mainstand

Feature

เทอร์รี่ ชอว์ชุค : เมื่อการตายของผู้ยิ่งใหญ่ เปลี่ยนกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งไปตลอดกาล | Main Stand



ฮอกกี้น้ำแข็ง ไม่ใช่กีฬาที่คุ้นชินกับคนไทยมากนัก แต่หากพูดถึงการแข่งขันประเภทนี้ หลายคนอาจนึกถึงหน้ากากฮอกกี้น้ำแข็ง ซึ่งมีบทบาทโดดเด่นในป็อปคัลเจอร์ต่าง ๆ โดยเฉพาะกับตัวละคร เจสัน วอร์ฮีส์ จากภาพยนตร์สยองขวัญชุด ศุกร์ 13


 

หน้ากากของกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง อาจไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ หากไม่เกิดเรื่องราวบางอย่างกับชายที่ชื่อ เทอร์รี่ ชอว์ชุค สุดยอดผู้รักษาประตูตลอดกาลของกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง

ชอว์ชุคเล่นกีฬานี้ ในยุคที่ผู้เล่นยังไม่มีเครื่องป้องกันมาสร้างความปลอดภัยให้กับผู้เล่น โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ ขณะที่ชอว์ชุคคอยป้องกันประตู จนก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ ร่างกายและจิตใจของเขากลับบอบช้ำ จนนำไปสู้เรื่องอันน่าเศร้าของโลกกีฬาในท้ายที่สุด

 

จุดเริ่มต้นของตำนาน

เทอร์รี่ ชอว์ชุค เกิดในปี 1929 เป็นลูกหลานชาวอพยพเชื้อสายยูเครน ซึ่งครอบครัวของเขาเดินทางไกลข้ามทวีป มาเสี่ยงโชคหาชีวิตใหม่ที่ประเทศแคนาดา เนื่องจากจากดินแดนยุโรปในช่วงนั้น เต็มไปด้วยภัยสงคราม ชีวิตกับความตายของผู้คน อยู่ห่างกันแค่เอื้อม

ด้วยความเป็นผู้อพยพ ครอบครัวของชอว์ชุคต้องอยู่อย่างยากลำบาก พี่ชายคนโตของเขาเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในวัยเพียง 17 ปี ขณะที่ลูกคนที่สองของครอบครัวเสียชีวิตจากโรคไข้อีดำอีแดงตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้ เทอร์รี่ ชอว์ชุค ต้องก้าวขึ้นมาเป็นความหวังของบ้านโดยไม่ได้ตั้งใจ

ชอว์ชุคพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหนีออกจากชีวิตที่เลวร้าย เพราะเขาไม่ได้เพียงแค่ยากจน แต่ยังถูกพ่อแม่ตีอยู่บ่อยครั้ง โชคดีที่มีเพื่อนข้างบ้าน ชักชวนให้เขาเล่นฮอกกี้น้ำแข็ง กีฬาอันดับหนึ่งของชาวแคนาดา และเขาตกหลุมรักมันอย่างรวดเร็ว

Photo : Hockey Hall of Fame

ในวัย 14 ปี ชอว์ชุคทำงานเป็นคนงานในบริษัทผลิตแผ่นเหล็ก เพื่อหาเลี้ยงตัวเอง ควบคู่ไปกับการเล่นฮอกกี้ให้กับทีมท้องถิ่น ในตำแหน่งผู้รักษาประตู ซึ่งเขาฉายแววเก่งออกมา จนไปเตะตาแมวมองของทีม ดีทรอยต์ เรดวิงส์ ทีมฮอกกี้จากลีก NHL ลีกฮอกกี้น้ำแข็งอันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา

พรสวรรค์ที่อยู่ในตัวของชอว์ชุคไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะพี่ชายคนโตของเขา ไมค์ ชอว์ชุค เป็นอดีตนักฮอกกี้น้ำแข็งอนาคตไกล ในตำแหน่งผู้รักษาประตู แต่มาเสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจเสียก่อน ซึ่งการเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูของ เทอร์รี่ ชอว์ชุค คือการเล่นเพื่อสานต่อความตั้งใจของพี่ชายตนเอง

ชอว์ชุคต้องรอจนถึงอายุ 16 ปี เขาจึงได้เซ็นสัญญาเป็นผู้เล่นเยาวชนของทีม ดีทรอยต์ เรดวิงส์ ซึ่งเจ้าตัวเอาจริงเอาจังมาก จนยอมออกจากการเรียนในระดับมัธยมปลาย เพื่อหันมามุ่งหน้าด้านกีฬาอย่างจริงจัง

Photo : NHL

"ผู้ชายคนนี้จะเป็นตำนาน" นี่คือคำบรรยายถึง เทอร์รี่ ชอว์ชุค ที่เขียนโดยแมวมองของทีมเรดวิงส์ จากพรสวรรค์ที่เต็มเปี่ยมอยู่ในตัวเขา ... 1 ปีถัดมาหลังจากได้เป็นผู้เล่นเยาวชนของทีมเรดวิงส์ เขาได้รับสัญญาในฐานะผู้เล่นอาชีพ ด้วยวัยเพียง 17 ปี ชอว์ชุคเปี่ยมด้วยความมั่นใจ และพร้อมลุยสงครามบนพื้นน้ำแข็งอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม NHL คือลีกที่ขึ้นชื่อของการไม่ให้โอกาสผู้เล่นหน้าใหม่ นักฮอกกี้น้ำแข็งมากมายเข้ามาตั้งแต่อายุยังน้อย แต่กลับไม่มีโอกาสได้ลงสนาม หลายคนจากไปโดยไม่มีโอกาสได้หวดลูกฮอกกี้ในการแข่งขันจริงของลีกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกสักครั้ง และ เทอร์รี่ ชอว์ชุค เกือบจะมีฝันร้ายดังกล่าวเช่นกัน

3 ปีแรกของชอว์ชุค เขาไม่ได้โอกาสลงสนามแม้แต่เกมเดียวให้กับ ดีทรอยต์ เรดวิงส์ ตลอดช่วงเวลานี้ ชอว์ชุคโดนส่งไปเล่นอยู่ในลีกสำรองเพื่อพัฒนาฝีมือ และไม่มีวี่แววจะได้เล่นให้กับทีมชุดใหญ่

Photo : NHL

บางครั้งชีวิตมนุษย์ ต้องพึ่งเรื่องโชคเข้ามาเกื้อหนุน ในฤดูกาล 1949-50 ผู้รักษาประตูของเรดวิงส์ได้รับอาการบาดเจ็บทุกคน ทำให้โค้ชของทีมเรดวิงส์ ยอมเสี่ยงดึงตัวชอว์ชุคมาเล่นเป็นการชั่วคราว และเขาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ จาก 7 เกมที่ได้ลงสนามในฤดูกาลนั้น จนคว้ารางวัลผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปี ของลีก NHL มาครอง

ดีทรอยต์ เรดวิงส์ กล้าจะไปต่อกับชอว์ชุค ด้วยการเทรดผู้รักษาประตูหมายเลข 1 คนเก่าของทีมทิ้งไป และตั้งให้ชอว์ชุคเป็นตัวจริงคนใหม่ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาดที่สุดครั้งหนึ่งของวงการฮอกกี้น้ำแข็ง 

 

ตำนานกับหน้ากาก

ชอว์ชุคระเบิดความเหนียวในฐานะผู้รักษาประตู กับเรดวิงส์ ตลอด 5 ฤดูกาลหลังจากนั้น ด้วยการพาทีมเข้าสู่รอบเพลย์ออฟทุกปี และคว้าแชมป์ สแตนลีย์ คัพ หรือแชมป์ลีกของ NHL ได้ถึง 3 สมัย และติดทีมออลสตาร์ของลีกทุกฤดูกาล

น่าเสียดายที่ยุคทองของชอว์ชุคต้องจบลงอย่างรวดเร็ว หลังจาก 5 ปีทองกับเรดวิงส์ ในฤดูกาล 1955-56 เขาถูกเทรดออกจากทีมไปอยู่กับ บอสตัน บรุนส์ แบบช็อควงการฮอกกี้ 

ชีวิตใหม่ของชอว์ชุค กับ บอสตัน บรุนส์ เหมือนกับฝันร้าย เขาฟอร์มตกอย่างหนัก จากองค์ประกอบทีมที่ย่ำแย่ แถมความกดดันได้ทำร้ายสภาพจิตใจของเขา จนเจ้าตัวเกือบจะเลิกเล่นฮอกกี้เลยทีเดียว

Photo : NHL

ชอว์ชุคถึงกับต้องพักการเล่นกีฬาที่เขารัก เพื่อไปรักษาอาการทางจิต ... โชคเข้าข้างตรงที่ ดีทรอยต์ เรดวิงส์ ตัดสินใจเทรดเขากลับไปเล่นให้กับทีมอีกครั้ง ชอว์ชุคเหมือนเกิดใหม่ ความมั่นใจในการเล่นของเขากลับมาอีกครั้งหนึ่ง จนมีชื่อกลับไปติดทีมออลสตาร์อีกครั้ง

แต่อาการป่วยทางจิต ไม่ใช่อุปสรรคเดียวที่ชอว์ชุคต้องเผชิญ เพราะอาการบาดเจ็บทางร่างกาย กลายเป็นปัญหาใหม่และใหญ่กว่าซึ่งเข้ามาขัดขวางเส้นทางที่ควรจะรุ่งโรจน์ของ เทอร์รี่ ชอว์ชุค

ฮอกกี้น้ำแข็งคือกีฬาที่เต็มไปด้วยการปะทะ อาการบาดเจ็บสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา รวมถึงความเสี่ยงที่จะโดนไม้ฮอกกี้ฟาดหัว และถูกลูกฮอกกี้อัดหน้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยแม้แต่น้อย 

Photo : NHL

อีกทั้งในยุคนั้น นักฮอกกี้น้ำแข็งไม่มีการใส่หมวก หรือหน้ากาก ในการปกปิดศีรษะเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บใด ๆ ทั้งสิ้น จึงทำให้นักฮอกกี้ในยุคของ เทอร์รี่ ชอว์ชุค มีความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บ จากการเล่นกีฬาประเภทนี้อยู่มาก

ชอว์ชุคโดนปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานติดต่อกันหลายปี และในฐานะผู้รักษาประตู การโดนลูกฮอกกี้เล่นงานเข้าที่ศีรษะ คือสิ่งที่ทำให้เขาพลาดโอกาสการลงสนามอยู่หลายครั้ง รวมถึงกระทบกับผลงานการเล่นของเขาด้วย ที่เริ่มเกิดอาการหวาดผวาลูกฮอกกี้

Photo : NHL

เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เทอร์รี่ ชอว์ชุค จึงผุดไอเดียเอาหน้ากากพลาสติกมาสวมใส่ลงสนาม (ซึ่งมีนักฮอกกี้ในตำแหน่งผู้รักษาประตูบางคนสวมใส่มาก่อนหน้านี้ แต่ส่วนมากจะไม่ใส่หน้ากากในการเล่น) และหน้ากากฮอกกี้กลับมาสร้างความมั่นใจให้กับชอว์ชุคในการเล่นอีกครั้ง

ผลงานที่โดดเด่นของชอว์ชุค สร้างความนิยมให้กับการสวมใส่หน้ากากฮอกกี้ ผู้รักษาประตูเริ่มหันมาใส่หน้ากากลงสนาม เพื่อป้องกันตัวเองมากขึ้น ขณะที่ตัวของชอว์ชุค กลับไปคว้าแชมป์ สแตนลีย์ คัพ อีกครั้ง ในฤดูกาล 1966-67 กับทีม โตรอนโต เมเปิลลีฟส์ และเป็นแชมป์ครั้งแรกในรอบ 12 ปีของเขา

 

ตำนานที่แตกสลาย 

แม้การใส่หน้ากากจะช่วยให้ชอว์ชุคเล่นได้อย่างมั่นใจ แต่บาดแผลจากการเล่นฮอกกี้ที่สะสม ทำให้หน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ที่มาจากการโดนอุปกรณ์ในกีฬาฮอกกี้อัดไปที่หน้าทั้งสิ้น

นอกจากอาการบาดเจ็บทางกาย เขายังต้องเผชิญปัญหาทางใจ ชอว์ชุคมีอาการโรคซึมเศร้าเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการอาการบาดเจ็บสะสมยาวนาน ตลอดอาชีพของเขา ทำให้เจ้าตัวเริ่มไม่มีความสุขกับการเล่นฮอกกี้น้ำแข็งอีกต่อไป

เพื่อนร่วมทีมของเขาเล่าว่า ในวันที่ทีม โตรอนโต เมเปิลลีฟส์ คว้าแชมป์ สแตนลีย์ คัพ ชอว์ชุคกลับนั่งเงียบ ๆ ในห้องอยู่คนเดียว แทนที่จะไปฉลองสุดเหวี่ยงกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่น อย่างไรก็ตาม ชอว์ชุคปฏิเสธเรื่องนี้ในภายหลัง เขาเผยว่าที่ไม่ไปฉลองกับคนอื่น เพราะไม่ชอบดื่มแชมเปญเท่านั้นเอง

Photo : Hockey Hall of Fame

ด้วยวัยเกือบ 40 ปี บวกกับอาการบาดเจ็บที่สะสม ฝีมือในการเล่นของชอว์ชุคจึงตกลง เขาถูกเมเปิลลีฟส์ เทรดไปอยู่กับ ลอสแอนเจลิส คิงส์ ก่อนจะเสียตำแหน่งตัวจริงกลางฤดูกาล และถูกเทรดทิ้งไปอยู่กับ ดีทรอยต์ เรดวิงส์ เป็นรอบที่ 3 ในฐานะตัวสำรอง

ชอว์ชุคถูกเทรดเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน คราวนี้เขาย้ายไปอยู่กับ นิวยอร์ค เรนเจอร์ส ซึ่งทั้งฤดูกาลเขาได้ลงสนามเพียง 11 เกม น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ในชีวิตของเขา เป็นรองแค่ฤดูกาลแรกในลีก NHL เท่านั้น

เห็นได้ชัดว่า ช่วงเวลาของชอว์ชุคได้จบลงแล้ว แต่ดูเหมือนเขาจะยังคงรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น บางทีเขาอาจจะคิดว่าตัวเองควรจะประสบความสำเร็จมากกว่านี้ หรือเล่นได้นานกว่านี้ หากไม่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บ มารบกวนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงวัยหนุ่มของเขา

Photo : NHL

หลังจากช่วงปิดฤดูกาล ในปี 1970 ชอว์ชุคใช้ชีวิตอย่างสุดเหวี่ยง เนื่องจากเจ้าตัวมีอาการติดเหล้า จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้สังสรรค์ กับ รอน สจ็วร์ต เพื่อนร่วมทีมเรนเจอร์ส และเมามายจนไร้สติ นำมาสู่การต่อสู้นะหว่างทั้งสอง จนเกิดอุบัติเหตุ ที่ส่งผลให้ชอว์ชุคได้รับอาการบาดเจ็บทั่วร่างกาย มีอาการเลือดคั่งอยู่ในอวัยวะภายในหลายจุด เช่น ตับ กับ ถุงน้ำดี

1 เดือนหลังจากนั้น ร่างกายของชอว์ชุคทนความเจ็บปวดไม่ไหว เขาเสียชีวิตในวัย 40 ปี สร้างความเศร้าให้กับวงการฮอกกี้น้ำแข็ง ที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดตลอดกาลของกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งได้จากโลกไปแล้ว

Photo : Wikipedia

ปี 1971 เทอร์รี่ ชอว์ชุค ได้รับเลือกให้อยู่ในหอเกียรติยศของกีฬาฮอกกี้ ไม่เพียงเท่านั้น การจากไปของเขาทำให้ผู้คนระลึกถึงผลงานที่เจ้าตัวฝากไว้ให้กับเกมนี้ และทุกคนเริ่มหันมาพูดถึงความสำคัญของการปกป้องผู้เล่น จากอาการบาดเจ็บมากขึ้น

ภาพที่ เทอร์รี่ ชอว์ชุค ใช้ร่างกายตัวเองในการรับลูกฮอกกี้ ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คน คนในวงการไม่เคยลืมเรื่องราวที่เขาโดนลูกฮอกกี้อัดจนกระดูกหัก หรือต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลหลังจบเกม เพียงเพราะเขาต้องการเล่นให้ทีมชนะ

การจากไปของชอว์ชุค ทำให้เกิดการพัฒนาชุดแข่งขันเพื่อป้องกันนักกีฬาฮอกกี้ จากอาการบาดเจ็บ ซึ่งเป็นรากฐานกลายเป็นชุดของนักฮอกกี้น้ำแข็งในปัจจุบัน 

Photo : Rare Historical Photos

ขณะเดียวกัน ในปี 1974 คือปีสุดท้ายที่มีผู้รักษาประตูในลีก NHL ไม่ใส่หน้ากากลงสนาม เพราะหลังจากนั้นผู้รักษาประตูทุกคนเลือกสวมใส่หน้ากาก เพื่อป้องกันตัวเอง ไม่ให้ต้องเป็นเหยื่อของอาการบาดเจ็บ

"การได้ใส่หน้ากากลงสนาม มันสุดยอดยิ่งกว่าสุดยอดเสียอีก มันคือปาฏิหาริย์สำหรับพวกเรา" เคน ดรายเดน ผู้รักษาประตูรุ่นน้องของ เทอร์รี่ ชอว์ชุค ที่อยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านการใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกายของนักฮอกกี้ กล่าวถึงหน้ากากฮอกกี้ ว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้พวกเขาเล่นได้อย่างไร้กังวลต่ออาการบาดเจ็บ

Photo : NHL

ทุกวันนี้หน้ากากฮอกกี้ได้พัฒนาในการป้องกันให้มีลักษณะคล้ายหน้ากากในกีฬาอเมริกันฟุตบอล เพื่อช่วยในการป้องกันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมการมองเห็นของผู้เล่นให้ดีกว่าหน้ากากในอดีต

สำหรับ เทอร์รี่ ชอว์ชุค ยังคงถูกจดจำในฐานะสุดยอดผู้รักษาประตูของกีฬาฮอกกี้จนถึงทุกวันนี้ และเรื่องราวความยอดเยี่ยมของเขา จะถูกเล่าขานไปอีกตราบนานเท่านาน ในวงการฮอกกี้น้ำแข็ง

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.theglobeandmail.com/news/national/canada-150/game-changer-how-the-goalie-mask-transformed-the-face-of-hockey/article33541965/
https://sports.jrank.org/pages/4242/Sawchuk-Terry-Sawchuk-Troubles-Triumphs-World-s-Greatest-Goalie.html
https://archive.macleans.ca/article/1959/12/19/the-awful-ups-and-downs-of-terry-sawchuk
https://www.hhof.com/htmlSpotlight/spot_oneononep197103.shtml
https://www.nytimes.com/1970/06/01/archives/sawchuk-of-rangers-dies-here-following-horseplaying-injury-sawchuk.html



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง