FEATURE

ทินลาส ชอรอล : ไกด์ไต่เขาหิมาลัยเพศหญิงที่เปิดบริษัทท่องเที่ยวเพื่อสิทธิสตรีในลาดักห์ | Main Stand



หนึ่งอุดมการณ์ที่แพร่หลายในสังคมปัจจุบัน คือ "สตรีนิยม" แนวคิดหัวก้าวหน้าทางวัฒนธรรม ที่โฟกัสไปยังการสนับสนุนสิทธิที่เท่าเทียมกันของชายและหญิง และต่อต้านสังคมชายเป็นใหญ่ 
 

หลายพื้นที่บนโลกใบนี้ ยังมองเห็นการทำร้ายทางเพศ และความรุนแรงในครัวเรือนเป็นเรื่องปกติ การที่ผู้หญิงสักคนจะออกมาต่อสู้เพื่อสิทธิที่เธอควรได้รับ ย่อมเป็นเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้คนทั่วโลก

ทินลาส ชอรอล คือหญิงสาวชาวลาดักห์ที่ก้าวข้ามกำแพงทางเพศ ประกอบอาชีพเป็นไกด์ไต่เขาเพศหญิงคนแรกของชุมชน และยังเปิดบริษัทท่องเที่ยวหญิงล้วน เพื่อช่วยเหลือให้สตรีมีชีวิตที่ดีขึ้น
 

บนเทือกเขาหิมาลัย

ลาดักห์ เขตสหภาพทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ถือเป็นภูมิภาคที่มีประชากรเบาบางที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดีย เพราะเขตแดนบางส่วนครอบคลุมตอนใต้ของเทือกเขาหิมาลัย


Photo : TripAdvisor 

ความเหน็บหนาว และความแห้งแล้ง คือเพื่อนแท้ของผู้คนในลาดักห์ ประชากรส่วนใหญ่ยังประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทั้ง ปลูกข้าวบาร์เลย์, มันฝรั่ง, แอปเปิ้ล, แอปริคอต หรือพืชผักใดก็ตามที่สามารถเติบโตในพื้นที่แห่งนั้น

โชคดีที่ประชาชนส่วนใหญ่ในลาดักห์สืบเชื้อสายจากชาวทิเบต ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจากดินแดนหลังคาโลกถูกส่งต่อสู่ "ทิเบตน้อย" เมื่อบวกกับความสวยงามแห่งธรรมชาติและขุนเขา การท่องเที่ยว จึงกลายเป็นธุรกิจสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนในลาดักห์มีชีวิตที่ดีขึ้น

ตักมาชิก คือหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของลาดักห์ ผู้คนในชุมชนแห่งนี้มีวิถีชีวิตเรียบง่ายไม่ต่างจากพื้นที่อื่นในลาดักห์ แตกต่างเพียง ธุรกิจการท่องเที่ยวยังเข้าไปไม่ถึงหมู่บ้านแห่งนี้

ผู้คนจำนวนมากในตักมาชิก จึงประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์อากาศหนาว เช่น แกะ หรือ แพะ แต่เมื่อพวกเขามีฐานะยากจน การเปิดฟาร์มขนาดใหญ่เพื่อทำการปศุสัตว์ย่อมเป็นไปไม่ได้ ชาวนาในตักมาชิกจึงเสี่ยงชีวิตด้วยการพาสัตว์ขึ้นไปหากินบนเทือกเขาหิมาลัย

ทินลาส ชอรอล เกิดและเติบโตในหมู่บ้านแห่งนี้ สิ่งที่เธอทำเป็นประจำตั้งแต่เด็ก คือการติดตามคุณพ่อขึ้นไปเลี้ยงสัตว์บนภูเขา เนื่องจากเป็นห่วงว่าเขาจะได้รับอันตรายจากความโหดร้ายของธรรมชาติ


Photo : Iseeindia

หน้าที่ของชอรอลไม่มีอะไรมากนัก เพราะเธอเลี้ยงสัตว์ไม่เป็น กระทั่งตัดหญ้าเพื่อเตรียมอาหารสัตว์ก็ทำไมได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ซอรอลทำเสมอ คือการอยู่เคียงข้างบิดา แม้กระทั่งในวันที่พวกเขาต้องค้างคืนบนภูเขา เพื่อตามหาสัตว์ที่หลงหายไปจากฝูง

ประสบการณ์ในวัยเด็กทำให้ชอรอลหลงรักความเงียบสงบของเทือกเขาหิมาลัย บางครั้งเธอนั่งอยู่บนโขดหินเพียงลำพัง ระหว่างที่พ่อของเธออกไปตามหาสัตว์ โดยลืมไปว่าพื้นที่แห่งนี้ คือหนึ่งในสถานที่อันตรายที่สุดของโลก

"เมื่อตกเย็น พ่อทิ้งฉันให้อยู่คนเดียว เพราะเขาจะออกไปตามหาสัตว์ในพื้นที่อันตราย ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นอยู่นาน เพื่อรอเขากลับมา" ชอรอลเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ในช่วยวัยเด็กของเธอ

"ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้ฉันเป็นตัวของตัวเอง และไม่หวั่นอันตรายต่อสิ่งที่เกิดขึ้นบนขุนเขา"

ทินลาส ชอรอล ใช้ชีวิตในหมู่บ้านตักมาชิก กระทั่งเรียนจบเกรด 10 (ชั้น ม.4 ในประเทศไทย) เธอตัดสินใจเดินทางสู่หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้เมืองเลห์ เมืองหลวงของเขตสหภาพลาดักห์ เพื่อเข้าร่วมแคมป์ฤดูร้อนที่จัดขึ้นโดย SECMOL (Students' Educational and Cultural Movement of Ladakh)

SECMOL คือองค์กรที่มีเป้าหมายพัฒนาคุณภาพการศึกษาในลาดักห์ ซอรอลกล่าวว่า เธอถูกทำร้ายร่างกายโดยคุณครูประจำหมู่บ้านบ่อยครั้ง เนื่องจากซอรอลเป็นคนใคร่รู้และชอบตั้งคำถาม ซึ่งหลายครั้งไม่ค่อยเข้าหูคุณครูในโรงเรียนเท่าไหร่นัก


Photo : Iseeindia

มีอาสาสมัครจำนวนมากจากทั่วโลก เดินทางมาที่ประเทศอินเดีย เพื่อช่วยเหลือให้ชีวิตของเยาวชนเหล่านี้ดีขึ้น ซอรอล คือหนึ่งในเด็กที่ชีวิตพลิกจากหน้าเป็นหลังมือเพราะแคมป์แห่งนี้ เมื่อเธอตัดสินใจตอบรับโอกาสที่ไม่คาดฝันในฐานะ "ไกด์ไต่เขา"

"ฉันพบเจออาสาสมัครชาวต่างชาติจำนวนมากที่ต้องการไต่เขา มีผู้หญิงคนหนึ่งถามฉันว่า ช่วยเดินทางไปกับเธอในฐานะไกด์ได้ไหม ?" ซอรอลกล่าวถึงโอกาสที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล

แม้ในใจเธอจะรู้ดีว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนในลาดักห์ ที่เคยทำหน้าที่คนนำทางมาก่อน แต่ด้วยความรักที่ก่อตัวขึ้นในใจตั้งแต่วัยเยาว์ ซอรอลจึงตัดสินใจตอบรับข้อเสนอดังกล่าว และออกเดินทางสู่เทือกเขาหิมาลัย

 
ถูกปฏิเสธเพราะเป็นผู้หญิง 

ซอรอลท้าทายความสามารถของตัวเอง ด้วยการพาคณะอาสาสมัครไต่เขาตามเส้นทางอันแตกต่าง เธอตกหลุมรักอาชีพนี้เข้าอย่างจัง เช่นเดียวกับที่เรียนรู้ว่า เส้นทางเบื้องหน้าของเธอจะยากลำบากแค่ไหน

"ฉันเห็นผู้ชายหลายคนทำงานเป็นไกด์ ฉันจึงอยากทำอาชีพนี้แบบพวกเขาบ้าง" ซอรอลกล่าว


Photo : OurLadakSister 

"ผู้คนท้องถิ่นไม่เคยเห็นผู้หญิงทำงานเป็นไกด์มาก่อน หลายคนคิดว่าฉันเป็นชาวญี่ปุ่น (ตอนนำทางให้อาสาสมัคร) พวกเขาบอกว่าฉันแต่งตัวเหมือนผู้ชาย และเริ่มมองฉันด้วยสายตาที่แตกต่าง แต่เมื่อทริปนั้นประสบความสำเร็จ เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า ฉันควรลองทำงานเป็นไกด์"

ซอรอลรวบรวมความกล้า และเดินทางไปสมัครงานกับบริษัทท่องเที่ยวหลายแห่งในเมืองเลห์ แต่เมื่อเธอเอ่ยปากว่าเธอทำงานเป็นไกด์ บริษัทกลับเข้าใจว่าซอรอลทำงานเป็นไกด์ท่องเที่ยว 

เพราะมีผู้หญิงจำนวนหนึ่งในลาดักห์ที่เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม และทำงานเป็นผู้ดูแลนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเยี่ยมชมสถานโบราณจากอารยธรรมเมโสโปเตเมีย

เมื่อซอรอลย้ำอีกครั้งว่าเธอเป็นไกด์ไต่เขา เสียงตอบรับของบริษัทเหล่านั้นก็เปลี่ยนไป บางแห่งปฏิเสธเธอด้วยความสุภาพ บางแห่งดูถูกเหยียดหยามว่า สังคมไม่วันยอมรับผู้หญิงท้องถิ่นที่เดินทางขึ้นภูเขากับคนแปลกหน้าอย่าง นักท่องเที่ยว

"ฉันถูกปฏิเสธหลายครั้งเพราะว่าฉันเป็นผู้หญิง บริษัทท่องเที่ยวไม่คุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้ บางแห่งต้องการให้ฉันทำงานเป็นไกด์วัฒนธรรม นำเที่ยวอาราม อะไรทำนองนี้ แต่ฉันไม่มีความรู้เกี่ยวเรื่องพวกนั้นเลย ทั้งชีวิตฉันมีแต่ภูเขา และฉันก็มั่นใจในความสามารถของฉัน"


Photo : OurLadakSister 

โชคดีของซอรอลที่ SECMOL เปิดบริษัทนำเที่ยว ALS (Around Ladakh with Students) ขึ้นมาในปี 2004 ผู้หญิงหลายคนรับโอกาสทำงานเป็นไกด์ที่นี่ แต่เกือบทั้งหมด ทำงานเป็นไกด์วัฒนธรรม มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำงานเป็นไกด์ไต่เขา ซึ่งคุณก็น่าจะรู้ว่าเธอคนนั้นคือใคร ...
 
ซอรอลทำงานเป็นไกด์ให้ SECMOL อยู่ราวห้าปี เธอสะสมประสบการณ์ด้วยการเปิดคอร์สสอนไต่เขาด้วยตัวเอง และยังรับงานฟรีแลนซ์ให้แก่บริษัทนำเที่ยวบางแห่ง ที่เริ่มยอมรับว่าผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่ง มีความสามารถไม่แตกต่างจากผู้ชายทั่วไป

ทุกการเดินทาง ซอรอลพูดคุยและแบ่งปันเรื่องราวกับนักท่องเที่ยวด้วยความเป็นมิตร เธอจึงเรียนรู้ว่า ชาวต่างชาติไม่ได้ปิดกั้นไกด์ไต่เขาเพศหญิง แต่กลับชื่นชอบมากกว่าไกด์ผู้ชายด้วยซ้ำ ยิ่งกว่านั้น นักท่องเที่ยวยังตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมในอินเดียถึงไม่มีไกด์ไต่เขาที่เป็นผู้หญิงเลย ?

"ฉันจำได้ว่าผู้หญิงคนหนึ่งเคยยกเลิกทริปไต่เขา เพราะไกด์เพศชายปฏิบัติต่อเธอย่างไม่ให้เกียรติ เธอยังบอกอีกว่า หากฉันทำงานอาชีพไกด์ต่อไป จะมีผู้หญิงอีกมากที่สนใจว่าจ้างฉัน"


Photo : OurLadakSister 

"มีผู้หญิงชาวลาดักห์อีกหลายคนที่อยากเป็นไกด์ไต่เขา พวเธอถามฉันว่าเป็นไปได้ไหมที่เธอจะร่วมเดินทาง เพื่อเรียนรู้งานนี้ไปด้วย" 

"ฉันจึงได้รู้ว่า มีผู้หญิงอีกหลายที่อยากทำงานบนภูเขาแบบฉัน แต่พวกเขาไม่รู้ว่าจะเรียนรู้หรือทำงานเป็นไกด์ได้ที่ไหน นี่คือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ฉันเปิดบริษัทของตัวเองขึ้นมา"


จากผู้หญิง เพื่อผู้หญิง

ซอรอลตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจ Ladakhi Women's Travel Company หรือ "บริษัทท่องเที่ยวของผู้หญิงชาวลาดักห์" ในปี 2009 การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้ซอรอลกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่เปิดบริษัทท่องเที่ยวในลาดักห์ มากไปกว่านั้น เธอรับคำท้าด้วยการประกาศว่า ไกด์ทุกคนในบริษัทของเธอต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น

อาจเหมือนว่าซอรอลกีดกันหรือเอาคืนเพศชายที่เคยดูถูกเธอมา แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น เธอสัมผัสว่าวัฒนธรรมของชาวลาดักห์ยังคงล้าหลัง ผู้หญิงจำนวนมากประกอบอาชีพเป็นแม่บ้าน และดำเนินชีวิตโดยพึ่งพาสามีหรือญาติที่เป็นผู้ชาย บริษัทนำเที่ยวของเธอจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่จะช่วยให้ผู้หญิงเหล่านี้มีรายได้เลี้ยงตัวเอง และใช้ชีวิตอย่างอิสระมากขึ้น


Photo : World Travel 

"ผู้หญิงในลาดักห์ต้องเจ็บปวดจากปัญหามากมายทางสังคม เรามีแนวคิดที่อยากหารายได้เพิ่มเติมแก่ผู้หญิงชาวลาดักห์ เพื่อให้พวกเธอมีความมั่นใจและใช้ชีวิตอย่างที่เธอต้องการ" ซอรอล กล่าวถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เธอเริ่มต้นทำงานเพื่อสังคม

"ฤดูไต่เขาในลาดักห์ค่อนข้างสั้น ตอนนี้เรามีแผนจะเปิดคาเฟ่ในเร็ววัน เพื่อช่วยให้พวกเธอมีงานทำในช่วงนอกฤดูกาล และเรายังมีแผนจะสร้างตลาดที่เป็นศูนย์รวมสินค้าทำมือจากผู้หญิงในชุมชน"

การพบเจอผู้คนมากมายช่วยเปลี่ยนความคิดของซอรอลอย่างช้า ๆ เธอค้นพบว่าชีวิตเธอไม่ได้มีแค่การไต่เขา แต่การยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้หญิงที่ประสบปัญหาจากความไม่เท่าเทียมทางสังคม คืออีกเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่ามาก

ปี 2013 ซอรอลจึงตัดสินใจก่อตั้ง "เครือข่ายสวัสดิการผู้หญิงชาวลาดักห์" (Ladakhi Women's Welfare Network) เพื่อช่วยเหลือผู้หญิงที่เจ็บปวด และรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ หรือ การทำร้ายร่างกายในครอบครัว

ซอรอลกลายเป็นแนวหน้าในการเผยแพร่แนวคิดความเสมอภาคทางเพศ ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนที่บกพร่องในประเทศอินเดีย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะได้รับรางวัลบุคคลแห่งปี จากการประกาศของ The Weekend Leader และสถาบันเทคโนโลยีเวลโลร์ เมื่อปี 2014


Photo : World Travel 

ปัจจุบัน บริษัทท่องเที่ยวของซอรอลมีไกด์เพศหญิงอยู่ 12 คน และมีไกด์ฝึกงานอีก 7 คน ส่วนเครือข่ายเพื่อสังคมมีสมาชิกมากกว่า 100 ราย ทั้งหมดเป็นอาสาสมัครที่พร้อมช่วยเหลือผู้หญิงในดินแดนอันห่างไกล ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สำหรับซอรอล ความสุขพื้นฐานของเธอยังอยู่ที่การไต่เขา และพานักท่องเที่ยวขึ้นไปชมเสือดาวหิมะบนเทือกหิมาลัย แต่ความสุขที่มากกว่านั้น เธอเดินทางไปทั่วโลก เพื่อบอกเล่าเรื่องราวสร้างบันดาลใจของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ก้าวผ่านความไม่เท่าเทียมทางเพศ และแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงก็มีสิทธิจะประกอบอาชีพ ไม่ต่างจากเพศชาย

"ฉันได้เรียนรู้ว่า หากผู้หญิงมีความกล้าที่จะทำบางสิ่งในโลกของผู้ชาย พวกเธอต้องทำงานหนักมากว่าใคร แต่ท้ายที่สุด ความสำเร็จจะเป็นของเธอในไม่ช้า"
 
ที่มา
https://feminisminindia.com/2018/04/11/interview-thinlas-chorol-founder-lwtc/
http://www.twotravelingconsultants.com/consult-the-locals/meet-thinlas-chorol/
https://www.ft.com/content/550629ec-3689-11e1-a3fa-00144feabdc0
https://www.theweekendleader.com/Headlines/3608/ladakhi-woman-social-entrepreneur-is-twl--vit-person-of-the-year.html



AUTHOR

ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง

I'm a sad girl, in this big world ... It's a mad world.
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x