mainstand

Feature

Suphanburi XI : 11 ผู้เล่นออลสตาร์ สุพรรณบุรี เอฟซี ยุคไทยลีก



สุพรรณบุรี เอฟซี นับเป็นสโมสรเก่าแก่ทีมหนึ่งของไทย พวกเขาโด่งดังมาตั้งแต่ศึกโปรวินเชียลลีก (Provincial League) ซึ่งเป็นลีกฟุตบอลระหว่างจังหวัดจาก 5 ภูมิภาค ก่อนยุบรวมกับไทยลีก (Thai League) ในเวลาต่อมา… 


 

และตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทีมเจ้าของฉายา “ช้างศึกยุทธหัตถี” มีผู้เล่นระดับชั้นนำทั้งชาวไทยและต่างชาติ แวะเวียนผ่านเข้ามามากหน้าหลายตา 

ในโอกาสที่ Main Stand เตรียมทำการถ่ายทอดสดโปรแกรมการแข่งขัน สุพรรณบุรี เอฟซี  เราจึงขอจัดทีมออลสตาร์ “Suphanburi XI” ที่รวบรวม 11 ผู้เล่นพลพรรคช้างศึกยุทธหัตถี ที่เคยฝากผลงานอันน่าประทับใจ ในช่วงที่สโมสรแห่งนี้โลดแล่นอยู่บนลีกสูงสุดตลอด 10 ฤดูกาลที่ผ่านมา 

 

ผู้รักษาประตู : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล 

อดีตนายทวารระดับตำนานทีมชาติไทย วัย 38 ปี ย้ายจาก ชลบุรี เอฟซี มาร่วมทัพช้างศึกยุทธหัตถี ในฤดูกาล 2016 พร้อมกับรับผิดชอบสวมปลอกแขนกัปตันทีม ถึงขนาดที่ อเดบาโย กาเดโบ เฮดโค้ชเคยเอ่ยปากชมว่า “ผมไม่เคยเรียกสินทวีชัยว่าประตู เพราะเขาคือผู้นำ” 

กระทั่งช่วงเลกสอง ซีซั่น 2019 สินทวีชัย ตัดสินใจหวนกลับไปร่วมงานกับ ฉลามชล อีกครั้ง ปิดฉากระยะเวลา 3 ฤดูกาลครึ่ง ในถิ่นสุพรรณบุรี สเตเดียม ด้วยสถิติลงเฝ้าเสาช่วยทีมในเกมไทยลีก 109 นัด

 

กองหลัง : วสันต์ ฮมแสน 

นี่เป็นฤดูกาลที่ 5 แล้ว สำหรับการรับใช้ สุพรรณบุรี เอฟซี ของแนวรับสารพัดประโยชน์อย่าง วสันต์ ฮมแสน โดยเจ้าตัวย้ายมาจาก บางกอกกล๊าส เอฟซี (บีจีพียู) ในฤดูกาล 2016 

จุดเด่นของ วสันต์ คือความทุ่มเท สามารถเล่นได้ทั้งฟูลแบ็ก, วิงแบ็ก รวมถึงเซ็นเตอร์แบ็ก ในระบบกองหลัง 3 คน โดยปัจจุบันเจ้าตัวลงสนามให้กับ “ช้างศึกยุทธหัตถี” ในศึกโตโยต้า ไทยลีก กว่า 120 นัดแล้ว 

 

กองหลัง : สุพรรณ ทองสงค์ 

เชน-สุพรรณ ทองสงค์ ย้ายจาก เมืองทอง ยูไนเต็ด มาร่วมทีมด้วยดีลสลับขั้วแลกตัวกับ ชาริล ชัปปุยส์ ในฤดูกาล 2017 

ซึ่งในช่วงเวลานั้นเจ้าตัวได้รับความสนใจจากทีมใหญ่ถึง 5 สโมสร ก่อนจะปฏิเสธ เพื่อเลือกช้างศึกยุทธหัตถี เป็นจุดหมายปลายทาง เนื่องจากที่นี่คือบ้านเกิดของตนเอง 

นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะการมาเล่นให้ สุพรรณบุรี เอฟซี ทำให้ “เชน” ได้ยกระดับฝีเท้าตัวเองขึ้นมามากจนถูกเรียกติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ค่อนข้างสม่ำเสมอ และเป็นอีกหนึ่งขุมกำลังที่สโมสรขาดไม่ได้ โดยปัจจุบันเจ้าตัวรับบทบาทเป็น กัปตันทีม ด้วย 

 

กองหลัง : ปรัชญ์ สมัครราษฏร์ 

ในช่วงฤดูกาล 2012-2015  สุพรรณบุรี เอฟซี มีผู้เล่นแนวรับหลายคนที่ทำผลงานได้น่าประทับใจ ทั้ง ภาณุพงศ์ วงษา, มิกา ชูนวลศรี, พุทธินันท์ วรรณศรี, ไพโรจน์ โสคำ 

แต่เราขอเลือก ปรัชญ์ สมัครราษฏร์  ติดทีมออลสตาร์ของ สุพรรณบุรี  เอฟซี เพราะช่วงที่เขาค้าแข้งที่นี่ ปรัชญ์ โชว์ฟอร์มออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จนถูก แบงค็อก ยูไนเต็ด คว้าตัวไปร่วมทีมในฤดูกาล 2016 

 

กองกลางตัวรับ : พิชิต ใจบุญ 

ชาริล ชัปปุยส์, อดุล หละโสะ อาจทำผลงานได้ดีในสีเสื้อ “ช้างศึกยุทธหัตถี” และเป็นที่รู้จักของแฟนฟุตบอลวงกว้างมากกว่า เพราะพวกเขาเป็นนักเตะระดับซุเปอร์สตาร์ และผู้เล่นทีมชาติไทย แต่เราขอเลือก ฮาร์ดแมนศิษย์ก้นกุฏิของ พยงค์ ขุนเณร ติดทีมชุดนี้ เพราะ พิชิต ทำหน้าที่ตัดเกมรุกคู่ต่อสู้ ปัดกวาดแผงแนวรับ ได้อย่างยอดเยี่ยม ตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งให้กับ สุพรรณบุรี เอฟซี

จนได้รับการเรียกตัวให้ไปติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ ช่วงปี 2013 อย่างไรก็ดี การย้ายมาของ ชาริล ชัปปุยส์ ทำให้ในปี 2014 พิชิต ต้องโยกย้ายถูกปล่อยไปให้ ชัยนาท ยืมตัว และหมดสัญญากับทีม ในเวลาต่อมา 

 

กองกลางตัวรุก : บียอร์น ลินเดมันน์ 

แม้จะย้ายมาเล่นให้ สุพรรณบุรี เอฟซี แค่ฤดูกาลเดียวในปี 2014 แต่ บียอร์น ลินเดมันน์ ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพฝีเท้าคับแก้ว 

ลินเดมันน์ ตะบันไปถึง 18 ประตู จากตำแหน่งเพลย์เมเกอร์ จาก 34 เกมที่ลงสนามในลีก กลายเป็นดาวซัลโวประจำทีมในซีซั่นดังกล่าว และติดอันดับ 4 ผู้ทำประตูมากสุดของ ไทยลีก ประจำฤดูกาล 2014 

นับตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีนักเตะสุพรรณบุรี เอฟซี คนไหนยิงประตูในไทยลีกต่อ 1 ซีซั่นได้มากเท่า ลินเดมันน์ อีกเลย 

 

ปีกขวา : จักรพันธ์ พรใส 

ถ้าจัดโผ 11 ผู้เล่นออลสตาร์สุพรรณบุรี เอฟซี ยังไงต้องก็มีชื่อ JP7 จักรพันธ์ พรใส เพราะช่วงเวลา 2 ฤดูกาลครึ่ง (2014-2016) ที่ปีกความเร็วสูงรายนี้ค้าแข้งให้กับทีม เพราะเขาจัดเป็นคีย์แมนคนสำคัญในการปั้นเกมรุก 

จักรพันธ์ ลงสนามในสีเสื้อ สุพรรณบุรี ฯ (เฉพาะเกมไทยลีก) จำนวน  78 นัด ผลงานที่ดีสุดของเขาเกิดขึ้นในฤดูกาล 2015 จักรพันธ์ ยิงไปได้ 13 ประตู แอสซิสท์ 14 ลูก จาก 33 แมตช์ที่ลงเล่น ช่วยให้ ช้างศึกยุทธหัตถี จบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 ของตาราง ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดของสโมสรบนเวทีไทยลีก

 

ปีกซ้าย : ดิยุฟ บิรัม

ดราแกน บอสโควิช ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม แต่อาการบาดเจ็บในฤดูกาลที่สองของเจ้าตัว ทำให้เราตัดสินใจเลือก เจ้าของฉายา “ขาวผ่องเมืองสุพรรณ” ดิยุฟ บิรัม มาติดทีมออลสตาร์ จากผลงานในฤดูกาล 2013-2014 ที่เขาค้าแข้งให้กับสโมสรแห่งนี้ 

ดิยุฟ บิรัม ซึ่งย้ายจาก สมุทรสงคราม เอฟซี ทำไป 10 ประตู จากการลงสนาม 50 นัด ช่วยให้ สุพรรณบุรี จบอันดับ 4 และ 6 ของตาราง แถมยังเป็นนักเตะที่แฟนบอลเลือดสุพรรณ รักใคร่เอ็นดู 

 

กองหน้า : มานิตย์ น้อยเวช 

ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2006 และ 2007 สุพรรณบุรี เอฟซี ได้ตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นไทยลีก ซึ่งหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของทีมยุคนั้น ได้แก่ “ริวัลโด้กั๊ก” มานิตย์ น้อยเวช ศูนย์หน้าประสบการณ์ ดีกรีทีมชาติไทย

แม้ในปี 2007 สุพรรณบุรี ต้องตกชั้น เนื่องจากจบฤดูกาลด้วยอันดับ 13 มีแต้มตามหลัง การท่าเรือไทย เอฟซี ทีมอันดับ 12 ที่รอดตกชั้นเพียง 1 คะแนน แต่ในซีซั่นนั้น มานิตย์ ก็ทำไปได้ถึง 10 ประตู 

 

กองหน้า : เดลลาตอเร่ 

ศูนย์หน้าชาวบราซิล คือ เจ้าของสถิติดาวซัลโวสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี 2 ฤดูกาลติดต่อกัน หลังจากเจ้าตัวทำไป 24 ประตู จาก 48 นัดที่ลงสนาม ในช่วงฤดูกาล 2014-2015 ก่อนจะย้ายไปเล่นในลีกไซปรัส กับทีมอาโปเอล

กระทั่งในช่วงเลกสอง ฤดูกาล 2019 สุพรรณบุรี ก็ดึง เดลลาตอเร่ กลับมาหวนงานอีกครั้ง โดยคราวนี้ เจ้าตัวทำไปได้ 3 ประตูจาก 9 นัดที่ลงสนามในเกมลีก 

 

กองหน้า : แซร์จิโอ ฟาน ไดจ์ค

ปิดท้ายด้วยศูนย์หน้าจอมโขก ที่แฟน ๆ เรียกเขาว่า “หลวงพี่” อย่าง แซร์จิโอฟาน ไดจ์ค ดาวยิงดีกรีทีมชาติอินโดนีเซีย ที่ย้ายมาร่วมงานกับสุพรรณบุรี ในฤดูกาล 2014-2015

แม้ปีแรกเขาจะยิงไปได้เพียง 3 ประตู จาก 14 เกมที่ลงเล่น เนื่องจากย้ายมาช่วงเลกสอง แต่พอเข้าฤดูกาลต่อมา ฟาน ไดจ์ค ก็ระเบิดฟอร์ม ทำไปได้ 14 ประตู จาก 26 นัดในลีก 

น่าเสียดายที่การเจรจาสัญญาใหม่ไม่ลง ทำให้ ฟาน ไดจ์ค ตัดสินใจโยกไปเล่นให้ แอดิเลด ยูไนเต็ด ทีมดังของออสเตรเลีย 

 

ภาพประกอบบทความ : Suphanburi FC



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง