mainstand

Grand Stand

Allianz Ayudhya กับพันธกิจมอบอนาคตให้กับแข้งเยาวชนไทยผู้ไม่ยอมแพ้



Allianz Arena คือสนามฟุตบอลขนาดยักษ์ ที่นักฟุตบอลระดับโลกมากมาย ล้วนแล้วปรารถนา อยากมาสัมผัสประสบการณ์การเล่นฟุตบอลในรังเหย้าทีมบาเยิร์น มิวนิค สักครั้ง


 

ด้วยความยิ่งใหญ่ ทันสมัย บวกกับบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร ทำให้สนาม Allianz Arena ขึ้นแท่นเป็นอีกหนึ่งสังเวียนลูกเวียนแห่งสำคัญของโลกฟุตบอลยุคใหม่  

น้อยคนนัก ที่จะได้ลงมาเล่นฟุตบอลบนพื้นหญ้า Allianz Arena หากไม่ได้เป็นนักเตะอาชีพที่ค้าแข้งในทีมชั้นนำของเยอรมัน หรือในยุโรป โอกาสที่จะได้ลงไปเตะลูกหนังในสนามแห่งนี้ไปได้น้อยมาก

ยิ่งหากใครคนนั้น เป็นเพียงกลุ่มเยาวชนอายุ 14-16 ปี จากดินแดนห่างไกลออกไปกว่า 10,000 กิโลเมตร โอกาสคงแทบเป็น 0 เปอร์เซนต์

แต่ในจุดที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ประตูแห่งโอกาสและความหวัง ก็ถูกเปิดขึ้น เมื่อทาง Allianz Ayudhya (บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด) ได้เห็นถึงความสำคัญของการมอบโอกาสแก่เด็กไทย จึงเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลัก ในโครงการ FC Bayen Munich Youth Cup โดยจับมือร่วมกับ บ.สปอร์ตไทย บาวาเรีย จำกัด พันธมิตรลูกหนังของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรลูกหนังชั้นนำของโลกจากเยอรมัน และวังขนาย

เพื่อเฟ้นหาเด็กไทยจำนวน 10 คน เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปเปิดประสบการณ์พร้อมลงทำการแข่งขัน ในทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลเยาวชน 7 คน นานาชาติ  “FC Bayern Munich Youth Cup” ที่สนาม Allianz Arena รังเหย้าที่นักฟุตบอลระดับโลก ต่างอยากมาสัมผัสการเตะฟุตบอลในสนามอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ สักครั้งในชีวิต…

ทว่าการเปิดประตูสร้างโอกาสให้เด็กได้ลงแข่งขันที่ Allianz Arena เป็นเพียงปลายทาง เพราะพันธกิจของ Allianz Ayudhya ในการเข้ามาสนับสนุนโครงการนี้มีมากกว่าแค่การสร้างฝัน…

 

ทำไมต้องสนับสนุน  

“จากประสบการณ์ในการจัดโครงการ “Allianz Junior Football Camp” (AJFC) ต่อเนื่องมา 10 ปี ในแต่ละปีเราได้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของเยาวชนไทย ทำให้เราไม่หยุดยั้งที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้พวกเขาให้มีโอกาสเดินตามความฝันไปสู่การเป็นนักเตะอาชีพในอนาคต”  พัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวเริ่มถึงจุดเริ่มต้น

“พอทางอลิอันซ์ มีการปรับรูปแบบแคมป์ AJFC ที่แตกต่างออกไป โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพเยาวชนในด้านอื่น ปีนี้เราจึงตัดสินใจเข้าเป็นผู้สนับสนุนหลักใน โครงการ FC Bayern Youth Cup Thailand เพราะเรามองเห็นว่าโครงการนี้สามารถสานต่อเจตนารมณ์เดิม ที่เราต้องการสานฝันนักเตะไทยไประดับโลก”

“ในฐานะกลุ่ม Allianz ที่เป็นผู้สนับสนุนหลักสนาม Allianz Arena และสโมสร Bayern Munich ยังถือว่าเป็นโอกาสอันดี ในการต่อยอดและช่วยผลักดันให้ เยาวชนไทย ได้ไปสัมผัสกับสนามฟุตบอลที่ว่ากันว่ายิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก รวมถึงสโมสรชั้นนำอย่าง Bayern Munich”

 

สร้างความทั่วถึง

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มีเด็กและเยาวชนจากทั่วประเทศไทย ทุกภูมิภาค ให้การตอบรับเข้าร่วมโครงการ “FC Bayern Youth Cup Thailand” มากกว่า 13,000 คน ซึ่งตัวเลขนี้คงเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้เป็นอย่างดี ถึงความน่าสนใจที่เด็กไทยมีต่อโครงการนี้

“ในตอนแรกเราคิดรูปแบบการคัดเลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้ง การเปิดรับสมัครให้ทีมโรงเรียน มาแข่งขันกัน เพื่อนำทีมโรงเรียนที่ดีสุดยกทีมไปแข่งขันที่เยอรมัน หรือการเปิดคัดตัวเป็นสถานี ต่างๆ เพื่อดูทักษะเฉพาะตัว เช่น เลี้ยง ส่ง โหม่ง ยิง” ธีรชัย ลิมปนาทไพศาล หัวหน้าผู้ดูแลโครงการ FC Bayern Youth Cup Thailand เริ่มเผยถึงที่มาที่ไปและแนวคิดในการขั้นตอนเฟ้นหานักเตะเยาวชน ที่ต้องการมอบโอกาสให้เด็กไทยทุกคนที่เข้ามาร่วมคัดตัว โดยไม่ได้มองว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร มาจากไหน ขอเพียงแค่มีใจรัก ก็สามารถหิ้วสตั๊ดมาทดสอบ

“แต่ท้ายที่สุดเราก็คิดว่า วิธีการแบบนี้ ก็จะมีเพียงแค่ทีมโรงเรียนเก่งๆ สถานศึกษาดังๆเท่านั้นที่มีโอกาส บรรดาทีมเล็กๆ หรือเด็กที่ฐานะยากจน อาจไม่มีโอกาส ฉะนั้นเราจึงเปิดคัดเลือกแบบรายบุคคล ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ใครสนใจสามารถสมัครได้เลย โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีสังกัด โรงเรียน”

“ผ่านวิธีการลงแข่งขันจริง เพื่อดูว่าเด็กๆจะสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าระหว่างเกมได้หรือไม่? การเคลื่อนที่เป็นอย่างไร เพราะเด็กบางคน ทักษะฟุตบอลอาจไม่ดี แต่เขาอาจจะมีการอ่านเกมที่ดี หากเราคัดตัวโดยดูจากความสามารถเฉพาะตัว เขาก็มีโอกาสจะไม่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งไม่อยากปิดกั้นโอกาสของเยาวชน จึงเลือกใช้วิธีการนี้”

ภายใต้การการคัดเลือกจากทีมงานสตาฟฟ์โค้ชชาวเยอรมัน ดีกรี UEFA A-License  ของ สปอร์ตไทย บาวาเรีย นำโดย เดนนิส อมาโต เฮดโค้ชชัยนาท ฮอร์นบิล, เดนนิส ไกเออร์ อดีตผู้ฝึกสอนอ่างทอง เอฟซี

ซึ่งความพิเศษของโครงการนี้อยู่ตรงที่ เด็กทุกคนที่มาคัดตัว จะได้ลงมาในสนาม ตามตำแหน่งที่ถนัดตัวเอง เพื่อแข่งขันกันเป็นทีม โดยทุกๆแมตช์จะมีสตาฟฟ์โค้ช คอยให้คะแนน และคัดเลือกเด็กจาก 7 สนาม ครอบคลุมทุกภูมิภาค มาคัดเลือกรอบประเทศ ที่สนามเทพหัสดิน  

เพื่อคัดให้เหลือ 15 คนจากทั่วประเทศ นำไปเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อม ก่อนตัดตัวเหลือ 10 คนสุดท้ายที่จะได้เดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ลูกหนังในสนาม Allianz Arena โดยมี เคลาส์ เอาเกนทาเลอร์ส ตำนานแข้งทีมชาติเยอรมัน และแบรนด์แอมบาสเดอร์ของโครงการที่เดินทางมาดูเด็กไทย ลงทำการคัดเลือกด้วยสายตาตัวเอง ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ

 

เวทีของผู้ไม่ยอมแพ้

เด็กที่ไม่ผ่านการคัดเลือก ทาง Allianz และ สปอร์ต ไทยบาวาเรีย ก็ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสเด็กๆ เหล่านั้น ทุกคนที่ไม่ผ่านการคัดตัว สามารถไปคัดเลือกได้ในสนามต่อไป จนถึงสนามที่ 7 กรุงเทพมหานคร อันเป็นสนามสุดท้ายของรอบคัดเลือก

ธีรชัย ให้เหตุผลว่า ในบางครั้งนักฟุตบอลอาจมีวันที่ฟอร์มดี ฟอร์มตกได้เป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าหากเด็กคนนั้นไม่ยอมแพ้ ต้องการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ทางโครงการ FC Bayern Youth Cup Thailand ก็พร้อมเปิดโอกาสให้กับ เด็กไทยที่มีความพยายาม ได้มาทดสอบแบบไม่มีเงื่อนไข

“ผมเคยผ่านการคัดตัวมามากกว่า 50 สนาม ผมมองว่ารายการ FC Bayern Youth Cup เป็นรายการหนึ่งที่ดีมากๆ เพราะเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนที่ได้มาพิสูจน์ตัวเอง โดยไม่สนใจชื่อเสียง ซึ่งจากที่ผมไปคัดตัวมาทั่วประเทศ ยังไม่เคยเจอรายการไหนที่เป็นแบบนี้” ภารดร พาสคาล โมร์ หรือ “น้องดอน”  หนึ่งในเด็กเยาวชน 15 คนสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบในปี 2019 กล่าวเริ่ม

“อย่างตัวผม ในสนามคัดเลือกแรก วันนั้นผมยอมรับว่า ผมเล่นได้ไม่ค่อยดี ติดๆขัดๆไปหมด ก็ไม่ผ่านการคัดเลือก แต่หลังวันนั้น ผมก็กลับไปฝึกซ้อมมากขึ้น ประกอบกับโครงการ FC Bayern Youth Cup Thailand ก็ไม่ปิดกั้นโอกาสเรา ผมจึงเดินทางไปคัดตัวสนามสองที่ จ.เชียงใหม่ และผ่านการคัดเลือก เข้าสู่รอบสุดท้าย จนมาถึงรอบนี้”

เช่นเดียวกับ ศรวัสย์ โพธิ์สมัน หรือ “น้องเพชร” ผู้รักษาประตูดาวรุ่งที่ผ่านเข้ามาถึง 15 คนสุดท้าย ในปีนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเยาวชนที่ไม่ยอมแพ้ และคว้าโอกาสที่ทางโครงการมอบให้ไว้ได้

“โอกาสเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตู หากไม่มีโอกาสลงสนาม ก็ไม่มีใครเห็นว่า เรามีฝีมือเป็นอย่างไร โครงการนี้ให้โอกาสผมได้ลงสนามจริงๆ”

“แม้ว่าผมจะไม่ผ่านการคัดเลือกที่สนามจังหวัด นครราชสีมา, สงขลา เหลือความหวังแค่สนามสุดท้าย จ.ปทุมธานี แต่ผมก็ไม่ท้อ พยายามเก็บข้อผิดพลาดจากทุกสนามที่ผ่านมา นำไปปรับปรุง จนทำผลงานให้ดีในสนามสุดท้าย และได้รับเลือกผ่านเข้ามาเป็น 15 คนสุดท้าย” น้องเพชร ศรวัสย์ เผย

การส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างสรรค์ของเยาวชนไทย ถือเป็นหนึ่งพันธกิจที่ทาง Allianz Ayudhaya ให้ความสำคัญมาโดยตลอดเป็นเวลาหลายปี ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า “ปันความรู้สู่เด็กไทย” โดยปีนี้อยู่ภายใต้แนวคิด Explore the Future With Us เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เยาวชนไทยออกไปค้นหาสิ่งใหม่ๆ รอบตัว พร้อมเดินหน้าล่าฝัน และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ลุกขึ้นสู่ใหม่แม้พ่ายแพ้ในครั้งแรก...

“ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของโครงการนี้ ในประเทศไทย คือช่วงรอบปีที่ผ่านมา เรามีผู้เล่นเยาวชนที่ผ่านโครงการนี้ ถึง 5 คน ถูกเรียกตัว ติดทีมชาติไทย ในรุ่นเยาวชน ซึ่งพวกเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เรามุ่งมั่น อยากจะสนับสนุนฟุตบอลไทยต่อไป"

“Allianz Ayudhaya ขอเป็นผู้ช่วยสานฝันของน้องๆ ให้เกิดขึ้นจริง ขอเพียงแค่น้องทุกคน มีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค และกล้าที่จะแสดงฝีเท้าออกมาอย่างเต็มที่” พัชรา ทวีชัยวัฒนะ ผู้บริหาร Allianz Ayudhya กล่าวทิ้งท้าย



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง