mainstand

Feature

The Raid : ภาพยนตร์ที่ทำให้ศิลปะปันจักสีลัต เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก



หากพูดถึงภาพยนตร์จากประเทศอินโดนีเซียสักเรื่อง ชื่อที่คนทั่วโลกต้องนึกถึงคือ "The Raid" ภาพยนตร์แอคชั่นสุดมันส์ ที่ดังไกลไปทั่วโลก ด้วยคุณภาพที่คับแก้ว ประหนึ่งหลุดออกมาจากภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด


 

ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในการพาวงการจอเงินอินโดนีเซียเป็นที่รู้จักในโลกตะวันตก นักแสดงในเรื่องก้าวไปเล่นหนังฮอลลีวูด และสำคัญที่สุด คือทำให้ศิลปะป้องกันตัวพื้นบ้านของอินโดนีเซีย อย่าง ปันจักสีลัต เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

เนื่องจากภาพยนตร์ The Raid ใช้วิชาปันจักสีลัต เป็นฉากต่อสู้ในภาพยนตร์ ด้วยความแปลกใหม่ ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ของวิชานี้ ซึ่งไม่เคยเปิดเผยให้ชาวโลกเห็น ผ่านภาพยนตร์มาก่อน ทำให้ The Raid ดังเป็นพลุแตก และเป็นที่เล่าขานถึงความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์ มาจนถึงปัจจุบัน

แต่ใครจะรู้ว่า ชายที่ตั้งใจทำภาพยนตร์เรื่องนี้ เพื่อเผยแพร่ศิลปะพื้นบ้านของอินโดนีเซีย ไม่ใช่ชาวอินโดนีเซีย แต่เป็นหนุ่มจากสหราชอาณาจักร ที่ต้องการสร้างภาพยนตร์สักเรื่อง เพื่อยกย่องวิชาปันจักสิลัต จนกลายเป็นตำนาน ถึงปัจจุบัน

 

วิชาที่ถูกลืม

ปันจักสีลัต คือวิชาป้องกันตัวพื้นบ้าน ของชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ บริเวณประเทศอินโดนีเซียปัจจุบัน ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า ปันจักสีลัตถูกคิดค้นในช่วงเวลาไหน แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์บ่งบอกว่า ปันจักสีลัต มีตัวตนอยู่ในวัฒนธรรมมลายู ตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 หมายความว่า ศิลปะการต่อสู้แขนงนี้ อยู่คู่กับชาวอินโดนีเซียมาอย่างน้อย 1,400 ปี 


Photo : wikipedia.org

สไตล์การต่อสู้ของปันจักสีลัต เน้นการโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรง ด้วยแขนและขา รวมถึงผสมศิลปะการจับทุ่มเข้ามาสร้างความได้เปรียบกับผู้ใช้ นอกจากนี้ปันจักสีลัตสามารถผสมวิชาการต่อสู้ เข้ากับการใช้อาวุธ อุปกรณ์รูปแบบต่างๆได้อีกด้วย

วิชาปันจักสีลัต กลายเป็นความภูมิใจของชาวอินโดนีเซีย เนื่องจากในยุคศตวรรษที่ 17 ถึง 19 ที่แผ่นดินอินโดนีเซีย ตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศตะวันตก เช่น อังกฤษ หรือ เนเธอร์แลนด์ ... ชนพื้นเมืองได้ใช้ปันจักสีลัต เป็นวิชาต่อสู้กับผู้รุกรานจากต่างแดน 

เมื่อเวลาผ่านไป อินโดนีเซียมีเอกราชเป็นของตัวเอง ปันจักสีลัตจึงได้รับการยกย่อง เป็นศิลปะป้องกันตัวประจำชาติ และเป็นศาสตร์ต่อสู้ ที่สะท้อนความเป็นเลือดนักสู้ของชาวอินโดนีเซีย

น่าเสียดายที่ วิชาการต่อสู้ปันจักสีลัต ไม่เป็นที่นิยมของคนต่างประเทศ แม้จะเป็นศิลปะการต่อสู้ ประจำชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ต่างจากมวยไทย ... แต่มวยไทย เข้าถึงคนต่างชาติได้อย่างง่ายดาย ด้วยเรื่องศิลปะวัฒนธรรม ความสวยงามของวิชา 

ทว่าปันจักสีลัต เป็นวิชาที่ไม่สวยงามเท่ามวยไทย แต่มีจุดเด่นที่ความรุนแรง เอาจริงเอาจังผ่านวิชาการต่อสู้ ทำให้ไม่ได้รับความนิยมจากชาวตะวันตก ไม่นับว่าวิชานี้เคยใช้ต่อสู้กับชาวตะวันตก และมีความพยายามที่จะลบล้างวิชานี้ สมัยที่อินโดนีเซีย ถูกปกครองโดยชาวดัตช์

อย่างไรก็ตามปันจักสีลัต อยู่ในใจของชาวอินโดนีเซียเสมอ และหากมีโอกาส ชาวอินโดฯ พร้อมที่จะเผยแพร่วิชานี้ ให้เป็นที่รู้จักของคนรอบข้าง

หนึ่งในคนที่ได้รู้จักกับวิชาปันจักสีลัต เพราะมีความใกล้ชิดกับชาวอินโดนีเซีย คือผู้กำกับภาพยนตร์หนุ่มชาวเวลส์ นามว่า แกเร็ธ อีเเวนส์ เพราะเขามีภรรยาเป็นลูกครึ่งอินโดนีเซีย-ญี่ปุ่น


Photo : www.wales.com

อีแวนส์ หลงไหลในวิชาศิลปะป้องกันตัวตั้งแต่เด็ก ผ่านภาพยนตร์ของ บรูซ ลี เขาหลงไหลในภาพยนตร์กังฟู จนเติบโตเป็นผู้กำกับหนัง และเดินทางทำหนังสายสารคดี ที่ต้องลงคลุกคลีกับชุมชนท้องถิ่น 

แต่แล้ววันหนึ่ง เส้นทางการสร้างภาพยนตร์ในเวลส์ของเขา เริ่มเหมือนจะถึงทางตัน ภรรยาจึงแนะนำให้เขาเดินทางไปอยู่ที่อินโดนีเซีย เพื่อสร้างภาพยนตร์อีกครั้ง พร้อมกับแนะนำให้อีแวนส์ ลองหันมาทำหนังเกี่ยวกับปันจักสีลัต หากว่าเขาสนใจ?

"ที่อินโดนีเซีย มีโปรดิวเซอร์ที่ทำภาพยนตร์สารคดีเยอะมาก และพวกเขาสนใจในวัฒนธรรมอินโดนีเซีย ที่แตกต่างกันออกไป ... ภรรยาผมบอกว่า เธอจะติดต่อหาโปรดิวเซอร์ที่อยากทำภาพยนตร์ เกี่ยวกับปันจักสีลัตให้ผม" อีแวนส์กล่าว

อีแวนส์เดินทางไปใช้ชีวิตที่อินโดนีเซียถึง 6 เดือน เพื่อคลุกคลีกับศาสตร์การต่อสู้แขนงนี้ จนเขารู้สึกแน่ใจแล้วว่า อยากจะทำภาพยนตร์ ที่บอกเล่าเรื่องราวของศิลปะการต่อสู้ที่ถูกลืมแขนงนี้

"บางคนบอกว่า ผมแค่จะไปเสี่ยงโชคที่อินโดนีเซีย ผมบอกเลยว่า นั่นไม่ใช่ความจริง" อีแวนส์เล่าถึงเรื่องราวก่อนที่ เขาจะสร้างภาพยนตร์ที่เขย่าโลกทั้งใบออกมา

 

สู่จอภาพยนตร์

ความตั้งใจแรกของอีแวนส์ คือเขาต้องการทำภาพยนตร์สารคดี ที่เล่าเรื่องวิชาปันจักสีลัต ผ่านการฝึกสอนของปรจมาจารย์ปันจักสีลัต สู่ลูกศิษย์ที่เป็นคนรุ่นใหม่ แต่หลังจากถ่ายทำไปได้สักพัก เขาต้องเปลี่ยนแผน เพราะได้รู้จักกับ หนุ่มอาชีพคนขับรถ และเป็นนักสู้ปันจักสีลัต นามว่า อิโก อูไวส์ (Iko Uwais)

อีแวนส์เตะตาความสามารถ และรูปร่างหน้าตาของ อูไวส์ เข้าเต็มๆ จึงชวนหนุ่มขับรถคนนี้ มาเป็นพระเอกภาพยนตร์ ทั้งที่อูไวส์ ไม่เคยเล่นภาพยนตร์มาก่อนในชีวิต แม้แต่เรื่องเดียว


Photo : killermoviereviews.wordpress.com

"ผมคิดว่าเขาบ้าไปแล้ว ผมไม่เคยคิดว่าคนอย่างผม จะเป็นพระเอกหนังได้แน่ๆ ในชีวิตนี้" อูไวส์ย้อนถึงความหลัง

แม้ว่าอูไวส์ จะไม่เชื่อในความสามารถของตนเอง แต่เขาถูกอีแวนส์จับมาเป็นพระเอกภาพยนตร์เรื่อง "Merantau" ในปี 2009 ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของอีแวนส์ ที่บอกเล่าเรื่องราวของวิชาปันจักสีลัต ผ่านการต่อสู้ของหนุ่มนักรบจากดินแดนบ้านนา ที่ต้องเดินทางเข้าสู่เมืองใหญ่ และใช้วิชาของตัวเองต่อสู้ เพื่อความอยู่รอดของตนเอง

ถึงพล็อตเรื่องจะคล้าย กับภาพยนตร์ องค์บาก ของบ้านเราไป (ไม่) หน่อย แต่หนังเรื่องนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากเหล่านักวิจารณ์ และได้ไปฉายตามเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศ ทั้งที่ เกาหลีใต้ และ สหรัฐอเมริกา 

อีแวนส์ ประสบความสำเร็จไม่น้อย ในแง่คำชื่นชม กับภาพยนตร์เรื่องแรกในอินโดนีเซีย แต่ความโด่งดัง จนสร้างกระแส เขายังไม่บรรลุเป้าหมาย ตามที่ตั้งใจ เพราะว่า คนอินโดนีเซีย ไม่ชอบหนังของเขา โดยมองว่ายังเข้าไม่ถึง ศิลปะปันจักสีลัตที่แท้จริง

"ผมโดนด่าเยอะมาก หลายคนบอกว่าหนังเรื่องนี้รุนแรงน้อยเกินไป (ดังที่เราบอก วิชานี้มีจุดเด่นด้านความรุนแรง) คนชอบวิชาปันจักสีลัต หันหลังให้ภาพยนตร์ของผม เราถูกด่าเยอะมาก ทั้งผมและนักแสดง"

"จนผมรู้สึกว่า 'โอเค เดี๋ยวกูจะทำให้มึงดู' นั่นคือจุดเริ่มต้นของ The Raid ผมต้องการทำให้เห็นว่า ผมทำหนังเกี่ยวกับปันจักสีลัต ที่ผู้คนชื่นชอบได้เหมือนกัน"


Photo : thefilmstage.com

อีแวนส์เดินหน้าสร้างภาพยนตร์เรื่อง The Raid ทันที เขาดึงเหล่านักแสดงและสตันท์แมน ที่มีความรู้เกี่ยวกับวิชาปันจักสีลัต เข้ามารวมในหนังเรื่องนี้ เพื่อหวังสร้างภาพยนตร์แอคชั่น ที่ดุเด็ดเผ็ดมันส์ ด้วยวิชาปันจักสีลัต ตามที่คนอินโดฯ ต้องการ

"ผมไม่กำหนดคิวการต่อสู้กับพวกเขาเลย ผมให้พวกเขาสู้กัน เหมือนกับเรื่องจริง มันจึงออกมาเหมือนกับว่า พวกเขาสู้กันจริงๆ ... ซึ่งของจริงมันน่ากลัวและรุนแรง มากกว่าที่คุณเห็นในภาพยนตร์เยอะ"

สิ่งที่ต้องชื่นชม คือหัวจิตหัวใจ ของเหล่านักแสดง เหล่านักสู้ปันจักสีลัต ที่มาร่วมแสดงในเรื่องนี้ ล้วนได้รับบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาลกันถ้วนหน้า แต่ไม่มีใครยอมแพ้กับอาการบาดเจ็บ พร้อมเข้าฉากแสดงภาพยนตร์ตลอด ตราบที่ร่างกายยังไหว ไม่นับรวมกับว่า ช่วงเวลาก่อนการถ่ายทำ เหล่านักแสดงต้องเข้าฝึกกับหน่วยทหารเรือของอินโดนีเซีย เพื่อฝึกท่าทางการต่อสู้ และการใช้อาวุธ ให้สมจริงมากยิ่งขึ้น

ไม่ใช่เรื่องง่ายกับการทำภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะจากความล้มเหลว ด้านรายได้ในภาพยนตร์เรื่องแรก ทำให้อีแวนส์มีทุนสร้างเพียง 30 ล้านบาทเท่านั้น เพื่อลดต้นทุน เนื้อเรื่องของ The Raid จึงกลายเป็นการต่อสู้ ในตึกปิดตาย ดังที่เราเห็นในภาพยนตร์ 

อย่างไรก็ตาม ความทุนต่ำของภาพยนตร์ กลายเป็นข้อดี เพราะเมื่อบวกกับฉากแอคชั่นอันดุเดือด และความตั้งใจของเหล่านักสู้ปันจักสีลัต ในเรื่องทุกคน ... ภาพยนตร์ The Raid จึงออกมาเป็นหนังแอคชั่นที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่คุณภาพ ความสนุก และการแสดงตัวตนของวิชาการต่อสู้ปันจักสีลัต ได้อย่างชัดเจน

"แน่นอนว่า The Raid คือภาพยนตร์ที่รุนแรง ผมจะไม่บอกว่า หนังเรื่องนี้ไม่รุนแรง แต่อย่างน้อย ผมคิดว่า เราทำหนังรุนแรงที่สะท้อนอะไรบางอย่างออกมา ไม่ใช่หนังที่รุนแรง และคุณไม่ได้อะไรกลับไปเลย" อีแวนส์ สรุปถึงเหตุผลว่า ทำไมภาพยนตร์ The Raid จึงต้องออกมา แบบที่เราได้รับชมกัน

 

ไปไกลสู่ฮอลลีวูด

ภาพยนตร์เรื่อง The Raid ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ในประเทศอินโดนีเซีย หลังจากออกฉายในปี 2011 ด้วยความสดใหม่ของฉากแอคชั่น บวกกับศิลปะการต่อสู้โบราณ อย่างปันจักสีลัต ทำให้นักวิจารณ์ภาพยนตร์ ชาวอินโดนีเซีย แสดงความเห็นว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ จะพายุคทองของวงการหนังอินโดฯ กลับมาอีกครั้ง 


Photo : www.arageek.com

การคาดการณ์ได้เกิดขึ้นจริง หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ไปฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ ณ เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา ... The Raid ได้โด่งดังเป็นพลุแตกในทันที ที่แคนาดา และสหรัฐอเมริกา เพราะได้รับรางวัล ภาพยนตร์ขวัญใจผู้ชมประจำเทศกาล และกระแสปากต่อปาก ทำให้ The Raid ได้ออกฉายทั่วโลกในปี 2012 ในชื่อ The Raid: Redemption

The Raid ได้รับคะแนนจากนักวิจารณ์ชั้นนำ ในเว็บ Rotten Tomatoes ด้วยคะแนนโหวตสูงถึง 86 เปอร์เซนต์ กับเสียงชื่นชอบในฉากแอคชั่น สนุกสะใจ บวกกับความลุ้นของหนัง ที่กดดันผู้ชมจนนั่งไม่ติดเก้าอี้

คอหนังจำนวนมาก แสดงความเห็นชื่นชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือบล็อกของตัวเอง ว่าเป็นหนังแอคชั่นยอดเยี่ยมตลอดกาล หรืออย่างน้อยก็ดีที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จนเกิดกระแสฟีเวอร์ของหนังเรื่องนี้ ไปทั่วโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง The Raid โด่งดังไปทั่วโลก คือความแตกต่างของการใช้ฉากแอคชั่น เล่าเรื่องด้วยศิลปะการต่อสู้แบบปันจักสีลัต อย่างถึงพริกถึงขิง แบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน และหลังจากประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล ทำให้เกิดมีการสร้างภาค 2 ตามมา ในชื่อ The Raid 2 (ตลาดโลกใช้ชื่อ The Raid 2: Berandal) ด้วยทุนสร้างที่มากขึ้น ขยายสเกลจากการต่อสู้ในตึกปิดตาย สู่การปิดเมืองไล่ล่า แต่เป้าหมายสำคัญของภาพยนตร์ ยังคงเป็นการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้แบบปันจักสีลัตอยู่เช่นเดิม 


Photo : metro.co.uk

ความสำเร็จของ The Raid ทำให้ศิลปะปันจักสีลัต เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และเปิดโอกาสให้นักแสดงชาวอินโดนีเซีย ได้นำศิลปะความภาคูภูมิใจของชาติไปเผยแพร่ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ผ่านการเล่นหนังในฮอลลีวูด

อิโก อูไวส์ ผู้รับบท รามา พระเอกของเรื่อง ได้มีโอกาสเล่นหนัง ที่สหรัฐฯ หลายเรื่อง และได้ออกแบบคิวบู๊ของภาพยนตร์ด้วยตัวเอง, โจ ทาสลิม ผู้รับบท จากา หัวหน้าหน่วยที่ รามา สังกัด ได้เข้าสู่จักรวาล Fast & Furious ในภาค 6 ก่อนหน้า จา พนม ที่โด่งดังจาก องค์บาก (เล่นภาค 7) เสียอีก 

รวมถึง ยายัน รูฮิอัน อีกหนึ่งนักแสดง ที่ก้าวมาจากการเป็นนักสู้ MMA ผ่านวิชาปันจักสิลัต ผู้รับบท แมดดอก ในภาคแรก และ ปราโกโซ ในภาคสอง ได้ก้าวมาเป็นหนึ่งในดาราฮอลลีวูด ที่เคยได้โชว์วิชาปันจักสีลัต ในภาพยนตร์ชื่อดัง อย่าง John Wick 3 มาแล้ว


Photo : kaist455.com

ปัจจุบัน ภาพยนตร์เรื่อง The Raid อาจมีอายุผ่านยาวนานมาเกือบ 10 ปี แต่ไม่มีใครที่เคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้ จะลืมความสนุก ฉากแอคชั่นดุเดือด ของภาพยนตร์เรื่องนี้ไปอย่างแน่นอน

และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ผู้คนจะไม่มีทางลืมว่า ศิลปะการต่อสู้แบบปันจักสีลัต มีความยอดเยี่ยม แข็งแกร่ง และมีเสน่ห์มากแค่ไหน เพราะทุกอย่างได้ถูกบันทึกลงในภาพยนตร์ The Raid และจะอยู่คู่กับโลกใบนี้ตลอดไป ตราบนานเท่านาน

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.youtube.com/watch?v=hDA5p2L4D-A
https://www.theguardian.com/film/2012/may/05/the-raid-gareth-huw-evans
https://www.scmp.com/lifestyle/entertainment/article/2187221/raid-what-action-hit-starring-iko-uwais-meant-indonesian
https://www.rottentomatoes.com/m/the_raid_redemption
https://gamecomplainrepeat.wordpress.com/2017/02/01/why-the-raid-is-the-best-action-movie-ive-seen-in-decades/
https://www.reddit.com/r/movies/comments/9q1tar/the_raidredemption_is_the_greatest_action_movie/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง