mainstand

Inspiration

เทวินทร์ หาญปราบ : จอมเตะเหรียญเงินโอลิมปิก และมือที่ช่วยสร้างฝันจากคุณแม่



วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ณ คาริโอกา อารีน่า ที่เป็นสังเวียนแข่งขันเทควันโดในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ธงไตรรงค์ถูกชักขึ้นเหนือธงของสาธารณรัฐเกาหลี กับโดมินิกัน และอยู่ต่ำกว่าธงชาติสาธารณรัฐประชาชนจีนเล็กน้อย

 

เทม - เทวินทร์ หาญปราบ เด็กหนุ่มชาวไทยขึ้นยืนบนโพเดี้ยม ด้วยรอยยิ้มที่กว้างไม่แพ้ใคร เขากลายเป็นชายไทยคนแรกที่คว้าเหรียญเงินโอลิมปิกในกีฬาเทควันโด หลังแพ้จ้าว ฉ่าย จอมเตะชาวจีน ไป ในรอบชิงชนะเลิศ รุ่นฟลายเวท 58 กิโลกรัม 

แต่ก่อนก้าวขึ้นไปยืนบนโพเดี้ยมท่ามกลางสปอตไลท์ เขาต้องต่อสู้ สูญเสียหยาดเหงื่อ ทั้งพลังใจ และพลังกายมากมาย...แต่เขาไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง เขามีมือที่คอยหนุนหลังอีกหลายคู่ในทุกๆ ช่วงเวลาของชีวิต  โดยเฉพาะมือจากคุณแม่ 

 

เทวินทร์วัยเด็ก 

“แม่เป็นคนพาน้องเขาไป (เรียนเทควันโด) เอง พื้นฐานแม่เป็นคนออกกำลังกาย เลยพาน้องเขาไปด้วย แม่ไม่ได้ตั้งความหวังที่จะให้เขาเป็นนักกีฬาทีมชาติเลย แค่ต้องการให้เขาออกกำลังกาย” ณิศาภัทญ์ หาญปราบ เท้าความถึงจุดเริ่มต้นที่พาเทม - เทวินทร์ หาญปราบ พบกับกีฬาเทควันโด ตั้งแต่อายุเพียง 7 ปี  

“จุดเริ่มต้น ผมแค่อยากไปออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง แล้วตอนนั้น ผมเห็นว่าชุดกีฬาเทควันโด เป็นชุดที่สวยดี เราอยากใส่ชุดแบบนั้น เลยค่อยๆเริ่มเล่นจริงจังมากขึ้น” เทวินทร์ เริ่มเล่าเรื่องราวของตัวเอง 

“จริงๆก่อนเล่นเทควันโด ผมตีแบดมินตัน, ตีเทนนิส เมื่อก่อนผมชอบฟุตบอลด้วย แต่ผมชอบกีฬาประเภทเดี่ยวมากกว่า ฟุตบอลสมัยนั้นยังไม่ค่อยบูมด้วยแหละ ผมคิดว่าเทควันโดน่าจะไปได้ไกลกว่า” 

ยิมทวีสิน...สถานที่ออกกำลังกายที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่ใกล้ละแวกบ้านของครอบครัว “หาญปราบ” คือ สถานที่ที่เทม - เทวินทร์ ใช้ฝึกซ้อมเทควันโด...จากความหลงใหลในกีฬาชนิดนี้ ทำให้เขาเริ่มตั้งเป้าคว้าเหรียญทองในระดับประเทศให้ได้  

ไม่มีใครในครอบครัวคาดหวังไปไกลแบบที่เทวินทร์คิด แต่ทุกคนโดยเฉพาะคุณแม่ณิศาภัทญ์ ผลักดันลูกชายเต็มที่ เธอกลายเป็นมือที่สำคัญที่สุดกับความฝันเล็กๆของเด็กชายเทวินทร์

“ตอนเช้าแม่ก็ตื่นมาทำอาหารให้เขา เที่ยงก็ทำอาหารส่งให้เขา ให้เขาโฟกัสกับการฝึกซ้อม อย่างอื่นแม่ช่วยดูแลให้เอง” คุณแม่ณิศาภัทญ์ กล่าวถึงหน้าที่ในการดูแลเด็กชายเทวินทร์แต่ละวัน

“คุณพ่อคุณแม่ก็ค่อยๆ ผลักดันพาผมไปแข่งรายการเล็กๆ และค่อยๆเพิ่มระดับขึ้นไปเรื่อยๆ” เทวินทร์กล่าวเสริม 

“ตอนไปแข่งช่วงแรกๆ ผมมีแพ้บ้างชนะบ้าง คุณแม่เป็นคนคอยช่วยเหลือ ผลักดัน ให้กำลังใจ ท่านปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความใจสู้” 

“ตั้งแต่เด็ก คุณแม่จะอยู่ข้างสนามตลอด...คุณพ่อก็ด้วย ตามไปดูตลอด มันกลายเป็นพลังที่ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจ” 

“พอถึงจุดหนึ่ง เรามีประสบการณ์มากขึ้น เราก็ค่อยๆขยับไปแข่งในระดับจังหวัด ระดับภาค ระดับประเทศ  พอขึ้นไประดับประเทศ ก็เริ่มได้ติดทีมชาติ” 

 

เทวินทร์วัยคะนอง 

เทวินทร์ หาญปราบ ไม่ได้มีแค่คุณแม่ณิศาภัทญ์ และคุณพ่อยศสรัล ที่เป็นมือผลักดันให้เขาไล่ล่าความฝัน แต่รวมถึงคุณครูที่ฝึกสอนวิชาเทควันโดให้เขาตั้งแต่เด็ก จนติดทีมชาติชุดเยาวชนตั้งแต่อายุ 15 ปี และต้องเข้ามาอยู่ภายใต้รั้วทีมชาติ  

“ช่วงติดทีมชาติแรกๆ ผมแพ้ตลอด” เทวินทร์ เล่าถึงความหลัง 

“ตอนแพ้บ่อยๆ ก็มีท้อ...ตอนแข่งเยาวชนเราชนะมาตลอด ก็คิดว่ามันน่าจะง่าย แต่พอโตขึ้นมันไม่ง่ายแบบนั้น เวลาเราท้อ เรามักมาคิดว่าตัวเองสูญเสียชีวิตช่วงวัยรุ่นไป เพื่อนไปนู่น ไปนี่ เราก็อยากไปบ้าง ตัวเองก็ไม่ได้ไป...แต่พอกลับมาซ้อม เราก็มีแรงฮึดต่อ” 

“ตอนนั้นแม่รู้ว่าเขาแพ้บ่อย บาดเจ็บอยู่บ่อยๆ แต่เขาก็ใจสู้ ไม่เคยคิดจะเลิก เวลาเขาไปแข่งที่ไหน แม่ก็ไปด้วยตลอด ไปแข่งต่างจังหวัด แม่ก็ไปด้วย คอยดูแลตลอด...ทุกๆวันตี 5 ครึ่ง น้องก็จะออกไปวิ่งในหมู่บ้าน ก่อนไปโรงเรียน แม่ก็คอยให้กำลังใจ บอกเขาว่าถึงเราแพ้ เราก็ยังมีแมตช์หน้าให้ชนะอยู่นะ” คุณแม่ณิศาภัทญ์ ที่นั่งอยู่ข้างๆ เล่าต่อ พร้อมบอกว่าเธอยังทำหน้าที่ของคุณแม่ที่ผลักดันความฝันลูกชายเต็มที่ แม้เข้าสู่ทีมชาติแล้วก็ตาม 

“บ้านแม่อยู่คลอง 7 แม่ก็ต้องไปรับเขาที่สมาคมฯ (กีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย) เพื่อกลับไปเรียนที่คลอง 4 แล้วก็พากลับไปส่งที่สมาคมฯอีกทีตอนบ่าย ฝั่งคุณพ่อก็มีหน้าที่คอยหาเงิน สนับสนุนเขาไปด้วย”

“ผมเชื่อว่าคนเรามันผิดหวังไม่ได้ตลอดหรอก มันยังมีความสำเร็จที่รอเราอยู่” เทวินทร์ พูดถึงสิ่งที่เขายึดมั่น… 

ความเชื่อของเขาถูกต้อง...คนเราไม่ผิดหวังไปตลอด เทวินทร์ เข้าร่วมแข่งขันยูธโอลิมปิก 2014 รอบคัดเลือก พร้อมคว้าเหรียญทองตีตั๋วไปมหกรรมยูธโอลิมปิก ที่หนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน   

“ผมมีแรงฮึดมากตอนนั้น เพราะยูธโอลิมปิก ชีวิตหนึ่ง เราแข่งได้ครั้งเดียว” เทวินทร์ย้อนถึงความรู้สึกก่อนการแข่งขันครั้งสำคัญของชีวิตนักเทควันโดในระดับเยาวชน

“แต่พอผมไปแข่งที่จีน ผมกลับแพ้ ผมรู้สึกเฟล ยิ่งท้อ จิตตกไปเลย คุณแม่ตามไปดูที่จีนด้วย ผมเสียใจที่ทำให้แม่สมหวังไม่ได้” เทวินทร์ เผย 

 

เทวินทร์วัยหนุ่ม 

“พ่อ, แม่ และโค้ชเป็นพลังครับ พวกรุ่นพี่ๆในทีมชาติก็คอยพูดให้กำลังใจ”  

“อย่างโค้ชแม็ก (ชัชวาล ขาวละออ) ที่เป็นรุ่นพี่ในยิมและทีมชาติ ได้เหรียญมาทุกอย่าง เขาเป็นไอดอลของผม ก็ให้กำลังใจ” 

เทวินทร์ เล่าถึงเรื่องราวในวันที่ล้มลงและผิดหวัง...กำลังจากคนข้างกาย คือ มือที่อบอุ่นที่สุด ที่ดันเขาให้สู้ต่อ 

ความมุ่งมั่นครั้งใหม่ ทำให้เขาติดทีมชาติชุดใหญ่ และชเว ยอง ซอก ผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทย เลือกให้เขาไปชิงโควตาโอลิมปิก ในการแข่งขันรอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ 

“พอรู้ตอนแรกผมดีใจมาก ตอนนั้นผมเพิ่งขึ้นชุดใหญ่อายุ 18 ปี”

“เรายังประสบการณ์น้อย แต่ก็ดีใจ ที่โค้ชเขาเลือกให้เราไป เพราะเป้าหมายของผม คือการได้ไปเหยียบเวทีโอลิมปิก กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ผมไม่ได้สนว่าตัวเองจะแพ้หรือชนะ ได้เหรียญหรือไม่ได้เหรียญ แค่ได้ไปสัมผัสก็ที่สุดของชีวิตแล้ว”

ท้ายที่สุดเทวินทร์ ทำได้… เขาคว้าตั๋วไปโอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่ริโอ เดอ จาเนโร แม้จับสลากเจอ คิม แต ฮุน จอมเตะชื่อดังจากเกาหลีใต้ที่ไม่เคยมีนักเทควันโดไทยคนไหนเอาชนะได้มาก่อนตั้งแต่รอบแรก แต่เขากลับช็อคโลกด้วยการชนะไป 12 - 10 คะแนน ก่อนชนะอีก 2 แมตช์ ทะลุผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ และคว้าเหรียญเงินมาครอง

“ความสำเร็จของผม อันดับแรกผมมองว่ามาจากครอบครัว เพราะพวกท่านสนับสนุนผมหนักมาก อยู่กับผมมาตลอด แล้วก็มีโค้ช รุ่นพี่ แต่ละคนที่เคยสอนผมมา ผลักดันจนผมมาถึงจุดนี้”

“อย่างโค้ชเช (ชเว ยอง ซอก) โฟกัสเรื่องระเบียบวินัยมากๆ ต้องมีความรับผิดชอบในทุกๆด้าน เขาจะดุให้เราทำให้เต็มที่ ถ้าเราทำได้เต็มที่ เราจะไม่ต้องเสียใจ”

“ผมภูมิใจในตัวเองมาก เพราะผมอยากเอาเหรียญให้แม่ มัน คือ ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมแล้ว”

 

เทวินทร์วันข้างหน้า 

การคว้าเหรียญเงินในโอลิมปิก 2016 นั้น ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป้าหมายต่อไปของเทวินทร์ หาญปราบ คือ เหรียญทองโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น… มันไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่ในฐานะนักกีฬาไปกว่าการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกอีกแล้ว… 

แต่ชีวิตนั้นไม่เคยง่าย อุปสรรคมักเข้ามาเสมอในวันที่คุณกำลังได้ใจ… ต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 เทวินทร์ ในวัย 21 ปี  ได้รับอุบัติเหตุระหว่างเก็บตัวฝึกซ้อม เขาได้รับอาการบาดเจ็บหนักถึง 3 จุด คือ เอ็นไขว้หน้า, เอ็นเข่าด้านนอก และเอ็นเข่าขวา จนต้องรีบเข้ารับการผ่าตัด อาการบาดเจ็บดังกล่าว ทำให้เทวินทร์พลาดการแข่งขันเทควันโดชิงแชมป์เอเชีย 2019 ที่ประเทศเวียดนาม และมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ แน่นอนแล้ว เรื่องดังกล่าวจึงส่งผลต่อเส้นทางการไปโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...บางทีการไล่ล่าความฝันของเขาอาจจะจบลง 

“ผมก็เคยเจ็บมาแล้วหลายครั้ง ทั้งใส่เฝือกสองข้างพร้อมกัน เฝือกแขน เคยใส่เฝือกขา หน้าแข้ง”... ใช่ เขาอาจเคยเจ็บมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เพราะมันอาจทำลายความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต 

“แม่ก็กลัวน้องจะเสียใจ” คุณแม่ณิศาภัทญ์ พูดเสริมขึ้นมา “แต่น้องก็ใจสู้ค่ะ ในความคิดแม่ แม่ก็ไม่เคยคิดให้เขาเลิก และเขาก็ไม่อยากเลิกด้วย”

“ผมโทรไปคุยกับคุณแม่ตลอดครับ เสียใจร้องไห้ แต่แม่ก็อยู่ข้างๆ” เทวินทร์ พูดถึงกำลังใจที่ดีที่สุดของเขา 

“เรื่องอาการบาดเจ็บที่ต้องผ่าตัด ตอนแรกผมก็เสียใจ แต่พอหลายคนยังสนับสนุน ผมจึงตั้งใจจะรักษาตัวเองให้เร็วที่สุด” 

“เราเล่นกีฬาต่อสู้ โอกาสบาดเจ็บมันก็มีอยู่แล้ว แต่ผมก็คิดว่า มันไกลหัวใจ เพราะเราอยากทำตามฝันให้ประสบความสำเร็จที่สุด”

...วันนี้ทั้งคุณแม่ผู้เป็นจุดเริ่มต้นให้เขาเข้าสู่วงการเทควันโด, คนอื่นๆในครอบครัว, ทีมสตาฟฟ์โค้ช, รุ่นพี่-รุ่นน้องในทีมชาติ ตลอดจนบริดจสโตน บริษัทด้านยานยนต์ และชิ้นส่วนขนส่งของญี่ปุ่น ที่ได้เข้ามาสนับสนุนเทวินทร์ หาญปราบ สู่โอลิมปิก 2020 ต่างร่วมส่งกำลังใจ และหวังให้เขากลับมาสู่เส้นทางการไล่ล่าความฝันสูงสุดของตัวเองอีกครั้ง   

“ทุกอย่างสำคัญมาก ถ้าไม่ได้องค์ประกอบจากคนรอบข้างสนับสนุน ผมอาจไปไม่ถึงฝัน นักกีฬาต้องการคนสนับสนุน เพราะแค่กำลังของนักกีฬาเองคนเดียวอาจไปไม่ถึงฝัน แต่ถ้ามีหลายๆคน ที่มาคอยสนับสนุน หรือผลักดัน เราก็มีโอกาสจะไปถึงได้ครับ” เทวินทร์กล่าวทิ้งท้าย ถึงมือที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเขา



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง