mainstand

Inspiration

จณัตว์ ลักษณสมพงศ์ : นักเรียนป.โทจากอเมริกา ผู้หวังสร้างยุคใหม่ให้มวยสากลอาชีพไทย



ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์ ไม่มีความรู้เรื่องนั้นๆ มีแค่ใจอยากลงมือทำ แต่กลับได้โอกาส คุณจะเลือกคว้ามันด้วยความกล้าหาญ หรือคุณจะปฏิเสธมันเพราะความกลัวที่จะล้มเหลว? 
 

 

คำถามนี้ตอบได้ง่ายๆ จากปากของเด็กหนุ่มหัวนอกดีกรีปริญญาโทจากสหรัฐอเมริกา นัท - จณัตว์ ลักษณสมพงศ์ วัย 30 ปีที่ปัจจุบันเป็นฝ่าย Boxing & Event Operation แห่งนครหลวงโปรโมชั่น และผู้จัดการโปรเจคต์ WP Boxing เขาไม่มีความรู้เรื่องมวยโลก เขาไม่มีความรู้เรื่องเบื้องหลังวงการมวยสากอาชีพไทย อันที่จริงมวยไม่ใช่กีฬาโปรดของเขาด้วยซ้ำ 

แต่แค่เพราะคำว่าอยากทำอะไรให้แตกต่าง และเป็นไปตามความคิดที่ใจอยากให้เป็น ทำให้เขาเลือกรับข้อเสนอ และลงมือทันที… เขาเป็นผู้คิดและขับเคลื่อนโปรเจ็คต์สำคัญๆ ของนครหลวงโปรโมชั่น ต้องการนำสิ่งใหม่ๆ มาสู่วงการมวยสากลอาชีพไทย ก้าวข้ามแนวทางเดิมๆ และถ้าคุณพอจะเป็นคอมวยสักหน่อย คงจะเห็นมาบ้างว่า ภาพลักษณ์มวยสากลอาชีพไทยบางรายการดูเปลี่ยนไปในทิศทางใดบ้างในรอบ 1 ปีกว่าๆที่ผ่านมา…  

Main Stand มาคุยกับเขาถึงค่ายนครหลวงโปรโมชั่น 

 

ก่อนอื่นเล่าถึงความผูกพันระหว่างคุณกับวงการมวยหน่อย 

ไม่มีเลย ก่อนหน้านี้บอกเลยว่าดูมวยน้อยมาก น้อยมากจนเรียกว่าแทบไม่ได้ดูเลยด้วยซ้ำ แต่ก็เคยได้ยินชื่อค่ายมวยนครหลวงนะ เพราะว่าคุณปู่เปิดทีวีมวยดูไง ตอนเด็กๆ ชื่อก็จะติดหู 

แต่พื้นฐานเราก็เล่นกีฬาอยู่แล้ว เติบโตมากับกีฬา เพราะว่าพ่อเป็นนักรักบี้ทีมชาติ ก็เลยปลูกฝังให้ชอบกีฬา ผมเองก็เล่นรักบี้มาตลอดตั้งแต่เรียนที่วชิราวุธวิทยาลัย จนสมัยเรียนจุฬาฯ 

แล้วคุณเข้ามาวงการมวยมาได้ยังไง? 

จริงๆ จุดเริ่มต้นที่เข้ามาสู่วงการมวยสากลอาชีพ คือ ผมกำลังเรียนปริญญาโท ด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์อยู่ที่อเมริกา (มหาวิทยาลัยโกลเดน เกต - Golden Gate University) ตอนนั้นก็ใกล้จะจบแล้ว เริ่มหางานอยู่ที่นั่น เผอิญแบงค์ (เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ - ผู้ประสานงานฝ่ายต่างประเทศนครหลวงโปรโมชั่น) ไลน์มาชวนผมไปช่วยเป็นทีมงานให้พี่แหลม - ศรีสะเกษ ป้องกันแชมป์โลกที่แอลเอ กับโรมัน กอนซาเลซ - ผมกับแบงค์ เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนจุฬาฯ แล้วเราก็ไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกาเหมือนกัน อยู่คนละเมืองนะ แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่ - ก็รู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ดี เพราะว่าพี่แหลม นักมวยชาวไทยมาป้องกันแชมป์โลกที่อเมริกา ถ้าเราได้อยู่ในบรรยากาศที่แบบนั้นมันน่าจะสุดยอด มันเป็นประวัติศาสตร์ เราก็ไปทำหน้าที่ยกน้ำ เป็นวอเตอร์บอยอะไรแบบนั้น (หัวเราะ) เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าเลย เราก็บอกแบงค์ว่ามีไรให้ช่วยบอกได้เลยนะ ทั้งเตรียมน้ำ เตรียมน้ำแข็ง อันที่จริง ตอนนั้นแบงค์ แค่อยากหาคนที่สื่อสารไทย - อังกฤษ ที่ไว้ใจได้มาช่วยประสานงานมากกว่า 

พอเรียนจบแบงค์ ก็ชวนเรามาทำมวยด้วย เขาบอกว่ามาเปลี่ยนแปลงวงการมวยกัน แล้วก็เออ… จริงๆ ก็แค่นั้นเลยนะ (หัวเราะ) 

ติดตามเรื่องราวของ แบงค์-เธียรชัย : กาแฟแก้วนั้น ที่กรุยทางพา ‘ศรีสะเกษ’ เป็นแชมป์โลก ที่นี่ 

 

ใจคุณอยากทำงานในวงการกีฬาอยู่แล้ว? 

พอแบงค์พูดว่าอยากจะเปลี่ยนแปลงวงการมวยสากลอาชีพให้ดูทันสมัย…จะทำให้มันดูดีขึ้น เราก็สนใจ

ตอนไปเรียนที่อเมริกาก็รู้สึกมีความสุขกับชีวิตที่นั่นมาก เพราะคนอเมริกันบ้าอเมริกัน เกมส์ สุดๆ เราไปดูทุกกีฬาทั้งเบสบอล, บาสเกตบอล, อเมริกันฟุตบอล แต่บาสฯนี่ไปดูบ่อยหน่อย เพราะว่าอยู่ ซานฟรานซิสโก โกลเดน สเตท วอริเออร์ ก็กำลังมา และคนที่เมืองเขาจะบ้าเวลาวอริเออร์แข่งมาก เราก็เคยคิดว่า อยากให้เมืองไทยมี Culture การเชียร์กีฬาแบบนั้นบ้าง ไป Hang out ตามสนามกีฬา แทนการนั่งแถวทองหล่อบ้างก็ดี มันเป็นความฝันไง  

ด้วยความที่เราชอบกีฬา ตอนนั้นวอริเออร์ (ทีมบาสเกตบอล NBA) เปิดรับสมัครฝึกงาน เราก็เคยส่งใบสมัครไป แต่เงียบ (หัวเราะ) พอแบงค์ ชวนเราก็เลยมาทำก็ตัดสินใจมาทำด้วย ก็อยู่ในไลน์กีฬาเหมือนกัน  

ทำไมต้องเป็นคุณล่ะ ทั้งที่ไม่มีความรู้เรื่องมวย? 

แบงค์ อยากได้เราเข้ามาช่วยสร้างอะไรใหม่ๆ เพราะเราไม่มีความรู้เรื่องมวยเลยเนี่ยแหละ เขาต้องการคนที่มีมุมมองใหม่ๆ ฉีกให้ไม่เหมือนเดิม แพสชั่นในการทำกีฬา มันไม่จำกัดแค่กีฬาใดกีฬาหนึ่ง แต่เราเอาสิ่งที่ดีๆของกีฬาอื่นๆ ในแต่ละประเภทมาประยุกต์ใช้ให้มวยมันดูน่าสนใจขึ้นได้เหมือนกัน ยอมรับว่าช่วงแรกๆ ก็จะงงๆ หน่อย แต่ผมกับแบงค์ก็คุยกันเยอะ ทำความเข้าใจกัน แชร์ไอเดียกัน 

พอเริ่มจับทางได้ หมายถึงเข้ากับวิธีการทำงานของแบงค์ เข้ากับทุกคนในทีม ก็เริ่มรู้แล้วว่าเขาคิดยังไง เขาทำงานกันยังไง เราก็เริ่มปรับตัวได้ เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น ค่อย ๆ พัฒนากันไป มันเหมือนเรามาเรียนรู้อะไรใหม่ เราต้องเปิดรับให้เยอะที่สุด 

ภารกิจแรกของคุณเป็นอย่างไร ยาก-ง่ายแค่ไหน?

ภาพลักษณ์วงการมวยระยะหลัง มันไม่ดีเท่าไหร่ ทำให้คนดูน้อย พอคนดูน้อย ก็มีคนจัดน้อยลงอีก ประหยัดงบอีก ก็เลยยิ่งแย่ลง เราคุยกันว่าเรามาดึงภาพลักษณ์ให้มันดูดีขึ้น จัดให้เท่ เท่แล้วให้มีคนดูเยอะขึ้น เท่ให้มีสปอนเซอร์เพิ่มมากขึ้น โดยใช้โมเมนตัมจากความสำเร็จของพี่แหลม (ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น - ตอนนั้นยังถือเข็มขัดแชมป์โลกอยู่) เราเริ่มศึกษาว่ามวยเมืองนอกมีอะไร เมืองไทยไม่มีอะไร วิธีถ่ายทอดสดของต่างประเทศเป็นยังไง Flow ของรายการเป็นยังไง วิธีพรีเซนต์ที่จะทำให้คนกีฬาชอบ และด้วยความที่เราชอบดูกีฬา โดยเฉพาะตอนอยู่ที่อเมริกานั่นแหละ เราก็ย้อนกลับไปนึกว่ามันน่ามีอะไรเอามาใช้กับมวย ทั้งแสง สี เสียง 

บางสิ่งบางอย่างเรามองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นเรื่อง ริงเกิร์ล (Ring Girl) ตั้งแต่เกิดมา ผมยังไม่เคยเห็นการชกมวยสากลอาชีพในไทยมีริงเกิร์ล เพราะเป็นความเชื่อว่าไม่ควรมี แต่ฝรั่งเขากลับมีได้ และมันก็ดูมีสีสัน เราก็นำริงเกิร์ลเข้ามาใช้ในการจัดการแข่งขัน WP Boxing ที่นครหลวงโปรโมชั่น จัดร่วมกับ Workpoint บ้าง มันก็ได้กระแสตอบรับที่ดี 

แล้วอะไรที่เรียกได้ว่าเป็นงานมาสเตอร์พีซในการพลิกโฉมวงการของคุณ? 

จริงๆ มันก็เป็นไอเดียของหลายๆ คน เป็นไอเดียของแบงค์ด้วย เราคุยกันตั้งแต่ตอนผมยังอยู่ที่อเมริกา มันเริ่มจากความคิดของแบงค์ ที่เห็นว่าพวกนักมวยจากโรงเรียนกีฬา มีเบสิกที่ดีอยู่แล้ว และก็มีเยอะมาก แต่ปีๆนึง มีนักมวยสากลสมัครเล่น ที่ได้ไปต่อในระดับทีมชาติไม่กี่คน ที่เหลือก็ไม่ได้มี Career Path (เส้นทางอาชีพ) ให้ไปต่อ ก็เลยคิดจะจัดการแข่งขันสำหรับเยาวชนขึ้นมา เพื่อให้พวกเขามีเวทีต่อยอด ก้าวมาเป็นนักมวยอาชีพได้ โลกของมวยสมัครเล่นโรงเรียนกีฬามันไม่เคยมีสะพานเชื่อมต่อไปมวยอาชีพ เราต้องการสร้างระบบนิเวศ (Eco-System)

เราก็เลยเริ่มสอบถามหาข้อมูลว่าเขามีแข่งกันที่ไหนยังไงบ้าง และประมาณเดือนมีนาคม ปี 2018 ก็มีแข่งกีฬาเยาวชนที่จังหวัดน่านพอดี เราก็ไปเลย อย่างน้อยเราไปเจออาจารย์จากโรงเรียนต่างๆ ขอพูดคุย ขอคำปรึกษาแนะนำ เสนอโปรเจ็คต์ แล้วก็ขอเบอร์ติดต่ออะไรแบบนี้ เหมือนไปเก็บข้อมูล

ยากไหมงานนี้? 

คนชอบคิดว่าวงการมวย เป็นวงการมาเฟีย ค่อนข้างน่ากลัว เราเองก็คิดแบบนั้น แต่พอได้มาสัมผัสจริงๆ แล้ว มันไม่มีอะไรเลย ทุกคนคุยได้ตามปกติ ให้ความร่วมมือดี จริงๆ ผมโชคดีอย่างนึงด้วย ตอนขึ้นเครื่องบินไปจังหวัดน่าน ผมนั่งข้างพี่สมจิตร (จงจอหอ) พอดี พี่สมจิตร ต้องไปเป็นพิธีกร เราก็ได้คุยกับพี่เขาสั้นๆ บอกพี่เขารู้ว่าเราจะไปทำอะไร แกพูดออกกลางระหว่างรายการเลยว่า ‘มีแมวมองจากนครหลวงมานะ’ เราก็เลยได้เข้าไปคุยกับครูของแต่ละโรงเรียนได้ง่ายขึ้น วันนั้นได้มาประมาณ 5 โรงเรียนที่สนใจ มีอ่างทอง, อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, ตรัง, และพิษณุโลก 

เราเชื่อในศักยภาพของเด็กว่ามีเบสิกดีอยู่แล้ว เพราะพวกเขาเรียนโรงเรียนกีฬา มาสายนี้โดยเฉพาะ แต่ก็มีคำถามที่อยู่ในใจตอนนั้น ที่เป็นเควสชั่นมาร์คใหญ่เลยคือว่า ถ้าเด็กกับเด็กโรงเรียนกีฬามวยสมัครเล่นต่อยกันเนี่ยจะสนุกไหม? เราก็ยังไม่รู้ เราเลยเทสต์ก่อน จัดต่อยในเดือนพฤษภาคม ระหว่างนักชกจากศรีสะเกษ พบ อุบลราชธานี ปรากฏว่ามันครับ! เท่านั้นแหละ เดินหน้าต่อทันที เราเลยจัดให้ต่อยกันอย่างเป็นทางการรอบแรกในอีเว้นต์หลักของเรา คือ WP Boxing ที่พี่แหลม (ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น) ขึ้นชกอุ่นเครื่องกับยัง กิล แบ นักชกเกาหลีใต้ และก็ได้จัดในชื่อรายการวีพี บ็อกซิ่ง : ออล ไทยแลนด์ (WP Boxing : All Thailand) เดือนกรกฎาคม  

อะไรที่ทำให้การจับเด็กจากโรงเรียนกีฬาต่างๆ มาชกกัน แล้วได้กระแสตอบรับที่ดี? 

เราเชื่อในคำว่า “ท้องถิ่นนิยม” อันนี้มันเป็นเรื่องของ “ท้องถิ่นนิยม” โดยตรงเลย เราไม่เคยเห็นการชกมวยในประเทศ ที่ใช้ความเป็นตัวแทนจังหวัดมาต่อสู้กัน ซึ่งกีฬาที่ต่างประเทศ มันโตได้ด้วยคำว่าท้องถิ่นนิยม การจัดแบบนี้ มันก็ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายขนาดนั้น เหมือนเป็นการทดลอง เวิร์คก็เวิร์ค ไม่เวิร์คก็ไม่ได้เสียหายอะไร ก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้ไป 

ปรากฏว่าตั้งแต่เราประกาศไปว่าจะจัดทัวร์นาเม้นต์นี้ ก็มีกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนมวย บอกว่า เฮ้ย นี่คือสิ่งที่เขารอคอย เหมือนเขารอคอยอะไรแบบนี้มานานแล้ว แต่ยังไม่เคยมีใครคิด มีใครทำ พวกเขาจะได้เห็นนักมวยอาชีพในอนาคต ที่มีพื้นฐานจากนักมวยสากลสมัครเล่น เราก็มีกำลังใจทำงานต่อ แอบคิดว่าเหมือนเรามาถูกทางนะ 

รูปแบบการแข่งขันเราใช้การคัดเลือกนักมวยเยาวชน 8 คน ตัวแทน 8 จังหวัดทั่วประเทศไทย ปีแรกมีจังหวัด อ่างทอง อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, นครสวรรค์, กรุงเทพมหานคร, ตรัง, ขอนแก่น และ นครปฐม ชกในรูปแบบแพ้คัดออก รุ่น 115 ปอนด์ หรือ ซูเปอร์ฟลายเวท ชิงแชมป์เพื่อค้นหาสุดยอดดาวรุ่ง เพื่อผลักดันสู่เส้นทางการเป็นแชมป์โลกคนต่อไป แข่งกันมาเรื่อยจนถึงรอบรองชนะเลิศช่วงเดือนกันยายน อุบลราชธานี เจออ่างทอง กองเชียร์เขายกพลขนมาจากจังหวัดตัวเองเลยนะ เชียร์กันแบบบ้ามาก เราก็แบบ โอ้โห เฮ้ย เนี่ยแหละ เรามาถูกทางแล้วจริงๆ ที่สุดปีนั้นอ่างทอง ได้เข้าไปชิงกับนครสวรรค์ และเราก็จัดต่อเนื่องมาในปีนี้

 

รายการ WP Boxing ซึ่งเป็นอีเว้นต์หลักที่จัดอยู่ กำลังจะทำอะไรต่อไปบ้าง เพื่อแสดงให้เห็นถึงการยกระดับมวยสากลอาชีพในไทยบ้าง?   

นครหลวงโปรโมชั่น ได้จับมือร่วมกับ DAZN (บริษัทผู้ให้บริการ Streaming เกี่ยวกับกีฬา ทั้งการถ่ายทอดสด ไฮไลต์ และรายการต่างๆ ผ่านระบบสมาชิกรายเดือน) ซึ่งรายการ WP Boxing เราจะไม่ถ่ายแค่ในเมืองไทย เราถ่ายไป 9 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ มีอเมริกา, แคนาดา, บราซิล, ญี่ปุ่น, อิตาลี, สวิตเซอร์แลนด์ เป็นครั้งแรกเลยที่เราจัดชกมวยขึ้นในเมืองไทย และมีถ่ายไปต่างประเทศ 

ข้อดี คือ ปกติก็จะมีแต่แฟนมวยชาวไทยรู้จัก แต่ว่าคราวนี้ เราถ่ายไปให้คนเห็น 10 ประเทศทั่วโลก แฟนมวยฮาร์ดคอร์แต่ละประเทศได้เห็น ซึ่งพอต่อยไปเรื่อยๆแล้ว ถ้าเตะตา มีกระแสที่ดี  มันเหมือนเป็นสะพานอีกทอดนึงที่สามารถช่วยให้นักมวยอาชีพในไทยไปต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

ผ่านมา 1 ปีนิดๆ กับการทำงานในวงการมวย จากเริ่มแรกที่ไม่มีความรู้อะไรเลย ตอนนี้คุณพอใจแค่ไหน? 

เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น ในการทำงาน ในการตัดสินใจอะไรหลายๆอย่าง คือ เราก็ถือว่ามาไกลจากเดิม จากวันแรกที่ทำ แต่มันก็ยังไม่พอใจอะไรหลายๆอย่าง ไปได้อีกเยอะ ภาพที่เรามองไว้ คือ เราอยากเห็นวงการมวยสากลอาชีพไทย ได้รับความนิยมเหมือนพวกบาสเกตบอล NBA เหมือนกับพวกอเมริกัน เกมส์ คนไทยก็ชอบมวยกันเยอะมาก เป็นกีฬาที่มี Potential สูง ผมคิดว่าทำไมจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้ ที่คนจะไปเชียร์มวย ไป Hang Out กันที่สนามมวย 

แต่หนทางมันยังอีกไกล ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้ว และมันต้องไปอีกไกล 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : กฤติกร ธนมหามงคล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง