mainstand

Feature

ซับซ้อน และงงงวย : สัญญานักกีฬาอเมริกัน เกมส์ ที่โหดจริง...ยิ่งกว่านักฟุตบอล  



พูดถึงเรื่องเงินทองเมื่อไหร่ หลายคนคงอดอิจฉาเหล่านักกีฬาอาชีพไม่ได้ เมื่อรายได้ของพวกเขานั้นมหาศาลขนาดที่ว่าเพียงปีเดียวที่ได้เงินจากการเล่น อาจมากกว่าที่คนธรรมดาคนหนึ่งหามาได้ตลอดชีวิตเลยด้วยซ้ำ
 

 

ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะนึกถึงนักฟุตบอล เพราะนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ต่างได้ค่าเหนื่อยถึงสัปดาห์ละหลายแสนปอนด์ แต่เราอยากจะบอกว่า สัญญาที่นักกีฬาอเมริกันเกมส์ ไม่ว่าจะเป็นนักอเมริกันฟุตบอล, บาสเกตบอล หรือแม้แต่เบสบอลได้นั้น ก็มากมายมหาศาลไม่แพ้กัน

แต่ภายใต้ตัวเลขเงินระดับ 8-9 หลัก มันก็มาพร้อมกับรายละเอียดในตัวของสัญญาที่เยอะแยะชวนงงเสียเนี่ยกระไร … Main Stand ขออาสาคลายข้อสงสัยในรายละเอียดของสัญญาที่ว่าโหดและเยอะแยะมากมายแสนจะซับซ้อนให้คุณๆ เข้าใจได้ง่ายขึ้น

 

ตัวเลขที่แตกต่าง

หนังสือพิมพ์ เลกิ๊ป ของฝรั่งเศส ได้เปิดเผยตัวเลขค่าเหนื่อยของนักฟุตบอลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2019 โดยนักเตะที่ได้ค่าเหนื่อยสูงสุดในโลก ณ เวลานี้คือ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวดังแห่ง บาร์เซโลน่า ซึ่งได้อยู่ที่เดือนละ 9.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 114 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี รองลงมาคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ได้จาก ยูเวนตุส เดือนละ 5.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 63.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี 

แต่หากมาดูในส่วนของนักกีฬาอเมริกันเกมส์แล้ว ก็จะเห็นว่ารายรับของเหล่านักกีฬาระดับซูเปอร์สตาร์นั้นมากมายมหาศาลไม่ต่างกัน ... แอร่อน ร็อดเจอร์ส ควอเตอร์แบ็คดีกรีแชมป์ซูเปอร์โบวล์ของ กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ทีมดังแห่งศึกอเมริกันฟุตบอล NFL รับค่าเหนื่อย 4 ปี 134 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ, เลบรอน เจมส์ ยอดฝีมือแห่งบาสเกตบอล NBA เซ็นสัญญา 4 ปี 153.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ย้ายจาก คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส สู่ ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส, ไมค์ เทราท์ ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการเบสบอล รับข้อเสนอ 12 ปี 426.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อสัญญากับ ลอสแอนเจลิส แองเจิลส์ และล่าสุดในปี 2020 แพทริค มาโฮมส์ อีกหนึ่งควอเตอร์แบ็คดีกรีแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ต่อสัญญามูลค่า 503 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่ออยู่กับ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ต่อไปอีก 10 ปี

หากดูจากจำนวนเงินอย่างเดียว ดูเหมือนตัวเลขรายได้ของนักกีฬาอเมริกันเกมส์นั้นจะตื่นตาตื่นใจมากกว่านักฟุตบอลอย่างเห็นได้ชัด เพราะแทบจะการันตีได้เลยว่า นักกีฬาระดับซูเปอร์สตาร์จะต้องได้เงิน 8-9 หลักตามสัญญาแต่ละฉบับ ... แต่ภายใต้ตัวเลขดังกล่าว กลับมีรายละเอียดทางสัญญาที่มากมาย, ซับซ้อน และโหดกว่ามากเลยทีเดียว

 

รายละเอียดมากมาย

หากไล่เรียงดูที่สัญญาของนักฟุตบอล ส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่ค่อยมีอะไรที่ซับซ้อน เพราะมีการระบุค่าเหนื่อยอย่างชัดเจนเลยว่า นักเตะคนนั้นจะได้รับอยู่ที่สัปดาห์ (หรือเดือน หรือปี) ละเท่าไหร่ ส่วนโบนัสต่างๆ แม้จะมีการระบุไว้ในสัญญา แต่มักไม่ค่อยถูกเปิดเผยให้ทราบกันเท่าไหร่นัก ยกเว้นหากมีมือดีแฮคฐานข้อมูลเอามาปล่อยให้สาธารณะรับทราบ เหมือนอย่างกรณีของ ฟุตบอล ลีคส์ (Football Leaks) ที่มักจะนำข้อมูลลักษณะนี้มาปล่อยอยู่เป็นระยะๆ

แต่ในส่วนของอเมริกันเกมส์ ตัวเลขเงินที่เห็นมหาศาล 8-9 หลักนั้น คือมูลค่าสูงสุดที่นักกีฬาผู้นั้นพึงได้จากสัญญาฉบับดังกล่าว หรือพูดอีกแบบก็คือ นักกีฬาอาจจะได้เงินไม่ครบตามสัญญาก็เป็นได้

ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะคิดว่า สัญญาของนักกีฬาอเมริกันเกมส์คือการเอาเปรียบจากฝั่งต้นสังกัดชัดๆ แต่อันที่จริง มันคือรายละเอียดที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับแล้วต่างหาก เพราะหากรับเงื่อนไขไม่ได้ ก็ไม่ต้องจำเป็นต้องเซ็นสัญญากัน ถูกต้องใช่ไหม?

ก่อนอื่นเลยก็คือ สัญญาในฟากฝั่งอเมริกันเกมส์นั้นเป็นการรวมกันของ 2 สิ่ง สิ่งแรกคือ ค่าเหนื่อย (Salary) ซึ่งเป็นเงินค่าจ้างพื้นฐานที่ผู้เล่นต้องได้ กับอีกสิ่งคือ โบนัส (Bonuses) ซึ่งมีหลายรูปแบบ ทั้งโบนัสการเซ็นสัญญา (Signing Bonus) ที่จะได้ทันที, โบนัสการติดทีม (Roster Bonus) ซึ่งจะได้ก็ต่อเมื่อมีชื่ออยู่ในทีมชุดใหญ่เมื่อถึงวันที่กำหนด หรือแม้แต่ โบนัสตามผลงาน (Performance Bonus) ซึ่งจะได้เมื่อทำผลงานตรงตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้

ขณะเดียวกัน ก็มีเงื่อนไขของสัญญาอีกประการ นั่นก็คือ ออปชั่น (Options) หรือเงื่อนไขสัญญาซึ่งมี 2 แบบ คือ Team Option หรือทีมมีสิทธิ์ที่จะเลือกได้ว่าเมื่อถึงเวลาที่กำหนด จะให้ผู้เล่นคนดังกล่าวอยู่กับทีมต่อไปหรือไม่ ซึ่งก็จะมีผลถึงค่าเหนื่อยและโบนัสที่ต้องจ่ายด้วย กับ Player Option ที่ผู้เล่นจะมีอำนาจในการตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะอยู่กับทีมต่อ หรือจะย้ายไปรับทรัพย์ กับโอกาสที่มากกว่ากับทีมอื่นต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจำนวนเงินนั้น ยังมีเงื่อนไขที่สำคัญมากๆ อีกประการหนึ่งก็คือคำว่า การันตี (Guaranteed) ซึ่งหากมีคำนี้ปรากฎขึ้นในสัญญา ก็จะหมายความว่า ผู้เล่นคนนั้นจะได้เงินขั้นต่ำตามที่ระบุไว้อย่างแน่นอน โดยสัญญาของบางคนอาจจะการันตี 100% ขณะที่บางคนอาจจะการันตีเพียงบางส่วนเท่านั้น


Photo : Fort Worth Star-Telegram

และแม้จะรับใช้ทีมจนครบสัญญา แต่รายละเอียดความ "เยอะ" นั้นก็ไม่ได้สิ้นสุดแต่อย่างใด เพราะผู้เล่นที่หมดสัญญา กลายเป็นฟรีเอเยนต์นั้น ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ Restricted Free Agent หรือ RFA ซึ่งต้นสังกัดเดิมมีสิทธิ์ที่จะยื่นข้อเสนอมูลค่าเทียบเท่ากับทีมอื่นๆ ซึ่งยื่นข้อเสนอที่ผู้เล่นพอใจ เพื่อเก็บตัวผู้เล่นไว้กับทีมได้ กับ Unrestricted Free Agent หรือ UFA ที่ผู้เล่นสามารถเลือกรับข้อเสนอของทีมใดก็ได้ที่ดีที่สุดให้กับตนเอง โดยที่ต้นสังกัดเดิมไม่มีสิทธิ์รั้งตัวไว้แต่อย่างใด

 

เหตุจากเพดานค่าเหนื่อย

แน่นอน การที่สัญญาต่างๆ มีรายละเอียดเยอะแยะมากมายอันสุดจะสับสนและแสนโหดบ้างในบางมิตินั้น มันมีสาเหตุสำคัญประการหนึ่งอยู่เบื้องหลัง ซึ่งนั่นก็คือ เพดานค่าเหนื่อย หรือ Salary Cap นั่นเอง

เพราะเพดานค่าเหนื่อย คือสิ่งที่กำหนดทุกทีมในลีกว่า จะสามารถใช้เงินค่าเหนื่อยกับผู้เล่นทุกคนในทีมรวมกันได้สูงที่สุดเท่าไหร่ในแต่ละฤดูกาล ซึ่งทางอเมริกันฟุตบอล NFL นั้นจะใช้ระบบ Hard Cap คือห้ามใช้เงินเกินเพดานโดยเด็ดขาด ส่วนฟากฝั่งบาสเกตบอล NBA และเบสบอล MLB นั้นจะใช้ระบบ Soft Cap ที่อนุญาตให้ใช้เงินเกินเพดานได้ แต่จะต้องเสียค่าปรับ หรือ Luxury Tax ยิ่งเกินมาก ก็ยิ่งต้องเสียมากเป็นทวีคูณ


Photo : NBA

โดยสาเหตุที่ต้องมีเพดานค่าเหนื่อยนั้นก็คือ เพื่อไม่ให้ทีมใดทีมหนึ่งเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบจนเกินไป เพราะหากไม่มีเพดานค่าเหนื่อย ทีมที่รวยๆ ก็จะสามารถใช้เงินทุ่มจ่ายค่าเหนื่อยแพงๆ ให้กับนักกีฬาได้หลายคน ทำให้เกิดความเสี่ยงที่การแข่งขันนั้นจะเกิดการผูกขาด มีทีมเก่งๆ ไม่กี่ทีม 

ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วจะสามารถกดค่าเหนื่อยต่ำๆ กับผู้เล่นหลายๆ คน เพื่อที่จะสามารถจ้างผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์หลายๆ คนได้หรือไม่? ... คำตอบที่ถูกต้องที่สุดก็คือ ไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด เพราะในขณะที่มีเพดานค่าเหนื่อยสูงสุด ก็มีเพดานค่าเหนื่อยต่ำสุด ทั้งในส่วนของค่าเหนื่อยขั้นต่ำที่ทีมต้องจ่ายผู้เล่นทุกคนรวมกัน และค่าเหนื่อยขั้นต่ำสำหรับผู้เล่นแต่ละคนด้วยเช่นกัน

 

เล่นแร่แปรธาตุ

ด้วยการที่มีเพดานค่าเหนื่อยค้ำคอ ทว่าสโมสรก็ต้องการจ้างผู้เล่นชั้นยอดมาอยู่กับทีมให้ได้มากที่สุด แต่ละทีมจึงต้องเล่นแร่แปรธาตุรายละเอียดในสัญญาของผู้เล่นแต่ละคนกันขนานใหญ่ เพื่อสามารถนำส่วนต่างของเพดานค่าเหนื่อยที่เหลืออยู่ในการดึงดูดผู้เล่นจากทีมอื่นมาให้ได้ รวมถึงการดราฟต์ตัวผู้เล่นมาอยู่ในสังกัดเองเช่นกัน

เราขอยกตัวอย่างจากสัญญา 4 ปี มูลค่า 134 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของ แอร่อน ร็อดเจอร์ส แห่ง กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ใน NFL ที่เพิ่งเซ็นไปเมื่อปี 2018 ให้เข้าใจพอสังเขป โดยแม้มูลค่าสัญญาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 33.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี แต่เงินที่ร็อดเจอร์สได้ตามจริง และเงินที่กินพื้นที่เพดานค่าเหนื่อย หรือ แคป ต่อปีจะไม่ใช่ตามนี้


Photo : NFL

เริ่มแรกเรามาดูกันที่จำนวนเงินที่ร็อดเจอร์สจะได้ในแต่ละปีก่อน โดยในปี 2018 ซึ่งเป็นปีแรกของสัญญาฉบับใหม่ เขาจะได้เงินมากถึง 66.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว โดยแม้ค่าเหนื่อยจะได้เพียง 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่โบนัสนั้นเรียกได้ว่าบานตะไท เพราะเงินโบนัสจากการเซ็นสัญญามูลค่า 57.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะถูกจ่ายทันที รวมถึงโบนัสการติดทีมในฤดูกาล 2018 มูลค่า 7.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และโบนัสซ้อม 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนที่จะได้ ค่าเหนื่อย+โบนัสการติดทีม+โบนัสซ้อม ไปเรื่อยๆ จนจบฤดูกาล 2021 ก็จะได้ครบ 134 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พอดี แต่หากเกิดเหตุการณ์พลิกผันของชีวิตใดๆ ก็ตาม อย่างน้อยเขาก็จะได้เงินการันตีที่ตกลงไว้ 79.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างแน่นอน

ส่วนเงินที่กินพื้นที่แคปนั้น ก็จะไม่เท่ากับที่ทางผู้เล่นได้ เพราะโบนัสเซ็นสัญญา 57.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะถูกซอยแยกเป็น 5 ปี ถึงปี 2022 และเอาไปรวมกับค่าเหนื่อยและโบนัสในส่วนอื่นๆ ในแต่ละปี อย่างในฤดูกาล 2018 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ค่าจ้างของรอดเจอร์สกินแคปเพียง 20.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น ส่วนในฤดูกาล 2019 ที่กำลังจะมาถึง จะกินแคปอยู่ที่ 26.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และต้องไม่ลืมว่า ส่วนหนึ่งของเงินโบนัสเซ็นสัญญา จะไปกินพื้นที่แคปในฤดูกาล 2022 การผ่องถ่ายสัญญาแบบนี้ จึงช่วยให้ทีมเซฟพื้นที่แคปได้มากกว่าการจ่ายเงินแบบหารจำนวนปีตามสัญญา ทำให้มีเงินไปจ้างผู้เล่นฝีมือดีเข้ามาเสริมทีมได้อีกด้วย

ในกรณีของ แพทริค มาโฮมส์ ที่เพิ่งต่อสัญญากับ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ เมื่อปี 2020 ก็เช่นกัน เพราะสัญญา 10 ปี 503 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของเขา มีรายละเอียดซ่อนอยู่มากมาย โดยเบื้องต้นมีการยืนยันว่า เงินการันตีที่เขาจะได้ในสัญญาฉบับนี้อยู่ที่ 477 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเงินโบนัสพิเศษตามผลงานอีกปีละ 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แบ่งเป็น 1.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อพาทีมเข้าไปเล่นในเกมซูเปอร์โบวล์ กับอีก 1.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากได้รางวัล MVP หรือผู้เล่นทรงคุณค่าประจำฤดูกาล ซึ่งหากทำได้ครบทุกเงื่อนไขตลอด 10 ปี ก็จะได้เงินอีก 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เข้ากระเป๋าทันที ... แต่คุณรู้ ทุกคนรู้ ว่ามันเป็นเรื่องยากระดับปาฏิหารย์ที่จะทำได้เช่นนั้น

ด้านบาสเกตบอล NBA แม้รายละเอียดของสัญญาจะไม่ซับซ้อนเท่า แต่ก็มีการผ่องถ่ายมูลค่าสัญญาแต่ละปีที่ไม่เท่ากันใกล้เคียงกับฟาก NFL เพราะสัญญามูลค่า 153.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ เลบรอน เจมส์ ได้จาก แอลเอ เลเกอร์ส ก็จะไม่ถูกหารจ่ายเท่ากัน 4 ปี แต่จะเกลี่ยมูลค่าสัญญา โดยปีแรกจะรับเงินน้อยกว่าค่าเฉลี่ย แล้วค่อยไปรับเงินเยอะๆ ในปีหลังๆ ถึงกระนั้น ในปีสุดท้ายของสัญญา เลบรอนจะเป็นผู้ถือออปชั่นว่าจะรับเงินตามสัญญาที่มีอยู่ หรือเลือกย้ายออกเพื่อไปรับเงินมากกว่ากับทีมอื่น หรือจะเจรจาปรับปรุงสัญญากับทีมเดิมก็ได้เช่นกัน

ทั้งหมดที่กล่าวมาคงพอจะทำให้ทุกคนเห็นพอสังเขปว่า การกำหนดเพดานค่าเหนื่อย นอกจากจะทำให้การแข่งขันของวงการอเมริกันเกมส์สูสีขึ้นแล้ว ยังได้กลายเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องมีการออกแบบรายละเอียดของสัญญาที่มีรายละเอียดมากมาย ซับซ้อน และแสนจะงงงวย เพื่อให้ทั้งฝ่ายผู้เล่นและทีมได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากกฎที่ต้องปฏิบัติตามนั่นเอง

 

แหล่งอ้างอิง

https://bleacherreport.com/articles/1712196-an-idiots-guide-to-nba-front-office-finances
https://bleacherreport.com/articles/2787871-how-nba-free-agency-salary-cap-work
https://www.bleedinggreennation.com/2018/3/16/17129316/how-to-understand-nfl-contracts
https://www.businessinsider.com/nfl-highest-paid-players-2018-9
https://www.foxbusiness.com/media/canelo-alvarez-alex-rodriguez-worlds-most-expensive-athlete-contracts
https://www.foxbusiness.com/sports/patrick-mahomes-record-503-million-contract-details-revealed
https://www.goal.com/en-ie/news/messi-crowned-as-highest-paid-footballer-ahead-of-ronaldo/itda4m5zzao21lzzd061hbtp8
https://www.lequipe.fr/Football/Actualites/Salaires-neymar-et-mbappe-seuls-joueurs-de-ligue-1-dans-le-top-10-europeen/986428
http://settingedge.com/what-nfl-contracts-actually-mean
https://www.spotrac.com/nfl/green-bay-packers/aaron-rodgers-3745/
https://www.spotrac.com/nfl/kansas-city-chiefs/patrick-mahomes-21751/
https://www.spotrac.com/nba/los-angeles-lakers/lebron-james-2257/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง