mainstand

Feature

โมโมโนะสุเกะ : ภาพสะท้อนของลูกผู้ชายที่ต้องพยายามเดินตามรอย พ่อผู้เป็นวีรบุรุษแห่งชาติ



การเกิดมาเป็นลูกชายที่เติบโตภายใต้ร่มเงาของผู้เป็นพ่อที่สร้างความยิ่งใหญ่เอาไว้ คือความกดดันในแบบที่ใครก็ยากจะเข้าใจ ...


 

แม้จะร่ำรวย, มีอำนาจ และ มีบริวาร แต่ในทางกลับกัน ลูกชายผู้ของผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นจะต้องได้รับการเปรียบเทียบกับผู้เป็นพ่ออย่างเลี่ยงไม่ได้ และความกดดันจากการมองว่าเป็นลูกไม้หล่นไกลต้นนั้น มักจะทำให้ลูกชายหลายคนพยายามหลีกหนีจากสิ่งที่พ่อของตัวเองเคยทำ และสร้างแนวทางของตัวเองเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองนั้นมีดีอย่างไร

นี่คือเรื่องราวเช่นนั้นที่สะท้อนผ่านตัวละคร โคสึกิ โมโมโนะสุเกะ ในเรื่อง One Piece กับการเป็นลูกชายยอดซามูไรแห่งแคว้น วาโนะคุนิ และผู้เป็นแสงสว่างแห่งความหวังของประชากรในแคว้น ทั้งๆ ที่เขานั้นมีคาแร็คเตอร์ที่อ่อนแอและขี้ขลาด เขาจะหาทางพิสูจน์ตัวเองว่า "เขาสมควรเป็นลูกพ่อ" ได้อย่างไร? ติดตามกับ Main Stand ได้ที่นี่ 

***หมายเหตุ : SPOILER ALERT! มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญบางส่วนในเรื่อง One Piece 

 

การปรากฎตัวที่ชวนให้สงสัย 

โมโมโนะสุเกะ คือตัวละครที่ปรากฎออกมาในเรื่อง One Piece ครั้งแรกในช่วงตอนที่ 684 หรือศึกแห่งเกาะ พังค์ ฮาซาร์ด ที่มีตัวร้ายของเรื่องเป็น ซีซาร์ คลาวด์ นักวิทยาศาสตร์ที่กินผลปีศาจ "กาสึ กาสึ" หรือผลแก๊สเข้าไป 


Photo : aminoapps.com

ตัวของ โมโมโนะสุเกะ นั้นเปิดตัวในรูปแบบของเด็กที่ถูกจับมาทดลอง และได้กินผลปีศาจเทียมที่ ซีซาร์ สร้างขึ้น ก่อนจะได้พบกับกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางและได้รับการช่วยเหลือ ถูกปล่อยให้เป็นอิสระในเวลาต่อมา 

คาแร็คเตอร์ของ โมโมโนะสุเกะ ในตอนแรกจัดว่าเป็นตัวละครที่น่าหมั่นไส้คนหนึ่ง เพราะนอกจากจะเป็นตัวละครที่มีสเกลพลังอ่อนแอแล้ว เขายังเป็นเด็กที่ถือว่า "ปากเก่ง" ไม่ยอมใครง่ายๆ และเถียงคำไม่เคยตกฟาก เรียกได้ว่าสร้างความหัวร้อนให้กับกลุ่มหมวกฟางอยู่หลายฉากหลายตอนเลยทีเดียว 

หลังจากคว่ำ ซีซาร์ คลาวด์ ในเกาะ พังค์ อาซาร์ด ได้แล้ว โมโมโนะสุเกะ เปลี่ยนคาแร็คเตอร์ไปบ้าง มาในทางตัวละครสายตลกเฮฮา ไม่ได้มีพลังวิเศษอะไรที่พึ่งพาได้ แต่ก็ยังสร้างปริศนาให้กับผู้อ่าน ณ เวลานั้นว่า จริงๆ แล้วเด็กคนนี้เป็นใคร เพราะถึงแม้จะมีการกล่าวอ้างในเรื่องว่าเขาเป็นลูกชายของซามูไรอย่าง คินเอม่อน แต่ทั้งคู่ก็ทำตัวเหมือนไม่ได้เป็นพ่อลูกกันจริงๆ หนำซ้ำยังอยู่บนเรือของกลุ่มหมวกฟางตั้งหลายตอนทั้งๆ ที่ไม่ได้มีบทโดดเด่นอะไรเลย นอกจากการเป็นเด็กที่ไม่เอาไหน ชอบทำอะไรให้น่าหมั่นไส้ แม้จะมีความพยายามอยู่บ้าง แต่สุดท้ายแล้วสำหรับเด็กวัย 11 ขวบ โมโมโนะสุเกะ ก็ยังดูไม่มีแววจะเป็นตัวละครที่พลิกบทบาท พลิกเนื้อเรื่องได้เลย 


Photo : i1.wp.com

อย่างไรก็ตามเมื่อเรื่องราวผ่านเกาะสำคัญๆ 3 เกาะอย่าง พังค์ ฮาซาร์ด, โซ และ โฮล เค้ก จนกระทั่งมาถึงบ้านเกิดของ โมโมโนะสุเกะ อย่าง "วาโนะคุนิ" ทุกอย่างก็เฉลยว่า ทำไม โมโมโนะสุเกะ และ คินเอม่อน ต้องอยู่กับกลุ่มหมวกฟางและร่วมผจญภัยมาหลายต่อหลายเกาะ นั่นก็เพราะว่า โมโมโนะสุเกะ คือทายาทผู้สามารถสืบทอดตำแหน่งโชกุนที่แท้จริงของ วาโนะคุนิ เนื่องจากเป็นสายเลือดของ โคสึกิ โอเด้ง ไดเมียวแห่ง คุริ และ 1 ในสมาชิกของกลุ่มโจรสลัด ที่มีกัปตันอย่าง โกลด์ ดี โรเจอร์ ราชาแห่งโจรสลัดผู้ถูกประหารไปในตอนแรก และเป็นจุดเริ่มต้นของ One Piece นั่นเอง 

ในพาร์ทของ วาโนะคุนิ ผู้เขียนอย่าง อ. เออิจิโระ โอดะ นั้น พยายามบรรยายความแข็งแกร่งของ โคสึกิ โอเด้ง ไว้อย่างยิ่งใหญ่ เป็นยอดซามูไร, ยอดนักสู้, ผู้เสียสละ และ มีเสน่ห์เหลือล้น ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแต่คนชื่นชอบและให้ความเคารพ ดังนั้น มันจึงเป็นภาพที่ตรงกันข้าม เมื่อตัดมายังลูกชายของเขาอย่าง โมโมโนะสุเกะ ที่นอกจากความหยิ่งทะนงแล้ว ไม่เคยแสดงความกล้าหาญออกมาให้เห็นเลย และนั่นทำให้เกิดการเปรียบเทียบขึ้นมา ซึ่งทำให้ โมโมโนะสุเกะ เก็บความเจ็บปวดนี้เอาไว้เป็นเวลายาวนาน และพร้อมจะแก้ต่างข้อสงสัยดังกล่าวเมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง 

 

ภาระของการเป็นลูกชายของผู้ยิ่งใหญ่ 

หลังจากมีการเปิดเผยอดีตในการล่มสลายของตระกูลโคสึกิ ที่เกิดจากการหักหลังของ คุโรซึมิ โอโรจิ อดีตเด็กรับใช้โชกุน สุกี้ยากี้ (พ่อของ โอเด้ง) ที่ร่วมมือกับหนึ่งใน 4 จักรพรรดิอย่าง ไคโด แห่งกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูร มุมมองที่ผู้เขียนพยายามจะสื่อถึง โมโมโนะสุเกะ ก็เปลี่ยนไป จากเด็กที่ไม่เอาไหนสร้างแต่ปัญหาและน่ารำคาญ มีการเผยเหตุผลว่าครอบครัวของเขาผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาอย่างหนักหน่วงจนทำให้เขาเสียทั้งพ่อและแม่ไป หนำซ้ำเขาควรจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ เนื่องจากโดนไคโดจับตัวได้และตั้งใจจะฆ่าล้างโคตรเพื่อปิดตำนานตระกูลโคสึกิ แต่ความอ่อนแอของ โมโมโนะสุเกะ นั้นทำให้ไคโดผิดหวังถึงขีดสุด จนถึงขั้นฆ่าไม่ลงและปล่อยให้มีชีวิตต่อไปเลยทีเดียว


Photo : fancaps.net

"ฉันจำได้เลยว่าตัวเองเคยผิดหวังขนาดไหน ตอนที่รู้ว่าเด็กอย่างแกคือลูกชายของ โคสึกิ โอเด้ง" ไคโด ผู้ยิ่งใหญ่พูดกับ โมโมโนะสุเกะ ในท่าทางหมดสภาพ เนื่องจากโดนซ้อม และมัดเอาไว้อย่างหมดทางหนี 

การไว้ชีวิตด้วยการถูกหยามว่าอยู่ไปก็ไม่สามารถทำให้อะไรๆ เปลี่ยนแปลงได้ มันยิ่งกว่าการฆ่ากันให้ตายเสียด้วยซ้ำไป มันเป็นเหมือนการหยามเกียรติอย่างรุนแรง ตัวของ โมโมะ (โมโมโนะสุเกะ) นั้นก็ถูกเลี้ยงมาอย่าง ซามูไร และถือคติว่าความตายไม่น่าอับอายเท่ากับการอยู่อย่างไร้เกียรติ ซึ่งความทรงจำที่โดน ไคโด หมางเมินและเปรียบเทียบกับพ่อตัวเองว่าห่างชั้นและไร้แววยิ่งใหญ่เหมือนกับไม่ใช่พ่อลูกกัน คือความเจ็บแค้นและสะท้อนให้เห็นว่า การเป็นลูกคนใหญ่คนโตของสังคมบางครั้งก็ไม่ได้เป็นที่น่าอิจฉาเสมอไป  

แม้การเกิดในตระกูลชั้นสูงจะทำให้อยู่ดีกินดี แต่ในทางกลับกันนั้นก็มีคนพร้อมที่จะโค่นล้มอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งการเป็นลูกของชายผู้ยิ่งใหญ่นั้น มักจะมาพร้อมกับความกดดันและความคาดหวังว่า "ลูกชายต้องเก่งและยิ่งใหญ่เหมือนพ่อ" ทั้งๆ ที่ความจริงมนุษย์ทุกคนล้วนมีเส้นทางที่ตัวเองอยากเลือก เงินทอง และ อำนาจ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องการก็ได้ ...  

ไม่ว่าผู้ลูกจะหวังอะไรในอนาคต พวกเขาย่อมเจ็บปวดกับการโดนเปรียบเทียบทั้งสิ้น มันคือการเอามาตรฐานที่น้อยคนจะทำได้มาตัดสินใครสักคน หนำซ้ำการเปรียบเทียบเรื่องที่ยิ่งใหญ่กับเด็กคนหนึ่งดูจะเป็นอะไรที่ใจร้ายเกินไป เพราะมันเป็นเหมือนการตัดสินด้วยการเอาเส้นชัยของคนที่เดินทางไปถึงจุดมุ่งหมายแล้ว มากดดันกับคนๆ หนึ่งที่กำลังพยายามและเดินตามเส้นทางนั้น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ โมโมโนะสุเกะ มักจะโดนคำพูดจี้ใจดำประจำว่า "ทำไมเขาจึงอ่อนแอ แตกต่างกับพ่อผู้แข็งแกร่ง" นั่นเอง 

 

ความรับผิดชอบที่บีบให้ต้องพยายาม 

อย่างไรก็ตาม นอกจากความกดดันและความคาดหวังที่สูงปรี๊ด จนทำให้ชีวิตต้องวุ่นวายและยากที่จะเอ้อระเหยลอยชายได้แล้ว การเป็นลูกของผู้ยิ่งใหญ่ก็มีประโยชน์ในอีกด้านหนึ่งเช่นกัน เพราะมันเป็นเหมือนกับการมีแต้มต่อเหนือคนทั่วไป ในกรณีของ โมโมโนะสุเกะ นั้น แม้ว่าเขาจะอ่อนแอไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่เหมือนพ่อไม่ได้ เนื่องจากเขามีกลุ่มผู้สนับสนุนที่พร้อมถวายหัวและรับใช้เขาเพียงเพราะเขาเป็นลูกชาย และเป็นผู้สืบทอดตระกูล โคสึกิ ต่อจาก โอเด้ง โดยไม่มีเงื่อนไข 


Photo : onepiece.fandom.com

สิ่งที่ โอเด้ง ทำเพื่อคนอื่นๆ ในอดีต กลายเป็นบุญคุณที่ทำให้มีคนพยายามจะช่วยเหลือ โมโมโนะสุเกะ ตลอดเวลา เช่น กลุ่ม 9 ปลอกดาบแดง, กลุ่มโจรสลัดที่เคยรู้จักกับโอเด้ง, เผ่ามิ้งค์ และแม้แต่พันธมิตรนินจา เป็นต้น 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ติดตามเหล่านี้ต่อให้มากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากผู้ยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ยอมทำตัวให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจ และความจงรักภักดี เพราะสุดท้ายแล้วต่อจะให้เคารพพ่อขนาดไหน แต่ถ้าลูกชายไม่เอาไหน และไม่มีแววของผู้เป็นพ่อซ่อนอยู่ ก็ป่วยการที่จะรับใช้เพราะมันไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้อยู่ดี 

แต่สำหรับโมโมโนะสุเกะ นั้น แม้หลายฉากเขาจะแสดงความอ่อนแอให้คนอ่านได้ชวนหงุดหงิด แต่ อ. โอดะ ก็ซ่อนพัฒนาการของเขาเอาไว้เรื่อยๆ เช่น การมีจิตวิญญาณของ ซามูไร หยิ่งทะนงในเกียรติของตัวเอง ซึ่งเห็นชัดที่สุดในตอนเปิดตัวของเขาที่ พังค์ ฮาซาร์ด ซึ่ง โมโมะ ไม่ยอมกินอาหารที่ ซีซาร์ คลาวด์ เตรียมมาให้แม้จะหิวแค่ไหนก็ตาม ด้วยเหตุผลของการไม่ยอมเสียเกียรติแบบบูชิโด  


Photo : @LandOfWano

ซึ่งการถือเกียรติของตัวเอง ทำให้ โมโมโนะสุเกะ รอดจากการกิน "แคนดี้" หรือลูกอมผสมสารพิษ ซึ่งทำให้เด็กคนอื่นๆ ที่กินมันกลายพันธุ์กลายเป็นเด็กยักษ์ และมีปัญหาด้านสุขภาพ จุดนี้เองทำให้ โมโมโนะสุเกะ ทนแบกความหิวจนสุดท้ายต้องไปแอบขโมยกินผลไม้ปีศาจเทียมที่เป็นผลของมังกร ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าคุณสมบัติของผลไม้ปีศาจนี้คืออะไร แต่ในอนาคตหากมันจะมีประโยชน์ และถ้าหากผลปีศาจเทียมนี้ทำให้เกิดพลังที่แข็งแกร่งขึ้น ก็จะทำให้พลังที่ได้มาช่วยให้เขาบรรลุเส้นทางที่เลือกได้มากขึ้นอีกดว้ย 

ซึ่งเส้นทางที่เขาเลือก คือการพยายามกอบกู้ตระกูล โคสึกิ กลับมา และปกป้องแคว้นวาโนะคุนิให้กลับมาสงบสุขและเปิดประเทศอีกครั้ง ที่เป็นความฝันเดียวกับ โอเด้ง พ่อของเขา ซึ่งยิ่งเมื่อแต่ละตอนผ่านไป โมโมโนะสุเกะ ก็เริ่มแสดงความเข้มแข็งออกมาให้เห็นเรื่อยๆ  จนกระทั่งถึงตอนที่เหตุการณ์ของเกาะวาโนะคุนิเข้มข้นที่สุด โมโมโนะสุเกะ ก็ทำให้ผู้ติดตามของ โอเด้ง เชื่อว่า เขาพร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างเต็มตัว  

 

จงแข็งแกร่งในแบบของเรา 

ในช่วงที่กลุ่มพันธมิตรโจรสลัด และ ซามูไร รวมตัวกันเป็นหนึ่งเพื่อโค่นกลุ่มของ ไคโด ทำรัฐประหารโชกุน โอโรจิ และเข้าใกล้ความจริงในการปฎิบัติภารกิจมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ถึงฉากวัดใจ เมื่อมีการเปิดเผยหนอนบ่อนไส้ที่จ้องจะทำลายภารกิจนี้ นั่นก็คือคุโรซึมิ คันจูโร่ หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม 9 ปลอกดาบแดง และอดีตผู้รับใช้ของโอเด้ง ที่แฝงตัวเข้ามาตั้งแต่แรก 


Photo : www.alfabetajuega.com

ผู้กบฎอย่าง คันจูโร่ สามารถจับตัว โมโมโนะสุเกะ ได้ และนั่นทำให้ทุกอย่างแทบจะจบเรื่องหากทุกคนไม่สามารถช่วย โมโมะ ได้ เพราะเขาคือทายาทที่แท้จริง และหากครั้นจะตามไปช่วย โมโมะ ที่โดนจับ แผนการที่เตรียมมาอย่างยาวนานก็ต้องพังทลาย  นั่นจึงได้เวลาที่ทำให้ โมโมโนะสุเกะ ฉายแววของการเป็นผู้นำขึ้นมาให้เห็นบ้าง

จากการเป็นคนขี้กลัว โมโมโนะสุเกะ ที่ถูกจับตัวไปได้ ตะโกนบอกกับทุกคนที่กำลังปฏิบัติการ ซึ่งกำลังสับสนว่าจะเอาอย่างไรกับสถานการณ์ตอนนี้ดีว่า ไม่ต้องสนใจเขา จงตั้งใจปฎิบัติตามแผนที่เตรียมมาให้ได้ เพราะตัวของเขาจะพยายามหนีจากการจับกุมด้วยตัวเอง ... ซึ่ง ณ เวลานั้นเป็นการตะโกนบอกทุกคนด้วยน้ำตาแห่งความกล้าหาญที่ปะปนไปกับความกลัว เพราะจริงๆ เขาก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหนีจากการโดนจับนี้อย่างไร เพียงแต่ต้องแสร้งแสดงความเข้มแข็งเพื่อให้ทุกอย่างได้เดินหน้าต่อไป 

การแสดงความเข้มแข็งของ โมโมโนะสุเกะ ที่เป็นเหมือนแสงแห่งความหวังของแคว้นวาโนะคุนิ กลายเป็นเหมือนการส่งกำลังใจให้กับกลุ่มพันธมิตรที่กำลังจะรัฐประหารการปกครองของโชกุน โอโรจิ และ โค่นล้ม ไคโด ทุกคนฮึกเหิมและเริ่มปฎิบัติตามแผนที่วางไว้จน ณ สปอยล์ตอนปัจจุบัน กลุ่มพันธมิตรก็เข้าใกล้ ไคโด และ โชกุน โอโรจิ มากขึ้นเรื่อยๆ และใกล้เข้าสู่จุดพีกของภาคนี้แล้ว ... 


Photo : www.cultture.com

ต่อจากนี้ไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป แต่บทบาทของ โมโมโนะสุเกะ เปลี่ยนไปแล้ว จากเด็กเพี้ยนที่ไม่เอาไหนแถมยังขี้กลัว เขาเริ่มทำตัวเป็นลูกผู้ชายและเข้าใจสิ่งที่เกิดรอบตัวขึ้นมาบ้าง เขาแสดงความเข้มแข็งในแบบของตัวเอง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่คนต่อสู้เก่งกาจอะไร หากเปรีบเทียบกับ โอเด้ง ในวัยเดียวกันแล้วก็ต้องบอกว่าห่างกันลิบลับ โดยมีการกล่าวอ้างว่า โอเด้ง ในวัย 15 ปี สู้กับผู้ชายทั้งเมืองได้ด้วยตัวคนเดียวมาแล้ว 

ณ ตอนนี้ โมโมโนะสุเกะ ทำภารกิจสำเร็จไปอย่างหนึ่ง นั่นคือการไม่ต้องเป็นตัวถ่วงและทำให้ทุกคนเสียแผน จากที่เตรียมการมากว่า 20 ปี เขากำลังเริ่มเรียนรู้การเป็นลูกผู้ชายทีละนิดๆ เริ่มรู้จักเข้มแข็ง เชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อมั่นในพลังของเพื่อนๆ ซึ่งในตอนนี้เขาอายุแค่ 11 ปีเท่านั้น และการได้ผ่านประสบการณ์ในศึกใหญ่ขนาดนี้ อาจจะทำให้ โมโมโนะสุเกะ เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งหลังจากจบภาค วาโนะคุนิ ก็เป็นได้ 

จะเห็นได้ว่านับตั้งแต่การปรากฎตัวครั้งแรกจนถึงสปอยล์ตอนปัจจุบัน โมโมโนะสุเกะ เป็นตัวละครที่มีพัฒนาการมากขึ้นเรื่อยๆ ความเข้าใจในบทบาทและความสำคัญของตัวเอง รวมถึงสิ่งที่เขาต้องทำจากการเป็นลูกชายของ โคสึกิ โอเด้ง ผู้ยิ่งใหญ่ ทำให้เขาเริ่มทำในสิ่งที่ถูกต้อง และไม่เป็นสิ่งที่ขัดใจแฟน ๆ อีกต่อไป 

แม้จะไม่ถึงขั้นเกิดมาเก่งกาจ ยิ่งใหญ่ และแข็งแกร่งเหมือนพ่อ แต่ โมโมโนะสุเกะ ก็พยายามเข้มแข็งในแนวทางของตัวเอง เริ่มรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่เขาไม่สามารถหนีได้... แม้จะถูกยัดเยียดหลายสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองเป็นในครั้งแรก แต่ทัศนคติและความพยายามนั้น คือ สิ่งสำคัญที่สุด ที่ทำให้เขาเกิดความมั่นใจแก่ผู้ติดตามทุกคนว่า พวกเขาเลือกคนที่ติดตามไม่ผิดเลย 


Photo : JoyBoy TV

จากการพยายามฝึกฝนวิชาดาบในหลายๆ ตอน การเป็นนักอ่านโพเนกลีฟได้ (บนจักรวาล One Piece มีไม่กี่คน) รวมถึงการพยายามเรียนรู้เพื่อเลิกร้องไห้เมื่อเจอปัญหา และมุ่งมั่นแก้มันด้วยสัญชาตญาณในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่ง 

การเป็นลูกชายของผู้ยิ่งใหญ่นั้นไม่อาจจะหนีการถูกเปรียบเทียบและความกดดันได้ หนำซ้ำยังอาจจะทำให้โดนปรามาสว่าเป็นคนไม่เอาไหน แต่สุดท้ายแล้วการพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางที่ตนเองเป็น ก็เป็นหนึ่งแนวทางในการลบคำสบประมาทได้เช่นกัน เหมือนกับที่ โมโมโนะสึเกะ ทำ... ความแข็งแกร่งของเขากำลังทำให้กองกำลังที่ โอเด้ง ภูมิใจนักภูมิใจหนา เข้าใกล้การพลิกหน้าประวัติศาสตร์ของ วาโนะคุนิ และถ้าหากภารกิจนี้สำเร็จ มันจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองครั้งสำคัญของ โมโมโนะสึเกะ อย่างแท้จริง   

 

แหล่งอ้างอิง : 

https://onepiece.fandom.com/wiki/Kozuki_Momonosuke
https://onepiece.fandom.com/wiki/Talk:Kozuki_Momonosuke
https://www.opfanpage.com/2020/04/11/why-momonosuke-should-join-the-straw-hat-pirates/
https://comicbook.com/anime/news/one-piece-manga-the-birth-of-momonosuke/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง