mainstand

Feature

ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษา ประเภท ก. ศึกลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ "อินเตอร์ไฮ” | Main Stand



เสียงโห่ก้อง, ตะโกนร้องเพลง ประกอบจังหวะกลองทอม จากเหล่าศิษย์เก่าและนักเรียน กลายเป็นบรรยากาศที่คุ้นเคย เมื่อฤดูแข่งขัน “ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษา” เวียนมาถึงทุกปี 


 

แม้จะเป็นเพียงแค่ ศึกลูกหนังระดับเยาวชน จำกัดอายุมากสุดไม่เกิน 18 ปี แต่คุณค่าและเสน่ห์ของการแข่งขันนั้น กลับมีความเข้มข้นไม่เคยเสื่อมคลาย 

รวมถึงยังคงไว้ซึ่งความสำคัญ ในด้านการพัฒนานักฟุตบอลเยาวชนไทย ตามเจตนารมณ์ของ “กรมพลศึกษา” ที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยออกกำลังกาย เล่นกีฬา และนันทนาการเป็นวิถีชีวิต เพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน 


Photo : Assumption United Football Club

จุดเริ่มต้นของ ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษา หรือที่ผู้คนเรียกกันติดปากว่า “ฟุตบอลกรมพละ” คงต้องย้อนความกลับไปตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2476 “กรมพลศึกษา” ถือกำเนิดเป็นส่วนราชการ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปัจจุบัน สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) 

กรมดังกล่าวมีหน้าที่ ผลิตบุคลากรด้านพลศึกษา เพื่อนำวิชาความรู้ไปพัฒนานักเรียน, นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ให้ได้เล่นกีฬา รวมถึงส่งเสริมให้ผู้คนได้เล่นกีฬา และออกกำลังกาย 

ต่อมา ด้วยวิสัยทัศน์ของ หลวงศุภชลาศัย (บุง ศุภชลาศัย) อธิบดีกรมศึกษาคนแรก ท่านเล็งเห็นว่า ควรริเริ่มให้มีการจัด แข่งขันกีฬาระดับนักเรียนขึ้นมา โดย ฟุตบอล ถือเป็นหนึ่งในประเภทกีฬา ที่มีการชิงความเป็นเลิศ

ประกอบกับบริบทในอดีต วงการลูกหนังไทย ช่วงนั้นไม่ได้มีโครงสร้างฟุตบอลอาชีพและการพัฒนาระบบเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเช่นทุกวันนี้ อีกทั้งภาคเอกชน ก็ไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุน และจัดรายการบอลเด็กขึ้นมา

ฟุตบอลนักเรียน กรมพลศึกษา จึงเป็นรายการที่ผู้คนในสังคมให้ความสนใจ และมีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาศักยภาพฟุตบอลของ “เยาวชนไทย” เพราะเป็นการเปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้เข้ามาแสดงความสามารถด้านลูกหนัง 

มีนักฟุตบอลซูเปอร์สตาร์ที่เริ่มต้นแจ้งเกิด จากศึกบอลกรมพละ ฯ อาทิ ชนาธิป สรงกระสินธ์, อาทิตย์ สุนทรพิธ, สุริยะ อมตเวทย์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, เปรมวุฒิ วงศ์ดี, อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย 


Photo : ข่าวสารฟุตบอลกรมพลศึกษา

โดยรูปแบบของรายการ มีปรับเปลี่ยนและวิวัฒนาการ ไปตามยุคสมัย รวมถึงความเหมาะสม ตามช่วงเวลานั้น ๆ อาทิ การแบ่งดิวิชั่นเปรียบเสมือนลีกย่อม ๆ ที่แต่ละโรงเรียนต้องไต่เต้า และรักษาระดับของตัวเอง (ก. ถือเป็นลีกสูงสุด), การแข่งขันที่มีทั้งแบบจัดเป็นลีก เตะ-เหย้าเยือน หรือจัดแบบทัวร์นาเมนต์ 

นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งรุ่นอายุ (ปัจจุบันมีรุ่น 12 ปี, 14 ปี, 16 ปี และ 18 ปี) เพื่อกระจายโปรแกรม ให้เด็กและเยาวชนทุกช่วงวัย ได้มีเวทีสำหรับพัฒนาฝีเท้า  

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไป แถมยังเพิ่มพูนขึ้นตามกาลเวลา คือ ความคลาสสิคของรายการลูกหนังขาสั้นที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง ความเก่าแก่ และประวัติศาสตร์ ที่ยังคงถูกส่งต่อบอกเล่าจากรุ่นสู่รุ่น 

โดยเฉพาะการแข่งขัน “ประเภท ก.” ที่เป็นดัชนีชี้วัดได้ว่า ใครคือสุดยอดลูกหนังขาสั้นเบอร์ 1 ของ พ.ศ.นั้น! ในแต่ละรุ่นอายุ 


Photo : Assumption United Football Club

วสันต์ จันทร์ประณต เจ้าของเพจ สารานุกรมฟุตบอลไทย อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้รายการฟุตบอลนักเรียนระดับตำนาน ยังได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบันว่า “รากเหง้าของฟุตบอลไทย ส่วนหนึ่งเติบโตมาจากฟุตบอลในสถานศึกษา เหมือนกับหลาย ๆ ชาติ เพราะในยุคที่ยังไม่มีลีกอาชีพ โรงเรียนที่ส่งเสริมด้านฟุตบอล ก็มีการเปิดคัดเยาวชนฝีเท้าดี เข้ามาศึกษาต่อ” 

“เพื่อนำเด็ก ๆ เหล่านี้ไปทำการแข่งขัน ชิงความเป็นเลิศ ผลพลอยได้จึงตกมาถึง เด็ก ๆ ที่มีความสามารถด้านฟุตบอล ก็จะได้โอกาสด้านศึกษาไปด้วย ในโรงเรียนที่มีการส่งเสริมด้านนี้”

“ทำให้เด็ก ๆ ยุคนั้นมีความอินกับบอลนักเรียน มากกว่าฟุตบอลถ้วยใหญ่ อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ ฟุตบอลกรมพละ ฯ มีคนดูเยอะและได้รับความสนใจจากผู้ชม คือ ความรักและผูกพันกับสถานศึกษา และเรื่องของศักดิ์ศรีระหว่างโรงเรียน” 

“ด้วยความที่เป็นการแข่งขันที่มาช้านาน เรื่องราว ความเป็นตำนาน วัฒนธรรมภายในโรงเรียน ที่ถูกส่งปลูกฝัง และส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ต่อให้เรียนจบไปแล้ว ก็ยังคงอยากที่จะติดตามเชียร์ทีมประจำโรงเรียน” 

“หากมีเวลา พวกเขาเหล่านี้ก็จะหาเวลามาเชียร์, ให้กำลังใจรุ่นน้องลงแข่งขันฟุตบอลกรมพละ ฯ ที่ถือว่าเป็น เป็นการแข่งขันบอลเด็กที่จริงจังสุดในอดีต และมีส่วนอย่างมากในการขับเคลื่อนฟุตบอล ตั้งแต่ยุคที่ไม่มีบอลอาชีพรองรับ” 


Photo : สวนกุหลาบ U18 - 2563

หากประเทศญี่ปุ่น มีรายการ “อินเตอร์ไฮ” ที่จัดโดย สหพันธ์กีฬาโรงเรียนมัธยมแห่งชาติ เป็นทัวร์นาเมนต์กีฬาระดับเมเจอร์กีฬา สำหรับนักเรียนมัธยมทั่วประเทศ 

ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษา ประเภท ก. ก็คงมีความยิ่งใหญ่ และประวัติศาสตร์อันยาวนาน ไม่ได้แตกต่างกัน 

ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์ที่ไม่ว่าคุณเป็นศิษย์เก่า หรือเรียนจบมาจากไหน ? ก็อยากเชิญเชื้อให้ทุกคน ลองไปสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้น เมื่อฤดูกาลแข่งขันเดินทางมาถึง! 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง