mainstand

Feature

ฮีโร่นอกสภา : การคัดค้านรัฐบาลเพื่อเรียกร้องอาหารกลางวันแก่เด็กยากไร้ของ "แรชฟอร์ด" | Main Stand



"ความสุขที่ยิ่งใหญ่คือการได้เป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน" ... เราได้ยินประโยคนี้มาอย่างยาวนาน แต่อาจจะมีหลายคนสงสัยว่า มันจะมีความสุขจริงหรือ สำหรับการทำอะไรสักอย่างโดยไม่ได้ผลประโยชน์กลับมา


 

และนี่คือเรื่องราวของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ดาวยิงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับบทบาทที่พลิกผันในเวลา 1 ปี จากไอ้เด็กจองหองที่แฟน ๆ ส่ายหน้า สู่ฮีโร่ระดับประเทศที่ลุกขึ้นสู้และแสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาล เพื่อให้เยาวชนในประเทศได้เจอกับอนาคตและโอกาสที่ดีเหมือนกับที่เขาเคยได้รับ

ติดตามชีวิต "ด็อกเตอร์แรช" ในฐานะนักสู้นอกสภาได้ที่นี่

 

0.012%

ช่วงชีวิตหนึ่งของการเป็นวัยรุ่น หากไม่ได้ทำอะไรโง่ ๆ สักครั้ง เขาว่ากันว่าเราได้พลาดช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ครั้งสำคัญไปเรียบร้อยแล้ว ... และกรณีของ มาร์คัส แรชฟอร์ด สามารถขยายความเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

เนิ่นนานหลังจาก หลุยส์ ฟาน กัล ส่ง แรชฟอร์ด ลงสนามให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ครั้งแรกในรายการ ยูโรปา ลีก ที่พบกับ มิดทิลลันด์ เมื่อปี 2016 ก่อนที่เขาจะลงไปยิง 2 ประตู และกลายเป็นความหวังใหม่ของแฟนบอลรวมถึงสโมสร ที่กำลังต้องการนักเตะจากท้องถิ่นสักคนก้าวขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ของทีม

ทุกคนคิดเห็นตรงกัน แรชฟอร์ด สามารถเป็นคนคนนั้นได้ เขาเริ่มพัฒนาขึ้น ยิงประตูมากขึ้น ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีม และขยับเบอร์เสื้อจากหมายเลข 39 มาเป็น 19 ก่อนจะได้สวมใส่เสื้อหมายเลข 10 ที่ เวย์น รูนี่ย์ เคยสร้างตำนานคว้าทุกแชมป์ที่ลงแข่งขันได้ ... ไม่มีข้อโต้แย้งถึงความสำคัญของ แรชฟอร์ด ณ เวลานั้น เขาเหมาะสมที่จะได้มัน จนกระทั่งวันหนึ่งเขาทำให้ตัวเองต้องเจอกับเรื่องที่ยากลำบาก

เวลาผ่านไปพักใหญ่หลังลงสนามในเกมแห่งความทรงจำกับ มิดทิลลันด์ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมลุ่ม ๆ ดอน ๆ พวกเขาพร้อมชนะทุกทีม แต่ก็พร้อมจะแพ้ได้ทุกทีมเช่นกัน นั่นคือเรื่องที่ทำให้แฟนปีศาจแดงรู้สึกขุ่นเคืองในใจ เพราะสโมสรไม่เคยต้องพยายามและอยู่ในสถานการณ์ที่ห่างไกลความสำเร็จเช่นนี้มาก่อน และเมื่อแฟน ๆ เริ่มโกรธ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่พวกเขาจะเริ่มโทษใครสักคนเพื่อเป็นที่ระบายอารมณ์ 

แม้การด่าทอและเหน็บแนมบุคคลสาธารณะจะเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำและใคร ๆ ก็รู้ ทว่าโลกเรานี้มันร้อยพ่อพันแม่ แม้บางคนจะไม่ทำ แต่สำหรับบางคนพวกเขาก็ไม่ทน พวกเขาไม่ได้ต้องการเห็นนักเตะเล่นเหลาะแหละ ต่างจากที่เคยเห็นทีมสู้แค่ตายเสมอในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ดังนั้นคำด่าทอจึงส่งไปถึงกลุ่มนักเตะท้องถิ่นอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด

ความสัมพันธ์ระหว่าง ลินการ์ด กับ แรชฟอร์ด นั้น เปรียบเสมือนคู่หูพี่น้อง ลินการ์ด อายุมากกว่า 5 ปี ขึ้นทีมชุดใหญ่มาก่อน และมีความเป็นหัวโจกสูง เขาเป็นคนที่ชอบเฮฮาปาร์ตี้ ใช้โซเชี่ยลมีเดียอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่ แรชฟอร์ด ดูเหมือนจะเป็นผู้ตามที่ดี เขาเคารพ ลินการ์ด ในฐานะรุ่นพี่ และใช้เวลาร่วมกันเสมอ ๆ

แฟนบอลไม่พอใจเพราะทั้งคู่คือความหวังของทีม ได้รับการเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีทั้งการต่อสัญญา เพิ่มค่าเหนื่อย และให้โอกาสลงสนามเสมอมา แต่เมื่อพวกเขาได้ในสิ่งที่ต้องการ กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่ดูจะไม่ได้พัฒนาขึ้นมากมายนัก ไม่ใช่เรื่องในสนามที่ยังไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาของทีมได้ แต่ยังรวมถึงนอกสนาม ทั้งคู่มักจะมีภาพไปเที่ยว ไปปาร์ตี้ และมีไลฟ์สไตล์แบบซูเปอร์สตาร์แต่งตัวหรูสวนทางฟอร์มการเล่น ที่สร้างความไม่พอใจและทำให้แฟนบอลรู้สึกว่า "ช่วยทำตัวให้เหมาะกับที่พวกเราคาดหวังหน่อยเถอะ" 

คำติฉินดังขึ้นทุกวัน และนักเตะที่ใช้โซเชี่ยลประจำอย่าง ลินการ์ด และ แรชฟอร์ด รับรู้ แต่พวกเขาแก้ไขมันด้วยวิธีแบบวัยรุ่นไม่ทันได้คิด แทนที่จะตอบโต้ด้วยผลงาน พวกเขากลับโพสต์ภาพในอินสตาแกรมที่มีตัวเลข 0.012% ซึ่งมีความหมายในเชิงโอ้อวดสรรพคุณ เพราะ 0.012% คือโอกาสของนักเตะท้องถิ่นในพรีเมียร์ลีกที่จะได้ขึ้นมากลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมชุดใหญ่ พวกเขาพยายามจะบอกว่า การที่ตัวเองเป็น 0.012% มันแปลว่าพวกเขาเองก็ไม่ธรรมดา ควรจะได้รับการยกย่อง ไม่ใช่การด่าทอ และแน่นอนว่าเมื่อโพสต์ตัวเลขนี้ออกไป ความ "เละ" ก็บังเกิด

0.012% คือความแม่นยำในการยิงหรือผ่านบอลเหรอ ?, คุณสนใจแค่โซเชียลมีเดีย ไม่ได้มีทัศนคติที่ดีเวลาลงสนาม, พวกคุณคือลำดับท้าย ๆ จากตัวเลข 180 คน, หุบปากไปซะ และพิสูจน์ผลงานบนสนามที่ไม่ได้อยู่ในโซเชียลมีเดียอย่างอินสตาแกรม .... นี่คือสิ่งที่แฟน ๆ สุดทนและตอบโต้พวกเขา พวกเขาโกรธที่นักเตะที่ถูกมองว่าเป็นความหวัง กลับกำลังทำในสิ่งที่น่าอับอายต่อเกียรติประวัติของทีม

ช่วงเวลาหลังจากนั้นคือช่วงที่เละเทะที่สุด แรชฟอร์ด ยังมีคดีไปเที่ยวกับสหรัฐอเมริกากับ ลินการ์ด และแสดงกิริยาไม่เหมาะ แถมยังไลฟ์โชว์ผ่านโซเชี่ยลมีเดีย แม้จะเป็นช่วงปรีซีซั่น แต่นั่นเหมือนสิ่งที่เขาตอกย้ำให้แฟน ๆ รู้ว่า ที่ผ่านมาเขายังคงไม่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตเลยแม้แต่น้อย 

 

เมื่อประเทศต้องการฮีโร่ 

ความผิดพลาดครั้งที่ 2 ในเวลาไม่กี่เดือนทำให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือของทีมปีศาจแดง ต้องออกมาตักเตือน แรชฟอร์ด อย่างจริงจัง แม้ไม่มีการเปิดเผยคำพูดนั้น แต่สื่ออย่าง เดอะ ซัน ที่แม่นเรื่องฉาวโฉ่ยืนยันว่า การตักเตือนหนนี้เป็นเรื่องซีเรียสมาก มีการเรียกแรชฟอร์ดมานั่งคุยเปิดอกกันเป็นเวลาถึง 2 ชั่วโมง เนื้อหาใจความในการตักเตือนครั้งนี้ คือการชี้ให้เห็นว่าเขากำลังเดินไปในทิศทางที่ผิด ไลฟ์สไตล์ที่พุ่งเข้าหาแสงสีจะนำมาซึ่งสิ่งที่ร้ายยิ่งกว่าที่เขาเคยเจอ และสุดท้าย โซลชา เรียกร้องให้ แรชฟอร์ด กลับมาเป็นนักเตะคนเดิมที่ทุ่มเทให้กับงานที่ทำ ทั้งในสนามแข่งและในสนามซ้อม เหมือนกับตอนที่เขาก้าวเข้าสู่ทีมใหม่ ๆ

หลังจากนั้น แรชฟอร์ด ก็กลับมาจริง ๆ ฤดูกาล 2019-20 คือปีที่ดีที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเขา แม้จะยังไม่ถึงขั้นระดับโลกอะไรมากมาย แต่ แรชฟอร์ด กลับมามุ่งมั่นกับฟอร์มในสนาม ไม่มีรูปภาพหรือข่าวคราวที่สร้างความไม่สบายใจอีกเลย ว่ากันว่าการตักเตือนและแนะนำของ โซลชา มีผลอย่างมาก เขาทำให้ แรชฟอร์ด รู้ถึงความหมายในการเป็นนักเตะของทีม แมนฯ ยูไนเต็ด และทำให้รู้สึกว่าเขากำลังจะก้าวพ้นการเป็นดาวรุ่งและกลายเป็นผู้นำของทีม มีนักเตะดาวรุ่งอีกหลายคนที่กำลังจะก้าวขึ้นมา และต้องการให้เขาเป็นแบบอย่าง ... เมื่อได้โอกาสต้องทำให้ได้ และต้องทำให้เต็มที่

จากจุดนี้ แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด หลายคนกลับมาชื่นชมเขาที่สามารถกลับสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นได้ แต่แค่นั้นยังไม่พอ แรชฟอร์ด ไม่ได้เติบโตแค่เรื่องการเป็นนักเตะอาชีพเท่านั้น เขายังเติบโตในฐานะตัวอย่างที่ดีของเยาวชนด้วย 

โอกาสแสดงความเป็นฮีโร่ที่แท้จริงของเขาเกิดขึ้นในช่วงที่ทั้งโลกต้องการฮีโร่ ย่างเข้าต้นปี 2020 COVID-19 ระบาดหนักทั่วทุกประเทศ และที่อังกฤษก็ได้รับผลกระทบมากมาย เศรษฐกิจล้มครืน กิจกรรมต่าง ๆ การใช้ชีวิต ถูกปรับเปลี่ยนใหม่หมด ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบตั้งแต่ธุรกิจใหญ่จนถึงสภาพความเป็นอยู่ของทุกครัวเรือน ... คนที่พอมีก็ถือว่าไม่เลวร้ายนัก แต่คนที่ธรรมดาก็หาเช้ากินค่ำอยู่แล้วนี่สิ นี่คืออุปสรรคที่พวกเขาแทบมองไม่เห็นแสงสว่างเลย

ซ้ำร้ายรัฐบาลอังกฤษยังซ้ำเติมครอบครัวเหล่านั้นด้วยการประกาศ เตรียมยกเลิกโครงการเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กที่มีฐานะยากจน ด้วยเหตุผลของงบประมาณที่ต้องเสียกับเรื่องนี้เยอะเกินไป ... สิ่งนี้ส่งผลกระทบอะไรบ้าง ?

มีเด็กอังกฤษถึง 4.2 ล้านคนที่อยู่ในครอบครัวฐานะยากจน พ่อแม่และครอบครัวของพวกเขาไม่มีเงินพอสำหรับปัจจัย 4 ทั้ง อาหาร เสื้อผ้า และที่อยู่อาศัย โดยในปี 2019 มีเด็กในอังกฤษ 1.3 ล้านคนที่ขออาหารกลางวันฟรี หรือคิดเป็น 15% ของเด็กโรงเรียนรัฐ ซึ่งเรื่องนี้ แรชฟอร์ด ยอมรับไม่ได้ เพราะเขาเองก็เคยโตมาด้วยอาหารกลางวันฟรีเหล่านี้ กว่าที่จะกลายเป็นนักเตะระดับแถวหน้าของประเทศอย่างทุกวันนี้ 

แม่ของเขาทำงานเป็นพนักงานรับจ้างเก็บเงิน และมีลูกถึง 5 คน เธอผลักดันให้ แรชฟอร์ด เข้าสู่ระบบอคาเดมีของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุ 11 ปี เพื่อจะได้รับทุนการศึกษาและอาหาร ทั้ง ๆ ที่ตามกฎนั้น เด็กที่จะเข้าระบบอคาเดมีได้ต้องอายุ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งการผลักดันครั้งนั้นทำให้ แรชฟอร์ด ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นบ้าง แต่เขายังจำได้ดีวันที่แม่ต้องเลี้ยงเขาและน้อง ๆ แบบยากลำบาก รวมถึงเข้าใจว่าสำหรับเด็ก ๆ การท้องหิว แต่ไม่มีอะไรให้กินคือเรื่องใหญ่ และไม่ควรมีเด็กคนไหนรู้สึกแบบนั้น ... ช่วงชีวิตที่กำลังเติบโต การกินให้อิ่มท้อง ส่งผลบวกทุกด้าน ดังนั้นเขาจึงไม่เห็นด้วยกับนโยบายตัดงบอาหารกลางวันเด็กของรัฐบาลอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ COVID-19 ส่งผลกระทบมากมาย

สิ่งที่คนยากจนและด้อยโอกาสควรได้รับคือการช่วยเหลือ ไม่ใช่การตัดแขนตัดขาให้พวกเขาลำบากกว่าเดิมอย่างที่เป็นอยู่ ... 

 

ช่วงชีวิตการเป็นฮีโร่ 

"สิ่งที่หลายครอบครัวกำลังเผชิญ คือสิ่งที่ผมเคยเจอมาก่อน มันยากลำบากในการหาทางออก ... ผมรู้ว่าความหิวโหยเป็นอย่างไร" แรชฟอร์ด กล่าวกับ บีบีซี และหลังจากนั้น เขาเขียนจดหมายไปยังรัฐบาลอังกฤษเพื่อขอให้ตัดสินใจใหม่อีกครั้ง 

“นี่ไม่ใช่เรื่องการเมือง มันคือหลักมนุษยธรรม เมื่อพวกเรามองตัวเองในกระจก และรู้สึกว่า พวกเราได้ทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อปกป้องคนที่ปกป้องตัวเองไม่ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ๆ หากนำเรื่องการเมืองออกไป พวกเราทุกคนจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เด็ก ๆ ไม่ควรไปนอนทั้งที่อด ๆ อยาก ๆ อย่างนั้นหรือ ?”

“ความอดอยากในอังกฤษคือโรคระบาดที่จะแพร่ไปยังกลุ่มประชากรรุ่นแล้วรุ่นเล่า ถ้าเราไม่ทำให้มันถูกต้อง”

“รัฐบาลใช้ทุกวิธีที่จำเป็นเพื่อเศรษฐกิจของประเทศ วันนี้ผมขอร้องให้คุณคิดแบบเดียวกัน กับการปกป้องเด็ก ๆ ที่ยากไร้ทุกคนทั่วประเทศ”

“ผมสนับสนุนให้คุณรับฟังคำวิงวอนของพวกเขาและตระหนักถึงหลักมนุษยธรรม ได้โปรดพิจารณาการตัดสินใจยกเลิกโครงการแจกอาหารเด็ก ๆ ในช่วงซัมเมอร์อีกครั้ง และยืนยันว่าจะทำโครงการนี้ต่อไป”

นี่คือเนื้อความส่วนหนึ่งในจดหมายที่ แรชฟอร์ด เขียนและส่งให้รัฐบาลอังกฤษในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ปี 2020 

โดยก่อนหน้านี้ในช่วงล็อคดาวน์ที่ฟุตบอลอังกฤษไม่มีการแข่งขัน เขาได้ทำการร่วมมือกับองค์กรการกุศลแฟร์แชร์ ยูเค (FareShare UK) เรี่ยไรเงินได้ถึง 20 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นค่าอาหารสำหรับเด็กที่ต้องพึ่งอาหารที่โรงเรียน โดยการลุกขึ้นสู้ของเขาได้รับการสนับสนุนจากห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารเจ้าใหญ่ทั่วอังกฤษอย่างล้นหลาม   

หลังจากนั้นไม่นาน จดหมายก็เดินทางไปถึงรัฐบาลอังกฤษ และในวันที่ 16 มิถุนายน สิ่งที่ แรชฟอร์ด ร้องขอก็ได้รับการตอบสนอง เมื่อมีการตัดสินใจจากรัฐบาล ให้ยืดอายุโครงการแจกคูปองอาหารกลางวันฟรีกับเด็ก ๆ ต่อไป โดยรัฐบาลอนุมัติงบประมาณ 120 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,800 ล้านบาท) 

หลังจากได้สิ่งที่เขาต้องการ แรชฟอร์ด ส่งจดหมายแสดงคำขอบคุณถึง บอริส จอห์นสัน นากยกรัฐมนตรีของอังกฤษ โดยสำนักข่าว สกาย นิวส์ เปิดเผยถึงเนื้อหาในจดหมายฉบับใหม่ว่า แรชฟอร์ด พยายามชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของโครงการคูปองอาหารกลางวัน ที่เป็นเพียงเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาระยะสั้นเท่านั้น สิ่งที่รัฐบาลควรทำต่อไป คือการหาทางออกระยะยาวร่วมกับภาคเอกชน เพื่อให้ปัญหาปากท้องของเยาวชนหมดไป

เมื่อการเปลี่ยนแปลงมาถึง สิ่งที่ แรชฟอร์ด สู้และแสดงพลังประสบผลสำเร็จ เขาได้รับการชื่นชมมากมาย เสียงขอบคุณจากโรงเรียน คุณครู และเด็ก ๆ ทุกคนส่งตรงมาถึงเขา ณ ตอนนี้ไม่มีใครสนใจว่าแรชฟอร์ดจะโชว์ฟอร์มในสนามได้ดีหรือแย่ขนาดไหน ไม่ใครสนว่าต้นสังกัดของเขาอย่าง ยูไนเต็ด จะเป็นอริกับทีมใดบ้าง แต่เขาได้รับการยกย่องในฐานะการเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่กล้าคิดและกล้าลงมือเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพื่อเห็นแก่อีกกว่าล้านชีวิตที่ทำได้แค่ภาวนา และรับคำตัดสินจากรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจเท่านั้น  

แรชฟอร์ด ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ยกย่องคุณงามความดีต่อสู้เพื่อเด็กยากจน ปริญญาบัตรดังกล่าว ถือเป็นการประกาศเกียรติคุณขั้นสูงสุด ซึ่งมหาวิทยาลัยสามารถมอบให้ได้

"หากคุณดูชื่อบุคคลอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเคยได้รับปริญญาเอกมาก่อน (เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน, เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) มันทำให้ผมดูต่ำต้อยไปเลย" ดร.แรช กล่าวหลังจากได้รับปริญญาบัตร 

"เรายังอยู่บนเส้นทางอีกยาวไกลสำหรับการต่อสู้เพื่อเด็กยากจนในประเทศ แต่การได้รับการยกย่องจากเมืองที่คุณอยู่อาศัย หมายความว่า เรามาถูกทางแล้ว สิ่งนั้นมีความหมายอย่างมาก" 

 

การต่อสู้ที่ยังต้องดำเนินต่อไป

เมื่อกระแส COVID-19 ซาลง ก็เกิดเรื่องราวที่ทำให้ แรชฟอร์ด ต้องแสดงจุดยืนอีกครั้งหลังชัยชนะครั้งเก่าผ่านไปได้แค่ไม่กี่เดือน เพราะในการประชุมสภาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2020 พรรคอนุรักษ์นิยมที่ถือเสียงข้างมาก ลงมติไม่เห็นด้วยที่จะให้ขยายโครงการอาหารฟรีไปถึงช่วงเดือนเมษายนปีหน้าซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอม

เหตุผลของการตัดสินใจดังกล่าวมีการอ้างว่า ไม่ใช่หน้าที่ของโรงเรียนที่จะต้องให้อาหารนักเรียนระหว่างปิดเทอม และรัฐบาลก็ให้การช่วยเหลือครอบครัวที่มีรายได้น้อยมากอยู่แล้วระหว่างวิกฤติ COVID-19 

ถ้าช่วยแล้วก็ต้องไปให้สุด แรชฟอร์ด ตัดสินใจแสดงความไม่เห็นด้วยอีกครั้ง และยืนยันคำเดิมว่า "นี่คือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง" 

"เด็กจำนวนมากต้องเข้านอนคืนนี้พร้อมความหิวโหย และความรู้สึกว่าพวกเขาไม่สำคัญอะไรจากการแสดงความคิดเห็นในวันนี้" แรชฟอร์ดระบุในทวิตเตอร์ซึ่งมีผู้ติดตาม 3.5 ล้านคน

"ผมไม่มีการศึกษาแบบนักการเมือง หลายคนบนทวิตเตอร์ได้พูดเรื่องนี้อย่างชัดเจนแล้ว แต่ผมมีการศึกษาทางสังคมจากการเผชิญสิ่งนี้เอง และการได้ใช้เวลากับครอบครัวรวมถึงเด็ก ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ... เด็กเหล่านี้มีความสำคัญ"

การจุดประเด็นของ แรชฟอร์ด ทำให้สื่อในอังกฤษกลับมาเล่นข่าวนี้อีกครั้ง พวกเขาติดตามการแสดงความคิดเห็นของ ดร.แรช และยังนำเสนอข่าวในเชิงกดดันรัฐบาลอยู่กลาย ๆ ซึ่งตอนนี้การต่อสู้เพื่อความถูกต้องของ แรชฟอร์ด ยังคงดำเนินต่อไปทั้งการให้ในฐานะเพื่อนมนุษย์ รวมถึงการพัฒนาก้าวสู่ผู้เล่นแถวหน้าในฐานะนักฟุตบอลด้วย ... เรียกได้ว่า ณ ตอนนี้ เขาคือความหวังของประเทศโดยแท้จริง

"ผมไม่แน่ใจว่าจะหาคำพูดที่ดีไปกว่านี้ได้ แต่สิ่งที่มาร์คัสเริ่มต้นนั้นมันเหลือเชื่อมาก มันเป็นอะไรที่ดีมาก และด้วยการแข่งขันระหว่างสโมสรในช่วงเวลาเหล่านี้ เราในฐานะนักฟุตบอลและในฐานะมนุษย์เป็นหนึ่งเดียวกันเสมอมา เป็นเรื่องดีที่ได้แสดงออกอย่างเหมาะสม" 

"เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นในสถานการณ์ที่ยากลำบากและมีความสุขกับพรสวรรค์ที่น่าตื่นเต้น แต่เขาไม่เคยลืมรากเหง้าของตัวเองว่ามาจากไหน เขาต้องทำมัน มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเล็กน้อยที่เขาต้องทำมัน (ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลไม่ควรตัดงบอาการกลางวันแต่แรก) แต่มันก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน" 

"ผมหวังว่าแม่ของเขาจะภูมิใจในตัวเขาจริง ๆ ผมไม่รู้จักเขา แต่ผมก็ภูมิใจในตัวเขา ... ผมเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงการเป็นคู่รักคู่แค้นเมื่อหลายปีก่อน แต่เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าฟุตบอลสามารถสร้างความมหัศจรรย์ได้"

"นั่นคือเหตุผลที่ทุกคนตอนนี้ควรตัดคำว่าคู่แข่งไป และคิดถึงสิ่งที่สำคัญกว่าในชีวิต ดังนั้นผมจึงมีความสุขมากที่ลิเวอร์พูลสามารถแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในช่วงเวลาเหล่านี้ ตอนนี้เขาเป็นแบบอย่างของสิ่งนั้น มันยอดเยี่ยมมาก และมันจะไม่ทำให้เขาเสียสมาธิจากฟุตบอล" นี่คือสิ่งที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของ ลิเวอร์พูล กล่าวยกย่อง แรชฟอร์ด นักเตะจากทีมคู่แข่งอันดับ 1 ของเขา 

อย่างไรก็ตาม คำพูดของคล็อปป์ก็อาจจะไม่เท่ากับเสียงคนผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจริง ๆ นั่นคือเด็ก ๆ ที่ได้ท้องอิ่มจากข้อเรียกร้องและการต่อสู้ของ แรชฟอร์ด ตอนนี้เด็ก ๆ มองเขาในฐานะฮีโร่ ไม่ต้องมีผ้าคลุม ไม่ต้องมีของวิเศษ ขอแค่มีหัวใจที่อยากจะสู้ เข้าอกเข้าใจความยากลำบากของคนที่ไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียง นั่นคือคำตอบที่แท้จริง

ณ โรงเรียนประถม แอนเดอร์ตัน พาร์ค ในเมืองเบอร์มิงแฮม มีกิจกรรมที่พวกเด็ก ๆ ต้องทำกันทุกปี นั่นคือการโหวตตั้งชื่อห้องเรียนของพวกเขา โดยเลือกจากคนที่มีคุณค่าความเป็นมนุษย์และสามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ 

ก่อนหน้านี้เด็ก ๆ มีห้องเรียนที่ชื่อว่า มิเชล โอบามา, มูฮัมหมัด อาลี และ เซอร์ เดวิด อัทเทนโบโรห์ แต่ในปี 2020 นี้พวกเขามีห้องเรียนใหม่ที่ชื่อว่า "มาร์คัส แรชฟอร์ด รูม" โดยชื่อนี้ได้รับการโหวตอย่างท่วมท้น 

สำนักข่าว เดอะ การ์เดียน ได้ยินข่าวดังกล่าว พวกเขาจึงไปที่โรงเรียนแห่งนี้และถามเด็กว่า ทำไมพวกเขาถึงตั้งชื่อห้องด้วยชื่อของ มาร์คัส แรชฟอร์ด และนี่คือเหตุผลที่เด็ก ๆ ตอบด้วยแววตาแห่งความหวังและความใสซื่อ

"มาร์คัส เป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ถ่อมตัว และไม่แสดงออกสิ่งที่ไม่ดีออกมา มันเป็นสาเหตุที่พวกเรารักเขามาก เขาไม่เคยยอมแพ้ เขาสร้างแรงบันดาลใจให้เราเป็นพลเมืองที่ดี กล้าแสดงออกเพื่อความถูกต้อง เขารักแม่ของเขา เขารู้ดีว่าเขาไม่มีทางเป็นอย่างทุกวันนี้ได้เลยถ้าเขาขาดเธอไป" นี่คือเหตุผลที่พวกเขาติดไว้กับรูปของ แรชฟอร์ด ที่เป็นชื่อห้องเรียนใหม่ในปีนี้

"มาร์คัส ทำลายความเชื่อของคนหนุ่มสาวหลายคนที่คิดว่าจะโตขึ้นไปและกอบโกยความสำเร็จ มีรถหรู มีสระน้ำในบ้านหลังใหญ่ แต่เขายืนขึ้นและตั้งคำถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพลเมือง ... ทั้ง ๆ ที่ผู้คนเลิกสนใจความยากจนและความอดอยากในประเทศนี้ไปแล้ว แต่เขากำลังเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น" เดฟ ชาร์มาร์ ทูตของโครงการ Children's Right 2 Food ในวัยแค่ 15 ปี กล่าวแทนเด็ก ๆ ในประเทศทุกคน

"สิ่งที่เยาวชนได้เรียนรู้จริง ๆ คือไม่ว่าคุณจะอายุน้อยแค่ไหน คุณสามารถสร้างความแตกต่างได้หากต้องการ เด็ก ๆ เข้าใจความเป็นมนุษย์ของ มาร์คัส แรชฟอร์ด จริง ๆ" ... เขากล่าวทิ้งท้าย และเป็นคำตอบที่ว่าทำไม แรชฟอร์ด จึงกลายเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ในสายตาของพวกเขา 

ไม่ว่าจะเคยผิดพลาดมาเท่าไหร่ แต่ชีวิตของมนุษย์ถูกออกแบบให้เดินไปข้างหน้าเสมอ จริงอยู่ที่ความดีอาจจะลบล้างความผิดพลาดในอดีตไม่ได้ แต่มันก็ยังดีกว่าการที่เราใช้ชีวิตโดยไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยจากความผิดพลาดครั้งเก่า ๆ

การเสียสละ การต่อสู้ และการให้ที่แท้จริง คือการทำเพื่อความถูกต้อง และเมื่อคุณไม่กลัวที่จะแสดงจุดยืนและแสดงความเชื่อมั่นที่คุณมี สิ่งเหล่านี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไร ๆ ได้หลายสิ่ง ... เริ่มต้นจากตัวเอง สู่แรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ระดับประเทศ ที่คนรุ่นหลังจะกล่าวขานไปอย่างไม่มีวันจบ ... ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต จงทำปัจจุบันให้เต็มที่ และนี่คือเรื่องราวการเป็นฮีโร่ของ มาร์คัส แรชฟอร์ด นั่นเอง

ฝากไว้สักนิดถึงแฟน ๆ ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อยากจะเยือนสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด และเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่มีต่อแฟน ๆ และเป็นขวัญใจประชาชน จนขนาดที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน นักเตะของ ลิเวอร์พูล ยังบอกว่า เขาจะเป็นนักเตะของ ยูไนเต็ด คนเดียว ที่เดอะ ค็อป ปรบมือให้ ด้วยตาตัวเอง คุณได้รับสิทธิ์นั้น ... เดี๋ยวนี้ 

สำหรับแฟนของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีอะไรที่คู่ควรไปกว่า บัตรเครดิตกรุงศรี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นบัตรเครดิตบัตรเดียวที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ ไม่ใช่แค่ใช้แทนเงินสดได้เท่านั้น แต่ยังมีสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นที่สามารถ "สานฝัน" แฟนบอลปีศาจแดงทุกคนอีกด้วย

เพราะทุกครั้งที่คุณใช้บัตรนี้ในวันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งขัน จะสามารถสะสมแต้มได้เพิ่มอีก 2 เท่า หากแมนฯ ยูไนเต็ด ชนะในเกมธรรมดารับแต้มสะสม 4 เท่า และหากชนะในเกมใหญ่ รับเพิ่มไปเลย 8 เท่า

แต้มเหล่านี้ที่คุณได้รับจะสามารถสะสมเพื่อใช้แลกซื้อของที่ระลึกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบ Limited Edition อีกด้วย

นอกจากนี้ยังสามารถสานฝันแฟนผีด้วยการไปชม แมนฯ ยูไนเต็ด ลงสนามที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยตาของตัวเอง โดยสามารถแบ่งชำระ 0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน

หากสนใจจะจับจองเป็นเจ้าของบัตรเดียวครบตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แฟนบอลปีศาจแดงแบบนี้ ติดต่อได้เลยที่ 02-646-3555 สายด่วนบัตรกรุงศรีอยุธยา ตลอด 24 ชั่วโมง 

 

แหล่งอ้างอิง : 

https://www.bbc.co.uk/newsround/54672795
https://www.theguardian.com/education/2020/oct/23/marcus-rashford-hero-kids-school-meals
https://www.bbc.com/thai/international-54677097
https://news.yahoo.com/cafes-restaurants-offer-free-meals-090107216.html
https://www.espn.com/soccer/manchester-united/story/4215715/man-uniteds-rashford-blown-away-by-support-for-meals-campaign
https://www.theguardian.com/football/2020/oct/17/quarter-of-a-million-sign-marcus-rashfords-free-school-meals-petition



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง