mainstand

Feature

เคล็ดลับบิดหมดปลอก : มาร์ค มาร์เกซ กับความมหัศจรรย์ภายในเวลาแค่เสี้ยววินาที



หากถามเด็กหนุ่มทั่วโลกว่าความฝันของพวกเขาคืออะไร เชื่อได้เลย มีจำนวนไม่น้อยที่จะบอกว่า "พวกเขาอยากจะเป็นนักกีฬาอาชีพ" แน่นอน 


 

มันไม่ใช่แค่เรื่องรายได้เท่านั้น แต่มันคือเรื่องของความเป็นลูกผู้ชาย ความเท่ และเป็นเอกบุรุษที่พิสูจน์ว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ "ต้องสู้ขนาดไหน" 

ความยิ่งใหญ่ไม่เคยมีทางลัด และนี่คือเรื่องราวความทนทานของ มาร์ค มาร์เกซ สุดยอดนักแข่งมอเตอร์ไซค์ดีกรีแชมป์โลก MotoGP 

 

ใช้เวลาพิสูจน์ตัวตน 

ทุกคนรู้ดีว่าสไตล์การขับขี่ของ มาร์ค มาร์เกซ นั้นเป็นพวกร้อนแรงและมุทะลุขนาดไหน เขาเป็นนักแข่งที่ไม่เคยกลัวการล้ม เพราะเขารู้ดีว่าการล้มได้สอนอะไรบางอย่างที่ไม่มีที่ไหนมอบให้ได้ 

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะมาร์ค มาร์เกซ เรียนรู้ที่จะขับขี่และรถล้มมาตั้งแต่ที่เขาอายุ 5 ขวบ เขาเติบโตมากับพ่อแม่ที่เกี่ยวข้องกับทีมแข่งรถมอเตอร์ไซค์ท้องถิ่น มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าอยากจะเป็นนักเเข่งอาชีพโดยมีไอดอลเป็นเพื่อนร่วมชาติอย่าง ดานี่ เปโดรซ่า และเมื่อเป้าหมายมีความแน่นอน มาร์ค มาร์เกซ ก็ทะยานไปข้างหน้าโดยไม่เคยรอใครนับตั้งแต่นั้นมา 

มาร์เกซ เป็นแชมป์มอเตอร์ไซค์รุ่น 50 ซีซีของแคว้นกาตาลัน ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ และแน่นอนว่านี่คือแชมป์ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ในตอนนั้นเขายังเหยียดขาไม่ถึงพื้นเลยด้วยซ้ำไป 

แต่ความเอาจริงเอาจังต่อการแข่งขัน ทำให้เขาไม่เคยรอเวลาให้ร่างกายเติบโตขึ้นตามธรรมชาติ 
เพื่อทำให้ฝันของการเป็นนักขี่มอเตอร์ไซค์ง่ายขึ้นเพราะไม่รู้ว่าการรอคอยจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ แต่เขาเลือกที่จะเร่งเวลานั้นด้วยตัวเอง

มาร์เกซ ออกกำลังกายอย่างหนัก มีโปรแกรมการฝึกที่หลากหลายและซับซ้อนซึ่งได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับร่างกายของเขา โดยหลักจะเน้นไปที่การเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของร่างกายเพื่อให้เขาสามารถควบคุมมอเตอร์ไซค์ได้ดียิ่งขึ้นพร้อม ๆ กับขยับซีซีขึ้นในทุกๆปีเมื่อหน้าปฎิทินผ่านไป จนสามารถคว้าแชมป์โลกมอเตอร์ไซค์ทางเรียบรุ่น 125 ซีซี ในปี 2010 ก่อนขยับขึ้นในระดับ Moto2 คว้าแชมป์โลกในปี 2012 และที่เหลือต่อจากนี้คือบทพิสูจน์ที่แท้จริง เมื่อเขาคว้าแชมป์รุ่นเล็กจนหมดเกลี้ยง ก็เหลือเพียงรายการเพชรยอดมงกุฎอย่าง MotoGP เพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เขาต้องพิสูจน์ ถ้าก้าวไปถึงความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง อย่างไรเสีย "ต้องไปให้ถึงแชมป์" 

การเป็นแชมป์ MotoGP นั้นยากกว่าแชมป์อื่นๆหลายเท่านั้น การมีแค่ความเชี่ยวชาญไม่พอ เพราะในโลกของเหล่ายอดนักแข่ง มีแต่คนที่ควบคุมรถได้เก่งเหมือนกับเขาทั้งนั้น ... สิ่งหนึ่งที่จะทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่นๆได้ คือ การตัดสินใจ "เสี้ยววินาที" ใน MotoGP นั้นมีความหมายที่สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ ขึ้นอยู่กับว่านักเเข่งจะใช้เสี้ยววินาทีนั้นตัดสินใจทำอะไร ...

แม้ มาร์เกซ จะควบคุมรถได้ดีจากการพรสวรรค์ การฝึกซ้อม และร่างกายที่สร้างมาเพื่อขี่รถ แต่สิ่งที่สำคัญที่ทำให้ มาร์เกซ ชนะทุกสนามที่ลงแข่งคือเรื่องของสภาพจิตใจ ... เขาเคยเล่าว่าทุกการแข่งขันนั้นมีความกดดันซ่อนอยู่ ความกดดันทำให้เกิดความกลัว และความกลัวจะนำมาซึ่งความผิดพลาด และเมื่อเกิดความผิดพลาดครั้งแรกแล้ว อาการ "แหยง" ก็จะเกิดขึ้น 

สำหรับการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ ไม่มีใครหนีความแหยงจากการล้มรอบแรกพ้น แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อล้มแล้ว เจ็บแล้ว พวกเขาเลือกที่จะร้องโอดโอยและไม่กล้าทำซ้ำ หรือเลือกที่จะเรียนรู้จากความเจ็บนั้นและเข้าใจว่าจะต้องใช้ความเร็วเท่าไหร่จึงจะเอาชนะมันได้ โดยไม่ต้องเจ็บซ้ำเป็นครั้งที่สอง ... เขาเรียกมันว่า "เสี้ยวเวลาแห่งความทนทาน" หากรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเรียนรู้ที่จะไปต่อได้ โลกแห่งการเป็นนักแข่งอาชีพของคุณจะเปลี่ยนไปในทันที ... ดังนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องกลัว 

"บางครั้งความกดดันก็เป็นเรื่องที่ยากจะอธิบาย มันเป็นสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ปลอดภัย ทำให้หัวของคุณมีแต่คำถาม มันทำให้คุณเครียดและทำให้จิตใจและร่างกายของคุณล้าไปหมด ถ้าคุณรับมือมันไม่ได้ คุณจะแพ้อย่างยับเยิน"

“สิ่งที่คุณต้องทำคือดึงความเครียดนี้ออกไปให้หมด หาความสมดุลนี้ให้เจอ ความสมดุลนี้เป็นการเดิมพันระหว่างความเสี่ยงกับถ้วยรางวัล และผมเชื่อเสมอว่า 'ถ้าไม่เสี่ยงก็ไม่มีทางยิ่งใหญ่' ถ้าคุณอยากจะเป็นแชมป์ คุณหนีความเสี่ยงไม่พ้น และต้องเจอมันมากกว่าคนอื่น ๆ ด้วย" มาร์เกซ กล่าว 

 

ขอให้ผมแค่เสี้ยววินาที 

การเข้ามาสู่วงการ MotoGP ในปี 2013 ของ มาร์ค มาร์เกซ นั้นสามารถส่งสัญญาณถึงนักเเข่งคนอื่น ทั้งทางตรงเเละทางอ้อม 

ในทางตรงคือเรื่องอายุ ... มาร์เกซ ลงแข่งขัน MotoGP ครั้งแรกด้วยวัยเพียง 20 ปีเท่านั้น น้อยมากหากเทียบกับนักแข่งคนอื่นๆนั่นทำให้หลายคนจับตามองเพื่อรอดูพรสวรรค์ของเขา ทุกคนอยากจะรู้ว่าเด็กคนนี้มีความสามารถขนาดไหน และจะก้าวข้ามในระดับของมืออาชีพไหวหรือไม่ ?

ขณะที่ในทางอ้อมนั้น ... ทันทีที่ มาร์เกซ ลงแข่งขันสนามแรก ทุกคนรู้ทันทีว่า "ยุคสมัยของพวกเขากำลังจะหมดลงไวกว่าที่ควร" เพราะสไตล์การขี่แบบวัดใจของ มาร์เกซ ตอบทุกข้อสงสัยที่มีในตัวเขาได้เป็นอย่างดี 

การแข่งปีนั้น (2013) มาร์เกซ พุ่งเข้าชนกำแพงในสนาม Mugello ด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เขายอมรับว่า ณ นาทีนั้นเหมือนโลกแห่งมืออาชีพได้เปิดประตูต้อนรับเขา และมันทำให้เขาเข้าใจว่าเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเดียวใน MotoGP ไม่ใช่แค่ตัดสินชัยชนะได้เท่านั้น แต่มันยังชี้เป็นชี้ตายได้เลยทีเดียว

"โดยปกติแล้วผมจำอุบัติเหตุของตัวเองได้ทั้งหมดนะ แต่ถ้าถามว่าครั้งไหนกระทบกระเทือนสภาพจิตใจที่สุดคงต้องย้อนกลับไปที่ Mugello ในปี 2013 ผมชนกำแพงด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง"

"เพียงเสี้ยววินาที ผมกระโดดลงจากรถและโชคดีมากจริง ๆ ที่ทำแบบนั้น มันคือความผิดพลาดครั้งเดียวที่ผมโดนเปลหามออกมา ผมคิดว่าเป็นครั้งเดียวที่ทำให้ผมกลัวมาก เจ็บมาก"

"หากคุณขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คุณต้องระลึกเสมอว่ามีบางอย่างที่ร้ายแรงพร้อมจะเกิดขึ้นกับคุณตลอดเวลา ... ผมไม่ชอบพูดคำนี้เท่าไหร่ แต่มันคือเรื่องจริง เรื่องร้ายแรงมันพร้อมเกิดขึ้นเสมอ" 

หลังจากนั้นเวลาเป็นสิ่งที่ มาร์เกซ ให้ความสำคัญอย่างที่สุด สไตล์ของเขาเป็นประเภทที่ต้องแตะเบรกช้าที่สุดเพื่อเข้าโค้งให้ได้ไวที่สุด และสิ่งที่จะทำให้เขาจดจำ "วินาที" ที่เขาสามารถกำเบรกได้ การเข้าโค้งของเขาก็จะสมบูรณ์แบบ

โทนี่ เอเลียส นักแข่งชาวสเปนอีกรายหนึ่งเคยพูดถึงจังหวะการตัดสินใจของ มาร์ค มาร์เกซ ในการแข่งขันที่เขาเคยเห็น ซึ่ง เอลเลียส พบว่าเขาไม่เคยเห็นใครเล่นกับเวลาได้ถูกจังหวะเหมือนที่ มาร์เกซ ทำมาก่อน

"สไตล์ของมาร์คน่ะสุดยอดไปเลย เพราะคุณไม่เคยเห็นนักแข่งคนไหนใช้เบรกเหมือนกับเขา เขาเร็วมากและเลือกช่วงเวลาใช้เบรกช้ากว่าคนอื่น ๆ แต่ความเร็วในการเข้าโค้งแต่ละมุมผมบอกได้คำเดียวว่าโคตรสุดยอด หมอนี่จะทำในสิ่งที่มหัศจรรย์กว่านี้อีกเยอะ คอยดูเถอะ" เอเลียส ว่าถึงการได้เห็น มาร์เกซ ด้วยตาตัวเองเป็นครั้งแรก และในการแข่งขัน MotoGP ครั้งนั้น มาร์ค มาร์เกซ ทำลายสถิติแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดตลอดกาลไปอย่างสวยสดงดงาม

 

ความงดงามเวลาและเเชมเปี้ยน

เมื่อผลแพ้ชนะวัดกันในช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาที มาร์ค มาร์เกซ จึงเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเวลาเป็นอย่างมาก เขามีตารางชีวิตที่ค่อนข้างแน่นอน ทั้งในการซ้อมขี่รถหรือแม้กระทั่งการจับเวลาเพื่อออกกำลังกายพัฒนากล้ามเนื้อให้เขาขับขี่ได้ดียิ่งกว่าเก่า 

ในปี 2011 มาร์เกซ เล่าว่า เขาวางแผนเรื่องของเวลาผิดพลาดจนทำให้เขาพลาดการฝึกซ้อมในการแข่งขัน มาเลเซีย กรังด์ปรีซ์ ผลที่ตามมา คือ นอกจากเขาจะเป็นผู้แพ้ในการแข่งขันเเล้ว มาร์เกซ ยังได้รับบาดเจ็บ จนทำให้เขาต้องรับการผ่าตัดเลยทีเดียว ... การผิดพลาดเรื่องเวลาที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็ก จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 

ดังนั้นหากใครสังเกตที่ข้อมือของ มาร์ค มาร์เกซ ไม่ว่าเขาจะปรากฎตัวที่ใด เขามักจะมีนาฬิกาข้อมือและคอยก้มดูเวลาเสมอ เพื่อทำให้แน่ใจว่าเขาสามารถควบคุมเวลาและวางแผนได้ สิ่งที่ตามมาจากนั้นคือเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน มาร์ค จึงเป็นหนึ่งในนักกีฬาระดับซูเปอร์สตาร์ที่มีความไนซ์มากที่สุด เขาไม่วีน ไม่เหวี่ยง และให้ความสำคัญในการคุยกับสื่อแต่ละครั้งอย่างจริงจัง นี่คือเรื่องจริงที่ได้รับการถ่ายทอดจาก แนนซี่ โอลสัน นักเขียนจากนิตยสารฟอร์บส์ ที่ได้สัมภาษณ์ มาร์เกซ ในปี 2019 

"ครั้งหนึ่งฉันรอสัมภาษณ์เขาที่สนามบินฮูสตัน แต่เครื่องบินของเขาล่าช้าเพราะติดพายุที่เท็กซัส กว่าจะมาถึง ฮูสตัน ก็เลทไปหลายชั่วโมง แต่เมื่อถึงสนามบินเขาเดินมาที่กลุ่มของเรา"

"ตอนแรกฉันคิดว่าเขาอาจจะหงุดหงิดจนเทการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ แต่สิ่งที่ฉันได้จากเขาคือบทสัมภาษณ์ที่เต็มไปด้วยความร่าเริงและมีสมาธิ มันเตือนให้ฉันเข้าใจว่า มาร์ค มาร์เกซ นั้นเป็นมืออาชีพขนาดไหน" นักเขียนจากนิตยสารฟอร์บส์ ว่าไว้

ทุกอย่างที่ มาร์ค มาร์เกซ ทำอยู่ในกรอบของเวลาที่เขาวางแผนมาอย่างดี เสียงนาฬิกาที่ข้อมือร้องเตือนเมื่อถึงเวลาที่เขาตั้งไว้ ไม่ว่าจะกิจกรรมใดก็ตามหากได้วางแผนเอาไว้อย่างดี ชัยชนะจะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยความบังเอิญ เหมือนกับที่ มาร์เกซ ในวัย 26 ปีผู้ทำสถิติคว้าแชมป์โลก MotoGP ได้ถึง 6 สมัย และกลายเป็นเเชมป์เหนือเเชมป์ในเวลานี้ 

 

ความสำคัญของนาฬิกาที่ข้อมือ 

เมื่อนาฬิกาที่ข้อมือคือหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จของ มาร์ค มาร์เกซ นั่นทำให้เขาต้องพิถีพิถันในการเลือกนาฬิกาคู่ใจ... นาฬิกาเรือนนั้นจะต้องบอกตัวตน และทำให้ภาพลักษณ์ความเป็นแชมเปี้ยนของเขาเด่นชัดและมีระดับมากขึ้น

มีการเปิดเผยว่านาฬิกาคู่ใจของ มาร์ค มาร์เกซ คือแบรนด์ Tissot (ทิสโซต์) แบรนด์นาฬิกาเจ้าดังจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เขามีนาฬิกาแบรนด์นี้สะสมเป็นคอลเล็คชั่นและใส่เป็นประจำกว่า 20 เรือน 

จุดเด่นของ Tissot นั้นคือการให้ความสำคัญในเรื่องของความแม่นยำ และความเที่ยงตรงมาโดยตลอดจนกลายมาเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากการแข่งขันกีฬาระดับโลกหลายชนิด รวมถึงการแข่งขันกีฬามอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลกอย่าง MotoGP 

มาร์เกซ นั้นเปิดใจถึงเหตุผลที่เขาเลือกใส่นาฬิกาแบรนด์ Tissot กับนิตยสารฟอร์บส์ว่าแม้เหตุผลของการเป็นพรีเซนเตอร์จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาสวมใส่นาฬิกา Tissot ไปไหนมาไหนและมีส่วนร่วมในแทบทุก ๆ กิจกรรมของชีวิต แต่สิ่งหนึ่งที่เขาบอกได้ คือ เมื่อได้สวมใส่แล้วเขารู้สึกเข้ามือและตอบโจทย์ที่เขาต้องการ โดย มาร์เกซ นั้นเปรียบนาฬิกาจาก Tissot นั้นเป็นเหมือนคนในครอบครัวเลยทีเดียว... เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่ มาร์เกซ และ Tissot จะเป็นพันธมิตรกันด้วยซ้ำ

"ผมมีความทรงจำที่ดีกับนาฬิกานี้ เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่ผมได้มันจากการเป็นแชมป์ในปี 2008 แล้ว ผมใส่ Tissot และมีคอลเลคชั่นนี้สะสมไว้ที่บ้าน ... ผมหวังจริง ๆ ว่าผมจะได้รับนาฬิกามากขึ้นต่อจากนี้ (หัวเราะ) อย่างไรก็เถอะสุดท้ายนี้ผมมั่นใจมากๆว่า Tissot และตัวของผมจะพัฒนาและประสบความสำเร็จอย่างมากมายด้วยกัน"

ไม่ใช่แค่ มาร์เกซ ที่เลือก Tissot เท่านั้น François Thiébaud อดีตท่านประธานของ Tissot ก็ยอมรับว่าทางแบรนด์ได้เห็นบางสิ่งผ่านการแข่งขันในสนามของ มาร์เกซ มานานแล้ว และสุดท้ายพวกเขาเชื่อว่าคาแร็คเตอร์ของ มาร์เกซ และ นาฬิกาข้อมือของ Tissot นั้นมีจิตวิญญาณที่ไม่ต่างกันเลย

"ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ มาร์ค มาร์เกซ แสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในการแข่งขัน ความมุ่งมั่นและกระตือรือร้น สิ่งนี้ในตัวเขาทำให้เราเป็นครอบครัวเดียวกัน มาร์ค มาร์เกซ และ Tissot มีความเป็นนักสู้เหมือนกันไม่มีผิด" อดีตท่านประธานของ Tissot ว่าไว้เช่นนั้น  

นับตั้งแต่ปี 2018 มาร์ค มาร์เกซ ก็มีนาฬิกา Tissot เป็นคอลเล็คชั่นของตัวเองมาอย่างมากมาย และได้รับความนิยมทั้งในแง่ของความเท่และความทนทานสะท้อนถึงจิตวิญญาณความเป็นนักสู้ 

และในปี 2020 นี้ถือเป็นโอกาสดีของแฟน ๆ ที่ต้องการมีประสบการณ์สวมใส่นาฬิกาที่ทำให้ มาร์เกซ กลายเป็นสุดยอดนักแข่ง เพราะ Tissot ได้เปิดตัวนาฬิกาข้อมือรุ่นพิเศษ TISSOT T-Race MotoGP™ Limited Edition 2020 Collection ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากชิ้นส่วนของมอเตอร์ไซค์เพื่อสื่อถึงการแข่งขันของลูกผู้ชายที่แสนร้อนแรง 

หากคุณคือผู้รักความเร็วและเรือนเวลาที่มีสไตล์สปอร์ตชัดเจน TISSOT T-Race MotoGP™ Limited Edition 2020 Collection คือนาฬิกาที่ตอบโจทย์จนคุณพลาดไม่ได้อย่างแน่อน 

เพราะนี่คือโอกาสครั้งสำคัญ และเป็นครั้งแรกในเมืองไทยกับการเปิดตัว TISSOT T-Race MotoGP™ Limited Edition 2020 Collection ในรูปแบบ Virtual Store 360 องศา พร้อมวีดีโอสุดเอ็กซ์คลูซีฟทักทายแฟน ๆ ชาวไทยจาก มาร์ค มาร์เกซ คลิกเลยที่ http://tissotthmotogpvr.com

พบกับ TISSOT T-Race MotoGP™ 2020 นาฬิการุ่นพิเศษเหมาะกับผู้รักความเร็วและเรือนเวลาที่มีสไตล์สปอร์ตชัดเจน โดดเด่นด้วยระบบจับเวลาแบบกลไกจักรกลที่เหล่านักสะสมไม่ควรพลาด

ที่นี่ที่เดียวรับโค้ดลดเพิ่มมูลค่า 1500 บาท จำนวนจำกัด จาก Shopee และ เก็บโค้ดส่วนลดหน้าร้าน 15%

ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม - 6 พฤศจิกายน 2020

ช่องทางการติดต่อ:
Facebook: Tissot
Line Official Account: @Tissot_TH
Shopee: Tissotofficialstore

ชมคอลเลคชั่น Tissot ที่คุณชื่นชอบเพิ่มเติมที่: www.tissotwatches.com

 

แหล่งอ้างอิง : 

https://www.autox.com/motorsport-news/interview-with-motogp-champion-marc-marquez-106398/
https://www.crash.net/motogp/feature/894955/1/toni-elias-marquez-s-style-awesome
https://www.crash.net/motogp/interview/188011/1/marc-marquez-qa
https://www.motorcyclesports.net/motogp/marc-marquez-reveals-the-only-time-he-was-afraid-in-a-crash/
https://www.youtube.com/watch?v=vYDBCeJg4bk
https://www.forbes.com/sites/nancyolson/2019/04/11/why-motogp-world-champion-marc-marquez-has-a-tissot-watch-named-after-him/#3311faa01426
https://www.thejakartapost.com/life/2018/02/27/motogp-world-champion-marquez-named-tissot-ambassador.html



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง