mainstand

Voice of People

วิเคราะห์ระบบโภชนาการอคาเดมี "บาเยิร์น มิวนิค" กินอาหารแบบไหนถึงโตมาเก่ง ?



"You are what you eat." คงเป็นประโยคหนึ่งที่คุณๆ คงเคยได้ยินกันบ่อยๆ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า อาหารที่กิน มีส่วนที่ทำให้แต่ละคนมีรูปร่างและสุขภาพที่แตกต่างกันไปด้วย


 

แล้วถ้าอยากเป็นนักกีฬาที่มีความฟิต, แข็งแกร่ง ตามแบบฉบับของ บาเยิร์น มิวนิค ล่ะ ควรจะกินแบบไหน ? เราเลยไปหาคำตอบกับ สเตฟาน บุค ผู้ช่วยโค้ช บาเยิร์น มิวนิค ชุด ยู-16 และนักโภชนาการประจำสโมสรในเรื่องต่างๆ ทั้งระบบโภชนาการตามแบบฉบับของ 'เสือใต้' เป็นอย่างไร ? อะไรคือสิ่งที่นักกีฬาควรรู้เมื่อพูดถึงเรื่องโภชนาการ ? และสำหรับนักเตะไทย จะเพิ่มความแข็งแกร่งและส่วนสูงให้ทัดเทียมนักเตะยุโรปจากอาหารได้อย่างไรบ้าง ?

 

ก่อนอื่นเลยอยากให้พูดถึงเรื่องของคุณสักเล็กน้อยว่า เป็นอย่างไรมาอย่างไรถึงได้มาทำหน้าที่นี้กับ บาเยิร์น มิวนิค?

ผมเองเคยเป็นผู้เล่นของบาเยิร์น ชุดบีมาก่อนในอดีตครับ ซึ่งระหว่างที่ผมยังค้าแข้งอยู่เนี่ย ผมก็รู้สึกว่าเรื่องโภชนาการมันเป็นอะไรที่สำคัญมาก ก็เลยตัดสินใจไปเรียนเพิ่ม ก่อนที่บาเยิร์นจะให้โอกาสผมกลับมารับใช้สโมสรอีกครั้งในฐานะผู้ช่วยโค้ชและนักโภชนาการจนถึงทุกวันนี้

 

สำหรับนักกีฬา และสำหรับสโมสรเช่น บาเยิร์น มิวนิค แล้ว โภชนาการสำคัญขนาดไหน ?

จริง ๆ แล้ว เรื่องโภชนาการเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคุณสมบัติในการเป็นนักกีฬาที่ดี แต่ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่า ทุกสิ่งที่เรากินเข้าไป สามารถส่งผลต่อตัวเองได้ทั้งในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง อย่างไรก็ตาม เรื่องสุขภาพนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักกีฬา ฉะนั้นโภชนาการก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจละเลยได้ครับ

 

สำหรับนักเตะเยาวชน เรื่องโภชนาการนั้นมีความสำคัญและแตกต่างจากนักเตะชุดใหญ่อย่างไรบ้าง ?

จริง ๆ ก็ไม่ได้ต่างขนาดนั้นนะครับ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือการให้ความรู้ว่าอะไรคืออาหารที่มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ เพื่อให้เลือกกินได้อย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการเวลาไปโรงเรียนหรือไปที่อื่นๆ อย่างบางคนอาจจะมีพื้นฐานจากครอบครัวที่ไม่มีความรู้เรื่องโภชนาการนักกีฬาเลย ตรงนี้ทางเราก็ต้องเข้าไปเสริมความรู้ให้พวกเขา 

 

ด้วยความที่นักเตะ แม้กระทั่งทีมเยาวชนของบาเยิร์นเองก็มีที่มาหลากหลาย การจัดอาหารต้องมีอะไรที่จำเพาะเจาะจงสำหรับความแตกต่างทางสัญชาติ วัฒนธรรมที่ต่างกันหรือไม่ ?

อันที่จริงสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากกว่าคือเรื่องที่ว่า เด็กคนนี้มีอาการแพ้อะไร อย่างบางคนอาจจะแพ้พาสต้า บางคนอาจจะแพ้ถั่ว ก็จะต้องมีการทำเมนูพิเศษ ซึ่งทางสโมสรเองก็มีเชฟ (พ่อครัว) ที่จะคิดเมนูอาหารที่มีคุณประโยชน์ มีสมุนไพร, วิตามิน อะไรแบบนี้อยู่แล้ว ซึ่งถ้าเป็นเด็กที่อยู่ในแคมป์ของสโมสร ก็มั่นใจได้ว่าพวกเขาจะได้คุณค่าจากอาหารตามที่นักโภชนาการกับเชฟคิดเมนูไว้

อย่างไรก็ตาม เราเองก็จะทำเมนูเพื่อให้นักกีฬาได้รู้สึกเหมือนอยู่บ้านเกิดของพวกเขาเช่นกัน อย่างในช่วงที่สโมสรนี้มี จอง วู-ยอง นักเตะเกาหลีใต้อยู่ในทีม ซึ่งทุกคนทราบดีว่า เมนูประจำวันของคนชาตินี้คือ กิมจิ เราก็จะพยายามสอดแทรกเมนูนี้ให้กับพวกเขาเท่าที่จะเป็นไปได้

 

ปกติคนทั่วไปมักเข้าใจว่า อาหารเพื่อสุขภาพที่มีโภชนาการสูงมักจะไม่อร่อย แต่อย่างคนไทยโดยทั่วไปก็มักชื่นชอบอาหารที่มีรสจัด เราจะผสานสองเรื่องนี้ให้เข้าหากันได้อย่างไร ?

ก็ต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปครับ นักเตะบางคนอาจจะมาจากพื้นฐานครอบครัวหรือมาจากประเทศที่ผู้คนนิยมอาหารที่ติดรสหวาน ก็ต้องค่อยๆ ปรับให้ถูกหลักสุขภาพมากขึ้น บางคนอาจจะชอบกินเค้ก ซึ่งจริง ๆ ที่สโมสรของเราก็มีนะ แต่จะปรับสูตรลดความหวานจากน้ำตาลลง เพื่อให้มีสุขภาพมากขึ้น

 

พูดถึงนักเตะไทย จุดอ่อนสำคัญมักจะเป็นเรื่องของส่วนสูงและความแข็งแกร่งที่อาจจะสู้นักเตะจากชาติอื่นลำบากสักหน่อย ผู้เล่นเยาวชนควรจะมีการเสริมในด้านโภชนาการด้านใดบ้าง ?

อันที่จริง นักกีฬาเยาวชนควรที่จะได้รับพลังงานจากอาหารสูงกว่าที่แนะนำกับเด็กทั่วไปสักหน่อย เพราะต้องใช้ในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอด้วย ซึ่งตรงนี้ พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต, โปรตีน และไขมันดี อย่าง อโวคาโด้, น้ำมันตับปลา เป็นอะไรที่สำคัญมาก และสำหรับบางคนอาจจะต้องมีอาหารเสริมอย่าง เวย์โปรตีน เพิ่มด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับสารอาหารเพียงพอหลังการซ้อมและแข่งขัน

 

การจัดเตรียมอาหารในแต่ละมื้อสำหรับนักกีฬา มีความแตกต่างมากน้อยแค่ไหน ?

สำหรับทางบาเยิร์นแล้ว เมนูก่อนซ้อมหรือก่อนแข่ง เราจะเน้นอาหารคลีน และไม่ทำให้หนักท้องเกินไปจนทำให้นักกีฬาไม่คล่องตัว แต่ขณะเดียวกันก็จะต้องให้พลังงานที่มากพอสำหรับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น ส่วนเมนูหลังซ้อมหรือหลังแข่ง เราจะเน้นเมนูซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเร็ว (Fast carbohydrates) อย่าง กล้วย ซึ่งทางบาเยิร์นเองก็มีเค้กกล้วยสูตรลับเฉพาะที่เราคิดสูตรเอง รวมถึงพวกผลไม้อบแห้ง หรือแท่งพลังงาน (Energy bar) เป็นหนึ่งในเมนูที่ให้นักกีฬากินหลังซ้อมหรือแข่งจบเพื่อฟื้นฟูพลังงานกลับมาก่อน หลังจากนั้นราว 2 ชั่วโมง ก็จะให้กินเมนูต่าง ๆ ตามปกติ แต่ก็จะเน้นเมนูที่มีผัก อย่างสลัด หรือมีไขมันดีเป็นพิเศษ

 

แบบนี้เท่ากับว่าพวกเมนูฟาสต์ฟู้ด นักกีฬาก็หมดสิทธิ์แตะอย่างเด็ดขาดเลย ?

อันที่จริงระบบโภชนาการของทาง บาเยิร์น มิวนิค เราจะใช้ระบบ 80-20 ครับ 80% คือนักกีฬาต้องกินอาหารตามระบบที่เราวางโครงสร้างทางโภชนาการไว้ ส่วนอีก 20% ก็จะอนุญาตให้ผ่อนคลายความเข้มงวดลงมา อย่างเวลาที่ไปเที่ยวกับแฟน ก็ยังพอกินฟาสต์ฟู้ด ดื่มน้ำอัดลมได้ 

สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากกว่าคือ นักกีฬาจะต้องมีความรู้ รวมถึงมีระเบียบวินัยที่จะควบคุมการกินของตนเองให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ เพราะแม้เราจะควบคุมเรื่องโภชนาการในแคมป์ได้ แต่เมื่อพวกเขาไปอยู่ข้างนอก เราไม่มีทางรู้ได้หรอกว่าพวกเขาจะกินอะไรเข้าไปบ้าง จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องสอนเขาให้มีความรู้และระเบียบวินัย เมื่อมีสิ่งเหล่านี้ หลาย ๆ สิ่งก็สามารถพัฒนาได้ง่ายขึ้น

 

นอกจากความรู้เรื่องโภชนาการกับอาหารแล้ว นักโภชนาการยังต้องมีคุณสมบัติอะไรเพิ่มเติมในการดูแลนักกีฬาอีกบ้าง ?

สำหรับผม ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจ เพราะบางครั้ง นักกีฬาอาจจะมาปรึกษาคุณเรื่องน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเรื่องแบบนี้มันก็จะมีความเป็นส่วนตัวอยู่ไม่น้อย อย่างผมเองเคยเป็นนักกีฬาอาชีพมาก่อน ก็พอจะทราบถึงเรื่องราวตรงนี้อยู่ ก็ต้องมีทั้งความเข้าใจในตัวนักกีฬา รวมถึงทำให้พวกเขาเชื่อใจด้วย 

 

บางคนอาจเข้าใจว่า เรื่องโภชนาการนั้นเป็นอะไรที่เข้าใจยาก ตรงนี้คุณ รวมถึง บาเยิร์น มิวนิค มีหลักคิดอย่างไรเพื่อที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจว่า อันที่จริงก็ไม่ได้ยากถึงขนาดนั้น ?

หลักง่าย ๆ สำหรับพวกเรานะครับ อะไรซึ่งมีที่มาจากธรรมชาติ ผ่านกระบวนการน้อยๆ นั้นดีเสมอ นอกจากนั้น เวลากินอะไร พยายามทำให้เมนูของคุณนั้นมีสิ่งต่าง ๆ รวมกันได้ 3 สี อย่าง สีเขียวจากบรอกโคลี่ สีแดงจากมะเขือเทศ สีเหลืองจากกล้วย แบบนี้ก็ได้ ส่วนเรื่องน้ำ แนะนำว่าเป็นน้ำเปล่าจะดีที่สุด น้ำอัดลมถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยง แต่ถ้าเป็นน้ำชา อย่างชาเขียว แบบนี้ก็ได้อยู่ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น หากคุณมีความรู้ มีวินัยในตัวเอง สิ่งเหล่านี้จะช่วยคุณได้ ไม่แค่เฉพาะเรื่องอาหาร แต่รวมถึงแทบทุกเรื่องเลยล่ะ



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง