mainstand

Feature

OPINION | จิตกร ศรีคำเครือ ... ถึงนักฟุตบอลคนแรกที่ผมชื่นชอบ | Main Stand



แด่ มนุษย์ผู้หยุดโลกด้วยเท้าข้างซ้าย และมือข้างซ้าย !


 

ถ้าพูดในแง่ของความรู้สึก คงเหมือนรถไซเรนสักร้อยคัน วิ่งป้วนเปี้ยนอยู่ในลำคอ, หวั่นไหว ซึมเศร้า, คึกโครม และเจ็บปวดในคราเดียวกัน 

ไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์ ชื่อของ ดิเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า กลายเป็นพาดหัวใหญ่ทุกสำนัก หลังสิ้นลมหายใจบนวัย 60 ปี 

ประเทศไทย ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อปี 1986 ว่ากันว่านั่นคือความคลาสสิกมาถึงทุกวันนี้ 

การต่อสู้ระหว่าง ซิโก้ กับ มิเชล พลาตินี่, เดนิช ไดนาไมต์, เจ้าชายลูกหนัง เอ็นโซ่ ฟรานเชสโคลี่, แกรี่ ลินิเกอร์ ดาวซัลโวอิงแลนด์, เบลเยียม ผู้หาญกล้าถึงรอบรองชนะเลิศ หรือ ความแข็งแกร่งพลพรรคอินทรีเหล็ก 

แต่ทั้งหมดทั้งมวล ยังมิอาจเทียบเท่า ดิเอโก้ มาราโดน่า "จอมทัพหมายเลข 10" คำนิยามอันเรียบง่าย คือความชัดเจน  

มิดฟิลด์เชิงรุก ผสมผสาน กองหน้าตัวต่ำ ความสูง 165 เซนติเมตร ปราดเปรียวราวกับเสือกระหายเหยื่อ 

นักเตะจอมเทคนิค ผู้เสกมนต์วิเศษให้เกมลูกหนัง มีคุณสมบัติทุกอย่างหากคุณอยากได้นักเตะเพลย์เมกเกอร์สักคน เลี้ยงบอลคล่องแคล่ว, ตัดสินใจเฉียบคม, เปลี่ยนสปีดถูกจังหวะ, วิสัยทัศน์กว้างไกล ไม่ว่าจะยิงหรือจ่าย มักทำให้คู่แข่งเบิกตาโพลง 

แน่นอนครับ ช็อตจดจำที่ทำให้เด็กทั่วโลกตื่นตะลึงคือรอบคอวเตอร์ไฟนัลพบ อังกฤษ สถาปนาตัวเองเป็นทั้งเทวดาและซาตาน 

จังหวะกระชากกลางสนาม แตะผ่าน เกล็น ฮ็อดเดิ้ล จ่ายทะลุให้ ฮอร์เก้ บัลดาโน่ โดน สตีฟ ฮ็อดจ์ สกัดย้อยเข้าเขตโทษตัวเอง มาราโดน่าวิ่งฝ่าแนวรับแล้วกระโดดชกบอลด้วยมือซ้ายผ่าน ปีเตอร์ ชิลตัน 

"นั่นไม่ใช่มือของผม แต่เป็นหัตถ์ของพระเจ้า" คำพูดของเขากลายเป็นวลีอมตะ หากคุณนึกถึง "แฮนด์ ออฟ ก็อด" 

ไม่กี่อึดใจต่อมา โลกแทบหยุดหมุน มาราโดน่าโชว์สเต็ปให้ทุกคนรู้ว่า ศิลปะโลกลูกหนังเป็นอย่างไร


หมุนตัวเลี้ยงขึ้นหน้าจากระยะ 60 เมตร แตะหลบผู้เล่นสิงโตคำรามคนแล้วคนเล่า รวม 5 นาย ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์, ปีเตอร์ รีด, สตีฟ ฮอดจ์, เทอร์รี่ บุทเชอร์, เทอร์รี่ เฟนนิค ก่อนกระชากหนีชิลตัน แล้วจิ้มสู่ก้นตาข่าย 

เกมเดียว สองประตู ห่างกันสี่นาที เป็นสองประตูแห่งความแตกต่าง หนึ่ง อัปยศ ถ้ามองในแง่กฎกติกา อีกหนึ่ง คือความเลอเลิศ จนไม่รู้จะบรรยายเป็นตัวหนังสือยังไง 

มาราโดน่าสร้างผลงานต่อเนื่อง กระทั่งถึงรอบชิงชนะเลิศ จุดตัดสินคือจ่าย "คิลเลอร์ พาส" ให้ ฮอร์เก้ เบอร์รูชาก้า ซัดชัยให้อาร์เจนติน่าคว้าแชมป์โลก ด้วยการชนะเยอรมันตะวันตก 3-2 พร้อมตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

สำหรับผม ฐานะเด็กต่างจังหวัดเมื่อสามสิบปีก่อน บอลโลก 86 คือโมเมนต์ทำให้ตกหลุมรักฟุตบอลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ซึ่ง ดิเอโก้ มาราโดน่า คือผู้นำพาความรักนั้นมาให้ 

แม้หลังจากนั้น ฟุตบอลลีกอังกฤษ โดยเฉพาะลิเวอร์พูลจะกลายเป็น "อาหารจานหลัก" แต่มาราโดน่ายังคงโลดแล่นในใจเสมอ

นี่คือมนุษย์ผู้เต็มไปด้วยแพชชั่น ทำทุกอย่างด้วยความโดดเด่น ชีวิตในสนามคือเทพเจ้า ส่วนนอกสนามคือปีศาจร้าย 

เริ่มใช้ยาเสพติดตั้งแต่อยู่บาร์เซโลน่า หลังย้ายจาก โบคา จูเนียร์ส ด้วยสถิติโลก 5 ล้านปอนด์ จากนั้นไปสร้างความยิ่งใหญ่กับ นาโปลี 

เนเปิลส์ เมืองที่อุดมด้วยมาเฟียยาเสพติด ยิ่งทำให้ใกล้กับมันมากขึ้น เพียงแค่ความยิ่งใหญ่ ไม่มีใครพรากไปจากเขาได้ 

มาราโดน่าเสกให้ นาโปลี กลายเป็นทีมชั้นนำ คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 2 ครั้ง (1987, 1990) ซึ่งเป็นสองครั้งเดียวจวบจนปัจจุบัน

ว่ากันว่า ฟุตบอลโลก 1990 อาร์เจนติน่า โคจรมาเจอ อิตาลี รอบรองชนะเลิศ เตะกันที่ ซาน เปาโล สนามนาโปลี คนทั้งเมืองเนเปิลส์ยังปันใจเชียร์หมายเลข 10 คนนี้ ทั้ง ๆ ที่เจอกับประเทศชาติตัวเอง 

บางคนเย้ยหยันถึงแง่ลบมากมาย ยาเสพติด, สารกระตุ้น, ท่วงท่าหยิ่งยโส, ทำร้ายร่างกายนักข่าว หรือ ติดแอลกอฮอล์ กระนั้นความจริงบนโลกเส็งเคร็งใบนี้ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ... มาราโดน่า ก็เช่นกัน  

ผมใกล้ชิดกับเขามากสุด ตอนไปทำข่าวฟุตบอลโลก 2006 ในนามทีมสยามสปอร์ต ได้รับการอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่หลายท่าน มอบบัตรวีไอพีเกม อาร์เจนติน่า เจอ เซอร์เบีย เล่นกันที่ เกลเซ่นเคียร์เช่น สนาม ชาลเก้ 04 

มาราโดน่า เดินเข้ามาพร้อมผู้ติดตามนับสิบคน เพียงวาบเดียว ตัวชาไปทั้งแถบ เหมือนรูปปั้นอะไรสักอย่างที่เราไม่เคยคิดว่าจะได้เจอตัวจริง แค่เสี้ยววินาที คุ้มค่าแล้วกับเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง 

เขาคือตัวแทนของคนธรรมดาผู้ปีนป่ายจากจุดต่ำสุดสู่จุดสูงสุด จากมนุษย์ธรรมดากลายเป็นเทพเจ้า และจากเทพเจ้ากลายเป็นปีศาจร้ายในบางคราว

ดิเอโก้ มาราโดน่า คือ "สัญลักษณ์" แห่งโลกฟุตบอล ... ผมคิดอย่างนั้น วันนี้สัญลักษณ์พังครืนลงด้วยความโศกเศร้า ทว่าความทรงจำยังคงทำงานเคร่งครัดต่อไป

ขอบคุณสำหรับทุกย่างก้าวบนสังเวียนแข้ง ขอบคุณความมหัศจรรย์ที่ทำได้เหมือนกิจวัตรประจำวัน ขอบคุณที่ทำให้เด็ก ๆ ทั่วโลกหลงรักฟุตบอล 

ขอบคุณเท้าซ้ายข้างนั้น และขอบคุณมือซ้ายข้างนั้นเช่นกัน 

วันนี้ ดิเอโก้ มาราโดน่า ได้กลับไปอยู่ในหัตถ์พระเจ้าตลอดกาลแล้วครับ ด้วยจิตคารวะ ขอบคุณจากหัวใจ



ชื่นชอบบทความนี้ของ : จิตกร ศรีคำเครือ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง