mainstand

Voice of People

ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ : ผู้ว่าฯปัตตานีที่เชื่อว่าสันติสุขเกิดขึ้นได้ด้วยฟุตบอล



ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ในความคิดของคุณ ต้องเป็นคนอย่างไร ?


 

ใส่สูทผูกไทด์ มากด้วยบารมี และอยู่ในห้องทำงานของหน่วยงานราชการ ท่ามกลางการอารักขาปลอดภัย คอยคุ้มกันหนาแน่นยามออกนอกพื้นที่ 

หรือ ชายผู้ยิ้มแย้มแจ่มใส ลงพื้นที่พบปะประชาชน และมักพาตัวเองอยู่ในสนามบอล โดยปราศจากกำลังทหาร ตำรวจ มาดูแลความปลอดภัย แม้แต่คนเดียว 

ถ้าคำตอบคือ อย่างหลัง บางทีภาพของ ปัตตานี ในความคิดของใครๆหลายคน อาจไม่เหมือนกับความเป็นจริง ที่เกิดขึ้น ในจังหวัด มีผู้คนหลากหลาย วิถีชีวิต อยู่ร่วมกันแบบ พหุวัฒนธรรม 

เป็นเวลา 10 ปี ตามอายุราชการที่ ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าฯ จังหวัดปัตตานี ประจำการและทำงานอยู่ในพื้นที่ความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

ช่วงเวลาดังกล่าว คงยาวนานมากพอ ที่จะทำให้ คนๆหนึ่ง เรียนรู้ เข้าใจ ความเป็นจริงในพื้นที่ชายแดนด้ามขวานไทย และมันคงนานพอที่ทำให้ ใครสักคน ผูกพัน จนยอมเสียสละเวลา และความสุขส่วนตัวนอกเวลางาน มาอีกหนึ่งภารกิจ

ด้วยความเชื่อว่าที่ว่า “ฟุตบอล” จะช่วยทำให้ สันติสุข และความมั่นคง เกิดขึ้นที่นี่

 

“โค้ชนายอำเภอ” 

พ.ศ.2549 เป็นปีจุดเริ่มต้น การเข้ามาทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ของ ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ปลัดอำเภอ ที่ถูกโยกมาช่วยราชการ ในศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จากนั้นปีต่อมา เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นนายอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี 



Photo : Pattani FC

แม้จะมีภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัด นครศรีธรรมราช และอยู่ในภาคใต้เช่นกัน แต่เขาก็ยอมรับว่า ในตอนแรก เขาแทบไม่มีความรู้ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงปัญหาที่ประชาชนพบเจอ ดังนั้นวิธีการที่ นายอำเภอป้ายแดงคนนี้ เลือกทำ คือ การลงพื้นที่ โดยใช้กีฬาฟุตบอล เป็นสะพานเชื่อม

“ตอนที่ผมเริ่มมาทำงานในชายแดนใต้ ผมยอมรับว่า แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลย ได้ศึกษาผ่านเอกสารเท่านั้น ก็เริ่มมาคิดว่า ทำอย่างไร ? เราถึงจะสามารถเข้าถึงประชาชน และเข้าใจพวกเขาให้ได้มากที่สุด สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นก็คือ ผู้คนที่นี่ชอบฟุตบอลมาก แต่ยังขาดโอกาส และไม่มีใครมาสนับสนุน”

“ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบฟุตบอล และเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก ก็ตัดสินใจอาสาลงมาทำทีมฟุตบอลเยาวชนของจังหวัดปัตตานี ตั้งแต่ปีแรกที่ได้เป็นนายอำเภอ โดยไปเฟ้นหานักฟุตบอลเด็กๆ จากแต่ละอำเภอ มารวมทีมกัน โดยผมทำหน้าที่เป็นโค้ชทีมจังหวัด รุ่นอายุ 17 ปี และโค้ชทีมฟุตบอลนักเรียนของจังหวัด รุ่น 18 ปี”


Photo : Pattani FC

ความชอบในกีฬา เป็นสิ่งที่ไม่ได้บรรจุในหลักสูตรข้าราชการใดๆ แต่ฝังอยู่ในตัวของ ไกรศร มาตั้งแต่วัยเยาว์ เขาเคยฝึกหัด มวยไทย รุ่นราวคราวเดียวกับตำนานนักชกเมืองไทย “ตลาดแขก เพชรเมืองตราด” และช่วงวัยรุ่น ก็เคยผ่านการเล่นฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ประเภท ง. มาแล้ว 

การได้มองเห็นเยาวชนในพื้นที่ จ.ปัตตานี มีความหลงใหลในกีฬาลูกหนัง ยิ่งปลุกไฟในตัว นายอำเภอไกรศร ที่ไม่ว่าในช่วงเวลา 6 ปีนั้น เขาจะวนเวียนไป ทำหน้าที่อยู่ตรงไหนของจังหวัด (เป็นนายอำเภอ 3 อำเภอ ได้แก่ ยะหริ่ง, เมือง และสายบุรี)  เขาก็จะต้องหาเวลาว่างไปฝึกสอนฟุตบอลแก่เด็กๆเสมอ

“ตอนนั้น ผมเป็นทั้งนายอำเภอ และโค้ชฟุตบอล ใช้เวลาคลุกคลีกับเด็กเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงที่เป็นนายอำเภอสายบุรี ผมทำทีมจริงจัง ส่งทีมเยาวชนไปแข่งขันทั้งในระดับจังหวัด และภูมิภาค คนที่นั่นจะเรียกผมว่า ‘โค้ชนายอำเภอ’” 

“เราเคยได้แชมป์ฟุตบอล กีฬานักเรียน เขต 9 สอง-สามสมัย รวมถึงเสนอท่านผู้ว่าฯ ให้มีการจัดตั้ง ปัตตานี ลีก ที่ให้ทุกอำเภอส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ก็ทำแบบนี้อยู่หลายปี”

“เชื่อไหมว่า มีคุณครูคนหนึ่งเคยเล่าว่า ตอนที่เขาถามนักเรียนว่า ‘รู้ไหมนายอำเภอ มีหน้าที่ทำอะไร’ เด็กตอบพร้อมกันทั้งห้องเลยว่า ‘สอนฟุตบอล’ เหมือนเด็กเข้าใจว่า หน้าที่นายอำเภอ คือ การสอนฟุตบอล (หัวเราะ)”

 

ผู้ว่าฯข้างสนามบอล 

เวลาผ่านไป 3 ปี ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ในฐานะนายอำเภอ และคนที่คลุกคลีกับการทำฟุตบอลระดับเยาวชนในจังหวัด ก็ได้เข้ามาเป็น หนึ่งในบอร์ดบริหารของ สโมสร ปัตตานี เอฟซี ที่ก่อตั้งปี พ.ศ.2552 เพื่อส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 (เดิม) โซนภาคใต้


Photo : Pattani FC

เด็กจำนวนมากในจังหวัด ได้ต่อยอดจากฟุตบอลระดับเยาวชน สู่ลีกอาชีพ แม้ในช่วง 3-4 ฤดูกาลแรก เขาจะยังไม่ได้ลงมาช่วยสโมสรอย่างเต็มกำลังนัก เพราะยังดูแลการทำทีมเยาวชนในจังหวัด แต่ต่อมา ไกรศร ก็ได้เข้ามาช่วยดูแลเป็น รองประธานฝ่ายเทคนิคของสโมสร

“จริงๆ กีฬาเป็นส่วนหนึ่งที่เราใช้เพื่อเข้ามาแก้ปัญหา แต่พอได้คลุกคลี ก็เกิดความผูกพันกับ ผู้คนในจังหวัด ผ่าน ตัวเด็กนักกีฬา, ครอบครัว, ผู้ฝึกสอน คนรอบข้าง จนได้เรียนรู้ว่า ความปกติสุขในชีวิตตามวิถีทางของพวกเขาเป็นอย่างไร ?”

“ผมมีมอตโตในการทำงานว่า ‘เมตตา อภัย จริงใจ เป็นธรรม’ ผมใช้ฟุตบอล เพื่อไปปรับความเข้าใจ และทำให้พวกเขาเคารพซึ่งกันและกัน จากแต่เดิมเวลา ปัตตานี มีบอลแข่ง ก็มักจะทะเลาะกันเอง โดยเฉพาะการเจอกันระหว่างอำเภอ” 

“แต่พอเป็นทีมกีฬาอาชีพ เขาต้องรู้จักน้ำใจนักกีฬา การทำงานเป็นทีม และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นั่นเป็นเหตุผลที่ผมเสนอตัว เข้าไปทำงานฝ่ายเทคนิค เพื่อจะได้เป็น คนตัดสินใจว่าจะเลือกหรือไม่เลือกเยาวชนคนไหนขึ้นมา จนเป็นที่รู้กันว่า ถ้าเด็กคนไหนไม่มีวินัย ไม่ขยัน ไม่เชื่อฟัง ต่อให้เก่งแค่ไหน โค้ชนายอำเภอจะไม่รับเข้าทีม”



Photo : Pattani FC

จากภารกิจนอกเวลางาน สู่ความรับผิดชอบที่ต้องเป็น ฟันเฟืองหนึ่งในการบริหาร สโมสรฟุตบอลประจำจังหวัด  แม้เป็นงานที่ท้าทายความสามารถ นายอำเภอไกรศร รวมถึงทีมงานทุกคน แต่ท้ายที่สุด สโมสรฟุตบอลแห่งนี้ ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนคลับในจังหวัด

เหตุผลสำคัญมาจากการที่ ผู้บริหารทีม ต่างเข้าใจว่าแฟนบอลต้องการดูฟุตบอลแบบไหน ดังนั้นสไตล์การเล่นของทีมปืนใหญ่ลังกาสุกะ จึงเน้นไปที่การเล่นเกมรุกรวดเร็ว ควบคู่กับการสร้างเยาวชนในพื้นที่ขึ้นมาประดับทีมชุดใหญ่ โดยนำเรื่องของระบบวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยปรับใช้ 

กระทั่งในปี 2558 ไกรศร ถูกย้ายไปทำหน้าที่ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นราธิวาส เป็นเวลา 1 ปี ก่อนโยกมารับบท รองเลขาธิการฯ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อีก 2 ปี ทำให้เขาห่างหายไปจากการช่วยงานสโมสร ปัตตานี เอฟซี 

จนมาในช่วงกลางปี 2561 ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ได้หวนกลับมาทำงานที่ จ.ปัตตานี อีกครั้ง ในตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมกับคัมแบ็กทีมบริหารสโมสรปัตตานีฯ ในบทบาท ที่ปรึกษาสโมสร 

“จริงๆก็ผมไม่ได้ช่วยอะไรในทีมมากหรอก เพราะทุกคนเขามีศักยภาพอยู่แล้ว หน้าที่หลักๆ อาจเป็นแค่คนที่คอยประสาน และเชื่อมทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน พอได้กลับมาคราวนี้ก็เห็นว่า ทีมมีความเปลี่ยนแปลงมากพอสมควร"

“ต้องมาปรับกระบวนการ พยายามให้นักฟุตบอลเล่นให้ประทับใจคนดู และเน้นย้ำให้เขาไปหมั่นเพิ่มทักษะความสามารถของตัวเอง ส่วนทีมโค้ช เรามีการพูดคุยกันตลอด แลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างใกล้ชิด เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่ศึกษาฟุตบอลมาไม่น้อย”


Photo : Pattani FC

ผู้ว่าฯ เล่าว่า เขามีม้วนเทปวีดิโอ และซีดีสอนฟุตบอลมากกว่า 100 แผ่น ที่สั่งซื้อมาจากเมืองนอก เพื่อใช้ศึกษา ตั้งแต่สมัยยังทำงานเป็น นายอำเภอ โดยมี เจอร์เกน คล็อปป์ เฮดโค้ชลิเวอร์พูล เป็นกุนซือที่เขาชื่นชอบ 

ใครจะไปเชื่อว่าจากความคลั่งไคล้ในการศึกษาแทคติกโค้ช และคลุกคลีกับการทำงานสอนฟุตบอลเยาวชน จะทำให้ ผู้ว่าฯ ไกรศร ได้รับความวางไว้ใจจากสตาฟฟ์โค้ชในทีม ให้รับบทเป็น “เฮดโค้ชชั่วคราว” คุมทีมข้างสนามถึง 2 ครั้ง ในฤดูกาลนี้ 

“ผมว่าสิ่งที่ยากสุดของการเป็น โค้ชฟุตบอล คือการสื่อสาร เพราะเรื่องแท็คติก ความรู้ด้านฟุตบอล สมัยนี้เปิดในอินเตอร์เนตก็เจอแล้ว แต่การจะถ่ายทอดแท็คติก วิธีการเล่นให้นักฟุตบอลเข้าใจ เป็นทักษะเฉพาะตัวของโค้ชแต่ละคน”

“ส่วนการคุมทีม (ปัตตานี เอฟซี) ข้างสนาม เป็นเรื่องสถานการณ์จำเป็นมากกว่า อย่างนัดแรกที่ไปเยือน หาดใหญ่ ซิตี้ ตอนนั้นเฮดโค้ชเราติดภารกิจต้องไปทำทีม กองทัพภาคที่ 4 ซึ่งเวลาแข่งตรงกัน  สตาฟฟ์โค้ชก็ขอว่า ‘ท่านผู้ว่าช่วยหน่อย’ อาจเพราะเขาเห็นว่า เราเคยทำบอลมา ซึ่งก็ต้องขอบคุณสตาฟฟ์โค้ช และนักฟุตบอลในทีมที่มีสปิริตสูง เล่นตามที่ผมวางแผนไว้ นัดนั้นเราชนะ 2-0”


Photo : Pattani FC

“ส่วนนัดสอง ตอนนั้นเฮดโค้ชออกไปพอดี ก็ยังหาโค้ชใหม่ไม่ได้ เหลือเวลาแค่ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนเกมแข่ง ก็เลยเข้ามาช่วยอีกนัด ที่เจอ ยาลอ ซิตี้ แผนของผมไม่ได้มีอะไร ก็บอกน้องๆว่า ‘ถ้าเราอยากเล่นฟุตบอลให้สนุก โดยที่ไม่ต้องเหนื่อย และไม่แพ้แน่นอน ขอให้เล่นแบบที่พี่บอก’”

“สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องรู้ว่า คู่แข่งเล่นสไตล์ไหน มีตัวทีเด็ดเป็นใคร และสื่อสารกับลูกทีมให้เป็น อย่างเช่น ถ้าทีมที่เราเจอ เน้นการเล่นบอลสวนกลับ ใช้มิดฟิลด์วางบอลยาวจากแดนหลัง เราก็ต้องบอกกองหน้าตัวต่ำว่า ‘น้อง วันนี้พี่ขอให้เอ็งทำหน้าที่เพิ่มอีกอย่าง เวลาเสียบอล ช่วยลงมาไล่บอล คอยดีเลย์เกม ทำลายจังหวะการเปิดบอลยาวเขาหน่อย’ อะไรประมาณนั้น นัดสองก็ชนะไปอีก 2-0”

 

ความมั่นคงที่แท้จริง 

ความสงบสุข และชีวิตที่มีความปลอดภัย มั่นคง ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผู้คนในพื้นที่ปรารถานาให้เกิดขึ้น ในมุมของ ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ เขาเชื่อว่า กีฬาฟุตบอล มีอิทธิพลมากพอ ที่จะเชื่อมโยงผู้คน ในสังคมพหุวัฒนธรรม ให้ได้ใช้เวลาและเรียนรู้อยู่ร่วมกัน ในช่วงเวลา 2 ชั่วโมงของเกม 

รวมถึง จุดประกายให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดหันมาเล่นกีฬา โดยมี ปัตตานี เอฟซี เป็นสโมสรที่พร้อมให้โอกาสพวกเขาได้เริ่มต้นต่อยอด


Photo : Pattani FC

“ผมเชื่อว่า ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด มีความเป็นนักพัฒนาและนักบริหารอยู่ในตัว เพียงแต่ผู้ว่าในสามจังหวัดชายแดนใต้ อาจต้องเพิ่มเติมเรื่องความมั่นคง เข้ามาเป็นธงในการพัฒนา หากยึดตามทฤษฎีความต้องการของมนุษย์ 5 ขั้นของ อับราฮัม มัสโลว์ ก็จะพบว่า มนุษย์ต้องการปัจจัย 4 เป็นขั้นแรก”

“ขั้นสอง มนุษย์ต้องการความปลอดภัย จากนั้นก็ต้องการความรัก การยอมรับ และการประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง เป็นขั้นสูงสุด ดังนั้นผมคิดว่า ฟุตบอล คืออาชีพที่มั่นคง เพราะทำให้เขาได้รับความปลอดภัย มีคนรัก มีรายได้เลี้ยงดูตัวเอง ครอบครัว และประสบความสำเร็จในอาชีพได้”

“ความมั่นคง เท่ากับ ความยั่งยืน เมื่อเป็นเช่นนี้ การทำสโมสรฟุตบอล จึงต้องทำให้ครบวงจร มองให้ทะลุ เพื่อให้สโมสรยั่งยืน สิ่งที่ ปัตตานี เอฟซี ทำในตอนนี้ คือการทำทีมฟุตบอล ที่พร้อมให้โอกาสเยาวชน ไม่ใช่เสริมแต่นักเตะดังๆอย่างเดียว และทำให้เขาได้ตระหนักว่า ฟุตบอลสามารถยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่เขา และเมื่อไหร่ที่เขาสามารถไปเล่นในระดับที่สูงกว่าได้ สโมสรก็ยินดีสนับสนุนให้เขาได้เติบโตในเส้นทางอาชีพ”


Photo : Pattani FC

ไม่ว่าใครจะมอง ปัตตานี เป็นอย่างไร ? แต่ทุกครั้งที่ ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ยืนอยู่ข้างสนามในเมืองปัตตานี เขายังคงสัมผัสได้ถึง สันติสุข ความสงบ และการมีส่วนรวมกันของผู้คนในจังหวัด โดยที่ไม่ต้องมีด่านตรวจตรา ความมั่นคง หรือกำลังทหาร ตำรวจ มาคอยคุ้มกัน 

อย่างที่ภาพในจินตนาการที่ หลายๆคน หวาดระแวงและหวั่นกลัว เมืองที่งดงามแห่งนี้…

“ปัตตานี คงเปรียบเหมือนเจ้าเงาะป่า ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะมองว่า นี่คือ เจ้าเงาะ หรือ พระสังข์ที่ถอดรูปมาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมสามารถพูดได้ก็คือ ประชาชนทุกคนที่นี่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ความใฝ่ฝัน พวกเราต่างต้องการความสุข และสันติสุข และผมก็เชื่อว่า ฟุตบอล จะเชื่อมโยงผู้คนจากที่ต่างๆ และช่วยถอดเจ้าเงาะ ให้ทุกคนได้เห็นถึงเนื้อในที่แท้จริง”

“คำหนึ่งที่ผมยึดมาเสมอ ก็คือ ถ้าอยากมีความสุข ให้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ หากอยากประสบความสำเร็จ ให้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก ผมชอบฟุตบอล และรักในงานบริหารดูแลพี่น้องประชาชนในชายแดนใต้ ผมไม่ได้รู้สึกมันเป็นหน้าที่ ผมมีความสุขและรักในสิ่งที่ตัวเองทำ”



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง