FEATURE

คนจะดังผมยังงงๆ : เวย์น ชอว์ มือโกลโนเนมที่ "นั่งกิน" เฉยๆแต่คนตามดูทั้งประเทศ



ไม่ว่าจะยากดีมีจนมนุษย์เราทุกคนนั้นล้วนต้องกินข้าวเป็นปกติอาจินต์ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่น่าจะเป็นคอนเทนท์ที่สุดปังอะไรได้... ทว่าบนโลกนี้มีสิ่งที่คุณไม่คาดฝันว่ามันจะเกิดขึ้นเสมอ


 

นี่คือเรื่องราวของ เวย์น ชอว์ ผู้รักษาประตูระดับสมัครเล่นของสโมสรในลีกประเทศอังกฤษ ที่อายุก็มาก ร่างกายก็ไม่อำนวยให้กับการบินเซฟ ไม่มีแววความดังใดๆทั้งสิ้น ทว่าสุดท้ายแค่เขานั่งกินเฉยๆ สำนักข่าวระดับโลกอย่าง BBC ยังเอาไปลงข่าวได้

เขาเป็นใคร ทำไมกลายเป็นคำยืนยันของวลีที่ว่า แข่งเรือแข่งพายมันเเข่งกันได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนานั้นอย่าพยายามเลยเสียให้ยาก.... ติดตามได้ที่นี่ 

 

เอฟเอ คัพ รายการเปลี่ยนชีวิตนักฟุตบอล

เอฟเอ คัพ คือฟุตบอลถ้วยชิงแชมป์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอังกฤษ แต่ความเก่าไม่ใช่เสน่ห์เพียงแค่อย่างเดียวของรายการนี้ แต่มันคือเรื่องราวของโอกาสของนักฟุตบอลทั้งประเทศอังกฤษ ไม่ว่าจะยากดีมีจน จะเก่งจะอ่อนแค่ไหน พวกเขาล้วนมีโอกาสได้ประสบการณ์ที่ไม่มีทางหาซื้อได้

นั่นก็เพราะว่ารายการนี้เปิดรับทุกสโมสรที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษให้ลงเเข่งขัน ดังนั้นทีมเล็กๆระดับดิวิชั่น 5-6-7-8 ที่ปกติแล้วเตะกันเองแบบกึ่งสมัครเล่นมีโอกาสได้เจอกับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด,ลิเวอร์พูล หรือ แมนฯ ซิตี้  แม้กระทั่งการเล่นในสังเวียนศักดิ์สิทธิ์อย่าง เวมบลี่ย์ ก็ไม่เว้นหากพวกเขาเก่งและเฮงฝ่าด่านเข้าไปเล่นรอบลึกได้มากพอ


Photo : www.theweek.co.uk

ทั้งหมดนี้ทำให้ เอฟเอ คัพ กลายเป็นรายการที่ถูกเรียกว่าบอลล้มยักษ์ เพราะทีมเล็กๆระดับกึ่งสมัครเล่นล้วนพยายามสู้ตายเพื่อแลกซึ่งโอกาสการได้เล่นเกมใหญ่ ที่นอกจากประสบการณ์ชีวิตที่จะได้เเล้ว พวกเขาจะได้ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ ค่าบัตรผ่านประตู ที่จะทำให้สโมสรเล็กๆได้ลืมตาอ้าปากกันในชั่วข้ามคืน และถ้าหากพวกเขาช็อคโลก บุกชนะทีมหัวตารางจากลีกสูงสุดได้ มูลค่าของทีมและรายรับก็จะสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว.... 

อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่ทีมฟุตบอลเท่านั้นที่มีโอกาสแจ้งเกิดในรายการนี้ นักฟุตบอลเองก็เช่นกัน มีนักเตะหลายคนแจ้งเกิดเพราะระเบิดฟอร์มในเกมล้มยักษ์ แต่ไม่ใช่สำหรับพระเอกของเราในวันนี้ ชื่อของเขาคือ เวย์น ชอว์ ผู้รักษาประตูของทีม ซัตตัน ยูไนเต็ด ทีมจากดิวิชั่น 6 ของประเทศ 


Photo : meninblazers.com

ตัวของ ชอว์ นั้นไม่ได้โดดเด่นเพราะฝีไม้ลายมือในการเซฟประตูอะไรเลย เขาไม่ใช่ผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีม ซัตตัน อีกด้วย ย้อนกลับไปในปีเกิดเรื่องซึ่งคือปี 2017 ชอว์ นั้นอายุ 45 ปี แต่นั่นยังไม่ได้ทำให้เขาโดดเด่นมากพอ เเค่ความเเก่มันธรรมดาไป เพราะเขายังมีน้ำหนักตัวถึง 128 กิโลกรัม ซึ่งสำหรับการเป็นนักฟุตบอลโดยเฉพาะตำแหน่งประตูที่ต้องการความคล่องตัว ล้มเร็ว ลุกไว บินปัดบอลได้ทันเวลา มันสวนทางกับทุกสรีระของเขา ชอว์ เป็นอย่างยิ่ง

แต่นั่นเองคนเรานั้นวันไหนจะดังขึ้นมาก็ดังได้โดยไม่รู้ตัว เรื่องราวทั้งหมดมันเกิดขึ้นใน เอฟเอ คัพ ปี 2017 ปีนั้นทีม ซัตตัน ต้นสังกัดของเขากำลังสร้างเทพนิยายของตัวเอง ด้วยการไล่ฟาดฟันทีมระดับเดียวกัน ขยับมาจนถึง รอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่มีแต่ทีมระดับลีกอาชีพลงเเข่งขันเต็มไปหมด 

 

ทีมอะไรน่าสนใจชะมัด 

โดยในเกมรอบนั้นทีม ซัตตัน ที่อยู่ในระดับดิวิชั่น 5 ในตอนนั้นเข้ามาพบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด อดีตทีมเคยดังที่อยู่ในดิวิชั่น 2 ซึ่งถึงตรงนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เรื่องราวของทีมซัตตัน จะปรากฎบนหน้าสื่อมากขึ้นเรื่อยๆ มีการเผยก่อนเกมว่า ทีมซัตตัน นั้นมีเสน่ห์บ้านๆให้น่าติดตามไม่น้อย 

เริ่มแรกสื่อสนใจเรื่องราวของ พอล ดอสเวลล์ กุนซือของทีมนั้นทำงานโดยไม่มีค่าจ้างเพราะมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัททั่วไป มารับจ็อบคุมทีมให้ตอบสนองความสุขตัวเองเท่านั้น ซึ่งในเกมรอบก่อนที่ ซัตตัน จะเข้ามาเจอกับลีดส์(เจอกับ เอเอฟซี วิมเบิลดัน ทีมระดับลีกวัน) ดอสเวลล์ ดันทำเรื่องราวระดับไวรัลเล็กๆ ด้วยการหยิบบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาสูบขณะที่เกมกำลังเเข่งขันอยู่อย่างหน้าตาเฉย 


Photo : .yahoo.com

ผู้ตัดสินที่ 4 ต้องมาเตือนเขาแล้วบอกประมาณว่า "นี่คุณเกมระดับทางการเขาห้ามเอาบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาสูบนะ" ... ก่อนที่ ดอสเวลล์ จะตอบอย่างหน้าตาเฉยว่า "ต้องได้สิ ก็ผมอยากสูบนี่หว่า" 

ฝ่ายจัดต้องอธิบายให้เขาเข้าใจว่า เอฟเอ คัพ นั้นไม่เหมือนลีกระดับสมัครเล่นที่ทีมของเขาสังกัด ที่นี่กฎต้องเป็นกฎ ดอสเวลล์ จึงค่อยๆเข้าใจขึ้นมาและหยุดสูบชั่วคราว แต่ความมันดังไม่จบเเค่นั้นเมื่อเขาดันคุมทีมเอาชนะ วิมเบิลดัน ได้อีก 3-1 เรื่องราวของ ดอสเวลล์ ก็ใหญ่โตขึ้นมาในระดับหนึ่งจนมีทีมงานนักข่าวมาสแตนด์บายมารอเก็บภาพฮาๆแปลกๆของทีมยอดนักสู้อย่าง ซัตตัน ในเกมกับ ลีดส์ อย่างล้นหลาม 

และในวันนั้นเหล่าตากล้องทั้งหลายก็ได้รับเซอร์ไพรส์ที่ใหญ่ยิ่งกว่ากุนซือบุหรี่ไฟฟ้า เพราะในเกมกับลีดส์นั้นเมื่อแพลนกล้องไปที่ม้านั่งสำรอง ดันพบ เวย์น ชอว์ โกลมือ 2 ของทีม ที่มีสรีระห่างไกลจากการเป็นผู้รักษาประตูในเกมอาชีพสุดขั้ว เมื่อนั้นภาพของ ชอว์ ก็โดนถ่ายเอาไว้ และลงตามสื่อต่างๆไว้แบบขำๆว่า "พบเเล้วผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดโลก" 


Photo : www.irishtimes.com

แน่นอนว่ามันเป็นการแซวขำๆ แต่เมื่อหลุดลงไปในโลกโซเชี่ยลเเล้ว ทุกคนที่เห็นภาพนั้นก็ล้วนรู้สึกอารมณ์ดี จนอดกดแชร์ไม่ได้ เผลอเเว้บเดียวเรื่องราวของ ดอสเวลล์ ก็จิ๊บๆไปเลยเมื่อเจอพระเอกอย่าง เวย์น ชอว์ สื่อทุกสื่อต่างทำหน้าที่ฉวยโอกาสตอนที่เขากำลังเป็นไวรัล นำเสนอเรื่องราวของเขาขึ้นมาไม่เว้นแต่ละวันจนกระทั่งเจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่า "ผมดังเเล้วเหรอ?" 

"แปลกมากเลยในเกมนั้นมีสื่อฉบับหนึ่งมาขอผมถ่ายรูปแบบงงๆ เขาบอกผมว่านี่พวกผมขอถ่ายรูปคุณได้ไหมเนี่ย ไปยืนที่หน้าประตูแล้วแอ็คท่าเท่ๆหน่อยสิ นั่นแหละผมก็ดังเลย" เวย์น ชอว์ เล่าถึงภาพไวรัล ภาพนั้น ที่ทำให้ทุกคนรู้จักชื่อแซ่เข้าภายในเวลาชั่วข้ามคืน ... 
 

ตามน้ำไปสิครับ! 

คนเราเเข่งเรือแข่งพายมันเเข่งกันได้ แต่แข่งบญแข่งวาสนานั้นอย่าพยายามเลยเสียให้ยาก.... คำโบราณคำนี้ว่าไว้ยังคงใช้ได้กับทุกๆเรื่อง เรื่องราวของ เวย์น ชอว์ มันควรจะจบลงด้วยรูปใบนั้นและไม่ดังไปกว่านี้แล้ว แต่กลับกลายเป็นว่า ซัตตัน ดันบุกชนะ ลีดส์ ได้แบบสุดเซอร์ไพรส์ นั่นทำให้เขายิ่งดังขึ้นไปอีกแบบคูณ 2 

และนั่นยังไม่พอเมื่อจบเกม ซัตตัน ยังจับฉลากลงเล่นรอบต่อไปด้วยการเจอกับ อาร์เซน่อล อีกต่างหาก ซึ่งจุดนี้เองทำให้สตอรี่ของ ชอว์ ถูกเขียนขึ้นใหม่ ในแบบที่ไม่ได้เน้นสาระอะไร เน้นขายคนดูอย่างเดียว "เขาพร้อมเเล้วที่จะหยุดลูกยิงของ อเล็กซิส ซานเชซ" หรือ "หมอนี่แก่พอจะเป็นพ่อของ เมซุต โอซิล ได้เลยนะ" คือข้อความที่หลายคนตลกโปกฮากับเรื่องของ เวย์น ชอว์ ในวันนั้น 


Photo : www.yourlocalguardian.co.uk

จากนั้น ชอว์ กลายเป็นทุกอย่างของสโมสรซัตตัน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปโปรโมตเกมกับ อาร์เซน่อล การรับหน้าที่สัมภาษณ์กับสื่อ หรือแม้แต่การตามติดชีวิตรายวันของเขาเช่นการไปนั่งดื่มเบียร์ในผับกับเพื่อนๆเป็นต้น 

มันเป็นเหมือนอุปทานเมื่อสื่อทุกสื่อพร้อมใจกันนำเสนอเรื่องของ ชอว์ กลายเป็นว่าคนยิ่งอยากรู้จักเขามากขึ้น ไม่ว่าจะชอบหรือไม่สุดท้ายทุกคนต้องได้เห็นหน้าของ ชอว์ ตามสื่อต่างๆ ซึ่ง ชอว์ เองก็ดูจะตามหน้ากับบทบาทที่สื่อมอบให้เขาได้ดี เขามีสเน่ห์ในการพูดผ่านกล้อง มีมุกตลกแบบคนเจ้าเนื้ออารมณ์ดี และนั่นทำให้เขากลายเป็นที่รักของสื่อไปโดยปริยาย เพราะสัมภาษณ์ทีไรก็ขายได้เรตติ้งดีตลอด 


Photo : www.yourlocalguardian.co.uk

"ผมทำยังไงให้ตัวเองดังน่ะเหรอ? คำตอบคือผมไม่ได้ทำอะไรเลย ผมก็แค่นั่งของผมอยู่เฉยๆ ทำเหมือนที่ตัวเองเคยทำ แต่มันกลายเป็นว่าผมกลายเป็นพ่อมือโกลเจ้าเนื้อที่ใครๆก็อยากมองซะอย่างนั้น" ชอว์ เล่ากับ เดลี่ เมล์

"แต่ก็ดีเหมือนกันนะถ้ามันทำให้ ซัตตัน ได้รับความสนใจขาดนี้ ทีมของเราควรจะดังนะผมว่า ไม่ว่าจะยังไงก็ตามพวกเขาเจ๋งอยู่แล้ว" 

 

ไม่ได้ลงแต่คนดูยิ่งกว่าบอล..

เกมกับ อาร์เซน่อล นั้นแน่นอนว่า ชอว์ ไม่ได้ลงสนามอยู่แล้วเพราะเขาเป็นแค่โกลมือ 2 ที่พ่วงตำแหน่งโค้ชประตูของทีม และเพื่อนผู้จัดการทีมในเวลาเดียว แต่ในเกมนั้นกลับกลายเป็นว่ากล้องแพลนมาที่เขาบ่อยมากพอๆกับการเเข่งขันในสนาม และเมื่อนั้นเขาก็ได้ซีนของตัวเองไปแบบเต็มๆเมื่ออยู่ดีก็ทำในสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำ


Photo : www.thesun.co.uk

ชอว์ เริ่มลุกขึ้นมาเเละใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดซุ้มม้านั่งสำรอง(ระหว่างแข่ง) จากนั้นช่วงพักครึ่งเขาออกไปดื่มเบียร์กับแฟนบอลที่บาร์ในสนาม เรียกว่าทำอะไรตามใจโดยแท้

แต่สิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นที่จดจำที่สุดคือการยกพายขึ้นมายัดใส่ปากแบบดื้อๆ ในช่วงเกมครึ่งหลัง ... อะไรจะอินดี้ขนาดนั้น กินพาย โชว์มันซะเลย ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้เขาทำอะไรคนก็ดูอยู่แล้ว ดังนั้นแค่กินพายก็โดนเอาไปลงข่าวได้อีกตามเคย


Photo : www.theguardian.com

ซัตตัน จบเกมด้วยการแพ้ อาร์เซน่อล ไปตามคาด แต่ เวย์น ชอว์น ก็โด่งดังเป็นพลุแตกจากการ “นั่งกิน” ครั้งนั้น สื่อมากมายพากันประโคมข่าวการกินพายข้างสนามของเขา พร้อมกับได้รับฉายาว่า "พาย เกต" และทำให้แฮชแท็ก #Piegate ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ของสหราชอาณาจักรแบบสุดงง... เรียกได้ว่าคนจะดังอะไรก็ฉุดไม่อยู่จริงๆ 

ชอว์ ดังอยู่อย่างนั้นอยู่พักใหญ่จนกระทั่งสุดท้ายเขาก็โดนสอบสวนจาก เอฟเอ คัพ ว่าการทำกิจกรรมสุดอินดี้ระหว่างแข่งโดยเฉพาะการกินพายหน้าตาเฉยนั้น ไม่ได้เป็นการกระทำที่บังเอิญ แต่นั่นเป็นเพราะเขาตกลงกับเว็บพนันเอาไว้ว่าเขาจะกินพายเพื่อให้โต๊ะเปิดแทงในหัวข้อว่า "เกมกับ อาร์เซน่อล เวย์น ชอว์ จะทำอะไร?" นั่นเอง 

เมื่อมีการสืบสวนเขาก็ยอมรับว่ามีการเตี๊ยมกันจริง เขาได้เงินค่าตอบแทนก้อนใหญ่ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเชิญให้ออกจากทีม ซัตตัน ที่เขารัก ซึ่งแม้จะลำบากใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขามาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมากลายเป็นไวรัลที่จะทำให้เขาเป็นบุคคลที่ทำเงินจากการนั่งเฉยๆ หรือนั่งกินเฉยๆได้ไปอีกนานพอสมควร 


Photo : www.thescottishsun.co.uk

จากข้อมูลล่าสุดที่พบเกี่ยวกับเขามีรายงานว่า ชอว์ ในวัย 48 ปี ย้ายไปเล่นให้กับทีม เอเอฟซี ท็อตตัน พร้อมควบตำแหน่งผู้จัดการด้านสื่อของสโมสรด้วย พร้อมทั้งต่อยอดจากการกินพายของตัวเองด้วยการรับงานเป็นนักรีวิวอาหาร รวมถึงเปิดบริษัทรับจัดอาหารตามงานเลี้ยงในชื่อ 'Roly Poly Goalie Catering'ที่ส่วนใหญ่มีลูกค้าเป็นสโมสรฟุตบอลอีกด้วย 

ส่วนเรื่องความดังแม้จะลดน้อยถอยลงไปตามการเวลา แต่ ชอว์ ก็ยังมีซีนเสมอๆ ในปี 2019 เขาได้ไปออกรายการวาไรตี้ระดับประเทศอย่าง Good Morning Britain และยังคงมีสเน่ห์เรียกเสียงฮาเหมือนเคย


Photo : www.mirror.co.uk

ยามขึ้นอย่าหลง ยามลงอย่าท้อ ตักตวงความสำเร็จเอาไว้ ต่อยอดในแบบที่ตัวเองถนัด... นี่คือเรื่องราวทั้งหมดของ เวย์น ชอว์ ไวรัลแมนแห่งอังกฤษ ที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ปีแต่การกินพายที่ทำให้คนทั้งโลกติดตามเขา ยังคงเป็นหนึ่งในเรื่องราวคนดังแบบ "อิหยังวะ" ที่คลาสสิกที่สุดจนถึงทุกวันนี้ 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-4232640/Meet-Sutton-United-s-Roly-Poly-goalie-Wayne-Shaw.html
https://footyon.com/interview/wayne-shaw-interview-sutton-v-arsenal
https://www.sportbible.com/football/news-reactions-funny-legends-former-sutton-goalkeeper-wayne-shaw-is-now-living-the-dream-20190221
https://www.sportbible.com/football/news-take-a-bow-legends-sutton-united-goalkeeper-wayne-shaw-receives-bizarre-offer-20170220



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


x