mainstand

Inspiration

รณกร กิตติสุวรรณ์ : เด็กหนุ่มวัย 25 ปี ที่อยากเปลี่ยนแปลงอีสานด้วย Esports



กรุงเทพมหานคร คือ ศูนย์กลางความเจริญของไทย ทั้งบนโลกออฟไลน์ หรือออนไลน์ ถนนทุกสายในประเทศ ต่างมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความศิวิไลซ์
 

 

สนามแข่งขัน ทัวร์นาเมนต์ระดับประเทศเกือบทั้งหมด ถูกนำมาจัดขึ้นที่นี่ เพราะกรุงเทพฯ มีความพร้อมมากกว่าทุกจังหวัด 

ดังนั้นแทบไม่ต้องคิดให้ยากเลยว่า หากมีนักธุรกิจ ต้องการที่ลงทุนเงินหลายสิบล้านบาท เพื่อสร้าง Esports Arena พวกเขาควรนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนกับจังหวัดใด ที่สามารถสร้างโอกาสและทำกำไร

ในขณะที่ทุกถนนสายของประเทศ พยายามเชื่อมต่อเข้าสู่ความเจริญกับเมืองกรุง “โชค” รณกร กิตติสุวรรณ์ บัณฑิตจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กลับเลือกถอยออกมาจาก เส้นทางการเป็น นักกีฬา Esports และชีวิตที่เต็มไปด้วยจังหวะเร่งรีบ ในกรุงเทพมหานคร 

มุ่งหน้ากลับมาสู่ ถิ่นฐานกำเนิด เพื่อริเริ่มทำในสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยลงทุนสร้าง สนามแข่งขันเกมส์ครบวงจรแห่งแรก ในภาคอีสาน ในชื่อ “Focus Arena” 

Esport Complex ที่มีเจ้าของ เป็นเด็กหนุ่มวัยเบญจเพส ผู้คิด ริเริ่ม และเนรมิต สนามแข่งเกมเสมือนจริง นี้ให้เกิดขึ้นบนโลกความเป็นจริง 

 

Game 1 : ลูกคุณเป็นเด็กออทิสติกหรือเปล่า ? 

“ฉันสงสัยว่าลูกของคุณ เป็นออทิสติกหรือเปล่า ? ฉันคิดว่าควรพาเขาไปพบแพทย์ เพื่อหาทางรักษานะ” อาจารย์ท่านหนึ่ง บอกกับ อภิชา กิตติสุวรรณ์ และ วดี ทวีแสงสกุลไท ผู้ปกครองของ รณกร เด็กชายวัย 7 ขวบ ถึงความผิดปกติที่เขามองเห็นด้วยสายตา 

บุตรชายเพียงคนเดียว จากครอบครัวที่ทำธุรกิจ สื่อโฆษณา ป้ายประชาสัมพันธ์ รายใหญ่ในจังหวัดขอนแก่น มีพัฒนาการที่ช้ากว่าเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆ เขาพูดติดอ่าง ไม่สามารถเขียนเครื่องหมาย กากบาท ได้ และมักร้องไห้ตลอดเวลา 

พ่อและแม่ของ รณกร พาเขาไปหาหมอตามที่ อาจารย์แนะนำ และพบว่าเขาไม่เป็นอย่างที่คุณครูเข้าใจ แต่เพื่อให้เขามีพัฒนาการ และการเรียนรู้ที่เหมือนกับเด็กคนอื่น ครอบครัวกิตติสุวรรณ์ จึงส่ง ลูกชาย ไปเรียนพิเศษทุกวัน จนเขาเริ่มผลการเรียนที่ดี และความสงสัยเรื่องออทิสติกหายไป แต่ลึกๆ ความรู้สึกในใจของเด็กชายคนนี้ กลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า… 

“ผมเกิดในตระกูลใหญ่ของจังหวัด แต่กลับไม่มีใครรู้จักผม ทุกคนพูดถึงแต่คุณพ่อ คุณแม่ อาม่า อากง ว่าท่านเป็นนักธุรกิจที่หาเงินเก่ง ผมรู้สึกเหมือนไม่มีตัวตนเลย”

“ตั้งแต่อนุบาล 1 ยัน ม.6 ผมเป็นเด็ก Loser (ขี้แพ้) มาก โดนเพื่อนแกล้งมากกว่าทุกคนในห้อง ถูกรังแกตลอด เพระเราอ่อนแอ แต่ไม่กล้าเล่าให้พ่อแม่ฟัง ช่วงประถมฯ ผมแทบไม่มีเพื่อนเลย เลิกเรียนเสร็จต้องไปเรียนพิเศษต่อ วันเสาร์ อาทิตย์ ไม่ได้ออกไปเล่นอย่างเด็กคนอื่น ต้องเรียนพิเศษ อยู่คนเดียว”

กล่องกระดาษขนาดใหญ่ รูปทรงเรียบแบน สีฟ้า ถูกถือเข้ามาในบ้าน โดยคุณพ่ออภิชา เพื่อเป็นขวัญในวันเกิดบุตรชาย วัย 13 ปี  

ข้างในกล่อง คือ เครื่องเล่นเกมส์ Play Station 2 ที่ผู้ได้รับ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มันคืออะไร เนื่องจากชีวิตในช่วงประถมฯ ที่ผ่านมา เขาไม่เคยสัมผัสกับการเล่นวิดีโอเกมเลย 

หลังจากวันนั้น คุณพ่อกับลูกชาย จะหาเวลามาเล่นเกมฟุตบอลยอดนิยม “วินนิง” ร่วมกัน เกมส์ช่วยให้ รณกร ได้มีเวลาผ่อนคลายขึ้น และเป็นประตูที่เปิดให้เขาค้นพบกับ โลกอีกใบ ที่ทำให้เด็กชายคนหนึ่ง เริ่มมีตัวตนขึ้นมา

“พอขึ้น ม.2-3 ผมก็เริ่มอยากมีเพื่อนบ้างๆ พยายามเข้าหาเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมันจะพยายามกีดกั้นผม เพราะมองว่าผมเป็นเด็ก Loser แต่ผมได้ยินคำหนึ่งที่เพื่อนชอบพูดกันว่า “เย็นเจอกันนะ TS” ผมก็งงว่าอะไรคือ TS" 

"เชื่อไหมว่าผมใช้เวลาตามตื้ออยู่เป็นปี เพราะเพื่อนมันไม่ยอมบอกผมว่า TS คืออะไร จนมีเพื่อนคนหนึ่ง เขาสงสารก็พูดขึ้นมาว่า ‘โชค บ้านมึงมีคอมส่วนตัวไหม กูเห็นความตั้งใจของมึงนะ เดี๋ยวกูให้มึงเข้า TS แต่มึงห้ามทำอะไรเลยนะ นั่งดูได้อย่างเดียว’”

“วันนั้นผมจึงได้รู้ว่า TS มันไม่ใช่เกม แต่เป็นโปรแกรมที่ใช้สื่อสารกัน (TeamSpeak) จากนั้นมันก็เริ่มแนะนำว่า ผมต้องไปโหลดเกมยังไง วิธีการเล่น พาผมไปซ้อมทีมครั้งแรก จนผมได้เป็น Server Admin (คนดูแลเซิร์ฟเวอร์) ผมเริ่มรู้สึกมีตัวตน เพราะเริ่มมีคนมาขอร้องเราเพื่อเข้าเซิร์ฟ”

“ตอนนั้นผมติดเกม Counter Strike มาก จำได้ว่าเล่นแบบแทบไม่พักเลย เพราะทำให้ผมเริ่มมีเพื่อน มีสังคมที่ไกลกว่าเพื่อนในห้องเรียน ผมแทบจะไม่สนใจเรื่องการเรียนแล้ว เล่นเกมหนักมาก จนผมไปเจอเว็บ FPSThailand.com (คอมมูนิวตี้เกมแนว FPS ที่ใหญ่สุดในประเทศ) ได้ลองเล่นเกม Sudden Attack ก็ยิ่งทำให้ผมได้รู้จักคนมากขึ้น ได้มีเพื่อนที่กรุงเทพ ถึงขนาดที่เคยนั่งรถทัวร์ไปกลับ ขอนแก่น - กรุงเทพ 12 ชั่วโมง เพื่อแข่งเกม CS 1.6 (Counter Strike) แล้วตกรอบแรก”

เกมส์ เข้ามามีอิทธิพลในชีวิตของ รณกร อย่างมาก ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หลังเรียนจบระดับ ม.ปลาย เขาต้องตัดสินใจว่าจะเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่อยู่ใกล้บ้าน หรือออกไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียวที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 

รณกร เลือกช้อยส์หลัง ที่นี่ทำให้เขาได้เป็น นักกีฬา Esports เกม CS:GO เต็มตัว ในนาม “RDM” นอกเหนือจากเวลาเรียน เขาใช้เวลาที่เหลือทุ่มเทให้กับการเล่นเกม การฝึกซ้อมร่วมกับทีม รวมถึงออกไปตระเวนแข่งขัน ตามทัวร์นาเมนต์ต่างๆ 

เกมส์ นำพาเขามารู้จักกับ “พี่แว่น” ชนิกนันท์ ทิพย์ไพโรจน์ บุคลากรคนสำคัญแห่งวงการ Esport ไทย ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ FPSThailand.com และทีม MiTH (Made in Thailand) รวมถึงเป็นหุ้นส่วนสนามแข่งขันเกมส์ “Arena+” ย่านพระราม 2

และเป็นคนที่ รณกร กิตติสุวรรณ์ ยกให้เป็น ไอดอล และจุดประกายให้เขาเริ่มมองหาจุดเปลี่ยนในชีวิต…

Photo : Facebook - Focus Arena

 

Game 2 : Young Passion 

“ผมรู้จักกับพี่แว่น ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นปี 2 ก็ไปนั่งเล่นนอนเล่นบ้านแกบ่อย มีอยู่วันหนึ่งแกนั่งไลฟ์สด รีวิวของผ่านทางอินเตอร์เนต มันทำให้ผมกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘เราเหมาะกับการเป็นนักกีฬา Esports จริงไหม?’ คือตอนนั้นผมรู้สึกเหนื่อยมาก ที่ต้องมาทำให้ตัวเองเก่งขึ้นตลอดเวลา อดหลับอดนอนถึง ตี 3-4 เพื่อนั่งดูรีเพลย์เทปตัวเอง หาข้อผิดพลาด”

“ผมไม่อยากโกหกตัวเอง ถ้าร่างกายผมบอกไม่ไหว ก็แสดงว่ามันถึงเวลาที่ผมต้องเลิกแข่งเกมส์ ผมบอกตัวเองว่า 'โชค มึงควรต้องหาอย่างอื่นทำแล้ว' อย่าฝืนเพียงแค่หัวใจเราบอกว่า ใช่ ถ้าร่างกายบอกว่าไม่ใช่ มันก็คือไม่ใช่ พี่แว่น ทำให้ผมเห็นว่า การจะอยู่ในวงการ Esports มันไม่ได้มีแค่อาชีพนักกีฬาอย่างเดียว ยังหนทางอื่นให้เราต้องทำ เพียงแต่ตอนนั้นผมยังไม่มีคำตอบว่าจะทำอะไรดี”

“ผมไปขอคำแนะนำพี่แว่น แกก็พูดมาคำหนึ่งว่า ‘โชค ไม่จำเป็นต้องทำงานเกี่ยวกับ Esports หรอก แค่ไปหาตัวเองให้เจอ’ ผมก็เลยลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพ กลับขอนแก่น แล้วก็หายไปจากวงการเกมส์เลย”  

5 ปีที่ใช้ชีวิตคนเดียวในกรุงเทพ หลอมให้ รณกร กิตติสุวรรณ์ กล้าที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น จากที่เคยอยู่ในกรอบของครอบครัวตลอด 

แต่ความจริงกับความฝันมันต่างกัน... เขาบอกกับเราว่า ที่ จ.ขอนแก่น ไม่ได้มีทางเลือกในชีวิตมากนัก มันจึงยากมากที่เด็กคนหนึ่งจะกล้าฉีกออกไปทำธุรกิจใหม่ ที่แตกต่างจากธุรกิจเดิมของครอบครัว ดังนั้น เขาจึงต้องเริ่มต้นทำงานด้วยการสานต่อกิจการของครอบครัว 

“คุณพ่อท่านก็ดีใจที่เห็นผมกลับสานต่อธุรกิจท่าน แต่ผมรู้อยู่ในใจว่า ผมไม่ได้ต้องการทำป้ายไปตลอดชีวิต เพราะผมไม่มีทางทำได้ดีเท่ากับคุณพ่อ คุณแม่ ผมอยากทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า และเป็นสิ่งที่ผมพร้อมจะทุ่มเทกับมันอย่างสุดชีวิต”

“ธุรกิจป้าย สื่อโฆษณา เป็นงานที่ต้องให้ลูกค้าวิ่งเข้ามาหาเรา แต่ผมอยากทำงานที่วิ่งออกไปเจอกับลูกค้า ได้รู้จัก พูดคุยกับคนเยอะๆ ผมเริ่มจากการเปิดบริษัทดูแลเพจ Facebook เราคิดคอนเทนต์ บูสโพสต์ ทำทุกอย่างให้หมด ตีราคาถูกๆ เดือนละ 15,000 บาท เพราะปกติที่กรุงเทพ เขารับงานดูแลเพจ เจ้าหนึ่งเดือนละ 6-7 หมื่น แต่ที่ขอนแก่นเงิน 15,000 บาท มันแพงมากเลยนะ เปิดมาได้ 1 ปี มีลูกค้าจ้างเราแค่ 3 เจ้า รายได้ไม่เพียงพอจะเลี้ยงบริษัทต่อได้”

“แต่เราก็ยังมีอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองอยู่นะ เราไม่อยากทำป้ายแล้ว เพราะเรารู้ว่าอีก 5-10 ปีข้างหน้า เทรนด์ของธุรกิจนี้จะเปลี่ยนไป จนมาเจอกระแสของ Esports ซึ่งด้วยความที่เราเป็นคนชอบเล่นเกมส์อยู่แล้ว ก็นึกถึงคำพูดของแม่ที่เคยบอกไว้ตอนเด็กว่า ‘เสียเงินเติมเกมตั้งเยอะแยะ ไม่คิดจะหาเงินจากเกมส์คืนกลับมาบ้างเหรอ’ ก็เลยไปบอกคุณพ่อบอกว่า ‘พ่อครับ โชคอยากทำทีม Esports’”

รณกร นำไอเดียสร้างทีม Esports ไปเสนอกับผู้เป็นพ่อ เพื่อโน้มน้าวใจ แต่มันกลับไม่ง่ายที่คิด แผนที่เขาวางไว้ ถูกตั้งคำถามมากมายจากผู้เป็นพ่อ จนเขาต้องพับโปรเจกต์นี้ไป เวลาผ่านไประยะหนึ่ง เขาหอบโปรเจกต์ใหม่เกี่ยวกับ Esports ที่ยิ่งใหญ่ และลงทุนมากกว่าทำทีมเกมส์หลายเท่า

Photo : Facebook - Focus Arena

“มีเพื่อนคนหนึ่ง มันมาเที่ยวขอนแก่น ก็พูดประมาณว่า ถ้าไม่ใช่ตอนกลางคืน จังหวัดมึงมีอะไรน่าเที่ยวบ้างวะ? ทำให้เราคิดว่าจะทำให้อย่างไร ให้ขอนแก่น มีสถานที่ ที่คนต่างจังหวัด ชาวต่างชาติ สามารถอยู่กับมันได้ทุกวัน”

“จนมาเกิดไอเดียที่อยากสร้าง สนามแข่งขันเกมส์ แบบที่พี่แว่น ทำ Arena+ ก็นำแผนนี้ไปเสนอกับคุณพ่อ อธิบายให้ท่านฟังว่า ธุรกิจ Esports ตอนนี้มีความพร้อมมากแล้วในไทย คุณพ่อยังไม่เชื่อในตอนแรก” 

“คุณพ่อถามว่ามันจะคืนทุนอย่างไร ผมตอบไม่ได้ เวลาโชคกดดันมาก โชคจะร้องไห้ออกมา พ่อก็ตกใจว่า ‘ไอ้โชค มึงร้องไห้ทำไม’ เขาแค่ถามเฉยๆ เหมือนตอนนั้น โชครู้สึกว่าพ่อยังไม่เชื่อใจ แต่คุณพ่อท่านเป็นนักธุรกิจที่มองโลกในแง่บวก ท่านก็ให้โอกาสผมกลับไปหาข้อมูล มาคุยใหม่” 

“ผมกลับไปทำเอกสารเพิ่ม ตัดต่อวิดีโอมานำเสนอ ขอคำปรึกษาพี่แว่น พาพี่แว่นมาแนะนำให้คุณพ่อรู้จัก พาท่านไปดูสนามของพี่แว่น คุณพ่อจึงเริ่มสนใจ แต่บอกว่าขอดูทิศทางภาครัฐก่อนว่าสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน” 

“ผมไม่มีความรู้เรื่องการสร้างสนามเลย ผมถามพี่แว่นว่า ถ้าผมจะทำ Esports Arena มันมีขั้นตอนไรบ้าง แกแทบจะไม่เคยบอกอะไรผมเลยนะ แต่ผมกลับรู้สึกขอบคุณมาก ที่แกไม่บอกผม ว่า 1-2-3-4 ต้องทำไง เพราะมันทำให้ผมได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ขึ้นว่า ถ้าผมจะสร้างสนามที่ขอนแก่น ผมไม่สามารถก็อปปี้ใครมาทั้งหมด ผมต้องหาเวย์สำหรับ Focus Arena ด้วยตัวเอง ” 

Esports กลายเป็นกระแส และเทรนด์ ที่ถูกพูดถึงอย่างมาก ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลตัวเลขที่ รณกร ลงมาศึกษาพบว่า ภาคตะวันออกเฉี่ยงเหนือ มีคนเล่นเกมอยู่ประมาณ 540,000 คน แต่ปัจจัยที่ทำให้ภูมิภาคนี้ ยังไม่เติบโตในโลกของเกมส์ อาจเป็นเพราะ อีสาน ยังไม่มี ศูนย์กลางของ Esports 

โปรเจกต์ “Focus Arena” จึงถูกนำมาพูดคุยอีกครั้งอย่างจริงจังในครอบครัว เมื่อสักประมาณ 2 ปีก่อน ระหว่างช่วงเวลาที่รอการอนุมัติ รณกร ลงพื้นที่ในจังหวัด เพื่อพูดคุยศึกษากลุ่มลูกค้า เยาวชน ที่มีแนวโน้มจะมาใช้งาน สเตเดียมแข่งขันเกมส์ในฝันของเขา ตลอดจนบุกไปยังสถานศึกษา เพื่อนำ Esports เข้าไปจัดการแข่งขันในหมู่นักเรียน นักศึกษา 

Photo : Facebook - Focus Arena

รวมถึงบินไปดู Esports Arena ในหลายๆประเทศ อาทิ มาเลเซีย, กัมพูชา, จีน, อินโดนีเซีย เพื่อศึกษาพฤติกรรมของลูกค้า และนำเอาส่วนดีมาปรับใช้กับ จ.ขอนแก่น โดยเมืองที่ทำให้เขา่มั่นใจว่า Focus Arena น่าจะมีโอกาส ได้แก่ เมืองคาโตวิเซ ประเทศโปแลนด์ 

“ผมบินไปดูงานที่เมือง คาโตวิเซ เป็นเมืองที่เงียบๆ เมื่อก่อนผู้คนทำเกษตรกรรม ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไร จนกระทั่งมี Esport Arena ที่ชื่อว่า Spodek เกิดขึ้นก็เปลี่ยนแปลงให้เมืองเศรษฐกิจดีขึ้น เขาเริ่มสร้างจากความจุหลักพัน จนตอนนี้เขาขยายไปหลักหมื่นได้แล้ว” 

“ผมคิดว่า Focus Arena ไม่จำเป็นต้องสร้างความจุให้ใหญ่โต ได้เป็นหมื่นคน เพราะผมเชื่อว่า ณ ตอนนี้ คนขอนแก่นส่วนมาก ก็ยังไม่ได้เข้าใจ Esports ต้องใช้เวลา ในการให้ความรู้ เริ่มจากดูให้เป็นก่อน ดูอย่างไรให้สนุก เพราะเกมถ้าดูไม่เป็น ไม่เข้าใจ ก็ไม่สนุก”

“การที่ผมลงพื้นที่ไปศึกษาข้อมูล และพฤติกรรมลูกค้าด้วยตัวเอง ทำให้ผมได้รู้ว่า เด็กอีสาน จำนวนมากไม่ได้มีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ส่วนใหญ่เล่นตามเล่นร้านเกมส์ แล้วในคอมของร้านติดตั้งอะไร ? ร้านติดตั้ง Garena เขาก็นิยมเกมของค่าย Garena  หรืออย่างที่ผมจัดแข่งเกมส์ ตอนแรกผมคัดค้านไม่เอาอ่ะ โชคไม่อยากจัดแข่งเกมส์ MOBA อย่าง RoV มันต้อง DOTA2 สิ ถึงจะเจ๋ง ปรากฏว่ามีทีมมาสมัคร DOTA4 แค่ 4 ทีม ให้ตายเถอะ”

“สาเหตุที่เด็กอีสานนิยมเล่นเกม MOBA เพราะเขามีมือถือ เขาไม่สามารถมีคอมพิวเตอร์แรงๆ ได้ ส่วนคนที่มีแบบนั้นได้ ต้องเด็กที่โตมาในครอบครัวที่มีฐานะ ไม่ก็ต้องเดินทางมาซื้ออุปกรณ์ในกรุงเทพฯ เพราะสินค้าไอที ไม่เคยมาลงโฆษณาที่นี่ สุดท้ายผมก็แค่ต้องหาให้เจอว่าเวย์ของ Focus Arena จะไปในทางไหน ใครคือลูกค้าเรา และเราอยากสร้างอะไรไว้ที่ ขอนแก่น”

“ซึ่งผมไม่ได้ต้องการทำสนามแข่งเกมส์ แข่งเสร็จจบเกมแยกย้ายกลับบ้าน สิ่งที่เราแตกต่างจาก Arena ที่อื่น คือเราต้องการต้องการให้ Focus Arena เป็นแหล่งการเรียนรู้ และผู้คนสามารถมาใช้บริการได้ตลอดทั้งวัน”

 

GAME 3 : เกม (ยังไม่) จบ

รณกร กิตติสุวรรณ์ เริ่มเข้ามาทำงานเป็น ผู้บริหารของ Focus Arena อย่างเต็มตัวตั้งแต่ปี 2017 หนึ่งปีต่อมา โปรเจกต์ในการสร้าง Esports Complex แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตกผลึกได้ที่ และเริ่มต้นตอกเสาเข็มต้นแรก ภายใต้งบประมาณที่ วางไว้เบื้องต้น 10 ล้านบาท

โครงการทุกอย่างดำเนินการไปตามแพลนที่วางไว้ ตัวเขาเริ่มออกไปพูดคุยกับลูกค้า สปอนเซอร์ รวมถึงสถานศึกษาชั้นนำภายในจังหวัด เพื่อผลักดันให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้อีกแห่งของจังหวัด จนมีกำหนดการที่เปิดใช้่งานในเดือน กุมภาพันธ์ 2019

แต่ทุกอย่างต้องถูกเลื่อนออกไป เนื่องจาก Focus Arena ประสบปัญหาด้านเงินลงทุน ในช่วงปลายปี 2018 ทำให้โครงการก่อสร้างต่างๆ ต้องหยุดชะงัก ขณะที่ลงทุนไปแล้ว 19 ล้านบาท แต่กลับยังไม่สามารถเดินสาย LAN ได้เลยด้วยซ้ำ 

“ภาพที่ทุกคนเห็น คือเราสร้าง Esports Complex ที่ดูดีจังเลย แต่เขาไม่รู้หรอกว่าเราต้องผ่านอะไรมาบ้าง และไส้ในของมันเป็นอย่างไร” รณกร กล่าวเริ่ม

“มีช่วงหนึ่งที่เราวิกฤติมาก เราลงทุนไปเกินงบประมาณที่ตั้งไว้แล้ว แต่ว่าด้านนอกเรายังทำไม่เสร็จ ข้างในยังไม่ได้ตกแต่ง สถานะการเงินที่บ้านตอนนั้น ก็ขาดสภาพคล่อง จนต้องหยุดพักการก่อสร้างไป” 

“ผมเครียดอยู่ 2 เดือน แทบจะเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว เคยคิดเหมือนกัน เราจะสร้างสิ่งนี้ด้วยใจรัก และทำเพื่อคนขอนแก่นไปทำไมวะ? ถ้าต้องทำให้ครอบครัวเดือดร้อน เวลานั้นมันคือฝันร้ายของผม ผมแทบไม่อยากมองเลย เพราะมองไปก็ไม่มีคนงานมาทำก่อสร้าง”

“ผมโชคดีที่มีคุณพ่อ ท่านให้กำลังใจตลอด ไม่มองโลกในแง่ร้ายเกินไป ท่านสอนผมว่า การทำธุรกิจบางครั้งมันก็มีช่วงเวลาที่ไม่ใช่วันของเรา ท่านก็ทำในสิ่งที่นักธุรกิจขอนแก่น ไม่ค่อยคุ้นเคย คือการไปกู้ธนาคาร แทบจะร้อยเปอร์เซนต์ ซึ่งเงินขนาดนี้ ธนาคารปล่อยกู้ยากอยู่แล้ว ท่านจึงตัดสินใจเอาธุรกิจหลัก (Focus Advertising) มาแบกรับความเสี่ยงด้วย”

“รอบข้างคนคุณพ่อ คุณแม่ ก็มีแต่พูดว่า ‘กล้าดีนะ’ เอาธุรกิจหลักมารับความเสี่ยงให้ ธุรกิจใหม่ของผม ผมฟังประโยคนี้ไปรู้สึกหน้าชา ไม่รู้จะพูดอะไรได้ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า มันจะคืนทุนได้ภายใน 3 ปี 5 ปี จริงไหม แต่คุณพ่อก็บอกว่า ไหนๆ ลงเรือลำเดียวกันแล้ว 40 ล้านบาท ก็ต้อง 40 ล้านบาท” 

Photo : Facebook - Focus Arena

 

GAME 4 : ภูมิใจในความเป็นอีสาน 

Focus Arena เดินหน้าก่อสร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์ สามารถเปิดใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงต้นเดือน พฤษภาคม 2019 ด้านนอกและด้านในถูกตกแต่งด้วยสีดำสลับแดง พร้อมด้วยเอกลักษณ์จุดเด่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร 

ที่แห่งนี้เป็น Esports Complex อย่างเต็มตัว แห่งแรกของอาเซียน สนามแข่งขันมีความจุ 108 ที่นั่ง, ภายในมี ห้องวีไอพี ติดกระจกแก้วที่ ผู้ชมจะได้สัมผัสประสบการณ์ฺแปลกใหม่ในการชมการแข่งขัน 

ห้อง Training Room & Hostel ที่ใช้เป็นห้องฝึกซ้อมและเก็บตัวนักกีฬา (Boot Camp), ห้อง Coaching Room สำหรับการการฝึกอบรม และใช้ในการเรียนการสอนได้ และห้อง Production สำหรับควบคุมการถ่ายทอดสด กับ นักพากย์ ที่คนที่มาเยี่ยมชม จะได้เห็นกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด 

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับ Co-Working Space, อินเตอร์เนต คาเฟ  และร้านกาแฟ ให้ผู้คนทั่วไป ได้มาใช้บริการได้อีกด้วย

Photo : Facebook - Focus Arena

ที่สำคัญ Focus Arena ได้มีการลงบันทึกความร่วมมือในการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน ด้าน Esports กับสถานศึกษา 5 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น และ วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น เพื่อทำให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่แท้จริง 

“ผมอยากทำให้ Focus Arena เป็นสถานที่ที่ผู้ปกครองรู้สึกว่า ถ้าลูกเขามาที่นี่จะปลอดภัย เพราะเราไม่ได้ทำธุรกิจนี้เพื่อทำให้เด็กติดเกมส์ แต่เรากำลังสอนให้ลูกหลานคนอีสาน มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อที่เขาจะเติบโตมาเป็น กำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัด” 

“เด็กๆที่มาที่นี่ เขาจะได้นั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวกับ นักกีฬา ได้เดินบนห้องวีไอพี ได้เข้าห้อง Production แม้แต่ในร้าน อินเตอร์เนต คาเฟ ผมจะฝึกให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ โดยที่เขาไม่รู้ตัว ยกตัวอย่าง ถ้าเด็กคนไหนอยากเล่นอินเตอร์เนตฟรี ได้ค่าขนมด้วย ก็ให้มาลงชื่อที่เคาน์เตอร์ โดยที่ผมจะให้โจทย์ เช่น ออกแบบกราฟิกมา ในเวลาที่กำหนด ใครชนะได้เงิน 500 บาท อะไรแบบนี้”

“ผมอยากทำให้เด็กอีสานรุ่นใหม่ ได้เห็นว่าในอุตสาหกรรม Esports ไม่ได้มีแค่ นักกีฬา อย่างเดียว เขาสามารถเติบโตไปเป็นนักพากย์ เป็นคนที่เขียนเกม หรือทำงานอื่นๆได้เยอะแยะในอุตสาหกรรมนี้ ผมอยากทำให้ที่นี่เป็น E-Learning (แหล่งเรียนรู้ด้านอิเลกทรอนิกส์) ไม่ใช่แค่ Esports Arena โดยนำองค์ความรู้ต่างๆเข้ามาสอนด้วย เช่นเรื่อง E-Commerce (การทำพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์)”

Focus Arena ยังไม่มีความคิดที่จะก้าวไปเป็น สนามแข่งขัน Esports ที่ใหญ่ในประเทศไทย ด้วยขนาดความจุของพวกเขา ณ ปัจจุบัน ที่สามารถใช้จัดการแข่งขันได้แค่ ทัวร์นาเมนต์เล็กๆ ไปถึงระดับกลาง 

แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะความตั้งใจของ Focus Arena เน้นไปที่การเปิดพื้นที่ให้เด็กจากภูมิภาคตะวันเฉียงเหนือ ได้มีรายการแข่งขัน รายการส่วนมากที่จัดขึ้นที่นี่ ก็เป็น ทัวร์นาเมนต์ที่แข่งกันภายในกลุ่มนักกีฬา และทีม Esports ในภาคอีสาน 

ทุกๆสิ่งที่ถูกแต่งแต้มลงไปใน Esports Complex จึงเต็มไปด้วยเรื่องราว และความเป็นภาคภูมิใจในความเป็น “ลูกอีสาน” 

ประโยคหนึ่งที่เจ้าของกิจการวัย 25 ปี บอกกับเราก็คือ เขาอยากส่งต่อความภูมิใจนี้ ไปยังเด็กอีสานรุ่นใหม่ทุกคน ให้เกิดจิตสำนึกรักถิ่นฐานกำเนิด อย่าลืมตัวเองเป็นใคร และเติบโตไปสร้างความสำเร็จ เพื่อให้คนทั่งโลก ยอมรับในฝีมือของ คนอีสาน 

“มีคนถามผมว่า ทำไมผมจัดทัวร์นาเมนต์รับเฉพาะคนอีสาน ทำไมไม่รับคนภูมิภาคอื่น เหตุผลก็เพราะผมเป็นคนอีสาน ผมรักและภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนอีสาน เพราะคนอีสาน ไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง ดังนั้นผมต้องจะทำอะไร ผมต้องเอาใจคนอีสานก่อน ผมเชื่อแบบนั้นนะ”

“ที่ผ่านมา คนอีสานส่วนใหญ่ รอให้คนกรุงเทพมาลงทุน แต่ตอนนี้ผมว่ามันถึงเวลาที่เราต้องลุกขึ้นมาทำด้วยตัวเอง ผมไม่อยากให้ใครมาดูถูกอีสานว่า เป็นภูมิภาคที่ล้าหลัง มันเหมือนเป็นการสร้างกำแพงและปมแก่ตัวเด็ก ผมอยากให้เด็กอีสานรุ่นใหม่ รู้สึกภาคภูมิใจว่า ภาคเราก็มีความเจริญ มีความคิดสร้างสรรค์ ที่จะกล้าทำสิ่งใหม่ๆ อย่างน้อยเรามี Esports complex แบบครบวงจร ก่อนภูมิภาคอื่นๆ”

“ผมอยากเห็น Esports เข้ามาทำให้สังคมและเศรษฐกิจที่อีสานเติบโตขึ้น โดยที่ Focus Arena เป็นหนึ่งในกำลังที่ช่วยผลักดัน และทำให้เด็กอีสาน เกิดจิตสำนึกรักบ้านเกิด ไม่ว่าจะมีความเจริญอะไรเข้ามาที่นี่ สิ่งสำคัญเราสอนเด็กทุกคน ก็คืออย่าลืมกำพืชของตัวเอง อย่าลืมว่า เราเกิดมาจากบ่อข้าว บ่อน้ำ บ่อทราย เติบโตมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของพ่อแม่”

“ดังนั้นจงเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และออกไปสร้างความสำเร็จ เพื่อไม่ให้ใครมาดูถูกคนอีสานได้ ผมเชื่อเสมอว่า คนอีสานก็มีความสามารถไม่แพ้ภูมิภาคไหน ถ้าหากมีโอกาสและพื้นที่ให้เขาได้เรียนรู้ และแสดงความสามารถนั้นออกมา”



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง