mainstand

Feature

ปอร์โต ยุคต้น 2000's : ทีมจากลีกเล็กที่ประสบความสำเร็จด้วยวิธีเอกลักษณ์เฉพาะตัว



หากจะมีบริษัทใดสามารถสร้างกำไรได้กว่า 500 ล้านยูโรภายในเวลา 15 ปี มันคงแสดงให้เห็นถึงทักษะการบริหารที่ยอดเยี่ยม ทิศทางที่ชัดเจน และบุคลากรที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะบริษัทเกี่ยวกับอะไรก็ควรค่ากับการชื่นชมทั้งนั้น


 

ในศาสตร์ของฟุตบอล มีบริษัท (สโมสร) หนึ่งที่ชื่อว่า เอฟซี ปอร์โต้ ทีมจากลีกโปรตุเกสที่ค่าลิขสิทธิ์น้อยนิด เงินทุนในการทำทีมน้อยกว่าทีมใหญ่ๆ ในยุโรปมากกว่า 20 เท่า ซึ่งในโลกทุนนิยมด้วยคุณสมบัตินี้มันยากจะลืมตาอ้าปากได้ ... แต่นั่นไม่ใช่กับทีมนี้ 

ย้อนชมเรื่องราวความสำเร็จที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทีมๆ นี้ทำเงินได้มหาศาลจากการขายนักเตะ แถมยังเป็นทีมเดียวที่ไม่ได้มาจาก 4 ลีกใหญ่ซึ่งคว้าแชมป์ยุโรปได้ ... 

ติดตามความเฉียบในโมเดลของ เอฟซี ปอร์โต้ ได้ที่นี่ 

 

พื้นเพชาวอเมริกาใต้

ก่อนจะเริ่มเรื่องการบริหารของ เอฟซี ปอร์โต้ หนึ่งในทีมที่ทำเงินจากการซื้อขายได้มากที่สุดในยุโรปนั้นเราคงต้องย้อนกลับไปดูเปลือกนอกของพวกเขาที่เราเห็นมาตลอด นั่นคือการใช้นักเตะอเมริกาใต้เป็นส่วนประกอบสำคัญของทีม นักเตะพวกนี้เป็นเหมือนดารานำที่มักจะแสดงผลงานที่น่าตื่นตาตื่นใจ จนทำให้แม้แต่คนที่ไม่ใช่แฟน ปอร์โต้ ยังอดชื่นชมไม่ได้ ... พวกเขาเป็นแบบนั้นมาหลายปี แต่คำถามคือ ปอร์โต้ ทำได้อย่างไร ในเมื่อนักเตะอเมริกาใต้ คือหนึ่งในกลุ่มนักเตะที่เอาใจยากมากที่สุด


Photo : @InvictosSomos

ชาวลาติน (หรือคนอเมริกาใต้) มีลักษณะนิสัยที่รักครอบครัว พวกเขารักสนุกชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม และมันเลี่ยงไม่ได้เลยสำหรับนักฟุตบอลซึ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่นที่จะต้องย้ายไปค้าแข้งต่างแดน พวกเขาต้องออกบ้านตั้งแต่อายุยังน้อยไปยังที่ที่ไม่รู้จัก และส่วนใหญ่ไปแบบตัวคนเดียว ดังนั้นมันจึงเป็นเหมือนการเจอสังคมและวัฒนธรรมที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้มีผลกระทบทางจิตใจไม่มากก็น้อย และเมื่อชีวิตความเป็นอยู่เกิดขึ้นในสภาพที่ไม่ปกติสุข ผลงานในสนามก็จะผิดเพี้ยนไปจากที่เคยเป็น 

ที่ ปอร์โต้ นั้นมีความได้เปรียบในการรับเอานักเตะอเมริกาใต้เข้ามา ที่นี่ใช้ภาษาโปรตุกีสในการสื่อสาร ซึ่งสำหรับนักเตะอเมริกาใต้อย่าง บราซิล สามารถเข้าใจได้ทันที ขณะที่นักเตะละตินจากประเทศอื่นๆ ที่ใช้ภาษาสเปน แม้จะเข้าใจยากในส่วนของสำเนียงการพูด แต่ก็มีหลายคำที่ให้ความหมายเหมือนๆ กัน แม้จะไม่สามารถเข้าใจทั้งหมดได้ แต่ก็ยังมีความใกล้เคียงระหว่างทั้ง 2 ภาษาอยู่บ้าง และยิ่งเป็นภาษาเขียนก็ยิ่งจะคล้ายกันมากกว่าภาษาพูดด้วยซ้ำไป 

ดังนั้นเรื่องภาษาที่มีผลอย่างมากกับการปรับตัว จึงเป็นปัญหาในระดับที่ "น้อย" เมื่อแข้งลาตินมาค้าแข้งในโปรตุเกส สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือวัฒนธรรมของชาวโปรตุกีสที่มีความคล้ายคลึงกับชาวลาติน มากกว่าชาวยุโรปในภูมิภาคอื่นๆ จึงทำให้ไม่แปลกนักที่ โปรตุเกส กลายเป็น 1 ในเซฟโซนของนักเตะอเมริกาใต้ที่จะย้ายมาเล่นในยุโรป 


Photo : desporto.sapo.pt

เรื่องดังกล่าวยืนยันได้จากการตีพิมพ์บทความของ Portuguese Football Players Union ที่เว็บไซต์ Breacher Report มานำเสนอ นั่นคือในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ลีกสูงสุดของโปรตุเกสอย่าง พรีไมรา ลีกา นั้นมีนักเตะที่เกิดนอกประเทศค้าแข้งถึง 55% ของนักเตะทั้งหมด และผู้เล่นต่างชาติส่วนใหญ่นั้นเป็นนักเตะอเมริกาใต้ทั้งนั้น โดยเฉพาะแข้งบราซิเลี่ยนที่มีอยู่ในแทบทุกสโมสรเลยทีเดียว 

สรุปง่ายๆ คือ โปรตุเกส เหมือนเป็นแผ่นดินทองของสำหรับแข้งอเมริกาใต้อย่างแท้จริง พวกเขาจะได้ใช้ภาษาที่คุ้นเคย วัฒนธรรมที่ไม่ต่างจากที่บ้าน และมีเพื่อนร่วมทีมซึ่งมาจากชาติเดียวกัน สำคัญที่สุดคือเมื่อพวกเขามีความเจริญก้าวหน้าในด้านพัฒนาการ สโมสรในโปรตุเกสไม่เคยลังเลที่จะขายพวกเขาออกจากทีมเพื่อทำเงิน ... ทุกอย่างที่คุณต้องการอยู่ที่นี่ และ เอฟซี ปอร์โต้ ใช้ประโยชน์จากที่กล่าวมาทั้งหมดสร้างทีมให้ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ถ้วยรางวัล และ รายรับอย่างปฎิเสธไม่ได้ 

 

จับทางให้ได้ ... "รวย" 

ปอร์โต้ นั้นมีประธานสโมสรที่ชื่อว่า ปินโต้ ดา คอสต้า เขาอยู่บริหารงานกับทีมนี้มายาวนานตั้งแต่ปลายยุค 80's และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเห็นโลกฟุตบอลมามากพอ จนคาดเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต


Photo : jornalacores9.pt

หลังจากพ้นยุค 90's ไป ฟุตบอลกลายเป็นความบันเทิงที่ทำเงินมหาศาลโดยเฉพาะในลีกใหญ่ๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นลีกใหญ่ๆ ในยุโรป จึงเริ่มทิ้งห่างลีกอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมน้อยออกไปทีละนิดๆ และสุดท้ายมันก็ยากที่ทีมจากลีกเล็กต้นทุนน้อยจะสู้กับยักษ์ใหญ่ได้ในระยะยาว หากคิดจะปะทะกันตรงๆ ยืนยันได้จากรายชื่อทีมที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก (ยูโรเปี้ยน คัพ) ก่อนหน้านี้ที่เคยมีทีมอย่าง เร้ดสตาร์ เบลเกรด (ยูโกสลาเวีย - เซอร์เบียในปัจจุบัน), สเตอัว บูคาเรสต์ (โรมาเนีย), เบนฟิก้า (โปรตุเกส) ที่ได้สอดแทรกขึ้นมาเป็นแชมป์บ้าง แต่เมื่อเข้าสู่ยุค 2000's เป็นต้นมา 99% ของแชมป์ยุโรปเป็นทีมจาก 4 ลีกระดับแถวหน้าอย่าง อังกฤษ, สเปน, อิตาลี และ เยอรมัน เท่านั้น 

เมื่อสู้กันตรงๆ ในแง่ของการทุ่มเงินแข่งขันซื้อสตาร์ไม่ได้ ปอร์โต้ ในยุคท่านประธาน ปินโต้ จึงเป็นทีมแรกๆ ของประเทศที่มองเห็นการสร้างทีมแบบใหม่ โดยมองกลับไปที่ต้นน้ำ นั่นคือการเลือกใช้คนหนุ่มที่มีวิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นเข้ามาเป็นผู้นำ เขาเลือก โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาคุมทีมในช่วงต้นปี 2000 และเปลี่ยนนโยบายการซื้อขายใหม่ คือไม่ต้องทุ่มแข่งกับใคร แต่จงใช้เวลากับการหาแข้งพรสวรรค์ให้เจอตั้งแต่ที่นักเตะเหล่านั้นยังเป็นแค่เด็กหนุ่ม  


Photo : sportslens.com

นโยบายดังกล่าวหากจะให้อธิบายง่ายๆ มันคือโมเดลที่ทุกวันนี้เราเรียกกันว่า "มันนี่บอล" (มาจากหนังเรื่อง Moneyball ที่ แบรด พิตต์ แสดงนำ) นั่นคือไม่ซื้อนักเตะเก่งๆ ค่าตัวแพง แต่ให้ความสำคัญกับการใช้แมวมองและสถิติอย่างละเอียด หานักเตะฝีเท้าเยี่ยมที่อาจจะอยู่ผิดที่ผิดทางจนนักเตะเหล่านั้นมีค่าตัวต่ำกว่าความเป็นจริง นอกจากนี้ยังมีการใช้แหล่งอ้างอิงมากกว่าการซื้อนักเตะทั่วไป มองไปถึง สถิติการเล่นแบบทีมเวิร์กในระยะยาว ผู้เล่นต้องบาดเจ็บน้อยที่สุด มีอัตราการทำบอลเสียต่ำ มีทักษะดีแต่ราคาถูก ไม่ใช่ทักษะเทพแต่เจ็บแล้วเจ็บอีก แถมอีโก้สูงทำทีมป่วนไปหมด ซึ่งแน่นอนว่าคุณสมบัติดังกล่าวคือกลุ่มนักเตะดาวรุ่งที่ยังไม่ดัง นักเตะพวกนี้สู้ตายและทุ่มเทจนกว่าพวกเขาจะมีชื่อเสียง ... ซึ่งตอนนั้นนักเตะเหล่านี้ก็ไม่ได้อยู่กับ ปอร์โต้ แล้ว เพราะพวกเขาขายออกทันทีที่ได้ราคา   

เรื่องดังกล่าวก็ต้องวกกลับไปที่เรื่องการดูแลนักเตะอเมริกาใต้ในแบบของ ปอร์โต้ อีกสักครั้ง ท่านประธาน ปินโต้ นั้นยืนยันเสมอว่า ระบบทีมของปอร์โต้ ผลักดันนักเตะต่างชาติโดยตรง เพราะนอกจากความได้เปรียบเรื่องภาษาและวัฒนธรรมแล้ว โมเดลการเล่นของ ปอร์โต้ ยังเน้นไปที่เกมรุก ให้อิสระในการเล่นเหมือนกับฟุตบอลอเมริกาใต้อีกด้วย ... แบบนี้มันยิ่งง่ายสำหรับการปรับตัวไปกันใหญ่

"บางครั้งคุณต้องคิดให้มาก เมื่อจะซื้อผู้เล่นอายุน้อยและพวกเขาต้องย้ายบ้านย้ายทวีปเพื่อมาใช้ชีวิตกับสโมสรใหม่ เรื่องเหล่านี้ละเอียดอ่อนมาก หากจัดการไม่ดีมันจะเป็นปัญหาร้ายแรง ... แต่ปัญหาแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นที่ ปอร์โต้ นักเตะพวกนั้นย้ายมาและรู้สึกว่าที่นี่เป็นเหมือนกับบ้านของพวกเขา เมื่อเซ็นสัญญา พวกเขารู้แน่ว่านี่คือสโมสรที่ยิ่งใหญ่และมาพร้อมกับวัฒนธรรมที่ต้องการไปถึงชัยชนะ" ปินโต้ กล่าว 

และความจริงอีกข้อคือ ไม่ใช่แค่นักเตะอเมริกาใต้เท่านั้นที่ ปอร์โต้ ต้องการ มันนี่บอล ของพวกเขาหมายถึงนักเตะทุกเชื้อชาติที่เก่งแต่ราคาถูกและอายุน้อย ใครก็ได้ที่เข้าคุณสมบัตินี้ ปอร์โต้ พร้อมจะดูแลอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่อเข้ามาเล่นทีมชุดใหญ่เลย หรือจะเป็นการซื้อมาเก็บไว้ในทีมเยาวชนเพื่อรอวันให้โตเต็มที่ 


Photo : campeoes1980.wordpress.com

"ระบบเยาวชนนั้นสำคัญมาก เราต้องลงทุนเพื่อให้ใช้งานได้อย่างถาวร เพราะมันจะเป็นเหมือนพลังที่ทำให้เราสามารถเอาไปสู้กับทีมใหญ่ๆ ได้ แม้งบประมาณจะน้อยกว่าเกิน 20 เท่า" 

"ไม่มีปีไหนเลยที่เราไม่เคยสูญเสียนักเตะที่ดีที่สุดในทีมไป (ขายให้กับทีมอื่น) แต่เราไม่ตื่นเต้น เพราะเราจะมอบความเชื่อใจที่มีให้กับนักเตะที่มีพัฒนาการก้าวหน้าและมีขีดความสามารถที่ยิ่งใหญ่" ปินโต้ กล่าวต่อ 

แนวทางที่แน่นอนมาพร้อมกับโค้ชที่สามารถรีดเอาศักยภาพของนักเตะออกมาใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หลังจากยุค 2000's เป็นต้นมา ปอร์โต้ ทำเงินได้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ มูรินโญ่ พาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในปี 2004 ซึ่งทำให้ ปอร์โต้ เป็นทีมเดียวที่ไม่ได้มาจาก 4 ลีกดังซึ่งคว้าแชมป์รายการนี้ได้ 

ทีมชุดนั้นของ มูรินโญ่ สร้างแรงกระเพื่อมแบบสุดๆ นักเตะชุดดังกล่าวหลังจากคว้าแชมป์ก็พากันตบเท้าย้ายออกด้วยราคาที่มากกว่าตอนที่ย้ายเข้ามาเป็น 10 เท่า  ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, เดโก้, เปาโล เฟร์ไรร่า,คาร์ลอส อัลแบร์โต้ ทำเงินเข้าทีมในตลาดเดียวได้มากกว่า 100 ล้านเหรียญ 


Photo : www.ojogo.pt

ก่อนพวกเขาจะใช้เงินก้อนดังกล่าวไปซื้อนักเตะใหม่ๆ เข้ามาเพื่อทำกำไรอีกครั้ง ทั้ง ริคาร์โด้ กวาเรสม่า, เปเป้, ราอูล เมอเรเรส, หลุยส์ ฟาเบียโน่ และ จอร์จอส ไซตาริดิส ... ซึ่งหลังจากรายชื่อดังกล่าวเข้ามาได้ 1 ปีก็ถูกขายออกไปทำไรอีกครั้ง ในปี 2005 มานิเช่ ริเบโร่, จอร์จอส ไซตาริดิส, หลุยส์ ฟาเบียโน่, คอสตินญ่า, นูโน่ วาเลนเต้ ย้ายออกและทำกำไรรวม 50 ล้านยูโร   

โดยเฉพาะในช่วงที่พวกเขาเริ่มจับทางและมีคอนเน็คชั่นกับเอเยนต์นักเตะอเมริกาใต้โดยตรง ยิ่งทำกำไรมากกว่าเดิมเยอะ นักเตะอย่าง อันแดร์สัน, ฮัลค์, ราดาเมล ฟัลเกา, ฮาเมส โรดริเกซ, นิโคลัส โอตาเมนดี้ ฯลฯ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ 15 ปีหลังสุด ปอร์โต้ ขายไปทั้งหมดเป็นเงินกว่า 900 ล้านยูโร

 

สถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยน

หลังจากประสบความสำเร็จทั้งเรื่องของถ้วยแชมป์และการทำกำไรมาอย่างยาวนาน ทุกวันนี้การเข้าถึงระบบเอเยนต์และการสร้าง ให้ความสำคัญกับทีมเยาวชนเริ่มเป็นที่นิยม และเป็นเป้าหมายหลักของทีมเล็กๆ แทบจะทั่วยุโรป ทุกทีมมีโมเดลนี้กันหมดจึงทำให้ตลาดการแย่งนักเตะดาวรุ่งนั้นเข้มข้นขึ้น


Photo : www.uefa.com

ไม่ต้องมองที่ไหนไกล เบนฟิก้า คู่แข่งหมายเลข 1 ของ ปอร์โต้ ก็ด้วย พวกเขาขึ้นมาตามติดด้วยระบบการใช้นักเตะอเมริกาใต้ราคาถูกและขายต่อราคาแพงเหมือนกัน แถมระยะหลังเป็น เบนฟิก้า ที่ทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ นอกจากนี้ เบนฟิก้า ยังสร้างนักเตะเยาวชนเก่งๆ ขึ้นมามากมาย อาทิ เจา เฟลิกซ์ ที่ขายได้ถึง 120 ล้านยูโร ในตลาดซื้อขายปี 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากเรื่องของการซื้อขายแล้ว เบนฟิก้า ยังกลับมาเป็นเจ้าแห่งลีกโปรตุเกสได้ในระยะหลังอีกด้วย 

ลีกโปรตุเกส ใช้โมเดลมันนี่บอลกันหมด นั่นทำให้งานของ ปอร์โต้ ยากขึ้นทั้งในและนอกสนาม ทุกวันนี้พวกเขาต้องใช้เงินเยอะกว่าเดิมในการเฟ้นหาดาวรุ่งฝีเท้าดีแบบที่เคยทำ ไม่ใช่แค่นั้น การลงทุนเรื่องแมวมองนั้นก็ต้องใช้เงินมากกว่าเดิม ตอนนี้ ปอร์โต้ มีทีมสเกาต์ในสังกัดมากกว่า 200 คนกระจายตัวไปทั่วโลก ซึ่งจำนวนดังกล่าวทำให้ต้นทุนทุกอย่างมากกว่าที่พวกเขาเคยใช้ในอดีต 

ทุกวันนี้ ปอร์โต้ ยังคงยึดมั่นในระบบทีมเดิม ใช้กุนซือสายปั้น ใช้นักเตะอายุน้อย ค่าอายุเฉลี่ยของแข้งชุดปัจจุบันคือ 25.8 ปี นักเตะส่วนใหญ่อายุน้อยกว่า 23 ปี เพียงแต่การแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้พวกเขาต้องพัฒนารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเยาวชนที่ต้องทำให้ได้อย่างเนื่องมากกว่าที่เคยทำ กล่าวคือปั้นเด็กให้เก่งและขายให้ได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างย่อมต้องปรับเปลี่ยนและปรับตัวอยู่ตลอดเวลานั่นคือสัจธรรม ทว่าที่สุดแล้วหากวัดที่ผลงานโดยรวมตลอด 20 ปีหลัง ปอร์โต้ ยังคงเป็นหนึ่งในทีมที่มีประสิทธิภาพในการซื้อ-ขายมากที่สุด พวกเขายังคงถนัดในการใช้กลยุทธ์มันนี่บอลได้อย่างช่ำชอง แม้จะยากลำบากขึ้นมาบ้าง แต่ 16 โทรฟี่ ขายนักเตะได้ 900 ล้านยูโร กำไรรวมเกือบๆ 500 ล้านยูโร คือตัวเลขที่สามารถยืนยันได้ว่านี่คือ 1 ในสโมสรที่ประบความสำเร็จได้มากที่สุดเท่าที่ศักยภาพของพวกเขาจะมีได้ ... เรียกได้ว่าเอกลักษณ์เฉพาะตัวทำให้พวกเขามีวันนี้ได้อย่างแท้จริง 


Photo : FC Porto

ปอร์โต้ ยังคงลุ้นแชมป์ลีกโปรตุเกสกับ เบนฟิก้า ในฤดูกาลนี้ชนิดที่ลุ้นกันแบบนัดต่อนัด และแน่นอนถึงแม้ว่ามันจะน่าสนใจแค่ไหน ทว่าในยุคที่ฟุตบอลยุโรปกลับมาลงแข่งขันกันทุกวันแบบนี้มันก็ยากที่แฟนบอลอย่างเราๆ จะตามผลการแข่งขันได้ทันท่วงทีในทุกๆคู่

แต่ทุกปัญหามีทางออกและปัญหานี้จะหมดไปเมื่อคุณเข้าชมการรายงานผลการแข่งขันแบบ Real-Time สด, รวดเร็ว, แม่นยำที่สุด จาก LIVESCORE แพลตฟอร์ตรายงานผลฟุตบอล ซึ่งอยู่คู่คอลูกหนังทั่วโลกมายาวนานนับตั้งแต่ปี 1998 ที่มีให้เกาะติดผลฟุตบอลแทบทุกลีกทั่วโลก ไล่ตั้งแต่ลีกใหญ่อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, กัลโช เซเรีย อา อิตาลี, ลีกเอิง ฝรั่งเศส, บุนเดสลีกา เยอรมัน และ ลาลีกา สเปน หรือแม้แต่ ลีกอิสราเอล คุณก็ไม่พลาด! แน่นอน หากคุณเป็นคอบอลไทย ... ไทยลีกก็มีเช่นกัน! 

ห้ามพลาดที่ livescore.com ที่เดียวเท่านั้น 

 

แหล่งอ้างอิง

https://bleacherreport.com/articles/228685-portuguese-league-a-platform-for-south-american-players
https://statathlon.com/fc-porto-the-worlds-most-efficient-football-club-based-on-the-moneyball-model/
https://www.sportskeeda.com/football/fc-porto-the-best-in-the-business
https://www.transfermarkt.us/fc-porto/alletransfers/verein/720



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง