Feature

เช็คจากข้อเท็จจริง : กรณี "ฮาคีม" ไทยโดนฟีฟ่าแบนได้จริงหรือ ?



เรื่องราวของฮาคีม อัล อาไรบี นักฟุตบอลและผู้ลี้ภัยชาวบาห์เรน ที่ถูกรัฐบาลไทยจับกุมตัว ยังคงเป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอล ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ


 

หลายฝ่ายในวงการฟุตบอล กดดันให้ไทยปล่อยตัวฮาคีม ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอลชื่อดังอย่าง เจมี วาร์ดี, จอร์โจ คิเอลลินี, ร็อบบี ฟาวเลอร์ หรือสมาคมฟุตบอลออสเตเลีย ไปจนถึงสมาคมระดับนานาชาติอย่างฟิฟโปร และฟีฟ่า

เมื่อฟีฟ่าส่งจดหมายร้องขอให้รัฐบาลไทยปล่อยตัวฮาคีม อาจทำให้หลายฝ่ายเกิดความวิตก ว่านี่คือคำเตือนของฟีฟ่าต่อวงการฟุตบอลไทย และอาจนำไปสู่การแบนทีมชาติไทย เหมือนในกรณีที่เคยเกิดขึ้น ที่มีหน่วยงานทางการเมืองเข้ามายุ่งเรื่องของฟุตบอล

Main Stand จะพาไปย้อนดูกรณีศึกษาในอดีต ที่ฟีฟ่าเคยสั่งแบนหลายประเทศ ที่เอาเรื่องการเมืองไปยุ่งกับฟุตบอล เพื่อย้อนกลับมามองว่าไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกแบนหรือไม่ ในกรณีของนายฮาคีม

 

ห้าม “การเมือง” ยุ่งเรื่องของ “ฟุตบอล”

สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ หรือ ฟีฟ่า (FIFA) มีความพยายามมาโดยตลอด ถึงการขีดเส้นแบ่งเรื่องระหว่าง “ฟุตบอล” กับ “การเมือง” ไม่ให้เกี่ยวข้องกัน

หากมีเหตุการณ์ที่รัฐบาล หรือผู้มีอำนาจทางการเมืองของแต่ละประเทศ พยายามแทรกแซงสมาคมหรือการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ ฟีฟ่ามักมีบทลงโทษแก่ประเทศนั้น และโทษร้ายแรงที่สุดคือการแบน ซึ่งทำให้ประเทศที่ถูกแบนไม่สามารถลงแข่งรายการฟุตบอลระดับชาติที่ฟีฟ่ารับรอง

เมื่อย้อนดูเหตุการณ์ในอดีต จะพบว่าหลายครั้งฟีฟ่าลงมืออย่างเอาจริงเอาจัง กับหลายชาติที่สถาบันทางการเมืองเข้ามายุ่งกับวงการฟุตบอลและโดนลงโทษไปตามระเบียบ

ชาติที่ถือเป็นขาประจำกับการถูกฟีฟ่าแบนคือ ไนจีเรีย ที่เริ่มโดนแบนครั้งแรกในปี 1996 เพราะรัฐบาลไนจีเรียสั่งถอนทีมชาติจากการแข่งขัน แอฟริกัน เนชันส์ คัพ ในปีนั้นที่จัดขึ้นแอฟริกาใต้ เพื่อประท้วงรัฐบาลแอฟริกาใต้ ที่ปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการ ผลคือถูกฟีฟ่าแบนไป 2 ปี

จากนั้นในปี 2010 รัฐบาลไนจีเรียออกคำสั่งถอนทีมชาติจากการแข่งขันนานาชาติและเพิกเฉยต่อคำเตือนของฟีฟ่า ทำให้ถูกฟีฟ่าแบนอีกครั้ง

และอีกครั้งที่ในจีเรียถูกฟีฟ่าแบนในปี 2014 หลังศาลในประเทศสั่งให้กระทรวงกีฬาเข้ามาแทรกแซงการทำงานของสมาคมฟุตบอล

หรือในกรณีที่แฟนบอลชาวไทยรู้จักกันดีคือประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งถูกฟีฟ่าสั่งแบนในปี 2015 เนื่องจากกระทรวงกีฬาของประเทศร่วมภูมิภาคของเรา สั่งยุติการแข่งขันฟุตบอลลีกในประเทศ ทำให้ฟีฟ่ามองว่าเป็นการใช้อำนาจทางการเมืองแทรกแซงเรื่องของฟุตบอล จนถูกสั่งแบนในท้ายที่สุด

มีชาติหลายประเทศทั่วโลก จากแทบทุกภูมิภาค ที่เรียงหน้าโดนฟีฟ่าแบนอย่างต่อเนื่อง จากการกรณีเดียวกัน คือสถาบันทางการเมืองแทรกแซงการทำงานของสมาคมฟุตบอลในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อิรักในปี 2009, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาในปี 2011, คูเวตและปากีสถานในปี 2017 และ กัวเตมาลาในปี 2018

แม้กระทั่งชาติมหาอำนาจฟุตบอลอย่างสเปนยังเฉียด ที่จะถูกแบนโดยฟีฟ่า หลังมีการฟ้องร้องว่ารัฐบาล และศาลสเปนเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

เนื่องจากในปี 2017 อังเคล มาเรีย บียาร์ นายกลูกเมืองกระทิงดุถูกถอดออกจากตำแหน่ง และทางรัฐบาลมีความต้องการจะให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว จนฟีฟ่าต้องออกโรงเตือนสเปนในการกระทำรอบนี้

อย่างไรก็ดีทางสมาคมฟุตบอลสเปนและฟีฟ่า ได้หาทางไกล่เกลี่ยจนลงตัว ทำให้สเปนรอดพ้นการถูกแบนในที่สุด

หากมองในกรณีของฮาคีม ซึ่งเป็นเรื่องของฟุตบอลกับสิทธิมนุษยชนแล้ว มีเคสหนึ่งที่น่าสนใจมาก คือเพื่อนบ้านของเรา ประเทศมาเลเซีย ที่เกือบถูกฟีฟ่าสั่งแบน ด้วยเรื่องลักษณะนี้

นั่นคือช่วงปลายปี 2016 มาเลเซียประกาศขู่ถอนตัวจากการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพ(ร่วม) เพื่อประท้วงการกระทำของรัฐบาลเมียนมาร์ที่มีพฤติกรรมละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้อพยพชาวโรฮิงญา

ทำให้ฟีฟ่าต้องส่งคำเตือน ห้ามไม่ให้มาเลเซียถอนตัวจากการแข่งขันฟุตบอลประจำภูมิภาคอาเซียนเด็ดขาด หากฝ่าฝืนถอนตัวจะถูกแบนทันที ทำให้สุดท้ายมาเลเซียต้องยอม ไม่ถอนทีมชาติออกจากการแข่งขันซูซูกิ คัพ

เห็นได้ว่าฟีฟ่ามีความเอาจริงเอาจัง กับประเทศสมาชิกหากดึงการเมืองให้มายุ่งเกี่ยวกับฟุตบอล กระนั้นไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่ฟีฟ่าเข้าไปสั่งแบนชาติสมาชิก ยามมีการเเทรกแซงเรื่องของฟุตบอลจากรัฐบาลในประเทศ

 

ไม่ถูกแบน หากมีเหตุและผล(ประโยชน์)

แม้ฟีฟ่าจะจัดการกับทุกชาติที่รัฐบาลเข้าไปยุ่งย่ามกับกิจกรรมทางฟุตบอลในประเทศ แต่หากมีเหตุและผล(ประโยชน์)ที่เพียงพอ อาจทำให้ฟีฟ่าไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ความเกี่ยวข้องระหว่างรัฐบาลจีนกับวงการฟุตบอลในประเทศของตัวเอง เป็นกรณีที่น่าสนใจและได้รับการหยิบยกมาพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง จากสื่อชาติตะวันตก

ที่เมืองจีนมีการแต่งตั้งคนของรัฐบาลเข้าไปนั่งในกลุ่มผู้บริหารของสมาคมฟุตบอล หรือในกรณีของ ไช่ เจิ้นหัว อดีตประธานนายกสมาคมของจีน ที่เข้ารับตำแหน่งทั้งที่เป็นรองผู้อำนวยการของกรมกีฬาอยู่ ซึ่งโดยปกติแล้ว ถือเป็นการเอาคนของรัฐบาลเข้าไปแทรกแซงการทำงานของสมาคมฟุตบอล ที่ต้องเป็นอิสระจากรัฐ

ทว่าจากกรณีของจีน ฟีฟ่าไม่ได้ออกคำขู่ว่าจะแบนจีนจากการแข่งขันของฟีฟ่า หรือส่งคำเตือนใดๆให้กับจีน ทำให้นักวิชาการฟุตบอลหลายคนออกมาถก ว่ามีเหตุผลใดที่ทำให้ฟีฟ่าปิดตาให้กับการกระทำของจีน

เหตุผลแรกที่ถูกพูดถึง คือธรรมชาติตามระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ซึ่งถูกใช้ในเมืองจีน ที่รัฐมีอิทธิพลในทุกด้านของประเทศ ไม่ใช่แค่กีฬาฟุตบอลเท่านั้น ที่รัฐบาลจีนเข้าไปมีบทบาท แต่ยังรวมถึงกีฬาชนิดอื่นในแดนมังกร

ดังนั้น การเข้าแทรกแซงของรัฐบาลจีนต่อวงการฟุตบอลในประเทศ ถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้นในประเทศจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ฟีฟ่าต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศจีน

อีกเหตุผลคือเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจ ทุกวันนี้เม็ดเงินจากเมืองจีนหมุนเวียนอยู่โลกฟุตบอลจำนวนมากทั้งในระดับทีมชาติ ที่หลายบริษัทจากจีนให้การสนับสนุนฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ของฟีฟ่ามาตลอด หรือระดับสโมสรที่เศรษฐีเมืองจีนจำนวนมากเป็นเจ้าของสโมสรดังทั่วยุโรป

หากฟีฟ่าเลือกลงโทษแบนจีนออกจากวงการฟุตบอล อาจส่งผลกระทบมหาศาลไปทั่ววงการฟุตบอล ดังนั้นถ้ามองอย่างถึงเรื่องธุรกิจเป็นสำคัญก่อน ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากจีนรอดพ้นจากการถูกแบนของฟีฟ่า


Photo : www.yicaiglobal.com

นอกจากนี้ หากมองย้อนไปช่วงปี 2012-2013 ที่จีนต้องเจอปัญหาการล็อคผลการแข่งขันของฟุตบอลลีกในประเทศ ฟีฟ่าได้ร่วมมือกับรัฐบาลจีนในการแก้ไขปัญหานี้ และฟีฟ่าได้อนุญาตตั้งแต่ตอนนั้นให้รัฐบาลจีน เข้ามาจัดการวงการฟุตบอลในประเทศ หากฟีฟ่าจะมาลงโทษกับเรื่องที่พวกเขาเริ่มต้นขึ้นเอง อาจดูไม่ดีสำหรับฟีฟ่าเท่าไหร่นัก

ดังนั้นแล้วสำหรับชาติสมาชิกที่อาจทำผิดกฎของฟีฟ่า หากมีเหตุผลที่เข้าทาง ต่อให้ทำผิดกฎก็มีสิทธิ์รอดผลการลงโทษจากฟีฟ่า

 

ช้างศึก เสี่ยงแค่ไหนต่อการถูกแบน?

จากกรณีที่รัฐบาลไทยกักคุมตัวของฮาคีม ทำให้หลายฝ่ายทั้งสหพันธ์นักฟุตบอลอาชีพระหว่างประเทศ หรือฟิฟโปร (FIFPRO) ที่เป็นองค์กรที่ออกตัวกดดันประเทศไทยมากที่สุด ให้ปล่อยตัวฮาคีม มีการจัดประชุม รวมถึงส่งตัวแทนจากประเทศสมาชิกกดดันไทย และเป็นหน่วยงานสำคัญที่เรียกร้องให้ไทยถูกลงโทษในเรื่องของฟุตบอล

ฟิฟโปร กดดันไทยว่ากำลังหารือกับฟีฟ่า เพื่อให้รัฐบาลไทยยอมปล่อยตัวฮาคีม พร้อมทั้งเผยว่าหากไทยไม่ยอมปล่อยตัวฮาคีม ฟิฟโปรจะเรียกร้องให้ฟีฟ่ามีมาตรการลงโทษไทย ไม่ว่าจะแบนไม่ให้ประเทศไทยได้จัดการแข่งขันระดับชาติ ไปจนถึงขั้นแบนทีมชาติไทยด้วยข้อหาเอาการเมืองมายุ่งเกี่ยวกับฟุตบอล เหมือนอย่างหลายประเทศที่โดนมาก่อนหน้านี้

รวมถึงทางฟีฟ่าได้จัดประชุมที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อหารือเรื่องของฮาคีม และออกแถลงการณ์ให้ไทยปล่อยตัวฮาคีมกลับไปที่ประเทศออสเตเลีย ทำให้เกิดความกังวลว่า หากฟีฟ่าเริ่มมีการเคลื่อนไหว ไทยจะเสี่ยงต่อการโดนฟีฟ่าแบน ตามคำขู่ของฟิฟโปรหรือไม่ ?

ทั้งนี้ หากพิจารณาตามกฎของทางฟีฟ่า และจากกรณีที่ผ่านมาของชาติที่ถูกฟีฟ่าแบนด้วยประเด็นการเอาการเมืองไปยุ่งกับฟุตบอลนั้น แฟนฟุตบอลไทยยังสบายใจได้ เพราะไทยถือว่ายังไม่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟีฟ่าสั่งแบน

พิจารณาตามกฎระเบียบของฟีฟ่า ฟีฟ่าจะสั่งแบนชาติสมาชิก ในกรณีที่รัฐบาลในประเทศเข้าไปแทรกแซงการทำงานของสมาคมในฟุตบอลในประเทศ เช่น การสั่งถอดทีมชาติจากทัวร์นาเมนต์นานาชาติ แทรกแซงการเลือกตั้งนายกสมาคม หรือเข้าควบคุมการทำงานของสมาคมฟุตบอล กรณีในลักษณะนี้จะถูกฟีฟ่าสั่งแบนทั้งสิ้น

ส่วนกรณีของฮาคีมที่ถูกรัฐบาลไทยจับกุมตัว แม้นายฮาคีมจะเป็นนักฟุตบอลซึ่งถูกรัฐบาลไทยจับตัว แต่ว่านายฮาคีมไม่ใช่นักฟุตบอลที่ค้าแข้งอยู่ในลีกไทย ไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับวงการฟุตบอลไทยทั้งสิ้น

ดังนั้นในกรณีนี้ ไม่ถือว่ารัฐบาลไทยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมฟุตบอลไทยแต่อย่างใด เพราะนายฮาคีมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลบ้านเรา จึงถือเป็นเรื่องยากที่ฟีฟ่าจะสั่งแบนไทยจากการแข่งขันระดับนานาชาติ

หรือย้อนมองเคสในอดีตที่ฟีฟ่าสั่งแบน จะเห็นได้ว่าเป็นการแทรกแซงทางการเมืองที่เกี่ยวกับวงการฟุตบอลในประเทศทั้งสิ้น หรืออย่างในกรณีของมาเลเซียที่เคยถูกฟีฟ่าขู่แบนเรื่องประเด็นทางสิทธิมนุษยชนเหมือนกันกับเรื่องของฮาคีม นั่นเพราะรัฐบาลมาเลเซียต้องการถอนทีมชาติออกจากการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงการดำเนินการโดยภาครัฐ ทำให้ฟีฟ่ามีสิทธิ์ที่จะสั่งแบนได้

หากตั้งคำถามว่า แล้วในกรณีของฮาคีม ต้องเป็นอย่างไรทีมชาติไทยถึงจะเสี่ยงถูกแบน ? คำตอบคือ หากฮาคีมเป็นนักฟุตบอลที่มาค้าแข้งในไทยลีก แล้วถูกรัฐบาลจับกุมตัว กรณีนี้จะถือว่ารัฐเข้ามาแทรกแซงการทำงานของวงการฟุตบอลในประเทศ และมีสิทธิ์ให้ฟีฟ่าสั่งลงโทษไทยได้


Photo : www.aljazeera.com

อย่างไรก็ตาม แม้ฟีฟ่าอาจจะไม่ลงโทษไทยในกรณีของฮาคีม แต่ถือเป็นเรื่องปกติที่ฟีฟ่าต้องออกมากดดันไทยให้ปล่อยตัวฮาคีม เพราะฟีฟ่ามีหน้าที่ที่ต้องดูแล และคุ้มครองนักฟุตบอลของประเทศสมาชิก

รวมทั้งในปัจจุบันฟีฟ่าค่อนข้างตื่นตัวกับประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน มีการเขียนรายงานยาวกว่า 80 หน้า เพื่อแสดงถึงความจริงจังกับการแก้ไขปัญหานี้ในโลกฟุตบอล ดังนั้นหลังจากนี้อาจได้เห็นฟีฟ่าออกมากดดันรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง หากยังไม่มีการปล่อยตัวฮาคีม

แม้ไทยยังไม่อยู่ในจุดที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกแบน แต่ก็ยังถูกกดดันจากสมาคมฟุตบอลประเทศอื่น เช่น กรณีที่ทีมชาติออสเตรเลียชุดยู-23 ยกเลิกการมาอุ่นเครื่องและเก็บตัวที่ประเทศไทย เพื่อประท้วงกรณีของนายฮาคีม

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมโน โฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงการณ์ยืนยันว่า เรื่องของฮาคีม อยู่เกินขอบเขตการรับผิดชอบของสมาคมฟุตบอลไทย และเป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการต่อไป

หากในอนาคตมีประเทศอื่น ปฏิเสธที่จะอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทย ถือเป็นเรื่องที่เหนือการควบคุมของสมาคมฟุตบอลไทย และต้องยอมรับต่อการตัดสินใจของชาติอื่น

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันของนายฮาคีม กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ ว่าจะแก้ปัญหานี้ไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และให้ฝ่ายตุลาการเป็นผู้วินิจฉัยทางออกของปัญหา ทั้งนี้หากออสเตรเลียและบาห์เรน สามารถหาทางออกร่วมกันได้ รัฐบาลไทยพร้อมที่จะปฏิบัติตามเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย
 

แหล่งอ้างอิง 

https://www.reuters.com/article/myanmar-rohingya-malaysia-soccer-backgro/factbox-fifa-suspensions-caused-by-political-interference-idUSL4N1DO3H0
https://en.as.com/en/2018/08/17/football/1534530569_542823.html
https://theculturetrip.com/central-america/guatemala/articles/story-behind-fifa-banned-national-guatemalan-football-team/
https://www.forbes.com/sites/augustrick/2018/02/12/why-fifa-gives-chinas-government-a-free-pass-to-meddle-in-professional-soccer/?fbclid=IwAR3NLcH-Gkgsq19unNywy1ZsnwbmuTXWAh4vPkwdvD2gHojnbFOxJQIOK9Q#6ccb368d4310
https://www.theguardian.com/football/2015/oct/16/kuwait-fa-suspended-fifa
https://www.fifa.com/governance/news/y=2017/m=12/news=suspension-of-the-kuwait-football-association-lifted-2922929.html
https://www.marca.com/en/football/spanish-football/2018/05/17/5afdbd19468aeb0d6b8b461f.html
https://www.straitstimes.com/sport/football/fifa-spain-in-discussions-to-avert-world-cup-ban
https://www.bbc.com/thai/thailand-47140511?ocid=socialflow_facebook&fbclid=IwAR1VUfpLv73V2jyJVAQBZ-7KZbDqsUl_j6K1UagYxtA_oc9rJ8pgtOBIQ-s
http://www.stuff.co.nz/sport/football/8350363/FIFA-extends-China-match-fixing-bans-worldwide
https://fifpro.org/news/savehakeem/en/?fbclid=IwAR3MmsAafkkjZczYGJkMjadYQNSe9ah0hYuzk-9BGYAl_RxrNxb5ygaW8UQ
https://resources.fifa.com/image/upload/fifa-disciplinary-code-500275.pdf?cloudid=koyeb3cvhxnwy9yz4aa6
https://resources.fifa.com/image/upload/fifa-letter-to-the-thai-authorities-concerning-hakeem-al-araibi.pdf?cloudid=tkgiczg37mwix1mg5jnl
https://resources.fifa.com/image/upload/fifa-second-human-rights-advisory-board-report.pdf?cloudid=hwl34aljrosubxevkwvh
https://www.khaosod.co.th/sports/news_2181076
https://www.foxsportsasia.com/football/asian-football/1037449/australia-cancel-thailand-training-trip-in-support-of-refugee-footballer-hakeem-al-araibi/?fbclid=IwAR3XLjF7s-QapbL_a30ymuH7fU3daoZ--jrrhjKNmjRJ6J_bWbJqt4shlA0
http://www.mfa.go.th/main/th/news3/6886/99433-%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%A1-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A5.html



AUTHOR

ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง

ติ่งเกาหลีที่รัก TWICE สุดหัวใจ กำลังสนใจเบสบอล ทำเพจเกี่ยวกับอเมริกันฟุตบอล "NFL THAI TALK"
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x