mainstand

Feature

สรุปแล้วดียังไง? : 'ลอฟเรน' ตัวตลกในสายตาคนนอก...ที่แม้แต่เพื่อนร่วมทีมก็ไม่กล้าเถียงแทน



หากไม่นับเกมหลังจากการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปสดๆ ร้อนๆ 0-4 ... ลิเวอร์พูล อยู่บนเส้นทางของการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยสถิติไร้พ่าย และผู้คนต่างคิดว่าพวกเขาสามารถทำได้จริงๆ จากความแกร่งทั่วแผ่นในตำแหน่ง 11 ตัวจริง เพียงแต่ว่าในเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา เส้นทางไร้พ่ายก็ปิดตัวลง เมื่อ เดยัน ลอฟเรน ลงสนามในเกมพบกับ วัตฟอร์ด และจบลงด้วยการแพ้แบบเหลือเชื่อของ หงส์แดง ถึง 0-3


 

"ผมดูการเล่นของ เดยัน ลอฟเรน มานานแล้ว เขาอายุ 30 ปีแล้วนะ แต่เขายังทำพลาดแบบเดิม ตลอดจนการตัดสินใจอื่นๆ ที่เขาควรจะรู้ได้แล้วว่าควรทำยังไง" นี่คือสิ่งที่ เจมี่ คาร์ราเกอร์ กองหลังรุ่นพี่ ซึ่งปัจจุบันรับบทบาทนักวิจารณ์แห่ง Sky Sports บอก และเชื่อว่าแฟนลิเวอร์พูลทั่วโลกก็ทั้งโกรธทั้งทนกับฟอร์มของเขามาอย่างยาวนาน 

ทว่าทุกอย่างย่อมมีเหตุผล ลอฟเรน อยู่กับ ลิเวอร์พูล มาตั้งแต่ปี 2014 จนตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วถึง 5 ปี ทั้งๆ ที่เขามักจะเป็นเป้าโดนรุมโจมตีทั้งจากคู่แข่งและแฟนบอลของตัวเอง แต่คุณสงสัยหรือไม่ ทำไมเขาจึงไม่ถูกขาย ยังอยู่กับทีมได้ตลอดรอดฝั่ง และเป็นส่วนหนึ่งในยุคทองของ ลิเวอร์พูล

ติดตามเบื้องหลังของ ลอฟเรน ที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ยังต้องการเขาไว้กับทีมได้ที่นี่ 

 

แฟนคลับรู้ ทุกคนรู้ 

ก่อนจะมาเป็นนักเตะของ ลิเวอร์พูล ในช่วงปี 2014 นั้น เขาถือว่าเป็นหนึ่งกองหลังทรงดีของพรีเมียร์ลีก เรียกได้ว่าความปราดเปรียวก็พอไหว ความหนักแน่นก็เอาเรื่อง อีกทั้งยังเป็นผู้นำในเกมรับให้กับต้นสังกัดอย่าง เซาธ์แฮมป์ตัน ดังนั้นมันจึงไม่แปลกเลยที่เขาจะย้ายมาอยู่กับ หงส์แดง ในฐานะกองหลังตัวความหวัง ในช่วงเวลาที่สโมสรกำลังต้องการความเปลี่ยนแปลง 


Photo : omkinstimes.com

อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องที่พบเจอได้บ่อยในโลกฟุตบอล นั่นคือเมื่อนักเตะคนหนึ่งสามารถทำได้ดียามที่เล่นกับทีมระดับกลางค่อนล่าง จนได้โอกาสซบสโมสรยักษ์ใหญ่ซึ่งต้องการให้เขารักษาฟอร์มประทับใจจ๊อดจนต้องซื้อมาร่วมทีมต่อไป เพียงแต่ว่าเมื่อถึงเวลา หวยดันออกตรงกันข้าม ... ความกดดัน การเจอกับสภาพแวดล้อมใหม่ และแท็คติกที่ต่างจากเดิม คือหนึ่งในเหตุผลหลายๆ ข้อที่ทำให้ ลอฟเรน ไม่สามารถทำได้ดีอย่างที่แฟนๆ ลิเวอร์พูลตั้งความหวังไว้

ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ แต่กลับซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปล่อยตัวประกบไปอย่างง่ายดาย เข้าปะทะแพ้ และความผิดพลาดส่วนบุคคล คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ลอฟเรน และนั่นทำให้เกิดประโยคในกลุ่มแฟนบอลว่า "เขาไม่ดีพอสำหรับการเป็นนักเตะของ ลิเวอร์พูล ด้วยซ้ำ"  


Photo : www.liverpoolecho.co.uk

จากผลงานแต่ละครั้ง และสถิติการทำผิดพลาดต่างๆ เราคงไม่อาจจะปฎิเสธได้ว่า คำติฉินถึงเขาที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นมีความจริงผสมอยู่บ้าง เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่ทั้งหมด เพราะก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะมี เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ก็ไม่มีเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคนไหนดีกว่าเขาอย่างชัดเจนเลย ไม่ว่าจะเป็น มามาดู ซาโก้, มาร์ติน สเคอร์เทล หรือแม้แต่ โจ โกเมซ ดังนั้นการบอกว่า ทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องกว่า 

ทว่าหากมันเป็นความผิดพลาดที่ระบบและผู้เล่นโดยรวม ทำไม ลอฟเรน จึงถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนที่โดดเด่นกว่าใคร หนำซ้ำยังมักจะโดนเอามาทำมีม หรือมุกตลกล้อเลียนอยู่ตลอดแทบจะคนเดียว เรื่องนี้มันต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน ... มันเป็นเพราะเขาเป็นเหมือน "หมูไม่กลัวน้ำร้อน" นั่นเอง

 

หมูผู้ไม่เคยกลัวน้ำร้อน 

มันเป็นเรื่องที่แปลกมากสำหรับคนๆ หนึ่ง ที่โดนโจมตีเรื่องความผิดพลาดและความอ่อนชั้นแทบจะตลอดเวลา แต่เขาทำตัวเหมือนกับทองไม่รู้ร้อน ไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นกับคำพูดเหล่านั้น หนำซ้ำยังมักจะตอบกลับด้วยความมั่นใจระดับเกินขีดจำกัดความสามารถของตัวเองเสียด้วยซ้ำ ... นั่นคือสิ่งที่ เดยัน ลอฟเรน เป็น และบางครั้งเขาก็เถียงคนที่โจมตีเขากลับอย่างกล้าหาญเสมอ 


Photo : www.sportsmole.co.uk

"ผมพาลิเวอร์พูลไปถึงรอบชิง และตอนนี้กับทีมชาติ ผมก็อยู่ในรอบชิงชนะเลิศอีก" 

"บางครั้งการที่ผมโดนวิจารณ์ ผมว่ามันไม่ยุติธรรมเลยนะ ผู้คนควรจะเคารพคนอย่างผมบ้าง จะว่าตรงๆ แบบปราศจากซึ่งความจองหองพองขน ผมก็ยังยืนยันว่าผมเป็นหนึ่งในนักเตะกองหลังที่เก่งที่สุดในโลก ซึ่งผมก็พิสูจน์มันมาแล้วด้วย" ลอฟเรน ว่าไว้ในช่วงปี 2018 หลังจากพา ลิเวอร์พูล คว้ารองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และได้รองแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ร่วมกับทีมชาติโครเอชีย 

ใครๆ อาจจะมองว่านั่นคือคำพูดติดตลกของ ลอฟเรน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เขาเป็นคนแบบนั้นจริงๆ เขามีความกล้าหาญ และมั่นใจในตัวเองสูงมาก เขาคิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้นมาตลอด แต่นั่นคือสิ่งที่เขาตั้งใจให้เป็น เพราะเชื่อว่าความมั่นใจเหล่านี้สามารถทำให้เขาเดินไปข้างหน้าได้  

"ดูถูกผมนั่นแหละดีแล้ว เพราะมันทำให้ผมพัฒนาตัวเองได้มากขึ้น" ลอฟเรน กล่าวอย่างมั่นใจ 

แม้ปลายทางก็ยังคงเห็นๆ กันอยู่ ว่าบางครั้งเขายังคงมีความผิดพลาดเกิดขึ้นแบบชัดๆ จนโทษคนอื่นไม่ได้ อีกทั้งการมาของ ฟาน ไดจ์ค ก็ยิ่งทำให้ผู้คนเปรียบเทียบระดับที่แตกต่างของทั้ง 2 คนได้เป็นอย่างดี แต่ความมั่นใจ ยังคงทำให้ ลอฟเรน เป็นนักเตะลิเวอร์พูลต่อไป เพราะสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งและกล้าหาญ คือหนึ่งในบุคลิกของนักเตะที่ เยอร์เกน คล็อปป์ ให้ความสำคัญมากที่สุด และนั่นคือเหตุผลที่ว่าไม ลอฟเรน ยังอยู่กับ ลิเวอร์พูล ได้จนทุกวันนี้

ปรัชญาของ คล็อปป์ คือทุกคนในทีมล้วนมีความสำคัญแตกต่างกันไป ซึ่ง ลอฟเรน เองก็มีความหมายกับ คล็อปป์ ในแบบที่ไม่เหมือนใครเช่นกัน เหนือสิ่งอื่นใดคือเมื่ออยู่ในสนามซ้อม ลอฟเรน แสดงให้ คล็อปป์ เห็นว่า ทีมยังต้องการนักเตะอย่างเขาต่อไป


Photo : www.fotmob.com

“ผมมองเห็นอิทธิพลที่ผู้เล่นของเราทุกคนมีต่อสิ่งที่เราทำในแต่ละวัน และผมเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ในการมีส่วนร่วมของทั้งทีม ที่จะทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น เพราะนั่นคือสิ่งที่ผมเห็นในสนามซ้อม”

“มีผู้เล่นมากมายในทีมของเราที่จนถึงตอนนี้ ผมยังไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ได้เป็นตัวจริงในเกมมากกว่านี้ ซึ่งคนมากมายสมควรได้รับ และความชื่นชมของผมมีต่อพวกเขาทั้งในฐานะบุคคล และมืออาชีพ คงไม่มีทางจะเยอะไปกว่านี้” คล็อปป์ พูดถึงความสำคัญในการโรเตชั่นนักเตะที่เป็นกำลังสำรอง และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือ ลอฟเรน นั่นเอง 

บนความผิดพลาดที่โดนจดจำจนเป็นสัญลักษณ์ประจำตัว ลอฟเรน ยังมีมุมของการเป็นนักเตะที่มุ่งมั่น กล้าหาญ ไม่สร้างปัญหาให้บรรยากาศของทีมแม้จะไม่ได้ลงสนาม นั่นคือความสำคัญในแบบของเขา ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้แย่เลยสำหรับนักเตะที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม "กำลังสำรองผู้เต็มใจ"  นักเตะประเภทนี้ไม่ว่าโค้ชคนไหนก็ต้องการเก็บไว้ในทีมทั้งนั้น 

 

ขาดไปคงเหงาแย่ 

ไม่ว่าจะในสังคมการทำงานอาชีพใด ทุกๆ กลุ่มย่อมต้องการใครสักคนที่เป็นตัวโจ๊ก สร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับการทำงาน คนๆ นี้จะต้องเป็นคนประเภทไม่ติดแอ็ค แซวได้ อำได้ ล้อเลียนได้ คนแบบนี้มักจะเป็นที่พูดถึงในหมู่เพื่อนร่วมงาน เป็นคนที่ขาดไม่ได้หากมีงานปาร์ตี้ เพราะการันตีได้ว่าหากคนนี้อยู่ งานเลี้ยงไม่กร่อยแน่นอน ... และที่ ลิเวอร์พูล ลอฟเรน รับตั้งแหน่งนั้นมาตั้งแต่ที่เขาเริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม มีบทสัมภาษณ์หนึ่งจาก Liverpool Echo ที่ยืนยันถึงตัวตนของ ลอฟเรน ได้เป็นอย่างดี ซึ่งในการสัมภาษณ์นั้นเขาโดน เอ็มเร่ ชาน เผาซะเละแถมแซวซะเสียคน


Photo : www.liverpoolecho.co.uk

นักข่าวถาม : "ใครทรงผมแย่ที่สุดในทีม" ... "เดยัน ลอฟเรน สิ ตัวจริงเสียงจริง แถมยังมีหน้ามาชอบว่าทรงผมของผมอีกต่างหาก"

นักข่าวถาม : "ใครคือนักเต้นที่แย่ที่สุด" ... "ขอโทษทีที่ต้องเอ่ยชื่อ เดยัน อีกแล้ว" 

นักข่าวถาม : "เอาล่ะ แล้วใครคือคนที่มีรสนิยมการแต่งตัวแย่ที่สุด?" ... "แน่นอนที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยผมขอตอบว่า เดยัน ลอฟเรน"  

 

ทุกคำตอบของชานในมุมแย่ๆ ของเพื่อนร่วมทีมมีแต่ ลอฟเรน แต่ทุกครั้งที่เขาเอ่ยชื่อ เดยัน เพื่อนซี้ เขามักจะยิ้มหรือไม่ก็หัวเราะเสมอ ถามว่า ลอฟเรน โกรธไหมที่โดนเผากลางอากาศแบบนี้ คำตอบคือ ไม่เลยแม้แต่น้อย เพราะตกอีกวันเขาก็ปรากฎในรูปถ่ายคู่กับ ชาน ด้วยการชี้นิ้วไปที่กองกลางทีมชาติเยอรมัน ด้วยอารมณ์ประมาณว่า "ไอ้นี่มันแสบจริงๆ" 

ลอฟเรน คือหนึ่งในนักเตะที่ปรากฎตัวในรูปถ่ายจากเว็บไซต์หลักของสโมสรมากที่สุด เหตุผลก็เพราะเขามักจะเป็นพวกสนิทกับทุกๆ คน เข้าถึงกับใครๆ ได้ง่ายๆ ดังนั้นเขาจึงปรากฎตัวบ่อยๆ ในภาพหมู่ หรือภาพคู่ ด้วยอิริยาบถของการกอดคอและมีรอยยิ้ม ดังนั้นแม้ในสนามฝีเท้าของเขาอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่เมื่ออยู่นอกสนามแล้ว ลอฟเรน คือเอ็นเตอร์เทนเนอร์ที่ทำให้ทีมกลายเป็นทีมมากขึ้นอย่างแท้จริง

เรื่องนี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็ยืนยันได้ เพราะหลังจาก ชาน ย้ายออกไปอยู่กับ ยูเวนตุส ซาลาห์ ก็ก้าวเข้ามาเป็นเพื่อนสนิทอันดับ 1 ของ ลอฟเรน แทน ทั้งคู่ถือว่าเป็นคู่ซี้ที่อำกันแหลกลาญ มีการโพสต์โซเชี่ยลมีเดียถึงกันบ่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องฮาๆ เป็นประจำ และบ่อยครั้งที่ ลอฟเรน มักจะเป็นฝ่ายถูกกระทำจากเพื่อนร่วมทีม ไม่ใช่แค่ ซาลาห์ เท่านั้น มันยังรวมถึงคนอื่นๆ อีกด้วย 


Photo : www.empireofthekop.com

"อยู่กับ ลอฟเรน แล้วฮามาก เราเป็นเพื่อนสนิทกัน และชอบไปไหนเฮนั่นด้วยกัน" ซาลาห์ ว่าถึงเพื่อนซี้ของเขา 

การเป็นตัวตลกของแฟนบอล อาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของ ลอฟเรน มากนัก แต่การได้เป็นตัวตลกให้กับเพื่อนร่วมทีม ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ ลอฟเรน นั้น "เกิดมาเพื่อสิ่งนี้" และหาก ลิเวอร์พูล จะต้องเสียคนอย่างเขาออกไป เพียงเพราะเขาไม่ดีพอที่จะเป็น 11 ตัวจริง ก็คงเป็นเรื่องน่าเสียดาย หากมองถึงบรรยากาศในห้องแต่งตัวที่ส่งผลถึงฟอร์มการเล่นในสนาม ขาดเขาไปก็คงจะต้องเหงาแย่ และ ลอฟเรน เองก็รู้ถึงตัวตนของเขาดี 

"ผมหวังเสมอว่า ผมจะเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมทีม คือมันเป็นสไตล์ของผมน่ะ ผมอยากจะสนับสนุนเพื่อนๆ ทุกคน และสื่อสารกันในฐานะทีมให้ได้มากที่สุด" ลอฟเรน เคยเผยเรื่องนี้กับทาง FIFA 

ลอฟเรน ถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนของทีม และมีข่าวย้ายทีมบ่อยครั้ง แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่ไปไหน นั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ว่าทีมๆ นี้ต้องการอะไรบางอย่างจากเขา ในแบบที่นักเตะคนอื่นๆ ให้ไม่ได้ ซึ่งที่สำคัญและถูกยืนยันแล้ว 100% คือ เขาก็รักทีมนี้จนไม่อยากจะย้ายไปไหนให้เสียเวลานั่นเอง

"ผมหวังทุกวันว่าจะได้อยู่กับทีมไปอีกยาวนาน ตราบใดที่ผมยังเป็นคนที่สโมสรต้องการ ผมทุ่มเทเต็ม 100% ให้กับ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมา ผมไม่ปฎิเสธหรอกนะ ว่าผมได้เจอกับช่วงเวลาที่ดีและร้ายมาตลอด 6 ปี จะว่าไปมันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน ... ความท้าทาย (ในการแย่ง 11 ตัวจริง) มันมีอยู่แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะยอมรับความจริงได้หรือเปล่า?  ท้ายที่สุดถ้าผมยังสำคัญกับทีม ผมก็อยากจะอยู่ต่อไป สำคัญที่สุดคือผมมีความสุขกับช่วงเวลานี้"

ทั้งหมดที่กล่าวมาจนถึงบรรทัดนี้ คือความสำคัญของ เดยัน ลอฟเรน ผู้เป็นตัวตลก, จุดอ่อน หรือ นักเตะที่ไม่ดีพอสำหรับบางคน ทว่าทุกคนย่อมมีความสำคัญในแบบของตัวเอง และทุกวันนี้ ลิเวอร์พูล รวมถึง เยอร์เกน คล็อปป์ ยังเห็นสิ่งนั้นในตัวเขาอยู่ ... นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไม ลอฟเรน จอมผิดพลาดจึงอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงเวลาที่เรียกว่า "ยุคทอง" ได้อย่างเต็มภาคภูมิ  

นี่คือความสำคัญของตัวตลกแห่ง ลิเวอร์พูล ผู้เป็นที่รักของเพื่อนร่วมทีมทุกคน 


Phtoo : www.reddit.com

ณ เวลานี้ ลิเวอร์พูล ยังคงเหลือโปรแกรมลงเล่นในพรีเมียร์ลีกให้หายคิดถึงกันอีก 6 นัด หลังจากวิ่งชนความสำเร็จที่รอคอยมาตลอด 30 ปี และแน่นอนว่าในช่วงนี้ โปรแกรมฟุตบอลยุโรปนั้นชุกชุมเป็นอย่างมาก เตะกันแทบจะวันเว้นวัน มีฟุตบอลคู่ใหญ่ๆ เวียนมาให้ดูจนตาแฉะ

อย่างไรก็ตาม บางสิ่งมากเกินไปก็ไม่ดี และฟุตบอลก็เช่นกัน ... เพราะมนุษย์เรามีตาแค่คู่เดียว การจะดูฟุตบอล 4-5 คู่ในคราวเดียวนั้นคงเป็นไปไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรล่ะ หากเรายังอยากเสพความมันและความเคลื่อนไหวของการแข่งขันได้แบบสดๆ ภายใต้เวลาและสมาธิที่มีจำกัด 

ทุกอย่างมีทางออก ... เพื่อให้อรรถรสการชมการเชียร์ฟุตบอลยังเต็มเปี่ยม อย่าลืมเข้าชมการรายงานผลการแข่งขันแบบ Real-Time สด, รวดเร็ว, แม่นยำที่สุด จาก LIVESCORE แพลตฟอร์ตรายงานผลฟุตบอล ซึ่งอยู่คู่คอลูกหนังทั่วโลกมายาวนานนับตั้งแต่ปี 1998 ที่มีให้เกาะติดผลฟุตบอลแทบทุกลีกทั่วโลก ไล่ตั้งแต่ลีกใหญ่อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, กัลโช เซเรีย อา อิตาลี, ลีกเอิง ฝรั่งเศส, บุนเดสลีกา เยอรมัน และ ลาลีกา สเปน หรือแม้แต่ ลีกอิสราเอล คุณก็ไม่พลาด! แน่นอน หากคุณเป็นคอบอลไทย ... ไทยลีกก็มีเช่นกัน!  

ดังเช่น ลอฟเรน ไม่ว่าจะลีกเล็กหรือนอกสายตาใครๆ แค่ไหน แต่ทุกลีกล้วนมีความสำคัญสำหรับใครสักคนเสมอ ... LIVESCORE เข้าใจ และจะเสิร์ฟผลบอลสดๆ ร้อนถึงหน้าจอของคุณอย่างด่วนที่สุด เท่าที่ใครจะมอบให้คุณได้ ที่นี่ www.livescore.com

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.fifa.com/news/lovren-we-can-go-far-if-we-re-brave
https://scroll.in/field/831351/in-liverpool-fcs-brave-new-documentary-dejan-lovren-asks-the-viewer-to-give-refugees-a-chance
https://www.whoateallthepies.tv/world_cup/275674/dejan-lovren-declares-himself-one-the-best-defenders-in-the-world-after-croatia-reach-world-cup-final.html
https://anfieldindex.com/28114/dejan-lovren-really-bad.html
https://www.sportsjoe.ie/football/farewell-dejan-lovren-defender-whose-passion-downfall-205041
https://www.mirror.co.uk/sport/row-zed/emre-can-dishes-dirt-liverpool-10041603



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง