mainstand

Feature

ปรัชญาช้าง : เจาะกลยุทธ์การสนับสนุนลูกหนังเพื่อสร้างเยาวชนไทยกว่า 2 ทศวรรษของไทยเบฟ | Main Stand



เมื่อนึกถึงสปอนเซอร์หลัก ที่สนับสนุนวงการลูกหนังไทย มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20 ปี ทุกคนคงคิดถึง แบรนด์เครื่องดื่มตรา "ช้าง" 
 

 

ตลอด 2 ทศวรรษ เม็ดเงินหลายพันล้านบาทจาก บริษัท ไทยเบเวอเรฟ จำกัด ถูกนำไปพัฒนาทีมชาติไทย ทั้ง ฟุตบอล ฟุตซอล ฟุตบอลชายหาด ในทุกรุ่นอายุ  

รวมถึงการแข่งขันไทยลีกทุกระดับ, ฟุตบอลถ้วย และสโมสรทั่วประเทศอีกจำนวนมาก ที่ต่างมี "ช้าง" เป็นผู้สนับสนุนหลัก

แต่ทุกการใช้จ่าย ย่อมมีเหตุผล ... สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขจำนวนมหาศาล คือ แนวทางของ "ช้าง" ที่มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับ "เยาวชน" มากกว่าจะไปทุ่มเงินกองบนยอดปีระมิดเพียงอย่างเดียว ในวันที่ทีมชาติประสบความสำเร็จแล้ว  

จนกลายเป็นปรัชญาของ "ช้าง" ที่อยู่เคียงข้าง คอยส่งเสริม ต่อยอด และให้โอกาสเด็กไทย ผู้ความสามารถด้านฟุตบอล 

 

ช้างไทยไปเอฟเวอร์ตัน

"ช้างไทยสู่เอฟเวอร์ตัน มุ่งมั่นสร้างฝันให้เธอ กระทบไหล่นักเตะอินเตอร์ ช้างเคียงข้างเธอ มุ่งสู่จุดหมาย" คุณยังจำโฆษณาตัวนี้ได้หรือเปล่า ?

ภาพของ "สมปอง สอเหลบ, ธีรเทพ วิโนทัย, รัตตพล ปิยวุฒิสกุล (ณัทธภณ วรทญานันทน์)" 3 นักฟุตบอลดาวรุ่งชาวไทย อยู่ในเครื่องแบบสีน้ำเงินของสโมสรชื่อดังย่านเมอร์ซีไซด์ ในโครงการ "ช้างไทยไปเอฟเวอร์ตัน" รุ่นแรก

ย้อนกลับไปยุคนั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นภาพนี้เกิดขึ้นกับวงการลูกหนังบ้านเรา เพราะการจะนำนักเตะไทย เข้าไปฝึกซ้อม และกินอยู่กับสโมสรในพรีเมียร์ลีกแรมปี แทบเป็นไปไม่ได้เลย 

แต่ในฤดูกาล 2004-05 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ต้องจารึกขึ้น เมื่อ "เอฟเวอร์ตัน" กับ "ช้าง" ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน ทำให้ แบรนด์เครื่องดื่มสัญชาติไทย กลายเป็นสปอนเซอร์หน้าคาดอกเสื้อแข่งของท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ถือเป็นครั้งแรกที่สินค้าจากไทย เข้าไปเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของสโมสรในพรีเมียร์ลีก

นอกจากเหตุผลด้านการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดผู้บริโภคในยุโรปของ เครื่องดื่มตราช้าง การได้เป็นสปอนเซอร์กับ เอฟเวอร์ตัน ยังช่วยสานฝันเด็กไทย ที่อยากไปฝึกฝีเท้า เรียนรู้ศาสตร์ลูกหนัง จากทีมระดับพรีเมียร์ลีก ให้กลายเป็นความจริง ผ่านโครงการ "ช้างไทยไปเอฟเวอร์ตัน"

หลังจากก่อนหน้านั้น "ช้าง" ถือเป็นผู้สนับสนุนวงการฟุตบอลไทย และทัพช้างศึก มาอย่างยาวนาน แต่เมื่อมีโอกาสได้เป็นสปอนเซอร์กับ เอฟเวอร์ตัน แทนที่ช้างจะหยิบเอา ผู้เล่นทีมชาติชุดใหญ่ ไปฝึกที่อังกฤษ 

ช้าง กลับมองเห็นว่า ควรมอบโควต้า 3 คนในโครงการนี้ให้กับ เยาวชนคนรุ่นใหม่ ผู้มีความสามารถ ได้ไปซึมซับและเรียนรู้ ศาสตร์ลูกหนังจากสโมสรเอฟเวอร์ตัน เป็นระยะเวลา 9 เดือน ซึ่งค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ช้างออกให้หมด

นั่นคงเป็นเหตุผลกลาย ๆ ว่า ทำไม ช้าง ถึงเลือกสนับสนุน เอฟเวอร์ตัน เพราะทางสองฝั่งมีจุดยืนที่คล้ายกัน คือ การทำโครงการการกุศล เพื่อพัฒนาทักษะศักยภาพของเยาวชน เนื่องจาก เอฟเวอร์ตัน เป็นสโมสรที่มีชื่อเสียงด้านการปลุกปั้นผู้เล่นเยาวชน มีระบบอคาเดมีแข็งแกร่ง แถวหน้าของพรีเมียร์ลีก

ช้าง จึงเชื่อมั่นว่า เอฟเวอร์ตัน จะช่วยทำให้ นักเตะไทย ได้รับอะไรดี ๆ กลับได้ ซึ่งก็วัดได้จาก ผลผลิตจากโครงการ "ช้างไทยไปเอฟเวอร์ตัน" อย่าง ธีรเทพ วิโนทัย, สมปอง สอเหลบ, รัตตพล ปิยวุฒิสกุล, นฤพล อารมณ์สวะ และ รณชัย รังสิโย ทั้งหมดล้วนนำประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ มาต่อยอด สู่การเป็นผู้เล่นอาชีพอย่างเต็มตัว

นับเป็นย่างก้าวแรกที่สำคัญของ "ช้าง" ในการเข้ามามีส่วนร่วมและผลักดัน แข้งดาวรุ่งไทยฝีเท้าดี ให้ได้เติบโตในวิถีทางลูกหนัง 

แม้ต้องแลกกับ การลงทุนด้วยมูลค่ามหาศาลปีละหลักร้อยล้านบาทกับ เอฟเวอร์ตัน เพื่อเป็นใบเบิกทางให้ ดาวดวงใหม่ของวงการลูกหนัง ได้ฝึกปรือศาสตร์จากทีมระดับพรีเมียร์ลีก 

 

สู่เยาวชนทุกพื้นที่ 

"ช้างไทยไปเอฟเวอร์ตัน" เป็นโครงการที่ผู้คนในสังคมต่างชื่มชน ในวิสัยทัศน์ และความกล้าของ ช้าง ที่ยอมลงทุนหลักร้อยล้านบาทต่อปีเป็นสปอนเซอร์คาดอก เอฟเวอร์ตัน ที่ช่วยให้เด็กไทย 6 คนจาก 2 รุ่นได้ไปซึมซับบรรยากาศ และเก็บเกี่ยวองค์ความรู้ จากสโมสรระดับพรีเมียร์ลีก

แต่สิ่งที่ "ช้าง" มองเห็นไปไกลกว่าแค่กระแสตอบรับเชิงบวกในแคมเปญนี้ คือ "การขยายโอกาส" เพราะสองปีที่ทำโครงการ ช้างไทยไปเอฟเวอร์ตัน ได้ช่วยพัฒนาศักยภาพของ ผู้เล่นดาวรุ่งไทย ได้จำนวน 3 คนต่อรุ่นเท่านั้นที่เป็นระดับหัวกะทิ

ส่วนเด็กไทยอีกจำนวนมากทั่วประเทศ ไม่ได้โชคดีเหมือนกับผู้เล่นเหล่านั้น นั่นจึงทำให้ ช้าง เริ่มผุดโครงการอื่น ๆ ตามมา

โดยอาศัยความร่วมมือระหว่าง ช้าง กับ เอฟเวอร์ตัน ทั้ง โครงการช้าง โมบายฟุตบอลคลินิค ที่จะเปิดสอนให้กับเยาวชนตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างให้เด็กไทยมีทักษะพื้นฐานที่ดี, การอบรมบุคลากรโค้ช ที่จะทำให้บุคลากรผู้ฝึกสอน มีองค์ความรู้เพิ่มมากขึ้นในการสอนเยาวชน  

ควบคู่กับโครงการที่มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 15 ปี อย่าง "ศูนย์ฝึกไทยเบฟ ฟุตบอล อะคาเดมี" ที่เปิดสอนศาสตร์ลูกหนังแบบฟรี ๆ จาก ช้าง ให้แก่เยาวชนผู้สนใจ ปัจจุบันมีเยาวชนไม่ต่ำกว่า 500,000 คน เคยผ่านโครงการนี้มาแล้ว

กระทั่งในปี 2014 ได้มีการจัดทัวร์นามาเมนต์ฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 13 ปี ที่ยิ่งใหญ่สุดอย่าง "ช้าง จูเนียร์ คัพ" โดยเปิดโอกาสให้ทุกทีมจากทั่วประเทศ ทั้งจากสถานศึกษา, สโมสรอาชีพ และอคาเดมีเอกชน สามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ 

เพื่อเฟ้นหาแชมป์ ที่จะได้บินลัดฟ้าแบบยกทีม ไปเสริมสร้างทักษะฟุตบอลถึงประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ไม่เพียงเท่านั้น แชมป์รายการ ช้าง จูเนียร์ คัพ จะได้ลงสนามแมตช์อุ่นเครื่องกับทีมเยาวชนจากสโมสรต่าง ๆ ในอังกฤษ และเข้าชมเกมพรีเมียร์ลีก เพื่อเปิดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กไทย 

 

ปรัชญาช้าง = พัฒนาเยาวชน 

นอกเหนือดีลประวัติศาสตร์ที่ ช้าง ทุ่ม 1,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ระยะยาว 10 ปี 

แฟนบอลชาวไทย ก็คงคุ้นชินกับโลโก้เครื่องดื่ม "ช้าง" มักปรากฏตัวอยู่บนเสื้อแข่งของสโมสรทุกระดับในลีกไทย 

หากมองผิวเผินก็คงเหมือนกับแบรนด์ธุรกิจทั่วไป ที่อยากทำการตลาดกับทีมลูกหนังไทย แต่ถ้าเจาะให้ลึกลงไป 

แต่ละทีมที่ ช้าง เข้ามาสนับสนุน มีจุดร่วมคล้ายกันอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ ช้าง มองหาจากสโมสร มากกว่าแค่ความสำเร็จในสนาม เหมือนคราวที่เซ็นสัญญากับ เอฟเวอร์ตัน 

สิ่งนั้นคือ "การพัฒนาเยาวชน" ที่เป็นอีกหนึ่งเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อสนับสนุนทีม เพราะ ช้าง ต้องการให้เม็ดเงินที่จ่ายให้สโมสรต่าง ๆ ตกไปถึงระบบอคาเดมี หรือ นักฟุตบอลเยาวชนของทีม 

ยกตัวอย่าง "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" สโมสรที่มีรังเหย้าชื่อว่า ช้าง อารีนา คือ ทีมประสบความสำเร็จมากสุดในประวัติศาสตร์บอลไทย โดยมีปรัชญาสร้างผู้เล่นจากอคาเดมีขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ หรือเยาวชนลูกหลานคนบุรีรัมย์ พร้อมทั้งประกาศว่าจะไม่ซื้อผู้เล่นไทยบิ๊กเนมเข้าสโมสรอีกต่อไปแล้ว

"ชลบุรี เอฟซี" ต้นตำรับสโมสรอาชีพของไทย ที่เน้นปลุกปั้นและให้โอกาสเยาวชนของตนเอง ได้ต่อยอดสู่นักเตะอาชีพ ผ่านระบบอคาเดมีที่แข็งแกร่ง ซึ่ง "ช้าง" เข้ามาสปอนเซอร์ ฉลามชล มาตั้งแต่ยุคบุกเบิกจนถึงปัจจุบัน และยังคงเชื่อมั่นในแนวทางของ ชลบุรี เอฟซี ว่าจะช่วยทำให้วงการบอลไทยเติบโตขึ้น

"อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด" จากกลุ่มโรงเรียนเอกชน ที่เชื่อมั่นในการส่งเสริมให้นักเรียนได้เล่นกีฬา และสนับสนุนเด็กมีความสามารถให้ทุนเรียนฟรีโดยมีช้างเป็นผู้สนับสนุนหลัก ได้ต่อยอดมาสู่การทำทีมอาชีพในลีกรอง เป็นเวทีให้เด็ก ๆ ในโรงเรียนแสดงความสามารถ เปรียบเป็นบันไดก้าวแรกสู่ฟุตบอลอาชีพ

"สุรินทร์ ซิตี้" สโมสรเล็ก ๆ ที่พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนในจังหวัด ได้ลงเล่นในนามทีมบ้านเกิด โดยสโมสรมีความจริงใจอย่างแน่วแน่ ที่จะค้นหานักกีฬาช้างเผือกสายเลือดคนสุรินทร์ ป้อนเข้าสู่ระบบอาชีพ เช่นเดียวกับ "กำแพงเพชร เอฟซี" ที่ยึดมั่นแนวทางสร้างเยาวชนท้องถิ่น ปลุกปั้นมาเป็นนักเตะอาชีพ

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นจากหลาย ๆ สโมสรฟุตบอลอาชีพที่มี ช้าง เป็นผู้สนับสนุนหลัก  ซึ่งทุกทีมล้วนมีแนวทางไปในทิศทางเดียวกับกับอุดมการณ์ของ "ช้าง" คือ การมุ่งเน้นส่งเสริมพัฒนาศักยภาพนักฟุตบอลเยาวชน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นนักเตะอาชีพ และเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทย ในอนาคต 

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา "ไทยเบฟ" ผู้ผลิตเครื่่องดื่มตรา "ช้าง" ถึงทุ่มงบประมาณหลายพันล้านบาท เพื่อผุดโครงการต่าง ๆ มากมาย และสนับสนุนฟุตบอลไทยทุกระดับ โดยมีจุดหมายสำคัญ คือ เม็ดเงินเหล่านั้นต้องถูกนำไปแปรเปลี่ยนเป็น "การสร้างโอกาสแก่เยาวชนไทย"

เพราะ "ช้าง" เชื่อว่า รากฐานที่สำคัญต่อการพาวงการลูกหนังไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และประสบความสำเร็จในระยะยาว ต้องเริ่มสร้างกันตั้งแต่อายุยังน้อยและทำอย่างต่อเนื่อง เหมือนอย่างที่พวกเขาทำมาตลอด 2 ทศวรรษ 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง