mainstand

Inspiration

สองมือบนเส้นทางความฝัน ที่ผลักดันล้อวีลแชร์ของ ชัยวัฒน์ รัตนะ



สองมือที่อยู่ข้างกาย จะพาเราวิ่งไปบนเส้นทางแห่งความฝันได้ไกลแค่ไหน?


 

หลายคนอาจเคยลองตั้งคำถามดังกล่าวกับตัวเอง ในวันที่เราสงสัยถึงความตั้งใจ และความพยายามของตัวเอง ที่ทุ่มเทลงไปเพื่อก่อร่างสร้างความฝันในใจ ให้กลายเป็นความจริง

สำหรับนักกีฬาพาราทีมชาติไทย พวกเขาไม่แตกต่างจากคนทั่วไป มีวันที่พวกเขาเหล่านั้นรู้สึกท้อ มีวันที่ตั้งคำถามหลังการฝึกซ้อมที่หนักหน่วง ว่ามือสองข้างของพวกเขา สามารถพาตัวเองไปถึงความฝันได้จริงหรือไม่?

บีม - ชัยวัฒน์ รัตนะ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งสังกัดบริดจสโตน คือหนึ่งคนที่เคยรู้สึกท้อ และตั้งคำถามกับตัวเองบนเส้นทางแห่งความฝัน 

หากแต่แทนที่จะตัดสินใจยอมแพ้ และล้มเลิกกลางคัน ชัยวัฒน์กลับทำในสิ่งตรงกันข้าม เขาขึ้นนั่งบนรถวีลแชร์ และผลักดันสองล้อให้เดินหน้า เพื่อเดินทางบนเส้นทางแห่งความฝันของเขาต่อไป

พบกับเรื่องราวของ ชัยวัฒน์ รัตนะ กับมือสองข้างที่คอยผลักดันความฝัน ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ จนก้าวมาสู่จุดที่ยืนได้ดั่งทุกวันนี้

 

มือที่ซ้อมให้หนัก

มือสองข้างที่ผลักดันความฝันของ ชัยวัฒน์ รัตนะ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งพาราทีมชาติไทย กำลังทำงานอย่างแข็งขันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ภายในสนามกีฬากลางมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

สำหรับกีฬาวีลแชร์เรซซิ่ง หัวใจของมันไม่แตกต่างจากกีฬากรีฑาทั่วไป นั่นคือการแข่งขันชิงชัย เพื่อเป็นเจ้าแห่งความเร็วบนสนามแข่งขัน สิ่งเดียวที่แตกต่าง คืออวัยวะใช้งานในร่างกาย ที่เปลี่ยนจากขาเป็นแขน 

การให้ความสำคัญต่อการเสริมสร้างร่างกายช่วงบน จึงเป็นความแตกต่างและลักษณะเฉพาะของกีฬาวีลแชร์เรซซิ่ง เพราะธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ได้ใช้แขนเป็นหลักในการเคลื่อนที่ การเสริมสร้างความแข็งแกร่ง เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาด จึงเป็นแนวคิดหลักในทุกการฝึกซ้อมของ ชัยวัฒน์ รัตนะ

“วีลแชร์เรซซิ่ง เราต้องให้ความสำคัญในการสร้างความทนทาน ความแข็งแรง และความเร็ว สามสิ่งนี้มันต้องประสานกันให้ลงตัว” ร้อยตำรวจโท ภูมิรพี ไกรนรา หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมกรีฑาผู้พิการทางสมองทีมชาติไทย กล่าวถึงรูปแบบการฝึกซ้อมของ ชัยวัฒน์ รัตนะ

“วันจันทร์ วันอังคาร น้องบีมฝึกปั่นวีลแชร์ที่มีระยะทางมาก เช่น ปั่น 20 รอบ ต่อไปคือการปั่นจับเวลา เพื่อเสริมสร้างระบบหายใจ ส่วนช่วงวันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันเสาร์ เราให้ความสำคัญในการสร้างเวทเทรนนิ่ง โดยจะมีการเพิ่มเข้าไปในช่วงเย็น เพื่อทำให้กล้ามเนื้อแขน หรือมัดกล้ามท้องแข็งแรงอยู่เสมอ”

นักกีฬาชนิดอื่น อาจฝึกซ้อมเพียง 2 ครั้ง หรือ 3 ครั้งต่อวัน เพื่อรักษาความสามารถ และสภาพร่างกายให้แข็งแรงก่อนการแข่งขัน แต่สำหรับ ชัยวัฒน์ รัตนะ ภายในระยะหนึ่งสัปดาห์ ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งวัน ที่เขาลงซ้อม 4 ครั้งภายในวันเดียว

เสียงเคลื่อนที่ของล้อวีลแชร์ ดังขึ้นตลอดวันในสนามกีฬากลางมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

ชัยวัฒน์ รัตนะ ปั่นวีลแชร์ 3 ครั้ง ในช่วงเช้า บ่าย และ เย็น ก่อนเข้ายิมเพื่อทำเวตเทรนนิ่งในช่วงค่ำ

“ส่วนใหญ่ซ้อมช่วงเช้าจะหนักครับ ตามโปรแกรมของโค้ช มันก็เมื่อยล้า บางทีล้าทั้งวัน ตั้งแต่เช้าวันนี้ จนถึงวันพรุ่งนี้ก็ยังไม่หาย” ชัยวัฒน์ รัตนะ กล่าวถึงความรู้สึกหลังการฝึกซ้อมที่จริงจังกว่านักกีฬาทั่วไป

“ตอนแรกที่มาเข้าแคมป์ ผมมีอาการปวดที่แขนมาก แต่ตอนนี้ผมเข้าแคมป์ฝึกซ้อมมาสักระยะ ผมยังมีความเมื่อย แต่ไม่ปวดแล้ว พักสัก 2-3 ชั่วโมง สภาพแขนของผมก็ดีขึ้น”

การฝึกซ้อมที่จริงจัง และแทบไม่มีเวลาให้หยุดพัก สร้างความเหนื่อยล้าให้แก่ร่างกายชัยวัฒน์ โดยไม่เว้นแต่ละวัน หากแต่สิ่งที่ตอบแทนเขามาในบั้นปลาย คือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่ตัวเขาเองไม่เคยแม้แต่จะคิดฝัน

ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี หลังเข้าร่วมทีมนักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย ชัยวัฒน์ รัตนะ ประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองวีลแชร์เรซซิ่ง จากการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ เมื่อปีที่ผ่านมา มันคือความสำเร็จที่ตอบแทนการฝึกซ้อมอย่างหนักของ ชัยวัฒน์ รัตนะ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

 

มือที่รู้จักผ่อนคลาย

การฝึกซ้อมอย่างหนักตลอดสัปดาห์ ย่อมสร้างความแข็งแรง และความทนทาน แก่สภาพร่างกายของ ชัยวัฒน์ รัตนะ ก่อนการลงแข่งขันจริงบนลู่วิ่ง แต่มือสองข้างของชัยวัฒน์ รัตนะ ไม่ใช่เหล็กกล้า ที่จะยิ่งตียิ่งแข็งแกร่งโดยไร้ความบอบช้ำ

หนึ่งเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ ชัยวัฒน์ รัตนะ ยังคงใช้มือสองข้างผลักดันตัวเองบนเส้นทางความฝัน โดยไม่หลุดจากลู่วิ่งจนแหกโค้งออกไปข้างทาง คือโปรแกรมการพักผ่อนที่ถูกจัดสรรอย่างเป็นเวลา และมากเพียงพอที่จะผ่อนคลายชัยวัฒน์ หลังจากความเมื่อยล้าในการปั่นวีลแชร์ เรซซิ่ง

ทุกวันพุธของโปรแกรมการฝึกซ้อม ในแต่ละสัปดาห์ ชัยวัฒน์ รัตนะ จะเข้าคอร์สวารีบำบัด หรือการรักษาสภาพร่างกายโดยการแช่น้ำ เพื่อเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อแขน และลำตัว จากการทำงานหนักตลอดสัปดาห์

“มัดกล้ามเนื้อที่มันตึงมาก ก็เหมือนยางสักเส้นที่กำลังรัดตัว เราต้องมีการผ่อนคลายมันออก วารีบำบัดคือการใช้น้ำบำบัด และฟื้นฟูร่างกายของเขาให้กลับมาปกติอีกครั้ง” ร้อยตำรวจโท ภูมิรพี ไกรนรา กล่าวถึงแนวทางการใช้วารีบำบัด

“เราให้น้องบีมลงไปแช่น้ำในสระว่ายน้ำเด็ก ที่มีความลึกเพียง 70 เซนติเมตร เขาจะสามารถว่ายน้ำได้ เดินได้ ผ่อนคลายได้ด้วยตัวเอง แม้จะมีข้อจำกัดทางร่างกาย” 

“รู้สึกผ่อนคลายครับ ผมไม่เครียด ไม่ได้คิดอะไร ปล่อยตัวให้สบาย รู้สึกไปกับน้ำเย็นที่ผ่านตัวเราไป” ชัยวัฒน์กล่าวถึงความรู้สึกที่ผ่อนคลาย เมื่อเข้ารับวารีบำบัด

การผ่อนคลายทางร่างกายนั้นมีความสำคัญ แต่หากละเลยการผ่อนคลายทางความคิดและจิตใจ ชัยวัฒน์ รัตนะ อาจเดินบนเส้นทางแห่งความฝัน มาได้ไม่ไกลเหมือนดั่งทุกวันนี้

ยามพระอาทิตย์ตกดิน เสียงดนตรีดังขึ้นจากห้องพักนักกีฬาแห่งหนึ่ง มันคือเสียงที่บรรเลงจากกีตาร์คู่ใจของชัยวัฒน์ รัตนะ ในเวลาที่เว้นว่างจากการฝึกซ้อม บทเพลงที่เขากำลังขับร้องผ่านมือสองข้าง ที่เคยเคลื่อนวงล้อวีลแชร์อย่างหนักหน่วงในช่วงเช้า

แปรเปลี่ยนเป็นการเคลื่อนไหวที่แผ่วเบา บนเส้นหกสายของกีตาร์ ไปตามอารมณ์ที่ผ่อนคลาย และปล่อยหัวใจให้ห่างไกลจากความเครียดที่สะสมมาตลอดวัน

“เวลาผมซ้อมมาเหนื่อยๆครับ การที่ผมเล่นกีตาร์ มันจะช่วยให้ผมไม่คิดถึงเรื่องเครียด รู้สึกผ่อนคลายไปกับเสียงเพลง เสียงดนตรี ในเวลาว่าง”

“วันอาทิตย์ที่ผมได้หยุดพัก ผมชอบไปนั่งร้านสบายๆ เช่น ร้านกาแฟ นั่งคุยกับเพื่อนๆ อยู่ในบรรยากาศที่มันผ่อนคลาย”

 

มือที่คอยผลักดันความฝัน

มือสองข้างของชัยวัฒน์ รัตนะ ผลักดันความฝันของตัวเอง ในฐานะนักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย มาเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งปีแล้ว ทุกวัน ทุกสัปดาห์ ของการฝึกซ้อม ชัยวัฒน์ขึ้นนั่งบนรถวีลแชร์ พร้อมกับแนวคิดสำคัญที่อยู่ในทุกการฝึกซ้อม นั่นคือ “ความตั้งใจ”

“ผมต้องตั้งใจครับ (เว้นวรรคเพื่อนึกคิด) ต้องตั้งใจครับ ทำทุกอย่างตามที่โค้ชสั่ง”

“ทุกวันนี้ ถ้าผมให้คะแนนตัวเองเต็มร้อย ผมคิดว่าผมตั้งใจในการซ้อม 99.9 เปอร์เซ็นต์ เพราะเวลาผมเหนื่อย ผมยังคงรู้สึกท้อ ผมยังคงคิดจะถอดใจ ผมยังคิดว่า ผมสามารถตั้งใจฝึกซ้อมได้มากกว่านี้ ซ้อมหนักกว่านี้ได้อีก”

เหรียญทองวีลแชร์เรซซิ่ง จากการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ เมื่อปีที่ผ่านมา คือความสำเร็จแรกบนเส้นทางแห่งความฝันของ ชัยวัฒน์ รัตนะ แต่สำหรับการแข่งขัน “พาราลิมปิก เกมส์” ที่ทำการแข่งขันครั้งต่อในปี 2020 ชัยวัฒน์รู้ดีว่า เส้นทางที่รออยู่จะไม่ง่ายเหมือนที่เคยผ่านมา และเขาต้องทุ่มเทเต็มร้อยเท่านั้น เพื่อคว้าเหรียญทองมาครองให้ได้ตามเป้าหมาย

นอกเหนือจากมือของชัยวัฒน์ รัตนะ ที่ยังคงหมุนล้อวีลแชร์บนเส้นทางแห่งความฝัน ยังมีอีกหลายมือสำคัญที่คอยผลักดันเขาจากเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นมือของ ร้อยตำรวจโท ภูมิรพี ไกรนรา ผู้ฝึกสอนที่เคียงข้างเขามาตั้งแต่วันแรก 

รวมถึงมือของต้นสังกัดอย่าง “บริดจสโตน” (Bridgestone) ผู้นำด้านการผลิตยางรถยนต์ ที่มอบโอกาสให้แก่ ชัยวัฒน์ รัตนะ เข้ามาทำงานเป็น พนักงานประจำ หลังเล็งเห็นความสำคัญของนักกีฬาพาราทีมชาติไทย ตลอดจนสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย และมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด 

อีกหนึ่งมือคอยที่ผลักดัน และเป็นกำลังใจที่สำคัญของชัยวัฒน์ รัตนะ บนเส้นทางแห่งความฝัน คือครอบครัวที่ไม่เคยห่างไปไหน และอยู่เคียงข้างชัยวัฒน์มาเสมอ

“ผมมีกำลังใจในการกลับมาฝึกซ้อมทุกครั้ง เมื่อผมมองกลับไปหาครอบครัว มองไปข้างหน้าถึงอนาคตของตัวเอง ผมยอมที่จะซ้อมหนักกว่านี้ครับ หากมันช่วยให้ผมประสบความสำเร็จที่ฝันไว้”

มือที่คอยเคลื่อนความฝันของ ชัยวัฒน์ รัตนะ ยังคงทำงานหนักอย่างทุกวันเหมือนที่เคยเป็นมา ทั้งมือของตัวเขาเอง และมือของคนรอบข้าง ทุกฝ่ายพร้อมยืนเคียงข้างเป็นพลังสำคัญ ส่ง ชัยวัฒน์ รัตนะ ก้าวไปคว้าเหรียญทองในกีฬา “พาราลิมปิกเกมส์” ดั่งที่เขาตั้งใจไว้



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง