mainstand

Feature

โลมา ลูกบุญมี : นักสู้เลือดไทยแท้หนึ่งเดียวในกรงเหล็ก “UFC” | Main Stand



"การจะชนะใน UFC แต่ละไฟต์คือเรื่องยาก เราซ้อมตลอดไม่มีพัก เพราะเราคือคนไทยคนแรกที่ได้มาสู้บนเวที UFC อยากทำให้ดีที่สุด"
 

UFC เป็นองค์กรการต่อสู้ศิลปะแบบผสมผสาน (MMA) ที่ยิ่งใหญ่ในโลก นักสู้จากทุกทวีปล้วนใฝ่ฝัน อยากจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ UFC เพื่อกอบโกยเงินทอง ชื่อเสียง และพลิกชะตาชีวิตจากดินสู่ดวงดาว 

บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อไขว่คว้าโอกาส ที่จะได้เป็นนักกีฬา UFC หลายคนพยายามอย่างหนักหนาสาหัส แต่ก็ไม่ถูกรับเลือก 

ทว่าเอกสารเอกสารที่อยู่ตรงหน้า “สุภิสรา คนหลัก” หรือ โลมา ลูกบุญมี อดีตนักมวยไทยที่พบเจอกับทางตันในอาชีพ คือ สัญญาว่าจ้างการเป็นนักกีฬาอาชีพ ในศึก UFC องค์กร MMA ที่ยิ่งใหญ่สุดในโลก

น้ำหมึกบนกระดาษ จากปลายปากกาของ โลมา ลูกบุญมี กำลังจะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในโลก MMA เพราะนักสู้หญิงจากจังหวัดบุรีรัมย์ กลายเป็น คนไทยคนแรก บนขึ้นสังเวียนศึก UFC



ที่เธอพร้อมจะฝากย่างก้าวใหม่ ให้คนทั้งโลก ได้รู้จักกับ "มวยไทย" แท้จริงจากชาติตำรับ ผ่านการแข่งขันสุดโหด สามารถใช้ทุกศาสตร์การต่อสู้บนโลก และคุณไม่มีทางหนีออกไปได้จากกรง 8 เหลี่ยม จนกว่าจะตบมือยอมแพ้ หรือหมดเวลา

 

เมื่อมวยไทยไม่มีเส้นทางให้เดินต่อ

"คุณพ่อของหนูท่านเคยเป็นอดีตนักมวยไทยมาก่อน ต้องบอกว่าคุณพ่อคือคนที่ทำให้อยากเป็นนักมวย เพราะว่าดูคุณพ่อชกมวยมาตั้งแต่เด็ก และในความคิดของเรา ท่านคือคนที่เก่งมาก"

"คุณพ่อเก่งเรื่องฟันศอกมาก จะเล่นงานคู่ต่อสู้จนเลือดอาบได้ตลอด เรารู้สึกประทับใจ เหมือนกับคุณพ่อเป็นฮีโร่ เป็นไอดอลของเรา อยากเป็นนักมวยที่เก่งแบบคุณพ่อ พออายุได้ 8 ขวบ ก็เริ่มเดินสายชกมวยค่ะ" โลมา ลูกบุญมี หรือชื่อจริง สุภิสรา คนหลัก ไล่เรียงถึงจุดเริ่มต้นในเส้นทางนี้ 


Photo : Coconuts

คุณพ่อของเธอ สนับสนุนให้บุตรสาวรู้จัก มวยไทย ตั้งแต่เธอเริ่มจำความได้ ด้วยข้อจำกัดด้านฐานะที่ไม่ได้ร่ำรวย อุปกรณ์ฝึกซ้อมของ โลมา ลูกบุญมี จึงไม่ใช่ นวมกับกระสอบทราย 

แต่เป็นการต่อยมือเปล่ากับหมอน ที่คุณพ่อเอามาดัดแปลง ถือเป็นเป้าให้เธอ ได้ฝึกฝนทักษะศิลปะประจำชาติไทย 

โลมา ซึบซับจิตวิญญาณ และสายเลือดนักสู้จากคุณพ่อ แม้ร่างกายเป็นผู้หญิง แต่เธอก็มีความฝันเหมือนเด็กผู้ชายที่หัดชกมวยไทย คือ การเติบโตไปเป็นนักมวยอาชีพ เธอจึงมุ่งมั่นกับการพัฒนาตัวเอง ไม่ปล่อยให้ความต่างด้านเพศมาเป็นอุปสรรคขัดขวาง 

เธอถึงขั้นนำเงินเก็บส่วนตัว เพื่อให้พ่อไปหาคู่ชกมาสู้กับเธอ ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นเพศเดียวกัน หรือเพศชาย เธอพร้อมสู้โดยไม่เกี่ยงเวที ในที่สุด โลมา ลูกบุญมี กลายเป็นยอดนักมวยไทยหญิง ที่คว้าเข็มขัดมาได้ถึง 9 เส้น ผ่านการชกมวยไทยร่วม 200 ไฟต์

"เราขึ้นชกมาตลอด ด้วยความที่อยากเก่ง ก็ขึ้นชกไปเรื่อย ๆ ก็ชนะมาตลอด จนได้ติดทีมชาติ ไปชกมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์โลก ปีแรกได้เหรียญเงิน ปีถัดมาได้เหรียญทอง ไปแข่งในรายการเอเชียนบีชเกมส์ ก็ได้เหรียญทอง"

"เราชนะการแข่งขันในกีฬามวยไทย จนรู้สึกว่าถึงทางตัน เพราะชนะมาหมดเเล้ว ไม่มีทางให้ไปต่อ" 


Photo : Twitter : Loma Lookboonmee

ความเป็นจริงมวยไทยไม่ใช่ธุรกิจที่ซบเซา มีการแข่งขันมากมายทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมวยระดับหมู่บ้าน ไปจนถึงมวยเวทีมาตรฐานในเมืองกรุง 

มวยไทยยังคงเป็นกีฬายอดนิยมของคนไทย และตอบโจทย์กับการทำธุรกิจกีฬาอยู่เสมอ เพียงแต่การแข่งขันที่ได้รับความสนใจและมีมูลค่า ถูกจำกัดไว้เพียงแค่ การต่อสู้ของผู้ชายเท่านั้น แทบไม่มีใครสนใจจัดมวยหญิง นั่นคือความเป็นจริงแสนโหดร้ายที่ โลมา ลูกบุญมี ต้องทำใจยอมรับ  

"มวยผู้หญิงไม่ได้เป็นที่นิยมเหมือนผู้ชาย ไม่มีการแข่งขันให้ชกตลอด รายการใหญ่ที่ขึ้นชกแล้ว ได้เงินครั้งละหลายแสนแบบผู้ชายก็ไม่มี ช่วงนั้นก็ค่อนข้างคิดหนักเหมือนกันว่า จะทำอย่างไรต่อดีกับชีวิต"

"กระทั่งมีคนมาชวนว่า ไปลองชก MMA ดูไหม ซึ่งตัวเราไม่เคยรู้จัก MMA มาก่อน ไม่เคยดู ไม่ได้สนใจอะไรเลย" 


Photo : Invicta Fc 

"แต่ด้วยโอกาสที่เข้ามา กับเรื่องของรายได้ เราคิดว่าถ้าไปชก MMA คงจะดีกว่าต่อยมวยไทยต่อไป อีกอย่างในใจลึก ๆ เรารู้สึกว่าการไปสู้บนสังเวียน MMA น่าตื่นเต้น ท้าทายสำหรับเราเหมือนกัน" 
 

นักสู้ไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ UFC 

ในด้านศิลปะการต่อสู้แบบยืน (Stand-up fighting)  โลมา ลูกบุญมี เป็นนักสู้หญิงที่ผ่านประสบการณ์การชกมาอย่างโชกโชน ล้มคู่ต่อกรมานับไม่ถ้วน 

แต่เมื่อเธอเลือกเปลี่ยนมาเป็น นักสู้ MMA ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จากสังเวียนสี่เหลี่ยม ที่ห้อมล้อมด้วยเชือก กลายเป็นเวทีแปดเหลี่ยม ที่ถูกปิดกั้นด้วยกรงเหล็ก เพื่อไม่ให้เหล่านักสู้สามารถวิ่งหนียามขวัญผวา 

เพราะ MMA คือสังเวียนที่ผู้ชกสามารถจะงัดวิชาการต่อสู้มือเปล่าใดก็ได้ ออกมาใช้เล่นงานคู่ต่อสู้ตามที่ตัวเองถนัด ดังนั้นการเลือกเดินบนเส้นทาง MMA เท่ากับว่า โลมา ต้องเริ่มสตาร์ทนับหนึ่งใหม่หมด เพื่อเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้แขนงอื่น 

"เราเตรียมตัวเยอะมาก ก่อนที่จะไปชกครั้งแรก เพราะเรามีแค่มวยไทยติดตัว ต้องฝึกเพิ่มทั้ง ยิวยิตสู, มวยปล้ำ, มวยชก, ฝึกเทคนิคการเอาตัวรอด, เล่นฟิตเนส หรือเทรนนิ่งต่าง ๆ เหนื่อยมากค่ะ (หัวเราะ)"


Photo : Tiger Muay Thai 

"เราคิดว่า เราได้โอกาสตรงนี้มา ก็อยากทำให้เต็มที่ที่สุด อยากเจอกับคนเก่ง เพื่อพัฒนาตัวเอง ไม่อยากเจอนักชกอ่อน ๆ เพราะเราอยากก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุด ถ้าจะไปถึงตรงนั้น เราต้องชนะได้ทุกคน"

โลมา ลูกบุญมี ต้องเริ่มต้นจากการชก MMA สมัครเล่น เพื่อสร้างชื่อให้กับตัวเอง ก่อนจะไต่เต้าไปอยู่ใน UFC อันเป็นองค์กรที่ใหญ่สุดในโลกให้ได้ 

ด้วยความทุ่มเทตลอดการฝึกซ้อม ก็ทำให้ นักสู้หญิงดีกรีอดีตแชมป์โลกมวยไทย ฉายแววในเวทีกรงเหล็ก จนได้รับโอกาสให้ร่วมแข่งขัน ในรายการ Invicta (อินวิคตา) การแข่งขัน MMA เฉพาะเพศหญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ถึงจะเปลี่ยนมาชก MMA แต่โลมายังคงใส่กางเกงมวยไทยขึ้นสู้บนเวที เพื่อแสดงถึงรากเหง้า รวมถึงเตือนคู่ต่อสู้ว่า อย่าประมาทวิชามวยไทยของเธอ วิชามวยไทยกลายเป็นอาวุธหนักของโลมา ลูกบุญมี ที่ทำให้เธอได้รับการชูมือในฐานะผู้ชนะ กับ 2 ไฟต์แรกบนเวที Invicta 

ทำให้เธอเริ่มมองถึงเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น คือการคว้าแชมป์ของ Invicta ในรุ่นที่เธอขึ้นชก อย่างอะตอมเวท หรือรุ่นไม่เกิน 105 ปอนด์ (48 กิโลกรัม)  แต่ทว่า ชีวิตของเธอเกิดเหตุการณ์พลิกผันครั้งสำคัญเสียก่อน ...

"ตอนนั้นกำลังซ้อมชกแมทช์ต่อไป อยู่ดี ๆ ผู้จัดการเดินมาบอกว่า จะไม่ได้ชกที่ Invicta แล้ว ตอนนั้นช็อคไปเลยนะ รู้สึกเฟลมาก หน้าเสียเลย"


Photo : UFC 

"พอผู้จัดการบอกต่อว่า เราจะต้องไปชก UFC แทน ช็อคยิ่งกว่าเดิมอีก (หัวเราะ) ร้องไห้ออกมาตรงนั้นเลย เพราะว่า UFC เป็นเป้าหมายของเราอยู่แล้ว ตั้งเป้าว่าสักวันหนึ่ง ต้องไปชกในรายการนี้ให้ได้ แต่ไม่คิดว่าจะมาไวขนาดนี้"

นี่คือสิ่งเหลือเชื่อในชีวิตของ หญิงสาวจากจังหวัดบุรีรัมย์ เธอจรดปากกาเซ็นสัญญาเป็นนักสู้ของ UFC สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักสู้ชาวไทยแท้คนแรก ในองค์กร UFC 
 

ก้าวต่อไปบนสังเวียนที่ยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ดี UFC ไม่เหมือนกับเวทีอื่น ที่นี่เต็มไปด้วยนักชกความสามารถเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น ยิวยิตสู, มวยปล้ำ, มวยเตะ ฯลฯ 

การตัดสินผลแพ้ชนะสามารถเกิดขึ้นได้ในพริบตา ไม่ว่าจะเป็นการน็อคคู่ต่อสู้ หรือจับล็อคจนต้องยอมแพ้ ทั้งนักสู้ หรือผู้ชม ไม่มีทางเดาได้เลยว่า อะไรจะเกิดขึ้นในเวที UFC 

สำหรับสังเวียนแห่งนี้ ใครที่มีประสบการณ์มากกว่าย่อมได้เปรียบ ในขณะที่ โลมา ลูกบุญมี เป็นหน้าใหม่ของ UFC คู่ต่อสู้ของเธอในไฟต์แรกของเธอ คือ อเล็กซานดรา อัลบู (Aleksandra Albu) นักสู้จากประเทศรัสเซีย ซึ่งมีประสบการณ์บนเวที UFC มากกว่าเธอ 


Photo : UFC 

ไม่เพียงเท่านั้น เธอต้องขยับรุ่นจากอะตอมเวท เป็นรุ่นสตรอว์เวท หรือรุ่นไม่เกิน 115 ปอนด์ (52 กิโลกรัม) ทำให้นอกจากการฝึกซ้อมที่ต้องฝึกหนักขึ้นแล้ว เธอยังต้องเพิ่มน้ำหนักของตัวเองขึ้นอีกด้วย 

จนสื่อสายมวยของไทย ได้เขียนบทความว่า การต้องขยับรุ่นของโลมา อาจทำให้เธอเจอปัญหาการต่อสู้ บนสังเวียน UFC ทั้งเรื่องขนาดตัวที่เสียเปรียบ และประสบการณ์ที่น้อยกว่า

"พูดตรง ๆ เราดีใจมากนะ ที่ได้ขยับจากรุ่นอะตอมเวท ไปรุ่นสตรอว์เวท เพราะว่ารุ่นนี้มีแต่คนเก่ง ส่วนตัวอยากชกรุ่นนี้มานานแล้ว"

"เรื่องเพิ่มน้ำหนัก หรือส่วนสูงที่หลายคนมองว่าเราเสียเปรียบ (โลมา ลูกบุญมี มีความสูง 154 เซนติเมตร) ส่วนตัวไม่ได้คิดแบบนั้น เรามองว่ามันขึ้นอยู่กับทักษะในการต่อสู้มากกว่า ถ้าเราเตรียมพร้อมมาดีกว่า เราสู้ได้ดีกว่า เราก็เป็นฝ่ายชนะ"


Photo : MMA Junkie

"แต่สิ่งที่ยากคือเรื่องความตื่นเต้น และกดดัน ตอนที่รู้ว่าได้ไปแข่ง UFC นอนไม่หลับอยู่หลายคืน คิดตลอดว่าเราจะทำอย่างไรดี เพราะสังเวียนนี้ มีแต่คนเก่ง"

"ยิ่งตอนไปงานแถลงข่าว ชั่งน้ำหนัก หรือแม้กระทั่งตอนเดินเปิดตัวไปขึ้นชก พูดตามตรงว่า ความคิดเดียวที่มีอยู่ในหัวตอนนั้น คืออยากกลับบ้าน (หัวเราะ) คิดตลอดว่า เรามาทำอะไรตรงนี้ กลับบ้านตอนนี้ทันไหม เพราะในหัวเรารู้สึกกดดันมาก"

ไฟต์แรกของโลมา ลูกบุญมี บนสังเวียน UFC เธอเป็นรองคู่ต่อสู้ในทุกด้าน ทั้งอายุ, น้ำหนัก, ส่วนสูง และช่วงชก 

อย่างไรก็ตาม ธงชาติไทยที่แขวนด้านหลังของเธอ บนกรงเหล็กในช่วงแนะนำตัว แสดงให้เห็นว่า เธอไม่ได้มาสู้เพียงลำพัง แต่ยังมีความภูมิใจในฐานะคนไทยคนแรก ที่ได้ต่อสู้ และขึ้นชื่อว่าเป็นนักชกของ UFC

อัลบู กุมความได้เปรียบในช่วงต้นของยกแรก แต่ด้วยความสามารถมวยไทยที่มีอยู่ในตัว โลมาสามารถออกอาวุธทั้งเข่า, ศอก, เตะ และถีบ ได้อย่างต่อเนื่อง  ผลงานที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน ทำให้มือของโลมาได้รับการชูขึ้นจากกรรมการ ต่อหน้าผู้ชมมากกว่า 7,000 คน ที่ประเทศสิงคโปร์ หลังการชกทั้ง 3 ยก สิ้นสุดลง 

ผลงานที่น่าประทับใจ ทำให้ในการชกไฟต์ที่ 2 โลมาถูกจับประกบคู่ กับ แองเจลา ฮิลล์ (Angela Hill) นักชกประสบการณ์สูงชาวสหรัฐอเมริกา ที่เคยคว้าแชมป์โลกรุ่นสตรอว์เวท ของรายการ Invicta มาแล้ว รวมถึงครองสถิติ เป็นนักชกหญิงที่ขึ้นสังเวียน UFC ในรุ่นสตรอว์เวทมากที่สุดในประวัติศาตร์ 


Photo : UFC 

การต่อสู้ครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนกำแพงครั้งสำคัญ ที่ท้าทายความสามารถของ โลมา ลูกบุญมี ว่าเธอพร้อมหรือยัง ที่จะก้าวข้ามสู่ด่านต่อไป ในฐานะนักสู้ MMA

"เราเคยดู แองเจลา ฮิลล์ ชกกับตาตัวเองมาแล้ว ตั้งแต่สมัยยังชกอยู่ที่ Invicta เขาเป็นนักชกที่เก่งมาก เป็นเหมือนนักสู้ในดวงใจของเราอีกคน" 

"ตอนที่เราดูเขาเรายังตะโกนส่งเสียงเชียร์ ให้กำลังใจอยู่เลย ไม่คิดว่าวันหนึ่งจากฐานะกองเชียร์ จะเปลี่ยนมาเป็นคู่ต่อสู้กัน ซึ่งมันทำให้เรากดดันตอนที่สู้กับเขา เพราะรู้ว่าเขาเก่งมาก ๆ"

"สุดท้ายกลายเป็นเรา ที่ไม่กล้าออกอาวุธ สู้แบบไม่เป็นธรรมชาติ เราจึงแพ้ไปในไฟต์นี้ แต่เรามองว่ามันเป็นเรื่องที่ดี ทำให้ตัวเองต้องพัฒนา ผลักดันตัวเองมากขึ้น เพื่อที่จะเก่งกว่านี้"

ด้วยสถิติ ชนะ 1 แพ้ 1 บนสังเวียน UFC ทำให้การชกไฟต์ถัดไป ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ กลายเป็นการชกครั้งสำคัญของ โลมา ลูกบุญมี ที่คนไทยต้องเอาใจช่วยเธอ

หากเธอได้รับชัยชนะ โอกาสที่นักสู้สายเลือดไทย จะได้รับการขยับอันดับไปเจอกับคู่ต่อสู้ที่เก่งมากขึ้นก็มีไม่น้อย แต่ถ้าแพ้ การเดินทางของเธอในครั้งนี้อาจใกล้ถึงจุดจบ

คู่ต่อสู้ของเธอคือ จิน ยู เฟรย์ (Jinh Yu Frey) อีกหนึ่งนักชกประสบการณ์สูงชาวสหรัฐอเมริกา ที่เคยคว้าแชมป์โลกของรายการ Invicta มาแล้วเช่นกัน ในรุ่นอะตอมเวท 


Photo : MMA Junkie

ครั้งหนึ่งโลมา เคยพบกับความพ่ายแพ้ ให้กับอดีตแชมป์ของ Invicta มาแล้ว ดังนั้นการชกไฟต์ที่ 3 ของเธอ ในกรงเหล็ก UFC จึงเป็นเหมือนด่านที่จะพิสูจน์ว่า เธอดีพอที่จะก้าวสู่ความท้าทายครั้งใหม่หรือไม่

"เราไม่ได้รู้สึกกดดันนะ กับไฟต์นี้ เพราะว่าจินเป็นนักชกที่เรารู้ว่า สักวันหนึ่งต้องได้เจอกับเขา เพราะตอนนั้นเขาเป็นแชมป์ของ Invicta เหมือนเป็นเป้าหมายที่วันหนึ่ง เราต้องผ่านไปให้ได้ แต่ว่าเราออกมาชก UFC ก่อน ซึ่งไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันอีกที่นี่"

"เพราะว่าแพ้มาในไฟต์ที่แล้ว ครั้งนี้เราตั้งใจมาก ซ้อมให้หนักกว่าเดิม เราตั้งเป้าว่าต้องชนะให้ได้ เรายอมรับว่า ตอนนี้ยังเก่งไม่พอ ต้องการจะเก่งมากขึ้นกว่านี้ เพื่อจะก้าวสู่เป้าหมายที่เราวางเอาไว้ คือการเป็นนักชกระดับท็อป 10 ของรุ่นสตรอว์เวท"

"การจะชนะใน UFC แต่ละไฟต์คือเรื่องยาก เราซ้อมตลอดไม่มีพัก ในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพราะเราคือคนไทยคนแรกที่ได้มาสู้บนเวที UFC อยากทำให้ดีที่สุด"

ไม่มีใครรู้ว่า เส้นทางของโลมา ลูกบุญมี จะสิ้นสุดลงตรงไหน เธออาจไปไม่รอดกับรายการ UFC หรืออาจก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลก UFC หญิงชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์

ไม่ว่าเส้นทางของเธอจะสิ้นสุดตรงไหน ทุกครั้งที่เธอเดินเปิดตัวก้าวสูสังเวียนแปดเหลี่ยม ที่ถูกห้อมล้อมด้วยกรงเหล็ก อันมีคำว่า UFC ปรากฎอยู่ คือการประกาศว่า คนไทยคือส่วนหนึ่งของการแข่งขัน MMA ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว ไม่ว่าเหรียญจะออกหน้าไหน ชื่อของ “โลมา ลูกบุญมี” จะได้รับการจดจำในฐานะประวัติศาสตร์หนึ่งของวงการ MMA ในฐานะคนไทยคนแรกที่ขึ้นสังเวียน UFC และแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่า ผู้หญิงไทย หัวใจกล้าแกร่งแค่ไหน ? 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง