mainstand

Feature

Toyota Cresta : รถบ้านธรรมดาที่โลกจดจำเพราะพังเป็นว่าเล่นในมังงะเรื่อง GTO



Toyota AE86 จากมังงะเรื่อง Initial D, Mazda RX-7 FD3S จากเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนัน, Nissan Silvia S13 จากเรื่อง Jigoro Jigorou หรือในชื่อไทย อ้วนซ่าขาซิ่ง เหล่านี้คือตัวอย่างรายชื่อรถยนต์ที่ขึ้นหิ้งกลายเป็นรถคลาสสิคตลอดกาล โดยมีเหตุผลส่วนหนึ่งจากการปรากฏตัวอยู่ในมังงะชื่อดัง 


 

อย่างไรก็ตามด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่เท่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับสมรรถนะความแรงที่ไม่ธรรมดา รวมถึงสร้างชื่อในการแข่งขันรายการต่างๆ ดังนั้นต่อให้จะไม่ได้มีบทบาทในมังงะเรื่องไหนเลย แต่รถเหล่านี้ก็ประสบความสำเร็จ ขึ้นแท่นเป็นรถระดับตำนาน ประทับอยู่ในความทรงจำของผู้คนอยู่แล้ว แตกต่างจากรถที่เราหยิบยกมากล่าวถึงในวันนี้โดยสิ้นเชิง

เนื่องจาก Toyota Cresta คือรถที่มีรูปลักษณ์ภายนอกเป็น "รถบ้าน" สำหรับการใช้งานภายในครอบครัวอย่างชัดเจน ไม่มีกลิ่นอายความเป็นรถสปอร์ตเลยอยู่แม้แต่น้อย ถึงแม้จะเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จในเรื่องยอดขาย แต่ถ้าจะบอกว่ามันคือ "รถสุดเท่ในความทรงจำ" ก็คงไม่ใกล้เคียงเท่าไรนัก

อย่างไรก็ตามด้วยบทบาทโลกไม่ลืมของ Toyota Cresta ในมังงะชื่อดังแห่งยุค 90's-2000's อย่างเรื่อง ​Great Teacher Onizuka หรือ GTO คุณครูพันธุ์ดุ กลับทำให้รถบ้านธรรมดาๆ รุ่นนี้กลายเป็นรถในความทรงจำของเหล่านักอ่านไปในทันที จนกระทั่งวันนี้ที่เวลาเคลื่อนผ่านไปหลายศตวรรษแล้วแต่คนก็ยังพูดถึงมันอยู่

Toyota Cresta มีความเป็นมาอย่างไร และบทบาทของมันในมังงะเรื่อง GTO เป็นเช่นไร ติดตามได้ที่ Main Stand

 

ความหรูหราในราคาที่เอื้อมถึง

Cresta คือชื่อซีรี่ส์รถยนต์จากค่าย Toyota ที่มีการผลิตออกมาในช่วงปี 1980-2001 และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรกใน Toyota Vista Store เดือนเมษายน ปี 1980 


Photo : www.imcdb.org

เป้าหมายของการผลิต Cresta คือการสร้างซีรี่ส์รถยนต์ซีดานรูปลักษณ์หรูหรา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับตัวเอง โดยที่ไม่ต้องจ่ายแพงจนเกินไป ไม่ต้องเสียภาษีเกินความจำเป็น และสำหรับคนที่งบประมาณไม่อาจเอื้อมถึง Crown รถหรูระดับหัวแถวของค่ายสามห่วง

"เราต้องการสร้างซีรี่ส์รถยนต์ซีดานที่มีความหรูหรา อยู่ในระดับที่รองลงมาจาก Crown" อิจิ โตโยดะ (Eiji Toyoda) ผู้บริหารของ Toyota ในขณะนั้นกล่าว

เนื่องจากรุ่น Crown นั้นถือเป็นรถยนต์ที่มีราคาค่อนข้างสูง นอกจากนั้นผู้ซื้อยังต้องจ่ายภาษีในอัตราที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไรนัก (ในช่วงเวลาดังกล่าว กฎหมายประเทศญี่ปุ่นได้กำหนดให้ยานพาหนะที่มีขนาดเครื่องยนต์เกินกว่า 2,000 ซีซี ขนาดยาวกว่า 4.7 เมตร (15.4 ฟุต) กว้าง 1.7 เมตร (5.6 ฟุต) และสูง 2 เมตร (6.6 ฟุต) ต้องจ่ายภาษีในอัตราที่มากขึ้นกว่าเดิม) ดังนั้น Cresta จึงถูกรังสรรค์ออกมาให้เป็นรถซีดานที่ไม่โอ่อ่าใหญ่โตแบบ Crown แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งภาพลักษณ์ความหรูหรา

โดยคำว่า Crown นั้นหมายถึงมงกุฎ แสดงออกถึงความยิ่งใหญ่ ตระการตา มีภาพลักษณ์แบบพระราชา ส่วน Cresta ที่เป็นน้องเล็กลงมา ก็มีความหมายในภาษาอิตาลีและภาษาสเปนว่าเครื่องประดับชนิดหนึ่งที่ใช้ประดับบนหมวกของเหล่าขุนนาง แสดงถึงความเกี่ยวข้องของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นอย่างชัดเจน

ในส่วนของโมเดลภายนอกนั้น Cresta ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถรุ่นพี่จากค่ายเดียวกันอย่างรุ่น Mark II และ Cressida อย่างชัดเจน โดยทางฝ่ายผลิตได้นำโมเดลของทั้งสองรุ่นมาเป็นต้นแบบ ก่อนจะมีการดัดแปลง ปรับแต่งในบางจุดจนออกมาเป็น Cresta


Photo : meisha.co.jp

Cresta ประสบความสำเร็จในเรื่องยอดขายอย่างถล่มทลาย ถือเป็นรถบ้านยอดนิยมอันดับต้นๆ ในช่วงยุค 80's-90's โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น การันตีได้จากระยะเวลาการผลิตที่ยาวนานถึง 21 ปี มีเจเนเรชั่นย่อยออกมาอีกถึง 5 โมเดล 

นอกจากนั้นการประสบความสำเร็จของ Cresta ยังเป็นประกายไฟสำคัญในการจุดไอเดียโปรเจ็คท์ "F1" (ย่อมาจากคำว่า Flagship และ No. 1 Vehicle) ให้ลุกโชน เป้าหมายของโปรเจ็คท์นี้คือการสร้างรถยนต์ซีดานภาพลักษณ์หรูหราออกมาเพื่อตีตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในโลกตะวันตก ซึ่งต่อมา โปรเจ็คท์นี้ก็ได้ต่อยอดออกไปเป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์ในชื่อ Lexus นั่นเอง

 

Cresta 5 ช่วงยุคสมัย

X50-X60 Series : รุ่นบุกเบิกของ Cresta ผลิตและออกวางจำหน่ายในช่วงปี 1980-1984 เป็นรถยนต์ซีดาน 4 ประตู Hardtop (เสาหลังคาของรถสูงถึงแค่ขอบประตู ไม่มีเสายึดค้ำระหว่างหน้าต่างรถ) โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบฮาโลเจน ที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ความหรูหราและทันสมัยในสไตล์คล้ายคลึงกับรถยนต์จากยุโรป มาพร้อมกับเครื่องยนต์วางด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง โดยมีทั้งหมด 3 แบบ แต่เป็นขนาด 2.0 ลิตรทั้งหมด


Photo : www.car.info

 

X70 Series : หลังจากเจเนเรชั่นแรกประสบความสำเร็จอย่างงดงาม X70 จึงถือเป็นการสานต่อความสำเร็จของ Cresta มีช่วงการผลิตและวางจำหน่ายในช่วงปี 1984-1988 เจเนเรชั่นนี้ได้รับการอ้างอิงด้านโครงสร้างมาจากรุ่น Mark II แบบเต็มๆ โดยมาในรูปแบบของรถยนต์ซีดาน 4 ประตู โฉบเฉี่ยวหรูหรา


Photo : carsot.com

กิมมิคสำคัญคือกระจกมองข้างในสไตล์ตะวันตก ที่ติดตั้งบริเวณขอบประตูหน้า แทนที่จะเป็นบังโคลนเหนือล้อหน้า ทำให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น นอกจากนั้นผู้ขับขี่ยังสามารถปรับองศาได้ด้วยระบบไฟฟ้า 

ในส่วนของเครื่องยนต์มีการอัปเกรดจากเจเนเรชั่นแรก โดยมีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร และดีเซล 2.4 ลิตร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีขุมพลังเทอร์โบให้เลือกด้วย

 

X80 Series : เจเนเรชั่นที่ 3 ของ Cresta ที่มีการผลิตและวางจำหน่ายในช่วงปี 1988–1992 รุ่นนี้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือการเป็นรถยนต์ซีดานแบบธรรมดา ได้นำโครงสร้างในส่วนของ Hardtop ออกไป ในส่วนของเครื่องยนต์นั้น มีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร, 2.5 ลิตร และ 3.0 ลิตร และดีเซล 2.4 ลิตร ซึ่งส่วนใหญ่ก็หยิบยกมาจากคู่แฝดอย่าง Mark II และ Chaser นั่นเอง


Photo : wheelsage.org

 

X90 Series: Cresta ยังคงเดินทางมาเรื่อยๆ จนถึงเจเนเรชั่นที่ 4 โดยโมเดลนี้มีระยะเวลาการผลิตอยู่ในช่วงปี 1992–1996 ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ใช้ต้นแบบจากรุ่น Mark II และ Chaser แบบเต็มๆ 


Photo : carsot.com

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน X90 Series คือขนาดของตัวรถที่ใหญ่ขึ้น ถึงขั้นที่ว่าโมเดลนี้ของ Cresta ไม่ได้จัดอยู่ในหมวดหมู่ของ Compact Car หรือรถยนต์ขนาดกะทัดรัด (ตามกฎหมายของญี่ปุ่น) อีกต่อไป นอกจากนั้นในส่วนของเครื่องยนต์ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเช่นกัน โดยขนาดใหญ่สุดคือ 3.0 ลิตร

โดย Cresta X90 Series มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้ง เบนซิน 1.8 ลิตร, 2.0 ลิตร, 2.5 ลิตร และ 3.0 ลิตร รวมถึงดีเซล 2.4 ลิตร อีกด้วย

 

X100 Series: ซีรี่ส์ส่งท้ายสำหรับรุ่น Cresta โดยมีการผลิตอยู่ในช่วงปี (1996–2001) ซึ่งในส่วนรูปลักษณ์ภายนอกนั้นไม่แตกต่างจาก X90 Series มากนัก มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้ง เบนซิน 2.0 ลิตร, 2.5 ลิตร และ 3.0 ลิตร รวมถึงดีเซล 2.4 ลิตร อีกด้วย


Photo : mods.club

โดยซีรี่ส์ X100 Series นี่แหละคือรถที่ปรากฎอยู่ในมังงะเรื่อง GTO ซึ่งถึงแม้จะไม่มีการระบุอย่างชัดเจนว่า Cresta คันดังกล่าวคือโฉมไหน แต่จากการนำภาพมาพิจารณาอย่างละเอียด ประกอบกับข้อมูลจากหลายแหล่งระบุตรงกันว่า คือโฉมที่ผลิตในปี 1998

 

บทบาทใน GTO

*หมายเหตุ การปรากฏของ Toyota Cresta ในฉบับมังงะและอนิเมะนั้นมีข้อแตกต่างกันอยู่หลายจุด โดยในบทความนี้จะยึดตามฉบับมังงะเป็นหลัก

Toyota Cresta ปรากฎในมังงะเรื่อง GTO ในฐานะรถของ ฮิโรชิ อุจิยามาดะ รองผู้อำนวยการแห่งโรงเรียนมัธยมเซริน และถือเป็นตัวละครไม้เบื่อไม้เมากับ โอนิสึกะ เอคิจิ พระเอกของเรื่องอย่างแท้จริง


Photo : egloos.com

Toyota Cresta เป็นรถที่เขาแสนจะภาคภูมิใจ เพราะสำหรับ อุจิยามาดะ แล้ว รถคันนี้เปรียบเสมือนรางวัลตอบแทนสำหรับการก้มหน้าก้มตาทำงานมาหลายสิบปี ดังนั้นตามท้องเรื่องเราจึงได้เห็นเขาหมั่นเช็ดถู ทำความสะอาดรถราวกับเป็นคนในครอบครัวคนหนึ่งเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามดังที่กล่าวไปข้างต้นว่า Toyota Cresta ไม่ว่าจะโฉมไหน โมเดลใด ถึงแม้จะมีความหรูหราแต่ก็ไม่ใช่รถยนต์ที่ "ดูเท่" เท่าไรนัก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเนื่องจากมันเป็นรถยนต์ที่ถูกผลิตออกมาเพื่อการใช้งานในครอบครัว 

ดังนั้นเหตุผลที่นักอ่านทุกคนจดจำรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี ก็เพราะบทบาทในเรื่อง นั่นคือบทบาท "กระสอบทราย" ... Toyota Cresta ของ ฮิโรชิ อุจิยามาดะ เป็นรถยนต์ที่พังบ่อยที่สุดในเรื่องก็ว่าได้ ถึงขั้นที่ว่าบริษัทประกันไม่ยอมรับเคลมอีกต่อไป เป็นเหมือนมุกตลกร้ายประจำเรื่องที่อาจารย์ โทรุ ฟุจิซาวะ ผู้เขียนตั้งใจใส่เอาไว้ 

"Cresta ของชั้นนนนนนนนนนนน" ประโยคประจำตัวของ อุจิยามาดะ ที่เขาจะพูดออกมาทุกครั้งที่เห็นรถสุดหวงแหนของเขาพังลงต่อหน้าต่อตา โดยตลอดทั้งเรื่อง อุจิยามาดะ ต้องเจอกับเหตุการณ์ชวนใจสลายแบบที่ว่าถึง 6 ครั้งเลยทีเดียว

ครั้งแรก เกิดขึ้นในมังงะฉบับรวมเล่มฉบับที่ 2 ตอนที่ 13 เป็นเหตุการณ์ที่ โอนิซึกะ เข้าไปช่วยนักเรียนชื่อ โนโบรุ โยชิกาว่า ที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการกระโดดลงมาจากดาดฟ้าอาคารเรียน ก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะตกใส่หลังคา Cresta คันงามของ อุจิยามาดะ เต็มๆ ทำให้รถคันใหม่เอี่ยมพังยับเยินในชั่วพริบตา แต่โชคดีที่ทั้ง โอนิซึกะ และ โยชิกาว่า ปลอดภัย 

Photo : mangajar.com

ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในมังงะรวมเล่มฉบับที่ 3 ตอนที่ 21 หลังจากที่ อุจิยามาดะ นำ Cresta ไปซ่อมเสร็จเรียบร้อย รถของเขากลับมาใหม่เอี่ยมอ่องอีกครั้ง และเขาก็ได้วางแผนจะพาลูกสาวและภรรยานั่งรถคันนี้ไปปิคนิคด้วยกัน แต่หลังจากนั้นเรียกได้ว่าเป็นภาพฉายซ้ำ โยชิกาว่า ที่รอดจากการฆ่าตัวตายครั้งแรก เขายังคงโดนเพื่อนร่วมชั้นบูลลี่อย่างหนัก จนตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการกระโดดลงมาจากดาดฟ้าอาคารเรียนอีกครั้ง และก็เป็น โอนิซึกะ ที่มาช่วยได้ทันเวลาเช่นเดิม ร่างของทั้งคู่ปะทะกับหลังคา Cresta เข้าอย่างจัง ผลลัพธ์คือ โอนิซึกะ แขนหัก ส่วน Cresta ก็กลายสภาพเป็นเศษเหล็กเข้าอู่อีกครั้ง โชคดีที่ อุจิยามาดะ ซึ่งอยู่ในรถ หนีออกมาได้ทันราวปาฏิหารย์

ครั้งที่ 3 เกิดขึ้นในมังงะรวมเล่มฉบับที่ 8 ตอนที่ 66 เป็นเหตุการณ์ที่ โอนิซึกะ ได้ลักพาตัว อุรุมิ คันซากิ ไปเพื่อจะสั่งสอนบทเรียนบางอย่างให้แก่เธอ ก่อนที่ โยชิโตะ คิคุจิ, คุนิโอะ มุราอิ, ทาดากิ คุซาโนะ และ โคจิ ฟุจิโยชิ 4 เพื่อนร่วมห้อง จะตัดสินใจนำกุญแจรถ Cresta ของ อุจิยามาดะ มา และสตาร์ตรถไล่ตามไปด้วยความเป็นห่วง อย่างไรก็ตามเนื่องจาก คิคุจิ เคยแค่ขับรถในเกม Gran Turismo เท่านั้น หลังจากนั้นขับไปได้ไม่นาน Cresta คันดังกล่าวก็ได้ตกลงสู่แม่น้ำ เป็นฝันร้ายอีกครั้งของ อุจิยามาดะ

ครั้งที่ 4 เกิดขึ้นในมังงะรวมเล่มฉบับที่ 17 ตอนที่ 140 นี่น่าจะเป็นครั้งเดียวที่ อุจิยามาดะ ต้องโทษตัวเองว่าเป็นคนส่ง Cresta กลับคืนสู่บ้านหลังที่ 2 (อู่ซ่อมรถ) โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นตอนที่ อุจิยามาดะ ควบ Cresta ไล่ตาม โอนิซึกะ ที่ขี่ Kawasaki Z750 (Z2) อย่างไม่คิดชีวิต เพราะถ้าเขาไล่ไม่ทัน หน้าที่การงานของเขาอาจถึงคราวต้องจบเห่ แต่ก็อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า โอนิซึกะ เป็นอดีต "คู่หูโอนิบาคุ" เป็นชายที่ได้รับการกล่าวขานว่าเร็วที่สุดในโชนัน มีหรือที่ฝีมือการขับรถของอาจารย์วัยใกล้เกษียณอย่าง อุจิยามาดะ จะตามทัน และก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในตอนสุดท้าย Cresta ที่ขับชนนู่น ชนนี่ มาตลอดทางจะสิ้นสภาพไปอีกคำรบ


Photo : kikuchifan34.tripod.com

เหตุการณ์นี้มีเกร็ดที่น่าสนใจ คือการที่อาจารย์ โทรุ ฟุจิซาวะ ผู้เขียนได้การอ้างอิงถึงมังงะเรื่อง Initial D ในตอนที่ อุจิยามาดะ พูดว่า "Phantom Cresta" ออกมา ซึ่งเป็นการล้อกับ "Phantom 86" หรือ "86 ปีศาจ" รถ Toyota AE86 ของ ทาคุมิ ฟูจิวาระ ที่ทำเอา เคสึเกะ ทาคาฮาชิ ประสาทแทบกินหลังโดนแซงอย่างหน้าตาเฉยในช่วงแรกๆ ของเรื่อง อันนำมาซึ่งการที่ทาคุมิต้องแข่งซิ่งลงเขาครั้งแรกในเวลาต่อมานั่นเอง 

ครั้งที่ 5 เกิดขึ้นในมังงะรวมเล่มฉบับที่ 22 ตอนที่ 181 เป็นอีกครั้งที่ Cresta ของ อุจิยามาดะ กลายเป็นเบาะรองสำหรับการฆ่าตัวตายของนักเรียน เพียงแต่คราวนี้ไม่ใช่ โยชิกาว่า แต่เป็น โอโนะเดระ นักเรียนห้อง B ที่ถูกกลั่นแกล้งโดยมีมือมืดส่งอีเมล์บอกคนทั้งโรงเรียนว่าเธอเป็น "โสเภณี" ร่างของ โอโนะเดระ ร่วงลงมาใส่หลังคา Cresta เต็มๆ โชคดีที่ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่โชคร้ายสำหรับ อุจิยามาดะ อีกตามเคย


Photo : kikuchifan34.tripod.com

ครั้งที่ 6 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เกิดขึ้นในมังงะรวมเล่มฉบับที่ 23 ตอนที่ 189 โดยก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น บริษัทประกันได้แจ้งกับ อุจิยามาดะ ว่า จะไม่คุ้มครอง Cresta คันนี้แล้ว เนื่องจากพวกเขาเสียเงินในการเคลมไปแล้วกว่า 1.5 ล้านเยน ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน อุจิยามาดะ จึงแก้ปัญหาโดยการนำแผ่นรองรับแรงกระแทกลักษณะคล้ายแพยางมาวางไว้บนหลังคา (แต่สำหรับผู้อ่านรวมถึงเราเองนั้น คิดว่าวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการย้ายรถไปจอดที่อื่นมากกว่า)  

อย่างไรก็ตาม ในตอนสุดท้ายก็เป็น โอนิซึกะ ที่เข้าไปช่วยตัวละคร มิยาบิ ไอซาว่า เอาไว้ ก่อนที่ทั้งคู่จะตกลงมาบนหลังคารถ และถึงจะมีแผ่นรองรับแรงกระแทก แต่ก็ไม่สามารถช่วยรักษาชีวิตของ Cresta คันงามเอาไว้ได้ ส่วน โอนิซึกะ และ ไอซาว่า ทั้งคู่ปลอดภัยดี 

บทบาทของ Toyota Cresta ใน GTO สิ้นสุดลงในเล่ม 23 ซึ่งถูกตีพิมพ์ออกมาในปี 2001 สอดคล้องกับช่วงเวลาที่ Toyota ยุติการผลิต และทำการตลาดรถซีรี่ส์นี้พอดี โดยหลังจากนั้น อุจิยามาดะ ก็ได้รถยนต์คันใหม่เป็น Toyota Crown Royal Saloon โดยปรากฏออกมาในภาค 14 Days in Shonan (ไม่มีการระบุโฉมและปีอย่างเป็นทางการ แต่คาดการณ์จากภาพ น่าจะเป็นรหัสตัวถัง S200 โฉมปี 2008-2010) ซึ่งก็ไม่วายที่จะพังยับเยินอีกเช่นเคย


Photo : gto.fandom.com

จากเหตุการณ์ที่เล่ามาทั้งหมด เชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจอย่างกระจ่างแล้วว่าทำไมรถบ้านที่ดูธรรมดาอย่าง Toyota Cresta ถึงกลายเป็นรถที่ประทับอยู่ในความทรงจำนักอ่านอย่างไม่รู้ลืม 

เพราะถ้า Kawasaki Z750 (Z2) ของโอนิซึกะ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความเท่ ความบ้าบิ่นของมังงะเรื่อง GTO แล้วล่ะก็ ... Toyota Cresta ของ อุจิยามาดะ ก็คงเป็นสัญลักษณ์แห่งความวายป่วง ความบ้าบอ ที่อยู่ด้านตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงนั่นเอง

 

แหล่งอ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Toyota_Cresta
https://www.sbtjapan.com/kp-toyota-cresta-review
https://www.toyota-global.com/company/history_of_toyota/75years/vehicle_lineage/car/id60006182/index.html
https://gto.fandom.com/wiki/Hiroshi_Uchiyamada
http://kikuchifan34.tripod.com/gtocresta.html



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง