mainstand

Converse

สารานุกรมฟุตบอลไทย : เพจเล็กๆโดยคนขายข้าวที่อยากให้ “ฟุตบอลไทย” เป็นของทุกคน



โลกยุคปัจจุบัน ที่อินเทอร์เน็ต และโซเชียล เน็ตเวิร์ค มีบทบาทสำคัญ กับชีวิตมนุษย์ ช่องทางออนไลน์ กลายเป็นช่องทางสำคัญ ในการติดตามข้อมูล ข่าวสาร ที่ตัวเองต้องการ ได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว

 

ในอีกทางหนึ่ง อินเทอร์เน็ต ช่วยเปิดโอกาส ให้ใครหลายคน มีช่องทางของตัวเอง สามารถนำเสนอ เรื่องราวที่สนใจ สิ่งที่รัก สิ่งที่ชอบ เพื่อแบ่งปันข้อมูล ให้กับคนที่สนใจ ในสิ่งเดียวกัน

วสันต์ จันทร์ประนต คือคนที่หลงรัก ในวงการฟุตบอลไทย มาอย่างยาวนาน เขาเคยผ่านการทำงาน ในวงการฟุตบอลไทยมาไม่น้อย ก่อนจะกลับมาดูแลธุรกิจร้านอาหาร "ครัวทองสุข" ของครอบครัว รวมถึงใช้เวลาทุกเย็นหลังปิดร้าน มานั่งทำเพจบนเฟซบุ๊ก ที่ชื่อว่า “สารานุกรมฟุตบอลไทย”

ในขณะที่ อีกหลายเพจ อัพเดตคอนเทนต์ เรื่องราวในปัจจุบัน ทั้งผลการแข่งขัน ข่าวคราวการย้ายตัว ข่าวลือข่าวลับ ต่างๆนานา ในวงการฟุตบอลไทย เพจสารานุกรมฟุตบอลไทย มีแนวทางที่ต่างออกไป ด้วยการบอกเล่า เรื่องราวในอดีต ผ่านข้อมูล และสถิติต่างๆ ที่วสันต์ เป็นคนเก็บข้อมูล จดบันทึกด้วยตัวเอง

การนิยามความรู้สึก ที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แค่คำว่าชอบ หรือรัก อาจยังให้ความหมายได้ไม่เพียงพอ สำหรับวสันต์ อาจพูดได้ว่า เขาคือคนที่ “บ้า” ฟุตบอลไทย แบบถอนตัวไม่ขึ้น และอยากส่งต่อเรื่องราว ความรู้ออกไปด้วยความบ้าของเขา

 

เล่าถึงจุดเริ่มต้น ของเพจสารานุกรมฟุตบอลไทย หน่อยครับ

ตอนนั้น เล่นเฟซบุ๊กใหม่ๆเลย สักปี 2012 ที่ตั้งเพจ “สารานุกรมฟุตบอลไทย” ที่ผมใช้ชื่อนี้ เพราะผมอยากให้ตรงนี้ เป็นห้องสมุด ที่ให้ทุกคนมาแชร์ มาแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับฟุตบอลไทย

ผมมีความมุ่งมั่น ตั้งใจมากเลยว่า อยากเผยแพร่ เรื่องสถิติ ข้อมูล เรื่องราวตรงนี้ ของฟุตบอลไทยออกไป

 

ทำไมถึงอยากเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับ ข้อมูลในอดีต แทนที่จะเป็นปัจจุบัน

ผมคิดว่าเรื่องสถิติฟุตบอล เป็นสิ่งที่มีคุณค่า และเป็นสิ่งที่ขาดหายไปของฟุตบอลไทย 

ผมยกตัวอย่าง วงการฟุตบอลต่างประเทศ เขามีข้อมูลครบหมด เข้าไปเว็บสมาคมของหลายประเทศ มีข้อมูลบอกไว้หมดเลยนะ ว่านักเตะคนนี้ ติดทีมชาติ ไปแล้วกี่นัด แต่ข้อมูลตรงนี้ ของบ้านเรา มันไม่มี

หรืออย่างพวกข้อมูลสถิติต่างๆ ของฟุตบอลต่างประเทศ หาง่ายมาก เสิร์ชอินเตอร์เน็ต นิดเดียวเจอเลย มีเต็มไปหมด แต่ของบ้านเรา มีน้อยมากเลย ถ้าเทียบกับเขา

มีครั้งหนึ่ง ประมาณปี 2008 ผมอยากหาข้อมูลบางอย่าง เกี่ยวกับทีมชาติไทย ผมจำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร สุดท้ายผมหาเรื่องนี้ไม่เจอ ไม่ว่าจะไปดูเว็บต่างประเทศ เว็บทางการของฟีฟ่า หรือ วิกิพีเดีย ผมหงุดหงิดมาก คิดในใจว่า ทำไมไม่มีใคร เก็บเรื่องราวพวกนี้ไว้เลย

ผมไปหอสมุดแห่งชาติ ครั้งแรกในชีวิต เพื่อหาหนังสือพิมพ์เก่าๆ เผื่อว่ามีใครเคยเขียนเรื่องนี้ ลงเป็นข่าวเอาไว้ ซึ่งผมค้นเจอ และดีใจมากๆ

เหมือนกับว่า ผมได้แรงบันดาลใจ เริ่มต้นจากตรงนั้น รู้ถึงจุดมุ่งหมาย ที่เราอยากทำ สิ่งที่ผมทำมันจะอยู่ได้ตลอดไป มีเรื่องราวมากมาย เกี่ยวกับฟุตบอลไทย ที่คนรุ่นเก่า บันทึกเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง เพียงแต่ไม่มีใครนำบอกต่อ ส่งทอดเรื่องราวในอินเทอร์เน็ต ถ้าปล่อยเอาไว้ วันหนึ่งมันจะหายไป

 

เนื้อหาที่นำเสนอในเพจ เป็นแบบไหน

จริงๆมันก็เป็นเรื่องของสถิติ ข้อมูล ต่างๆ ที่ผมเก็บรวบรวมเอาไว้ เอามานำเสนอ บางเรื่องก็เป็นข้อมูล ที่พี่ๆท่านอื่น เคยได้เขียนบันทึกเอาไว้ แต่อาจจะไม่ค่อยมีใคร หยิบเอามาเล่า เอามาบอกต่อ 

อย่างจริงๆ ที่หอสมุดแห่งชาติ มีเรื่องราวฟุตบอลดีๆ อยู่อีกเยอะนะ แต่ไม่มีใครเอามาบอกเล่า ต่อออกไป

แต่ผมยอมรับว่า เรื่องข้อมูล สถิติ ในอดีต ไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลทุกคนจะสนใจ ก็เป็นเรื่องปกติ แฟนบอลย่อมต้องสนใจ ข่าวในปัจจุบันมากกว่า ทำให้เวลา ผมนำเสนอคอนเทนต์ในเพจ มันก็ต้องมีคอนเซ็ปท์ นำเสนอในการโพสต์

ข้อแรกคือ เรื่องที่ผมโพสต์ ต้องเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ ปัจจุบัน ให้มีความคอนเนคต์กัน เช่น ถ้าช่วงนี้เป็นช่วงการแข่งขันคัดเลือกฟุตบอลโลก ผมก็ต้องโพสต์เนื้อหาในอดีต เกี่ยวกับการคัดเลือกฟุตบอลโลก

สองคือ โพสต์เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีตของวันนี้ เช่นวันนี้ (วันที่สัมภาษณ์) เป็นวันที่ ดานโญ เซียกา ลงเล่นให้กับสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ครบ 100 นัด อย่างดานโญ เขาเป็นนักฟุตบอลคนที่สอง ที่ผมเริ่มเก็บสถิติตั้งแต่เริ่ม จนถึงวันที่เขาเล่นครบ 100 นัด ต่อจาก กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

 

นอกจากเรื่องราวเกี่ยวกับ ข้อมูลสถิติในอดีต มีอย่างอื่นอีกไหม ที่คุณบอกเล่าผ่านเพจ

มีๆ คือ ผมเขียนเรื่องราวน่ารู้ เกี่ยวกับวงการฟุตบอล ที่ผมได้เรียนรู้ ได้พบเจอมา อย่างสมัยก่อน ผมทำงานให้กับเอสซีจี เมืองทอง ช่วงที่เมืองทอง ไปแข่งขันรายการ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ผมก็จะได้ประสานงาน กับสโมสรฟุตบอลต่างประเทศ จาก ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน, ออสเตรเลีย พวกนี้ ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง จากตรงนั้นนะ ความเป็นมืออาชีพของเขา 

หรือแม้แต่สโมสร ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ของมาเลเซีย เขาก็มีความเป็นมืออาชีพ ที่สูงมาก ทั้งที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านของเรา ผมว่าเรื่องแบบนี้ เราเรียนรู้ได้นะ จากเรื่องราวต่างๆ ที่บ้านเราอาจจะขาดไป หรือไม่มี ผมก็อยากเอามานำเสนอ

 

มีเรื่องที่คุณประทับใจ เป็นพิเศษบ้างไหม 

มีเรื่องหนึ่ง ที่ผมโพสต์ลงหน้าเพจ ไปเมื่อไม่นานมานี้ เรื่องของคุณลุงคนหนึ่ง ชื่อ โทนี เคนเนดี (Toni Kennedy) ที่เป็นคิทแมน (คนดูแลเสื้อผ้าให้นักฟุตบอล) ของสโมสร ไบลธ์ สปาร์ตันส์ (Blyth Spartans) ทีมระดับนอกลีก ของอังกฤษ อยู่ดิวิชั่น 6 ประมาณนี้แหละ

ลุงคนนี้แกเป็นแฟนบอล ตามเชียร์ทีมนี้มานานแล้ว เป็นสิบๆปี จนสโมสรชวนให้แก มาทำงานด้วย ตอนปี 1991 แกเลือกมาทำตำแหน่ง เป็นคิตแมน แกก็ทำของแกไป เป็น 20 ปี จนปี 2012 สโมสรประกาศว่า ลุงคนนี้ทำหน้าที่คิทแมน ให้กับทีม ครบ 1,000 นัด

ที่ผมเล่าเรื่องนี้ เพราะสุดท้าย มันวนกลับมาถึงเรื่องสถิติว่า มันมีความสำคัญนะ แม้แต่สโมสรเล็กๆในอังกฤษ ที่อยู่ในลีกระดับกึ่งอาชีพ เขายังทำเรื่องอะไรแบบนี้

 

คุณมองว่าการเก็บสถิติมีความหมาย?

เรื่องที่ผมเล่าเมื่อกี้ ผมมองว่า การเก็บสถิติ มันคือการสะท้อนภาพ ของการทำงานแบบองค์กร อย่างทีมฟุตบอลนะ ว่าการเอาใจใส่คนในองค์กร เป็นเรื่องสำคัญ 

ผมมองว่า ตัวเลขพวกนี้ มันสะท้อนอะไรได้หลายอย่าง มองในแง่ของฟุตบอล ตัวเลขมันบอกได้ ว่าเราพัฒนา หรือถอยหลัง วันนั้น กับ วันนี้ในอดีต เราเปลี่ยนไปแค่ไหน

ไม่นับถึงพวกตัวเลข ที่สามารถคิดสถิติออกมา ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์นะ เช่น ใครวิ่งได้เท่าไหร่ เปอร์เซ็นต์ในการส่งบอล ดีแค่ไหน ผมว่ามันยิ่งทำให้ เรื่องของสถิติ มีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีก

 

เรื่องของข้อมูล สถิติ มีความหมายอย่างไร สำหรับตัวคุณ

ตอนเด็ก ผมมองว่า มันเท่ดี ผมเชื่อว่า ทุกคนสนใจเรื่องพวกนี้นะ อย่างน้อยก็อันดับดาวซัลโว (อันดับผู้ทำประตู) ผมก็สนใจ แบบนักเตะคนไหน ขึ้นบนตารางดาวซัลโว ก็รู้สึกว่า เฮ้ย นักเตะคนนี้มันเท่ดีนะ

ตอนนี้ผมมองว่า การเก็บสถิติพวกนี้ มันเหมือน เครื่องบันทึกความทรงจำ มากกว่า เมื่อเรามองสถิติ เราย้อนกลับไปดู มันก็จะทำให้เราจำได้ว่า มันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง 

จริงๆมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องของข้อมูลนะ แต่รวมถึง รูปภาพเก่าๆ ของแต่ละเหตุการณ์ด้วย เพราะถ้าไม่มีรูปภาพ เราก็โพสต์ไม่ได้ เนื้อหามันไม่ครบถ้วน

อย่างผม เพิ่งหาเจอ รูปภาพของนักเตะทีมชาติไทย ที่ไปเตะฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ครั้งแรก เมื่อปี 1974 ได้ไม่นาน ตอนผมไปหารูปนี้ ผมก็ได้ความรู้ข้อมูลมาด้วย รู้เลยว่า สมัยก่อน การจะเดินทาง ไปแข่งฟุตบอลต่างประเทศ มันยากขนาดไหน

ผมไม่แปลกใจ ที่ประเทศไทย ปฏิเสธ การไปร่วมแข่งขัน ฟุตบอลโลก ครั้งแรก ปี 1930 ที่อุรุกวัย ขนาดคัดเลือกบอลโลก ปี 1974 ผ่านมาอีก 40 กว่าปี ยังไม่อยากไปเตะกันเลย เพราะการเดินทางมันยากมากจริงๆ 

นี่คือที่ผมบอก แต่ละสถิติ แต่ละเรื่องราว ผมว่ามันมีเหตุการณ์ มันมีเรื่องเล่าของมัน ที่เราอยากบอกออกไป ผมคิดว่าถ้าคนได้อ่าน เรื่องพวกนี้ เขาน่าจะได้อะไร เหมือนที่ผมได้ เวลาค้นหา ข้อมูลเหล่านี้

 

แล้วคุณคิดว่า คนอ่านได้อะไร จากเพจของคุณไหม

ผมไม่ได้อยากให้คนอ่าน แค่มาอ่านเรื่องราวในเพจผม แต่อย่างที่ผมบอก ผมอยากให้เพจของผม เป็นเหมือนกับห้องสมุด ถ้าในแง่นี้ ผมมองว่า มันตรงกับความตั้งใจของผมอยู่นะ

มีนักฟุตบอลรุ่นเก่าๆ หลายคนมาให้ความรู้ หรือบางคนที่เขา สะสมหนังสือฟุตบอลเก่าๆ เขาส่งรูปภาพจากหนังสือที่ผมไม่มีมาให้ ให้ผมเอารูป ไปทำคอนเทนต์ในเพจ 

ผมไม่ได้คิดว่า ตัวเป็นคนที่เก่งที่สุด รู้เรื่องมากที่สุด ผมคิดว่าตัวผมเอง ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง จากเพจนี้

ผมอยากให้พื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ ที่เปิดให้ใครก็ได้ ที่สนใจเรื่องฟุตบอลไทย เข้ามาค้นคว้าความรู้ เอาไปใช้ประโยชน์ที่ต้องการ มันอาจจะมีใครสักคน เข้ามาอ่าน และวันข้างหน้า เขาไปทำงานเกี่ยวกับฟุตบอล เอาความรู้ตรงนี้ ไปปรับใช้

หรือคนที่ อาจจะเรียนอยู่ ทำวิทยานิพนธ์ เอาความรู้ตรงนี้ไปใช้ได้ แม้กระทั่งบางคน เขาอาจเอา ความรู้ตรงนี้ ไปใช้ในชีวิตประจำวันก็ได้ ผมเลยใช้พื้นที่ เพจของผม มาถ่ายทอด ข้อมูลสถิติ เรื่องราวทั้งหมด ที่ผมมี

 

คุณคิดว่า คนไทยควรมีพื้นที่ได้รับรู้เรื่องราว ของฟุตบอลไทย?

อย่างที่ผมบอกว่า เรื่องที่ผมเขียน มันไม่มีทาง ได้รับความนิยม เท่ากับข่าวในปัจจุบันหรอก อย่างผมลงเรื่องราวของนักเตะบางคนในอดีตไป แต่คนอ่านเขาไม่รู้จัก เขาก็คงไม่สนใจ


 

แต่ผมเชื่อว่า เรื่องราวที่ผมโพสต์ มันมีความหมาย อย่างข่าวที่ออกมาในแต่ละวัน มันน่าสนใจวันนี้ พรุ่งนี้มันอาจจะไม่น่าสนใจแล้วก็ได้ แต่สิ่งที่ผมโพสต์ ต่อให้ผ่านไป 5 ปี หรือ 10 ปี คุณค่าความหมายของมัน จะยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง และผมเชื่อว่าคนที่มาอ่าน โพสต์ของผม 10 ปีหลังจากนี้ เขาก็จะได้รับความรู้ ไม่ต่างจากคนที่อ่านในวันนี้


ผมอยากให้คนไทย มีพื้นที่ ที่สามารถให้ข้อมูล ที่ตอบความสงสัยของเขาได้ ดังนั้น สิ่งที่ผมสนใจมาก คือข้อมูลในเพจของผม หรือที่ผมมี สามารถตอบข้อสงสัยของเขาได้ไหม

ถ้าวันหนึ่งแฟนบอล มีข้อสงสัย เขาเสิร์ชคีย์เวิร์ด แล้วเจอบทความของผม เขาได้อ่านบทความของผม ตอนนั้นถือว่า สิ่งที่ผมทำประสบความสำเร็จแล้ว เพราะข้อมูลตรงนี้ มันจะอยู่ไปตลอด เพื่อให้ประโยชน์ กับคนที่สนใจ

 

อะไร คือ เป้าหมายของการทำเพจสารานุกรมฟุตบอลไทย?

ผมคิดว่า ผมก็อยากช่วยเผยแพร่ฟุตบอลไทย ผมเคยดูฟุตบอลไทย ในช่วงนึง ที่ไม่มีที่นั่ง มีแต่ที่นอน ผมคิดอยู่ตลอดว่า เมื่อไหร่วะ ฟุตบอลไทยมันจะบูม มันจะมีคนดู ฟุตบอลไทยจะเป็นมืออาชีพ ผมก็เฝ้ารอวันนั้น 

จนมาถึงวันที่ฟุตบอล มาอยู่ในช่วงเวลา ที่จุดกระแสติด ผมเลยคิดว่า ถ้าเราสามารถเป็น คนตัวเล็กๆ ฟันเฟืองเล็กๆ ที่ช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ในวันที่กำลังบูม ด้วยความถนัดที่เรามี สิ่งที่เรามี มันอาจนำไปต่อยอด ต่อไปได้ ในทางใดทางหนึ่ง

เวลาคนที่มาอ่าน โพสต์ในเพจของผม พิมพ์คำว่า “ขอบคุณ” ผมรู้ถึงคุณค่า ของมันเลยว่า สถิติพวกนี้ สามารถส่งต่อไป ให้คนรุ่นหลังได้ 

ผมเชื่อว่าสถิติพวกนี้ ที่ผมเก็บไว้ นักเตะคนนี้เล่นกี่นัด ยิงไปกี่ประตู มันสามารถถูกส่งต่อ เป็นแรงบันดาลใจ ให้กับคนรุ่นถัดไปได้

ผมอยากให้วงการฟุตบอลไทย ให้ความสำคัญเรื่องสถิติ ไม่ว่าจะเป็นทีมชาติ หรือสโมสรต่างๆ ทั้งใหญ่และเล็ก เป็นเกียรติประวัติให้กับนักเตะ 

ผมว่าเรื่องพวกนี้ มันสำคัญนะ การสร้างเกียรติประวัติ ความภาคภูมิใจให้นักเตะ อาจมีคุณค่า มากกว่า เงินเดือนที่ได้รับเสียอีก

 

แพสชั่นของคุณ กับการทำเพจนี้ ยังคงเต็มร้อยอยู่ไหม

มันก็มีช่วงเวลาที่ผมท้อบ้าง เวลาโพสต์ข้อมูลไป สรุปไม่มีคนอ่าน (หัวเราะ) หรือเวลาโดนก็อปงาน ไปลงที่อื่น ผมจะโมโหมาก

แต่ผมก็คิดว่า ช่างมัน เราไม่ได้ทำเพจนี้ เพื่อหาผลกำไร เราทำด้วยจุดประสงค์อื่น 

ที่ผมทำตรงนี้ มันเหมือนกับความรัก ถ้าคุณรักอะไรสักอย่างมากๆ คุณทำสิ่งนั้นได้ โดยไม่มีข้อแม้ เป็นความรักที่ไม่ได้หวังผลตอบแทน

ผมมองว่าตัวเอง เป็นแค่แฟนบอลคนหนึ่ง ที่อยากทำอะไร ให้วงการฟุตบอลไทย 

บางคนถนัดถ่ายภาพ ก็ไปเป็นช่างภาพ อย่างคุณถนัดเขียนบทความ คุณก็มาเขียนบทความ

แต่ผมเชื่อว่า ทุกคนมีจุดเริ่มต้น ที่เหมือนกัน คือเป็นแฟนฟุตบอล และรักฟุตบอลไทย



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง