mainstand

Feature

สำรวจจิตใจจรวดสอยคิว : เหตุใด "รอนนี่ โอซัลลิแวน" ถึงศึกษาวิถีพุทธ ?



ถือเป็นเรื่องที่ชวนให้คิดไม่น้อย เมื่อ รอนนี่ โอซัลลิแวน นักสนุกเกอร์ดีกรีแชมป์โลก 6 สมัย และถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักสอยคิวเก่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา เคยทวีตตอบแฟนสนุกเกอร์ที่ถามถึงแผนการในอนาคตว่า "จะมาใช้ชีวิตอยู่กับพระสงฆ์ที่ประเทศไทย 3 เดือน"


 

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีแฟนสนุกเกอร์คนอื่นถามคำต่อว่า จริงจังกับเรื่องนี้แค่ไหน ? เจ้าตัวก็รีบตอบกลับว่า "จริงจังสุด ๆ"

แน่นอนว่าจากทวีตดังกล่าว ทำให้สื่อมวลชน รวมถึงแฟนกีฬาต่างค้นหาความเป็นไปได้กันสนุกมือ บางคนคิดไปไกลถึงขั้นที่ว่า "จรวดสอยคิว" เตรียมที่จะมาบวชเป็นพระในประเทศไทยเสียด้วยซ้ำ แต่เรื่องดังกล่าวมีความเป็นไปได้ขนาดไหน และเหตุใดโอซัลลิแวนถึงมีความสนใจในเรื่องนี้ ? ร่วมสำรวจส่วนลึกในใจของเขาร่วมกับ Main Stand กันได้เลย

 

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย

หลายคนยกให้ รอนนี่ โอซัลลิแวน เป็นหนึ่งในนักกีฬาสนุกเกอร์ที่ดีที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา ซึ่งถือว่าไม่ผิดอะไร เพราะเขาเริ่มเล่นกีฬานี้ตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ โดยได้รับการสนับสนุนจาก รอนนี่ ซีเนียร์ ผู้เป็นพ่ออย่างสุดกำลัง ด้วยเงินทุนที่ได้จากกิจการเซ็กส์ช็อปของครอบครัว ทำให้โอซัลลิแวนมีโอกาสไปซ้อมตามโต๊ะสนุกเกอร์ต่าง ๆ รวมถึงมีโต๊ะสอยคิวที่บ้าน เพื่อฝึกปรือฝีมืออย่างเต็มที่


Photo : www.telegraph.co.uk

ผลของการฝึกฝนอย่างหนัก ทำให้เขาประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายนี้ตั้งแต่วัยเยาว์ เริ่มตั้งแต่การคว้าแชมป์ของร้านตั้งแต่อายุเพียง 9 ขวบ ทำเซ็นจูรี่เบรก หรือตบไม้เดียวเกิน 100 แต้มในปีต่อมา คว้าแชมป์ระดับประเทศในรุ่นเยาวชนตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี และแจ้งเกิดเต็มตัว กับการคว้าแชมป์ระดับโปร-แอม ที่จับเอามือสมัครเล่นมาชนกับมืออาชีพบนเวทีเดียวกันในวัยเพียง 14 ปีเท่านั้น

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ด้วยฝีมืออันสุดยอดตั้งแต่เด็ก หลายคนจึงเชื่อว่าอนาคตบนเส้นทางนี้ของโอซัลลิแวนน่าจะสดใส ... แต่บททดสอบใหญ่ของชีวิตหลายครั้งก็มาแบบไม่ทันตั้งตัว


Photo : theelectricpitchfork.blogspot.com

ปี 1992 โอซัลลิแวนตัดสินใจเทิร์นโปร ก้าวสู่การเป็นนักสนุกเกอร์อาชีพอย่างเต็มตัวด้วยวัยเพียง 16 ปี ทว่าในปีเดียวกันนี้เอง รอนนี่ ซีเนียร์ คุณพ่อของเขาที่ให้การสนับสนุนมาตลอด ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับชายผิวดำในผับแห่งหนึ่ง ซึ่งเลยเถิดจนกลายเป็นเหตุแทงกันทำให้คู่กรณีเสียชีวิต ศาลพิจารณาชี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นโดยมีเรื่องราวการเหยียดผิวเกี่ยวข้องด้วย จึงตัดสินให้ รอนนี่ ซีเนียร์ ต้องโทษจำคุก ซึ่งกว่าที่จะได้รับอิสรภาพกลับคืนมา ก็กินเวลานานถึง 18 ปี

ปี 1993 โอซัลลิแวนในวัย 17 ย่าง 18 ปี สามารถคว้าแชมป์รายการสะสมคะแนนโลกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกด้วยอายุที่น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ในรายการ ยูเค แชมเปี้ยนชิพ ทว่าในปีต่อมา เขาก็ต้องเจอกับข่าวร้ายในครอบครัวซ้ำสอง เมื่อ มาเรีย คุณแม่ของเขาถูกตัดสินจำคุก 1 ปี จากข้อหาหนีภาษี ... บุพการีต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำทั้งสองคน โอซัลลิแวนต้องดูแลน้องสาว รวมถึงกิจการเซ็กส์ช็อป และเติบโตบนเส้นทางนักสนุกเกอร์เพียงลำพัง

เจ้าตัวยอมรับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เขาแทบใจสลาย ... "การได้ยินอะไรแบบนั้นตั้งแต่อายุเพียงเท่านี้ มันแทบฆ่าผมเลย ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ไม่มีใครคอยบอกคอยสอน มันทำให้ผมหมดกำลังใจไปด้วย"

ครอบครัวที่สั่นคลอนตั้งแต่วัยเยาว์ ส่งผลถึงสภาพจิตใจของเขาให้สั่นไหว จนกระทบถึงเรื่องในสังเวียนสักหลาดด้วย เพราะแม้เขาจะเป็นนักสอยคิวอัจฉริยะ คิดไวแทงเร็วจนได้ฉายา "The Rocket" แต่ขณะเดียวกันก็กลายเป็นนักกีฬาหัวร้อน ถึงกับเคยทำร้ายผู้ตัดสินมาแล้วระหว่างการแข่งขันเมื่อปี 1996

ยิ่งไปกว่านั้น โอซัลลิแวนยังเคยหลงผิดเข้าสู่วังวนของการใช้ยาเสพติด และติดสุราอย่างหนัก ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวเคยถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันเมื่อปี 1998 หลังตรวจพบว่าใช้กัญชาอีกด้วย

 

ความเครียดที่สั่งสม

แม้เจ้าตัวจะหลุดพ้นจากวังวนของสิ่งเสพติดได้สำเร็จในเวลาต่อมา ทว่าชีวิตการเป็นนักกีฬานั้น กลับกัดกินตัวตนของโอซัลลิแวนมากกว่าที่คิด


Photo : standard.co.uk

ตารางการแข่งขันสนุกเกอร์ในแต่ละฤดูกาล จะเริ่มต้นในเดือนพฤษภาคมของปี และไปสิ้นสุดในรายการสุดท้าย คือศึกชิงแชมป์โลกที่ ครูซิเบิล เธียเตอร์ เดือนพฤษภาคมของปีถัดไป แม้นักสอยคิวสามารถเลือกรายการแข่งขันได้อยู่บ้าง เพื่อเก็บแรงไว้ลงแข่งในรายการที่มีคะแนนสะสมมาก ๆ ที่มีความสำคัญมากกว่า แต่ก็พอจะเรียกได้ว่า แทบไม่มีช่วงปิดซีซั่นจริง ๆ ที่สามารถตัดขาดจากโต๊ะสักหลาดเหมือนกับกีฬาอื่น ๆ อย่าง ฟุตบอล, อเมริกันฟุตบอล และ บาสเกตบอล เลย

ยิ่งไปกว่านั้น ธรรมชาติของสนุกเกอร์ยังเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมาธิสูงมาก พวกเขาต้องคิดข้ามช็อตในการก้มแทงลูกสักครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น สถานที่แข่งขันซึ่งเป็นห้องเล็ก ๆ ยังไวต่อสิ่งรบกวนมาก แค่การส่งเสียงผิดจังหวะของผู้ชมเพียงคนเดียว อาจทำให้สมาธิของผู้เล่นกระเจิดกระเจิง จนส่งผลถึงความพ่ายแพ้เลยก็เป็นได้

ด้วยปัจจัยดังกล่าว บวกกับตัวตนอันไม่ใคร่จะปกตินักของโอซัลลิแวนเอง ทำให้แม้เขาจะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องบนเส้นทางอาชีพ แต่เจ้าตัวก็ต้องเผชิญกับความเครียดที่สั่งสมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลถึงฟอร์มการเล่นที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ตามอารมณ์ของตัวเอง เมื่อผสมกับชีวิตสมรสที่รัก ๆ เลิก ๆ เปลี่ยนคู่ครองอยู่เป็นระยะ ที่สุดแล้ว เจ้าตัวก็กลายเป็นอีกคนที่ตกอยู่ในภาวะเครียด รวมถึงความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้า

แม้เขาจะเคยพูดกับสื่อว่า อันที่จริงภาวะซึมเศร้านั้น เกิดขึ้นเฉพาะกับการเล่นสนุกเกอร์ แต่มันก็ส่งผลกับพฤติกรรมของเขาในสนามด้วย เริ่มตั้งแต่ในปี 2005 ซึ่งเจ้าตัวเคยตัดสินใจโกนผมระหว่างการแข่งขันศึกชิงแชมป์โลก รวมถึงเอาผ้าขนหนูมาคลุมหัวตัวเองระหว่างการแข่งขัน ขณะที่ปี 2006 เจ้าตัวก็เดินออกจากสนามระหว่างแข่งขันเองดื้อ ๆ เสียอย่างนั้น


Photo : www.ericjwhitehead.co.uk

ยิ่งไปกว่านั้น การที่โอซัลลิแวนประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยก็ได้กลายเป็นดาบสองคม เพราะนั่นทำให้เจ้าตัวกลายเป็นพวก เพอร์เฟคชั่นนิสต์ หลงใหลความสมบูรณ์แบบ แต่วงการสนุกเกอร์ที่มีดาวดวงใหม่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ทำให้เกิดความวิตกกังวลในใจลึก ๆ ว่า สักวันเขาจะไม่ดีพอสำหรับวงการนี้อีกต่อไป จนจรวดสอยคิวผู้นี้ยอมรับว่า มีปีศาจซ่อนอยู่ในตัวเขา ปีศาจที่บอกซ้ำ ๆ ว่า เขาไม่ดีพอ ซึ่งขัดแย้งกับอีกตัวตนหนึ่งที่บอกว่า เขายังเจ๋งอยู่ และยังสามารถเล่นในระดับสูงได้อีกเรื่อย ๆ นั่นเอง

 

แสวงหาความสงบ

เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต ทุกคนย่อมแสวงหาวิธีที่จะดับทุกข์นั้นให้หมดสิ้นหรือทุเลาลงไป ซึ่ง รอนนี่ โอซัลลิแวน ก็เช่นกัน


Photo : World Snooker

และวิธีการของเขาก็มีความหลากหลายเสียด้วย ครั้งหนึ่ง โอซัลลิแวนเคยทดลองที่จะมีเซ็กส์กับคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน หรือที่เรียกว่า One Night Stand แม้เจ้าตัวจะยอมรับว่า ไม่ใช่คนที่เสพติดการมีเซ็กส์ก็ตาม ทว่าไป ๆ มา ๆ เจ้าตัวกลับเกือบที่จะกลับไปเสพติดการใช้ยาอีกครั้งเสียแทน

อย่างไรก็ตาม หนทางในการแสวงหาหนทางดับทุกข์ที่เจ้าตัวเลือกใช้บ่อยที่สุดนั้นคือ ศาสนา

โอซัลลิแวนเคยทดลองปฏิบัติตัวเป็นชาวคริสต์ที่เคร่งครัดเป็นระยะเวลาถึง 3 เดือน เช่นเดียวกับการเข้ามัสยิด เพื่อศึกษาหลักการของศาสนาอิสลาม ส่วนศาสนาพุทธนั้น เขาเล่าว่ารู้จักเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2004 ซึ่งเรื่องราวแรกพบนั้นถือเป็นอะไรที่เกินคาดไม่น้อย

"ตอนนั้นผมเดินอยู่แถวย่าน โซโห ในกรุงลอนดอน (ละแวกที่เซ็กส์ช็อปของครอบครัวตั้งอยู่) แล้วก็มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งเข้ามาหา รู้สึกว่าจะเป็นหมอฟันมั้ง เขายื่นหนังสือชื่อ The Power of Now ให้กับผม แล้วก็บอกว่า 'ลองเอาไปอ่านดูแล้วช่วยบอกผมทีว่าคิดอย่างไร' เราก็แลกเบอร์โทรกัน หลังจากนั้นผมก็อ่านจนจบ ก่อนโทรศัพท์ไปขอบคุณเขา"

"เนื้อหาในหนังสือมันบอกว่าอะไรน่ะเหรอ ? มันบอกว่า 'หยุดคิดและหยุดทำเรื่องบ้าๆ แต่จงปลดปล่อย แสดงตัวตนออกมา' ซึ่งจะว่าไป มันก็ถือเป็นความรู้สำหรับผม รวมถึงเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ให้กับผมอีกด้วย"


Photo : theelectricpitchfork.blogspot.com

หลังจากนั้น โอซัลลิแวนก็ได้ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาพุทธอย่างต่อเนื่อง มีคนพบเห็นเขาแถวศูนย์ศึกษาศาสนาพุทธในอังกฤษอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงการเดินทางมาพักผ่อนที่ประเทศไทย หนึ่งในศูนย์กลางศาสนาพุทธของโลกอยู่เนือง ๆ กระทั่งกลายเป็นที่สนใจของชาวพุทธ, ชาวไทย และแฟนกีฬาสอยคิวจากทวีตดังกล่าว

 

เหตุใดถึงสนใจวิถีพุทธ?

จะว่าไป โอซัลลิแวนก็ถือเป็นชาวตะวันตกอีกคน ที่ให้ความสนใจในวิถีแห่งศาสนาพุทธ ว่าแต่เหตุใดถึงทำให้เขาและอีกหลาย ๆ คน สนใจกันล่ะ ?

เรื่องดังกล่าว ดร.แอนดรูว์ สกิลตัน จาก คิงส์ คอลเลจ ลอนดอน อธิบายว่า หลักคำสอนสำคัญประการหนึ่งของศาสนาพุทธ คือความเชื่อในกฎแห่งกรรม สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นได้จากการกระทำของผู้นั้นเอง ไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้าบันดาลให้ นอกเหนือจากนั้น คือการให้ความสำคัญกับการฝึกฝนตัวเอง ตั้งสมาธิ เพื่อก่อให้เกิดภูมิปัญญาและความเมตตา ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากความรู้สึกผิด ตลอดจนภาระผูกพันที่กลายเป็นบ่วงรัดตัว ทำให้รู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง


Photo : www.newyorker.com

ซึ่งนั่นทำให้ ดร.สกิลตัน มองว่า ศาสนาพุทธมีความ "ฮิป" หรือมีอะไรที่เข้ากับยุคสมัยไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเพียงใด จนกลายเป็นที่สนใจของผู้คนอีกด้วย

จะว่าไป แนวทางของศาสนาพุทธ ก็ดูจะเป็นสิ่งที่ตัวของโอซัลลิแวนเองค้นหาอยู่ไม่น้อย เมื่อสิ่งที่เขาต้องการนั้นคือความสงบในจิตใจ รวมถึงความเชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อว่าตัวเองสามารถทำได้ ซึ่งสะท้อนผ่านการให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2016 ว่า พระเจ้าเคยบอกกับเขาให้เลิกเล่นสนุกเกอร์ แต่ที่สุดแล้ว เขาเลือกที่จะปฏิเสธสิ่งนั้น และยังคงเล่นกีฬานี้มาจนถึงปัจจุบัน

แต่หากถามว่า มีแนวโน้มที่เขาจะเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธหรือไม่? เรื่องดังกล่าวเจ้าตัวก็เคยตอบจากปากของเขาเองว่า "อันที่จริงผมมีความสนใจในทุกศาสนานะ พุทธ, คริสต์, อิสลาม แต่ทุกคนคงทราบว่าผมเองก็ไม่ใช่คนที่จะเคร่งกับอะไรนัก ซึ่งบางที นี่อาจจะเป็นเรื่องที่สื่อเองให้ความสนใจว่า ที่สุดแล้วผมจะเอายังไงกับชีวิตดี"

"ยิ่งไปกว่านั้น ผมเองก็เป็นคนที่พยายามจะรักสงบ ไม่ต้องการที่จะคุกคามใคร ทำให้ทุกคนพอใจแล้วเดินจากไปเงียบ ๆ ดีกว่า แต่พอมีเรื่องแบบนี้เป็นข่าวบ่อยๆ เข้า ก็คงต้องออกมาชี้แจงให้เป็นกิจจะลักษณะซะหน่อย"

และล่าสุด หลังจากที่เจ้าตัวทวีตถึงแผนที่จะมาใช้ในชีวิตในไทย ซึ่งทำให้เกิดกระแสตอบรับที่ล้นหลามไม่น้อย ก็ได้มีชาวเน็ตคนหนึ่ง ยกคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า บางครั้งศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด ก็อาจแฝงตัวอยู่ในสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขที่สุดก็เป็นได้ เพื่อโน้มน้าวให้เขารู้สึกดีกับตัวเองขึ้น โอซัลลิแวนก็ได้ทวีตตอบว่า

"ผมว่าการเปิดใจให้กว้างเป็นสิ่งที่สำคัญมากนะ ซึ่งผมหมายความถึงทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เพราะสำหรับผม ถึงแม้มันจะยากแค่ไหน แต่การมีชีวิตด้วยใจที่เป็นสุขมันก็ดีกว่าการใช้ชีวิตโดยมีสมองบงการอยู่ดีน่ะแหละ"


Photo : theelectricpitchfork.blogspot.com

แม้ความสนใจในแนวทางของศาสนาพุทธจะเป็นเรื่องจริง แต่แนวทางการใช้ชีวิตที่เปิดรับสิ่งต่าง ๆ อยู่เสมอ ไม่พยายามยึดติดกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง รวมถึงเรื่องที่ตัวเขาเองก็ไม่ใช่คนที่เคร่งกับศาสนาอะไรนัก คงเป็นเหตุผลที่สนับสนุนความคิดที่ว่า รอนนี่ โอซัลลิแวน ไม่น่าที่จะเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธอย่างเต็มตัว อย่างน้อยก็ในระยะเวลาอันสั้นนี้

ส่วนทวีตที่ว่า "จะมาใช้ชีวิตอยู่กับพระสงฆ์ที่ประเทศไทย 3 เดือน" ก็ไม่น่าจะใช่การบวชเป็นพระสงฆ์ โกนศีรษะ ปฏิบัติตนตามศีล 227 ข้ออย่างเคร่งครัด แม้ช่วงเวลา 3 เดือน จะเทียบเท่ากับการบวช 1 พรรษาพอดีก็ตาม แผนการมาใช้ชีวิตในประเทศไทยดังกล่าว จึงน่าจะเป็นการเข้าไปใกล้ชิดกับศาสนาพุทธเพื่อศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้มากขึ้นในฐานะ อุบาสก ที่ถือศีลเพียง 8 หรือ 10 ข้อ หรือให้สุดขั้วกว่านั้นก็คือ ลองไปใช้ชีวิตเป็นเด็กวัด ซึ่งสถานะดังกล่าวทำให้เขามีอิสระในการปฏิบัติตัวมากกว่า

ถึงกระนั้น มันก็น่าสนใจไม่น้อยว่า เมื่อวันที่โอซัลลิแวนแขวนไม้คิวชั่วคราว (ซึ่งระยะหลังเจ้าตัวก็ทำเป็นระยะ ๆ เพื่อพักใจอยู่แล้ว) เดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง จรวดสอยคิวผู้นี้จะปฏิบัติตัวอย่างไร จะเป็นเด็กวัด อุบาสก หรือถึงขั้นบวชเป็นพระเสียเลย รวมถึงสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากช่วงเวลาดังกล่าวจะมีอะไรบ้าง และสิ่งนั้นจะนำไปประกอบกับชุดความเชื่อจากศาสนาอื่น ๆ อย่างเช่นศาสนาคริสต์ ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไม่ถึงกับปฏิเสธมันเสียทีเดียว กลายเป็นแนวทางปฏิบัติในสไตล์ของโอซัลลิแวนเองอย่างไร


Photo : Ronnie O'Sullivan

อย่างไรก็ตาม การที่เจ้าตัวกลับมาเล่นกีฬาสนุกเกอร์ได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง พร้อมกับประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 ของตัวเองในปี 2020 พร้อมทำสถิติคว้าแชมป์ "ทริปเปิลคราวน์" ของวงการสนุกเกอร์ อันประกอบด้วย ยูเค แชมเปี้ยนชิพ, เดอะ มาสเตอร์ส และชิงแชมป์โลก มากที่สุดรวม 20 รายการ ... บางที รอนนี่ โอซัลลิแวน อาจจะค้นพบหนทางหลุดพ้นจากความทุกข์ในสไตล์ของเขาแล้ว ก็ ... เป็น ... ได้

 

แหล่งอ้างอิง

http://www.bbc.co.uk/religion/0/27039902
https://www.express.co.uk/sport/othersport/396737/Snooker-The-two-sides-to-Ronnie-O-Sullivan
https://www.newyorker.com/magazine/2015/03/30/follow-the-white-ball
https://www.premier.org.uk/News/UK/Snooker-s-Ronnie-O-Sullivan-God-has-told-me-to-finish-with-the-sport
https://www.theguardian.com/sport/2003/sep/29/snooker.islam
https://www.theguardian.com/sport/2003/oct/03/snooker.simonhattenstone
https://www.theguardian.com/sport/2004/oct/31/snooker.features
https://www.thesun.co.uk/sport/7358940/ronnie-osullivan-buddhist-monks-thailand/
http://www.victoriasadler.com/ronnie-osullivan-opens-up-about-mental-illness-in-new-book-running/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง