FEATURE

ราชาหน้าเป้า : เปิดตำนานยิงเปรี้ยงเดียวหายแบบไม่มีใครสามารถทำซ้ำได้ของ อลัน เชียเรอร์ | Main Stand



พรีเมียร์ลีกถือกำเนิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1992 หลังจากนั้นมาอีก 28 ปี ลีกฟุตบอลของประเทศอังกฤษรายการนี้กลายเป็น “ราชา” ของโลกฟุตบอล ที่มีคนติดตามมากที่สุด ...ว่ากันว่าเข้มข้นที่สุด และล่าสุดก็มีแบรนด์ที่ใช้สโลแกนว่า “ราชาแห่งเบียร์” บัดไวเซอร์ เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการด้วย 


 

ภายใต้คำว่า “ราชาแห่งลีกฟุตบอล” นั้นก่อให้เกิดอีกหลายเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่และถูกยกย่องในนาม “ราชา” อีกมากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นยอดทีม, ยอดมือสังหาร, ยอดนักจบสกอร์ หรือแม้กระทั่งยอดคน  

และนี่คือเรื่องราวหน้าที่ 1 ของสารบัญราชา...อลัน เชียเรอร์ ราชาดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก

ว่ากันว่านี่คือผู้เล่นที่ไม่มีใครเทียบได้หากอยู่ในกรอบ 18 หลา และเรื่องของการวางเท้าที่ได้ยิงเมื่อไหร่ รับรองได้ว่าเต็มข้อเมื่อนั้น 

เชียเรอร์ ไม่ได้เร็วแบบ เธียร์รี่ อองรี, ไม่ได้แพรวพราวด้านเทคนิคเหมือนกับ เดนนิส เบิร์กแคมป์ และไม่ได้ถูกรายล้อมด้วยจอมแอสซิสต์ชั้นดีเหมือน เซร์คิโอ อเกวโร่ ... แต่ทำไมเขายังยิงประตูในลีกได้มากถึง 260 ลูก และลูกยิงแต่ละลูกช่างเน้นและเข้าข้อดีเหลือเกิน ... เรื่องนี้มีที่มา

ติดตามเบื้องหลังการยิงจนต้องร้องขอชีวิตและเป็นราชาหน้าเป้าตัวจริง ในซีรีส์ “ราชาแห่งพรีเมียร์ลีก” ได้ที่นี่ 

 

สไตล์และตัวตน 

เชียเรอร์ นั้นถือว่าเป็นกองหน้าแบบอังกฤษขนานแท้ กล่าวคือหากเทียบกับดาวยิงยุคเดียวกันอย่าง เดนนิส เบิร์กแคมป์, เอริค คันโตน่า และ นิโกล่าส์ อเนลก้า ... เชียเรอร์ ถือว่าเป็นคนที่แตกต่างที่สุด เพราะในยุคที่เชียเรอร์แจ้งเกิดนั้น เขาไม่ได้เกิดจากทีมใหญ่ แต่เรื่องราวมันเริ่มจากทีมเล็ก ๆ อย่าง แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส และนั่นคือทีมที่เค้นเอาศักยภาพดาวยิงสไตล์อังกฤษแท้ออกมาจากตัว เชียเรอร์ โดยแท้จริง แต่ว่า อังกฤษแท้เค้าเล่นกันแบบไหน ? 

ไม่มีการระบุชัดเจนจากแหล่งข้อมูลใดถึงคำว่า "กองหน้าอังกฤษแท้" แต่บทความที่ถูกพูดถึงกองหน้าสไตล์นี้มักจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าพวกสื่ออังกฤษจะพูดถึง แกรี่ ลินิเกอร์, แฮร์รี่ เคน และแน่นอนทื่สุดคือ อลัน เชียเรอร์ ด้วย

"ผมคิดว่าเราคงไม่มีทางได้เห็นกองหน้าในสไตล์แบบนี้อีกแล้ว" นี่คือสิ่งที่ พอล อินซ์ นิยามถึงการเป็นกองหน้าสไตล์ อลัน เชียเรอร์ ... 

กองหน้าพวกนี้จะเป็นพวกที่มีสัญชาตญาณในการจบสกอร์สูงมาก เมื่อพวกเขาหลุดเดี่ยวและได้ดวลกับผู้รักษาประตู นักเตะเหล่านี้แทบไม่พลาดง่าย ๆ และสิ่งสำคัญของการเป็นกองหน้าสไตล์อังกฤษจ๋า คือเมื่ออยู่ในกรอบเขตโทษ ต้องเปลี่ยนจังหวะที่มีให้เป็นประตูให้ได้ ทั้งการหาตำแหน่งการยืนเพื่อเข้าโหม่งทำประตู รวมถึงการรอเก็บตกจังหวะยิงซ้ำ 

กล่าวคือพวกเขาต้องทำทุกอย่างให้บอลนั้นเข้าประตูไปให้ได้ โดยไม่ต้องสนใจลีลาท่าทางหรือความสวยงามของลูกยิงอะไรมากนัก หรือหากไม่มีโอกาสยิง จงหาวิธีที่ทำให้ทีมสามารถได้ประโยชน์มากที่สุด...ซึ่งจุดนี้แหละบอกตัวตนของความเป็น เชียเรอร์ ได้ดีที่สุด 

ช่วงที่เล่นให้กับ แบล็กเบิร์น ภายใต้การคุมทีมของ เคนนี่ ดัลกลิช ถือเป็นช่วงเวลาที่ เชียเรอร์ ได้โชว์ศักยภาพตามที่เอ่ยมาในข้างต้น เนื่องจาก ณ เวลานั้น แบล็กเบิร์น ถือเป็นทีมที่เล่นลูกครอสเก่งมาก การเข้าทำของทีมคือการเล่นแบบพูดง่าย ๆ ว่า "เปิดโหม่ง" จึงทำให้ศักยภาพการเล่นกรอบเขตโทษของ เชียเรอร์ เปล่งประกายสุดๆ ยิ่งในระบบบอลโบราณแผนการเล่น 4-4-2 เขาสามารถทำได้ครบเครื่อง เรียกได้ว่าจะชงให้เพื่อนหรือชงกินเองก็ได้ทั้งนั้น…

มีคำกล่าวจากเพื่อน ๆ ในทีม แบล็กเบิร์น รุ่นราวคราวเดียวกันว่า ถ้า เชียเรอร์ อยู่ในกรอบเขตโทษและได้บอลเมื่อไหร่ โอกาสที่ทีมจะได้ประโยชน์นั้นมีสูงมาก เขาใช้เพียงไม่กี่จังหวะก็เปลี่ยนมันเป็นประตูได้ หรืออย่างน้อยเขามีสิ่งที่เรียกว่า "ลูกตุกติก" เป็นจุดขาย โดยเฉพาะในช่วงนั้นที่ไม่มี VAR คอยตรวจสอบ เชียเรอร์ เป็นคนที่ขึ้นเล่นลูกโด่งด้วยแท็คติกบางอย่างที่อาจจะโดนจับฟาวล์ในทุกวันนี้ ซึ่งจังหวะความเจ้าเล่ห์ของเขาเองก็ทำให้ทีมได้ประโยชน์อยู่บ่อยครั้ง

"คือผมจะไม่บอกหรอกนะว่า อลัน เชียเรอร์ เป็นกองหน้าที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในโลก คุณไม่มีวันเห็นเขาลงไปรับบอลแล้วเลี้ยงหลบผู้เล่นหกคนและเข้าไปยิงประตูหรอก" เควิน กัลลาเกอร์ นักเตะหมายเลข 8 ของ แบล็กเบิร์น ชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1994-95 ร่วมรุ่นกับ เชียเรอร์ เริ่มกล่าว

"อะไรที่ เชียเรอร์ ทำมันตรงไปตรงมากว่านั้นเยอะ เข้าชาร์จจ่อ ๆ ในระยะครึ่งหลา กระโดดโหม่งแย่งกับกองหลัง หรือไม่ก็ยิงมันดื้อ ๆ เข้าไปเลย คุณเข้าใจไหมว่าหากจะอธิบายการเล่นของเชียเรอร์ มันง่ายที่สุดแล้วสำหรับผม ... ก็แค่ยิงประตูให้เข้า จบ เหมือนคุณท่องตัวอักษรนั่นแหละ ต่อจาก A ก็ต้องเป็น B ไม่มีอะไรซับซ้อนมากกว่านั้นเลย" 

 

อะไรที่ทำให้ง่ายขนาดนั้น ?

การยิงประตูนั้นคือสิ่งที่ต้องตัดสินในโลกฟุตบอล ยิ่งทำให้การยิงประตูง่ายเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเป็นความยากในการฝึกฝนมากขึ้นเท่านั้น แม้จะมีหลายประตูที่เกิดขึ้นจากฝีเท้าของ เชียเรอร์ แต่สิ่งที่หลายคนจำได้ชัดเจนที่สุดคือ "เขาซัดเต็มข้อแบบไม่ต้องคิดมาก" กล่าวคือไม่ว่าระยะไหนก็ไม่ใช่ปัญหา เชียเรอร์ ได้ง้างเมื่อไหร่หายนะมาเยือนผู้รักษาประตูเมื่อนั้น

ไม่ว่าจะเป็นการหลุดเดี่ยว การเข้าชาร์จ หรือการยิงจุดโทษ เชียเรอร์ มักใช้การยิงแบบเต็มหลังเท้าบ่อยกว่าการยิงเล่นทาง การจบสกอร์ของ เชียเรอร์ ไม่มีใครเหมือน เพราะแทบไม่ใครสามารถควบคุมบอลด้วยหลังเท้าได้ดีเท่าเขาอีกแล้ว

"ฉีกตาข่ายเสียก่อนที่ผู้รักษาประตูจะได้กระพริบตา นี่คือกองหน้าที่อันตรายที่สุดตลอดกาลของอังกฤษ" เบน เวลช์ นักเขียนของเว็บไซต์ FourFourTwo ว่าถึงเชียเรอร์ 

เคล็ดลับที่แท้จริงไม่มีอะไรมาก เมื่อได้ระยะก็ต้องยิง แต่ละการยิงก็ผ่านการซ้อมมาอย่างดี เชียเรอร์ ให้ความสำคัญกับการวางเท้าแบบสุด ๆ ถ้าทำมันซ้ำ ๆ จนเข้าที่ ไม่ว่าระยะไหนก็สามารถควบคุมลูกบอลได้สบายมาก 

"สิ่งสำคัญที่สุดของการหวดบอลให้แรงสุดพลังและยังควบคุมวิถีลูกได้ คือเวลาคุณยิงบอลออกไปแล้ว ต้องจัดระเบียบร่างกายให้ดี หัวและหัวเข่าของจะต้องอยู่ในระนาบเส้นตรงเดียวกัน จัดท่าทางให้ดีเพื่อไม่ให้บอลมันเหินจนหลุดกรอบ" 

"จุดที่เท้าสัมผัสบอลควรเป็นจุดที่มีเชือกรองเท้าอยู่ นั่นแหละตรงนั้นมีพลังมากที่สุด แต่อย่าลืมว่าในการซ้อมนั้นคุณต้องอย่าทำเป็นเล่น คิดว่าอยู่ในสนามแข่งจริง ๆ ไม่ว่าจะซ้อมด้วยข้างเท้าด้านนอกหรือด้านใน หรือจะยิงเต็มข้อ คุณต้องมีความมั่นใจตลอดเวลา การดวล 1-1 นั้น เรื่องหัวใจสำคัญมาก คุณต้องคิดเสมอว่าผู้รักษาประตูที่อยู่ข้างหน้านั้นอ่อนกว่าคุณ และคุณสามารถเอาชนะเขาได้ง่าย ๆ"

"ก้มหน้ายิงอย่าเอนหลังไม่งั้นหลุดกรอบแน่นอน ถ้าคุณทำได้คุณจะมีโอกาสทำประตู จงจำว่าไว้ว่าลูกยิงที่ออกจากเท้าต่อให้แรงโคตร ๆ นั้นก็ไม่มีประโยชน์ หากว่าคุณไม่สามารถควบคุมมันให้พุ่งไปทางประตูได้" เชียเรอร์ ว่าไว้ 

นอกจากเทคนิคที่ใช้ยิงแล้ว สิ่งสำคัญมาก ๆ ไม่แพ้กันคือเรื่องของการ "เข้ายิม" หลายคนอาจจะสังเกตว่า เชียเรอร์ นั้นเป็นนักเตะที่มีรูปร่างไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมายนัก จุดเด่นของเขาไม่ใช่กล้ามเนื้อด้านบนเหมือนนักฟุตบอลยุคปัจจุบัน สาเหตุเป็นเพราะ เชียเรอร์ นั้นให้ความสำคัญไปที่พลังขาของเขามากกว่า เขาใช้วิธีออกกำลังกายช่วงล่างมาตั้งแต่อายุ 16 ปี และนี่คือสิ่งที่ทำให้เขายิงหนักและเต็มข้อได้ดีแทบทุกจังหวะ ไม่ว่าจะมีระยะถอยเพียงแค่ก้าวเดียวก็ตาม

"สมดุลของร่างกายก็สำคัญไม่แพ้เทคนิค การเจอกับกองหลังตัวใหญ่ ผมแก้ไขได้ด้วยการออกกำลังกายช่วงล่างของร่างกาย เพิ่มความสมดุลในการเคลื่อนที่และเพิ่มพลังการยิงด้วย ผมทำงานหนักสุด ๆ ในโรงยิม โดยเฉพาะช่วงอายุ 16-22 ปี ที่เน้นและเอาใจใส่เรื่องนี้มาก ๆ และจากจุดนั้นร่างกายผมจึงทำได้ดีตลอดอาชีพของผมในเวลาต่อมา" เชียเรอร์ เผยเคล็ดคลับการยิงหนักตามแบบฉบับของเขา 

 

ราชาจอมถล่มประตูตลอดกาล

ซ้อมและออกกำลังกายมาหนักแค่ไหนคงไม่มีประโยชน์ หากไม่สามารถนำมาปรับใช้ในการแข่งขันจริงได้ ... และ เชียเรอร์ เองก็เข้าใจเรื่องนั้นเป็นอย่างดี 

เพราะในการแข่งจริง คุณไม่ได้แค่แข่งกับตัวเองอย่างเดียว โดยเฉพาะการเป็นกองหน้าตัวเป้าที่จะต้องโดนรายล้อมด้วยกองหลังตัวใหญ่เข้าปะทะหนัก สิ่งสำคัญคือการมีสติและมีพลังใจที่แข็งแกร่งให้มากที่สุด ใครเข้าปะทะด้วยความรุนแรงต้องห้ามกลัวห้ามแหยง เล่นงานกลับด้วยสิ่งที่คุณมี แม้ร่างกายจะไม่ใหญ่เท่า แต่เราเอาชนะพวกเขาเหล่านั้นด้วยสิ่งที่ถนัดได้

เชียเรอร์ ขึ้นชื่อเรื่องการเล่นตุกติก และมันเป็นเช่นนั้นเพราะเขาต้องการเล่นสงครามประสาทกับพวกกองหลังยุค 90s ที่เน้นเตะหนักเตะขู่ คุณจะเห็นภาพข่าวในเกมแต่ละเกมที่ยังถูกแชร์กันบ่อย ๆ จนทุกวันนี้ ภาพที่ เชียเรอร์ ประจันหน้ากับ รอย คีน, วินนี่ โจนส์, ปาทริก วิเอร่า หรือขาโหดในพรีเมียร์ลีกคนอื่น ๆ เชียเรอร์ ชอบที่จะปะทะคารม ยั่วยวนกวนประสาท เขารู้ดีว่าเขาตัวเล็กกว่า แต่การใช้สมองรังแกกองหลังพวกนั้นกลับไป ทำให้เขาเป็นฝ่ายชนะได้ หากอีกฝ่ายเสียสมาธิก่อน  

"ผมชอบ อลัน เชียเรอร์ จริง ๆ ให้ตายเถอะ เขามีไหวพริบแบบสุด ๆ แต่ที่ยอดเยี่ยมกว่าคือสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งนั่นแหละ เขาน่าจะเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกก่อตั้งมาเลยด้วยซ้ำ" ไมเคิล โอเว่น ยอดกองหน้าอีกคนของทีมชาติอังกฤษที่มีประสบการณ์ร่วมกับ เชียเรอร์ กล่าว 

มีนักเตะหลายคนที่เคยเป็นทั้งเพื่อนร่วมทีมและคู่แข่งของเชียเรอร์อีกหลาย ๆ คน ซึ่งออกมาพูดเรื่องสภาพจิตใจของ เชียเรอร์ และไม่ต่างจากที่ โอเว่น กล่าวไว้ ... 

เจมี่ เรดแน็ปป์ นักเตะทีมชาติอังกฤษยุคไล่ ๆ กันยอมรับว่า เมื่อไหร่ที่ เชียเรอร์ อยู่ข้างหน้า นักเตะอังกฤษจะมองหาเขาก่อนเป็นอันดับแรก และวันไหนที่ เชียเรอร์ เล่นดี ทั้งทีมจะยกระดับตัวเองขึ้นได้ เขาเหมือนผู้นำทางด้านจิตใจให้ทั้งทีมเล่นโดยเลิกหงอ และทำให้ตัวใหญ่กว่าคู่แข่งให้ได้

"กล้าหาญเหมือนกับสิงโต เขาเป็นนักบอลประเภทนักเลง แต่อย่าเข้าใจผิดล่ะ เขามันนักเลงร่วมสมัยสไตล์โมเดิร์นตัวพ่อเลย" เรดแน็ปป์ กล่าว  

สิ่งที่ เชียเรอร์ ทำตลอดอาชีพค้าแข้ง คือการยิงประตูแล้วยิงประตูอีก ด้วยลักษณะท่าทางมากมาย รูปแบบการยิงแม้จะโดดเด่นในเรื่องการเน้นแรงเน้นเต็มข้อ แต่จะให้ใช้สมองยิงเขาก็ทำได้ แต่สิ่งเดียวที่ทำให้ เชียเรอร์ โดนกล่าวขานน้อยเกินกว่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะว่าตลอดชีวิตของเขานั้นไม่ได้มีเกียรติประวัติอะไรมากมายไปกว่าแชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัยกับ แบล็กเบิร์น เท่านั้น ขณะที่กับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ซึ่งเขาย้ายมาด้วยสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกเมื่อปี 1996 กลับไร้แชมป์ประดับบารมี ... ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่คู่ควรกับนักเตะที่ว่ากันว่าเก่งที่สุดนับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกก่อตั้งมา 

แม้การที่เขาโดนยกย่องน้อยไปอาจจะเป็นปัญหาสำหรับคนอื่น ๆ ทว่าสำหรับ เชียเรอร์ มันไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลย การได้มาเล่นให้กับ นิวคาสเซิล ซึ่งเป็นทีมบ้านเกิด คือการตัดสินใจที่เขาเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองเคยทำ เขาเกิดที่นี่ โตที่นี่ และเป็นแฟนบอลทีมนี้ สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือการยิงประตูและเป็นนักเตะของ นิวคาสเซิล และเมื่อคนเราอยู่ที่ไหนแล้วมีความสุข ก็ไม่จำเป็นจะต้องดิ้นรนหาที่ใหม่อีก 

“ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมอยากเล่นให้กับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ผมอยากใส่เสื้อหมายเลข 9 และอยากทำประตูที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค ผมใช้ชีวิตตามความฝัน และผมก็รู้ว่าโชคดีแค่ไหนที่ได้ทำแบบนั้น”

สิ่งเหล่านี้สะท้อนผ่านการยิงประตูที่มากมายก่ายกองเกินนับนิ้ว เชียเรอร์ สามารถยืนระยะกับ นิวคาสเซิล ได้เกิน 10 ปี และเป็นขวัญใจแฟน ๆ เดอะ แม็กพายส์ จนกระทั่งทุกวันนี้ ... ไม่มีใครเข้าใกล้สถิติที่เขาทำไว้ และที่สำคัญเมื่อโลกฟุตบอลเปลี่ยนไปเป็นทุนนิยม เป็นเรื่องยากที่จะหานักเตะที่อยู่ในระดับโลกที่เลือกทีมด้วยเหตุผลจากหัวใจ หาใช่ความสำเร็จและเงินทอง 

“จะมีเด็ก ๆ ที่ยังไม่เกิดซึ่งในอีก 20 หรือ 30 ปีข้างหน้าจะรู้จัก อลัน เชียเรอร์ เพราะเขาจะถูกพูดถึงในตำนาน คัลท์ ฮีโร่ ของ นิวคาสเซิล และถือเป็นกองหน้าหมายเลข 9 ที่ดีที่สุดเท่าที่ นิวคาสเซิล เคยมีมา" สตีฟ ฮาร์วี่ย์ นักเตะของนิวคาสเซิลในยุค 90s เคยพูดถึง เชียเรอร์ ไว้เมื่อปี 1997 ... และเมื่อเวลาผ่านไป มันเป็นจริงอย่างที่เขากล่าวโดยไม่มีผิดเพี้ยน

ไม่ว่าคุณจะเอา อลัน เชียเรอร์ ไปเปรียบกับกองหน้าระดับโลกคนใดก็ตาม ชื่อเสียงของเขาอาจจะเป็นรองจนอาจจะทำให้แพ้คะแนนโหวตไป สาเหตุที่เป็นแบบนั้นอาจเพราะไม่มีใครอีกแล้วที่เหมือนเขา การยิงที่ไม่ต้องมีพิธีรีตอง, ท่าดีใจสุดเชยกับการวิ่งชูมือขวาง่าย ๆ แค่นั้น, การลงสนามให้กับทีมเล็ก ๆ และยืนระยะยิง 30 ประตูเกือบทุกปี ... และนี่คือความยิ่งใหญ่ตามแบบฉบับของ "ฮ็อตช็อต" อลัน เชียเรอร์ ผู้นี้นี่เอง

กว่าจะมาเป็น ราชาจอมถล่มประตูตลอดกาล เชียเรอร์ ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวเองมาแบบนับครั้งไม่ถ้วนและสามารถเอาชนะสิ่งเหล่านั้นได้ด้วยคุณภาพหาใช่คำโฆษณา และใด ๆ ในโลกล้วนเป็นเช่นนั้นไม่ใช่แค่วงการฟุตบอลเท่านั้น การรักษาคุณภาพจนก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับราชานั้น ล้วนต้องการคุณภาพที่สม่ำเสมอ ...

เหมือนกับ Budweiser ทื่ยืนระยะด้วยคุณภาพจนเป็น “ราชาแห่งเบียร์” (King Of Beer) ที่อยู่คู่กับคนบ้าบอลมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งได้เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

นี่คือรสชาติและแก่นแท้ของฟุตบอลอังกฤษ ... หากคุณอยากจะเข้าถึงรสชาติแห่งราชาแมตช์โปรด นัดต่อไปอย่าลืมเลือก Budweiser ให้เป็นคู่หูคู่หน้าจอของคุณ ... 

 

แหล่งอ้างอิง : 

https://www.planetfootball.com/quick-reads/16-of-the-best-quotes-on-alan-shearer-the-best-no-9-newcastles-ever-had/ 
https://www.fourfourtwo.com/performance/skills/alan-shearer-how-shoot-power 
https://tickle.news/englands-best-forwards-for-a-generation-how-the-english-striker-is-flourishing-again-in-the-premier-league-football-news/ 



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x