FEATURE

นครปฐม ยูไนเต็ด : สโมสรที่ตกไปลีกล่างสุด แต่กำลังลุ้นขึ้นไทยลีกด้วยแข้งยังบลัด | Main Stand



ชัยชนะ 1-0 เหนือ ทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในเกมอุ่นเครื่อง เมื่อเดือนตุลาคม 2020 เป็นสกอร์ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า "นครปฐม ยูไนเต็ด" สโมสรจากลีกรองแห่งนี้ไม่ธรรมดา


 

ทั้งที่เมื่อ 3 ปีก่อน ทีมเดียวกันกับที่อุ่นเครื่องชนะ "ช้างศึก" ของ อาคิระ นิชิโนะ ต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากสุด เพราะถูกลดชั้นร่วงจากไทยลีก 2 ตกลงมาเล่นลีกอาชีพระดับล่างสุดในไทยลีก 4

ผู้เล่นต่างย้ายออกจากทีมเกือบหมด เหลือนักเตะตัวหลักเดิมแค่ 2 คน แต่การเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ กลับทำให้สโมสรแห่งนี้ค้นพบแนวทางที่เติบโตอย่างยั่งยืน นั่นคือ การสร้างเยาวชนและให้โอกาสผู้เล่นอายุน้อยไร้ชื่อเสียงได้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลัก

ปัจจุบัน "นครปฐม ยูไนเต็ด" กำลังอยู่ในเส้นทางของการไล่ล่าตั๋วเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดในฤดูกาลหน้า โดยที่ขุมกำลัง 70 เปอร์เซนต์ เป็นนักเตะชุดเดิมที่เกาะกลุ่มสู้มาด้วยกันตั้งแต่ไทยลีก 4 

 

เสือป่าเลือดใหม่ 

"ตลอดการทำงานโค้ชหลายปี ผมไม่เคยยกหูต่อสายถึงสโมสรก่อนเลย มีแต่ทีมติดต่อเข้ามาอยากได้ตัวโค้ชธงไปร่วมทีม เพราะเราทำทีมลีกล่างได้แชมป์ พาเลื่อนชั้นมาตลอด" 

"พอทราบว่า นครปฐมฯ ถูกลดชั้นมาเล่นไทยลีก 4 ผมตัดสินใจโทรไปคุยกับผู้บริหารทีมเลย ใช้เวลาไม่กี่นาที ก็บรรลุข้อตกลงกันเลย"

โค้ชธง - ธงชัย สุขโกกี หัวหน้าผู้ฝึกสอน นครปฐม ยูไนเต็ด ไม่เคยลืมช่วงเวลาที่เลือกกระโดดรับงานคุมทีมลีกอาชีพระดับล่างสุด ตอนที่ทีมกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงใหญ่ อย่างไม่ทันตั้งตัว

"เสือป่าราชา" เป็นสโมสรภูธร ที่มีรากฐานมาจากโปรวินเชียลลีก และเคยโลดแล่นอยู่บนลีกสูงสุดนานถึง 3 ฤดูกาล ช่วงปี 2007-2009 หลังร่วงตกชั้นลงมา "นครปฐม" ก็ยังยืนหยัดอยู่ในลีกรอง (ดิวิชั่น 1, ไทยลีก 2) มาอย่างยาวนานหลายปี ไม่เคยตกชั้นลงไปถึงลีกระดับ 3 

นับตั้งแต่การรีแบรนด์เปลี่ยนชื่อจาก นครปฐม เอฟซี มาเป็น นครปฐม ยูไนเต็ด ในปี 2013 รวมถึงเปลี่ยนฉายาจาก "หมูป่าเขี้ยวตัน" เป็น "เสือป่าราชา" ทีมแห่งนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปในหลายมิติ ไล่มาตั้งแต่การปรับปรุงรังเหย้า จนมีพื้นสนามสวยงามแถวหน้าของเมืองไทย การเสริมผู้เล่นขุมกำลังฝีเท้าดีเข้าสู่ทีมอย่างคับคั่ง เคยมีลุ้นเพลย์ออฟเกือบขึ้นสู่ไทยลีก ในฤดูกาล 2016 น่าเสียดายพลาดท่าแพ้ สุโขทัย เอฟซี 


ทว่าในปี 2018 ความผิดพลาดที่ไม่สามารถส่งเอกสารคลับไลเซนซิ่ง ได้ทันกำหนดที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตั้งไว้ ก็เป็นเหตุให้ เสือป่าราชา ถูกปรับลดชั้นลงไปอีก 2 ระดับ สู่ห่วงโซ่ล่างสุดของฟุตบอลลีกอาชีพไทย ณ ตอนนั้น ผลที่ตามมา คือ บรรดาขุมกำลังแข้งฝีเท้าดีของ นครปฐม ยูไนเต็ด ต่างต้องโยกย้ายออกจากทีมไปหาต้นสังกัดที่สามารถให้ค่าตอบระดับสูงได้

"เสือป่าราชา" ในฤดูกาล 2018 จึงต้องเริ่มต้นใหม่ในลีกระดับ 4 ด้วยการสร้างทีมใหม่ และเฟ้นหาผู้เล่นเยาวชน จากการเปิดคัดตัว เนื่องจากเหลือนักเตะเดิมแค่ 3 รายเท่านั้น

"เราเหลือตัวหลักแค่ 2 คนที่ยังอยู่กับทีม นั่นคือ โชคชัย ชูชัย กับ เลสลีย์ อับโบห์ ส่วนอีกคนเป็นผู้รักษาประตูสำรองมือ 3 ด้วยความที่เราเคยผ่านประสบการณ์การคุมทีมลีกรากหญ้ามาเยอะ ก็รู้ว่าควรต้องใช้ผู้เล่นแบบไหนบ้าง"

"ผมดึงเอานักเตะเก่า ๆ ที่เคยร่วมงานกันในหลายสโมสร มาผสมผสานกับผู้เล่นเยาวชน ที่เราเปิดคัดตัว เพราะฤดูกาลนั้น สมาคมฯ ออกกฏให้สโมสรไทยลีก 4 ต้องส่งนักเตะอายุไม่เกิน 23 ปี และ 21 ปี ลงสนามเป็นตัวจริง 3 คน เด็กที่มาคัดส่วนใหญ่อายุ 18-20 ปี ไม่เคยมีประสบการณ์ในบอลอาชีพ และยังหาสโมสรไม่ได้"

"ตอนแรกคิดว่าจะเซ็นสัญญาเด็กที่มาคัดแค่ 5 คน ไว้ใช้ตามกฎ แต่เราเห็นน้อง ๆ ที่มาคัดหลายคนมีความขยัน ตั้งใจ เชื่อฟังที่เราสอน ถึงแม้ฝีเท้าเป็นแค่พวกเกรด C เกรด D แต่เราอยากให้โอกาสเขา สุดท้ายก็เซ็นสัญญามาร่วม 10 คน และปัจจุบันยังอยู่กับทีมเกือบทั้งหมด" โค้ชธง กล่าว

 

ทีมเวิร์กคือหัวใจ 

นครปฐม ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มได้สมราคาทีมเต็ง พวกเขาคว้าแชมป์ทุกสเตจ ทั้งรอบภูมิภาค และรอบชิงแชมป์ประเทศ ตีตั๋วเลื่อนชั้นสู่ ไทยลีก 3 และไทยลีก 2 แบบปีต่อปี 

พร้อมกับสร้างสถิติที่เหลือเชื่อ ด้วยการเป็น สโมสรฟุตบอลอาชีพไทย ที่เก็บชัยชนะต่อเนื่องมากสุดทุกรายการ เป็นอันดับที่ 2 ถึง 17 นัดติดต่อกัน (ลีก 13 นัด บอลถ้วย 4 นัด) แม้ว่าขุมกำลังเกือบครึ่งหนึ่งเป็นนักเตะอายุน้อยไร้ชื่อเสียงที่ทีมปั้นขึ้นมา

"การทำงานกับเยาวชน ช่วงแรกก็ยากพอสมควร เพราะน้อง ๆ ส่วนใหญ่กำลังศึกษาอยู่ระดับมหา'ลัย ไม่เคยมีประสบการณ์ในบอลอาชีพ ก็ต้องใช้เวลาเพื่อปรับจูนให้น้องเข้าใจระบบ วิธีการเล่น" 

"เพราะ นครปฐม ยูไนเต็ด เราเล่นบอลระบบบ ทีมเราไม่มีซูเปอร์สตาร์ ทุกคนต้องเล่นภายใต้แผนเดียวกัน รูปแบบเดียวกัน หากถามว่าทำไมเราถึงเลื่อนชั้นและประสบความสำเร็จทุกปี ก็เพราเรามีทีมเวิร์กที่ดี ทุกคนเล่นเป็นระบบ" 

การทำงานร่วมกันเป็นทีม ระหว่างผู้เล่นมากประสบการณ์ กับนักเตะอายุน้อยที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ และพละกำลังอันเหลือล้น กลายเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้ นครปฐม ยูไนเต็ด สามารถต่อกรกับคู่แข่งในลีกสุดหินอย่าง ไทยลีก 2 ได้อย่างสนุก และเดินอยู่บนเส้นทางลุ้นเลื่อนชั้นขึ้นไทยลีก 1

ขณะเดียวกัน การให้โอกาสผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่อาจไม่มีชื่อเสียง ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาของ นครปฐม ยูไนเต็ด ก็ทำให้บรรดานักเตะอย่าง นันทวัฒน์ กกฝ้าย, จีรพันธ์ ผาสุขขันธ์ ได้แจ้งเกิดเป็นที่รู้จักในหมู่คนที่ติดตามลีกรอง 

รวมไปถึงผู้เล่นตัวหลักอย่าง "นพพล ละครพล" (ยืมตัวจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) และ "ณัฐพล วรสุทธิ์" เด็กสร้างที่มาจากการคัดตัวของสโมสร ได้มีโอกาสเข้าสู่แคมป์ทีมชาติไทยระดับเยาวชนอีกด้วย  

"ณัฐพล เป็นเด็กคนหนึ่งที่ผมภูมิใจกับเขามาก ผมเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก เพราะเขาเคยมาฝึกฟุตบอลกับผม สมัยผมเปิดอคาเดมีย่านพระราม 2 ฐานะทางบ้านเขาไม่ได้ดีมาก พ่อขับแท็กซี่ แต่สิ่งที่เขามีความขยัน ความมุมานะ" ธงชัย เริ่มเล่าถึงศิษย์รัก

"โชคดีที่ตอนมัธยมฯ เขาได้โควตาเรียนที่ เทพศิรินทร์ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นหรือมีผลงานในระดับบอลนักเรียนมากนัก เคยเซ็นสัญญาเป็นเยาวชนของ แบงค็อก ยูไนเต็ด สุดท้ายก็ถูกปล่อยตัวออกมา เพราะไม่ได้อยู่ในข่ายที่ทีมจะเอาไปปั้นต่อ เขาก็ไม่มีสโมสรเล่น พ่อเขาก็พามาคัดตัวกับนครปฐม ผมก็รับไว้"

"ณัฐพล เป็นเด็กที่น้ำไม่เต็มแก้ว ขยัน ตั้งใจ พัฒนาตัวเองขึ้นมาตลอดเวลา จากนักเตะเยาวชนที่เราคิดว่าจะส่งเขาลงลงสนามตามโควตาบังคับในไทยลีก 4 ตอนนี้เขากลายเป็นตัวหลักที่ทีมขาดไม่ได้ ฝีเท้าเขาดีกว่าผู้ใหญ่หลายคน เขาเคยถูกเรียกติดทีมชาติไทย ชุด U-23 มาแล้ว ก็รู้สึกดีใจกับเขาจริง ๆ และผมเชื่อว่าเขาสามารถไปถึงทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้ในอนาคต"

 

เราอยากเป็นต้นแบบ

อีกเรื่องหนึ่งที่เหลือเชื่อของ "นครปฐม ยูไนเต็ด" คือเรื่องการบริหารจัดการ พวกเขาใช้งบการทำทีมค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับเหล่าสโมสรเพื่อนร่วมลีกที่ลุ้นจบอันดับ 1-2 เพื่อเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกโดยอัตโนมัติ รวมถึงอันดับ 3-6 ที่ต้องเตะเพลย์ออฟแย่งโควตาสุดท้าย 

"เสือป่าราชา" ไม่ได้ใช้จ่ายเงินซื้อนักเตะฟุ้งเฟ้อ ด้วยการทุ่มค่าจ้างดึงแข้งบิ๊กเนม และควบคุมงบประมาณการทำทีมเพียงแค่ราว 1 ล้านบาท ต่อเดือนเท่านั้น ทำให้เรตค่าจ้างผู้เล่นทุกคนไม่เกินจริง

เรียกว่าเงินทุกบาท ทุกสตางค์จากสปอนเซอร์ผู้สนับสนุน ถูกนำมาใช้จ่ายอย่างสมเหตุสมผล ตกไปถึงการจ้างงานเยาวชนให้มีอาชีพและรายได้

"หลายทีมมักใช้โมเดลทุ่มเงินจ่ายค่าเหนื่อยแพง ๆ เพื่อดึงดูดเอาผู้เล่นสตาร์, นักเตะเกรดไทยลีก มาเล่นในลีกรอง เพื่อหวังว่าความสามารถของนักบอลเหล่านี้ จะช่วยให้เลื่อนชั้นได้ แต่ก็อย่างที่เห็นว่า โมเดลแบบนี้ ต้องใช้เงินเยอะมาก มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นบ่อยมาก เข้า-ออกยกชุด"

"แต่เราอยากเป็นต้นแบบให้ทุกทีมได้เห็นว่า นครปฐม ยูไนเต็ด ใช้สตาฟฟ์โค้ชทีมงานชุดเดิม, นักเตะที่เล่นมาด้วยกันหลายปี เปลี่ยนแปลงทีมน้อยมาก งบประมาณทำทีมไม่ได้สูง ฐานเงินเดือนไม่เฟ้อ ก็มีโอกาสลุ้นเลื่อนชั้นได้ ด้วยโครงสร้างและระบบที่เราสร้างมาตั้งแต่วันแรก" 

"เงินเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำทีม แต่ไม่ได้หมายความว่า มีเงินแล้วจะได้เลื่อนชั้นเสมอไป ? ไม่มีเงินถุงเงินถังแล้วจะขึ้นไทยลีกไม่ได้" 

"เราอยากเลื่อนชั้นด้วยผู้เล่นชุดนี้ เพื่อทำให้ทุกทีมเชื่อว่า ทุกสิ่งมันเป็นไปได้ งบประมาณเท่านี้ ขนาดทีมแค่นี้ เราก็สามารถฝันไกลถึงไทยลีกได้ หากมีระบบและการบริหารจัดการที่ดี" ธงชัย หัวหน้าผู้ฝึกสอน เผย 

ไม่มีใครรู้ว่าในโปรแกรมที่เหลือต่อจากนี้ "นครปฐม ยูไนเต็ด" จะทำสำเร็จ เลื่อนชั้นเป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกันได้หรือไม่ ?

แต่สิ่งหนึ่งเราเห็นจากสโมสรแห่งนี้ คือ รากฐานการพัฒนาฟุตบอลแบบยั่งยืน ที่ไม่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือยเพื่อซื้อความสำเร็จ แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาขุมกำลังที่มีอยู่ ให้เติบโตและกล้าแกร่งไปด้วยกันกับสโมสร ซึ่งสุดท้าย ปลายทางนักเตะเหล่านี้ก็จะกลายมาเป็น ทรัพยากรผู้เล่นของชาติ และเป็นผลดีต่อวงการลูกหนังไทย 



AUTHOR

อลงกต เดือนคล้อย

สิ่งเดียวที่มีก็คือรักที่เธอไม่เข้าใจ จบแล้วก็อยากเปิด ปิดแล้วก็ไม่อยากไป
     


PHOTO

ธีรภัทร รื่นรมย์

คนประจวบฯ ที่มุ่งมั่นทำมาหากินในเมืองกรุงฯ #MainStand #Photographer
     


x