ช้อนชา ซึ่งถือว่าน้อยมากถ้าเทียบกับกาแฟปั่นใส่แก้วที่หลายคนชื่นชอบ 

แต่สำหรับร่างกายที่บริโภคน้ำตาลได้เพียง 32 กรัมต่อวัน การที่กาแฟ 1 แก้วมีน้ำตาล 13 กรัม หรือเกินกว่า 1 ส่วน 3 ของปริมาณที่ควรได้รับก็ยังถือว่าสูงอยู่ดี ดังนั้นในบทความนี้เราจึงขอแนะนำทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย อยากมีสุขภาพที่ดี แต่ก็ขาดกาแฟไม่ได้

Super Coffee สูตร Low Sugar หรือ ซุปเปอร์กาแฟ สูตรหวานน้อย กาแฟปรุงสำเร็จที่ผสานความลงตัวของเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยมกับครีมเทียมและน้ำตาลอย่างพอเหมาะ ทางเลือกใหม่สำหรับคนที่อยากดื่มกาแฟรสชาติกลมกล่อมอร่อย ๆ และยังต้องการดูแลสุขภาพ โดยสูตรนี้ลดน้ำตาลลง แต่ความเข้มข้น หอมละมุนนุ่มลิ้น รสชาติยังดีเยี่ยมไม่เปลี่ยนไป 

โดยในหนึ่งซองมีปริมาณน้ำตาลเพียง 7 กรัมเท่านั้น น้อยกว่ากาแฟแบบซอง 3 in 1 แบบทั่วไปเกือบเท่าตัว นอกจากนั้นยังให้พลังต่ำเพียง 70 กิโลแคลอรี่ (พลังงานจากไขมัน 20 กิโลแคลอรี่) ต่อซองอีกด้วย

ในยุคที่ต้อง Work-Life-Balance การดื่มกาแฟเพื่อความสดชื่นในการทำงาน และการออกกำลังกายคือสิ่งที่ไม่สามารถแยกจากกันได้ Super Coffee สูตร Low Sugar คือทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ได้อย่างลงตัวที่สุด

สั่งซื้อสินค้าได้ที่นี่เลย

Lazada : www.lazada.co.th/products/super-coffee-low-sugar
Shopee : shopee.co.th/Super-Coffee-Low-Sugar
JD Central : item.jd.co.th/9266478 

 

แหล่งอ้างอิง 

https://lifehacker.com/naps-vs-coffee-which-is-better-when-youre-exhausted-1730643671
https://www.vox.com/2014/8/28/6074177/coffee-naps-caffeine-science
https://www.dailymail.co.uk/health/article-2074583/Want-better-footballer-Why-cup-coffee-slice-toast-boost-performance-pitch.html
https://ronaldo.com/football-news/how-to-use-caffeine-to-boost-your-football-performance/
https://www.goal.com/th/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%81-%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%95-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%A1-%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0-8-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A7/14mnhfdpw4ziy17fjzbmgqcklc
https://www.dailymail.co.uk/health/article-472885/Sleeping-14-hours-day-makes-better-footballer-says-Chelsea-star-Essien.html
https://lovin.co/saudi/en/latest/french-footballer-bafetimbi-gomis-expresses-his-passion-for-arabic-coffee/



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

ณัฐวุฒิ ไตรประวัติ

ช่างภาพผู้หลงใหลมอเตอร์ไซค์ และควบตำแหน่งนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพ #MainStand #Photographer
     


x