mainstand

Feature

โลกลูกหนังใบใหม่ : New Normal ในกีฬาฟุตบอลจะเป็นอย่างไรหลัง COVID-19?



ย้อนไปตอนต้นปี 2020 หากมีคนพูดว่า ปีนี้ฟุตบอลจะต้องหยุดการแข่งขัน อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีแฟนบอลคนไหน ได้รับอนุญาตให้ชมเกมการแข่งขันในสนาม คงไม่มีใครเชื่อกับคำพูดนี้


 

แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นจริง ท่ามกลางการระบาดของไวรัส COVID-19 วงการฟุตบอลทั่วโลกต้องเผชิญวิกฤติครั้งใหญ่ ปรับตัวมากมาย เพื่อให้อยู่รอดต่อไป

ไวรัส COVID-19 ได้เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนจำนวนมาก และมีการคาดหมายว่า โรคระบาดใหญ่ครั้งนี้ จะนำมาสู่การเปลี่ยนรูปแบบวิถีชีวิตของผู้คน ต่อให้ไวรัส COVID-19 ถูกปราบลงได้

วงการฟุตบอล ก็ไม่ต่างกัน มีหลายพฤติกรรมที่ถูกคาดการณ์ ว่าจะกลายเป็นเรื่องปกติ หลังวิกฤติ COVID-19 จบลง แม้ว่าจากมุมมองในช่วงเวลานี้ อาจดูไม่น่ากลายเป็นเรื่องจริงสักเท่าไหร่

 

สนามฟุตบอลที่เงียบเหงา

สิ่งแรกที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก จากภัย COVID-19 คือเรื่องของผู้ชมในสนามกีฬา ... เมื่อเชื้อไวรัสที่ขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางคนหมู่มาก ดังที่เราเห็นในหลายกรณี หรือตัวอย่างชัดเจน คือเคสสนามมวยลุมพินี ในบ้านเรา ที่ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อของประเทศไทย พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว


Photo : www.outlookindia.com

ท่ามกลางช่วงโรคระบาด เป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้เห็นแฟนฟุตบอล กลับเข้าไปชมเกม เชียร์ทีมรักในสนามอย่างเนืองแน่น แบบที่เราเห็นจนชินตา และมีความเป็นไปได้สูงว่า ต่อให้ COVID-19 หายไป แฟนบอล อาจไม่มีพื้นที่ในสนามฟุตบอล แบบที่เคยเป็นมา

หลายฝ่ายมองว่า แม้ COVID-19 จะหายไป แต่การเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social distancing จะมีบทบาทกับชีวิตมากขึ้น กับการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะมนุษย์หันมาตื่นตัวด้านสุขภาพ ให้ความระมัดระวัง กับการใกล้ชิดคนแปลกหน้า 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า สนามฟุตบอลมีองค์ประกอบรอบด้าน ที่ทำให้คนติดโรคระบาดได้ง่าย ทั้งการร้องเพลง การเชียร์ การจับมือ แปะมือกับคนรอบข้าง รวมถึงพื้นที่อันเบียดเสียดของสนามฟุตบอล ส่งผลให้แฟนบอลสามารถที่จะเสี่ยงติดเชื้อได้ไม่อยาก 

ขณะเดียวกัน การระบาดของ COVID-19 สะท้อนให้เห็นว่า สนามฟุตบอลยังคงไม่มีมาตรการรองรับที่ดีพอ ในการรับมือช่วงเวลาที่มีโรคระบาด หรือสร้างความมั่นใจได้ว่า แฟนที่เข้าไปชมเกมฟุตบอลในสนาม จะไม่มีความเสี่ยงกับการติดเชื้อโรค 

จนถึงตอนนี้ เห็นได้ว่า วงการฟุตบอลไม่มีทางเลือก หากต้องการกลับมาทำการแข่งขัน นอกจากกันแฟนบอลออกจากสนาม เพราะสุดท้าย ยังไม่มีแนวทางที่เข้ามาตอบโจทย์ สร้างความปลอดภัย ให้กับแฟนฟุตบอล


Photo : www.forbes.com

หากจะบอกว่า มีวิธีที่อาจจะลดความเสี่ยง สร้างความปลอดภัยมากขึ้น คือลดการเชียร์ งดกิจกรรมร้องเพลง ให้ทุกคนเข้าสนามสวมหน้ากาก เข้ามานั่งดู นั่งชมเกมอยู่กับที ไม่กระโดดกอดคอร้องเพลง แค่นั่งปรบมืออยู่เฉยๆ

ถึงจะเป็นเรื่องที่ดูทำง่าย แต่ความจริงทำยาก ... ในปัจจุบันแฟนบอลจำนวนมาก เฝ้ารอเฝ้าคอย ที่จะกลับไปเชียร์ฟุตบอล แหกปากตะโกนในสนามอีกครั้ง แม้แต่ในช่วงที่ฟุตบอลเตะแบบไร้คนดู แฟนบอลจำนวนมาก ยังคงไปรวมตัวกันหน้าสนาม เพื่อกอดคอร้องเพลงเชียร์ จนสุดท้ายฟุตบอลต้องถูกระงับ เพราะต่อให้ปิดสนามแข่ง แฟนบอลนับพันยังคงมารวมตัว เหมือนอยู่ในสนามฟุตบอล

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ วงการแพทย์สามารถสร้างความมั่นใจได้แค่ไหน ว่าหาก COVID-19 ยุติการระบาด จะไม่เกิดการกลายพันธุ์ของเชื้อ หรือกลับมาระบาดอีกครั้ง 

หากวงการแพทย์ ไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ บวกกับเรื่องของ Social distancing แฟนฟุตบอลจำนวนไม่น้อย จะเลือกไม่เข้าสนามฟุตบอล ที่มีความเสี่ยงมากเกินไป และหันมาชมกีฬาผ่านหน้าจอแทน


Photo : www.sandiegouniontribune.co

ขณะเดียวกันสนามฟุตบอล มีสิทธิ์ปรับความเข้มงวด ต่อการเชียร์ในสนามฟุตบอลมากขึ้น เราอาจเห็นการปิดสแตนด์ยืนหลังโกล์ที่แออัดเกินไป, การปรับเปลี่ยนที่นั่งในสนาม ต้องเว้นระยะห่างมากขึ้น หรือการรวมกลุ่มร้องเพลงเชียร์กอดคอ กลายเป็นสิ่งที่ถูกแบนในสนามฟุตบอล

ความหละหลวมของสนามฟุตบอลก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ทั้งโค้ช, นักฟุตบอล, แฟนบอล ไปจนถึงเจ้าของทีม ต้องเป็นเหยื่อของไวรัส COVID-19 จึงนำมาสู่การยุติการแข่งขันชั่วคราว ส่งผลเสียอย่างมากกับวงการฟุตบอล โดยเฉพาะเรื่องของรายได้

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ฟุตบอลทุกวันนี้ เป็นเรื่องของธุรกิจ และปัจจุบันท่ามกลางปัญหา COVID-19 หลายสโมสรเสี่ยงกับภาวะล้มละลาย ดังนั้นแล้ว หากมีวิถีทางที่สามารถป้องกัน ไม่ให้ฟุตบอลต้องเผชิญหน้ากับโรคระบาด แม้จะเป็นการแบน หรือจำกัดเสรีภาพแฟนบอลในสนาม อาจเป็นเรื่องที่สโมสรฟุตบอลจำเป็นต้องทำ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้

แม้สุดท้ายจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้า หากโลกฟุตบอลหลังจากนี้ ต้องสูญเสียอิทธิพลของผู้เล่นคนที่ 12 ไป ... แต่หากเป็นสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยน เพื่อให้ฟุตบอลสามารถเดินต่อ อย่างไร้ปัญหา บางทีเราต้องยอมเสียบางสิ่ง เพื่อให้บางอย่างก้าวต่อไป

 

การถ่ายทอดสด ยึดครองโลกลูกหนัง

ทุกวันนี้ การถ่ายทอดสด มีอิทธิพลอย่างมากกับโลกฟุตบอล ... แฟนฟุตบอลรุ่นใหม่ เลิกเข้าสนามฟุตบอล รับชมเกมการแข่งขันผ่านหน้าจอ, ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดของแต่ละลีกชั้นนำ ทวีมูลค่าเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี รวมถึงเป็นช่องทางที่แฟนบอลต่างถิ่น ใช้ติดตามเกมลูกหนังจนคุ้นเคย มากกว่าที่จะดูฟุตบอลในสนาม เช่นประเทศไทย


Photo : pantip.com | user ID 1237134 

การเกิดไวรัส COVID-19 คือการเพิ่มอำนาจให้กับการถ่ายทอดสด เพราะนี่คือช่องทางเดียว ที่แฟนบอลจะชมเกมกีฬาได้ ในช่วงที่ผู้คนจะต้องเว้นระยะห่างระหว่างกัน และสนามฟุตบอลถูกปิดชั่วคราว

ขณะเดียวกันแฟนบอล จะคุ้นชินเกมการชมเกมการแข่งขันผ่านจอโทรทัศน์, คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือมากยิ่งขึ้น ... ลองจินตนาการว่า COVID-19 จะอยู่กับเราไปอีก 1 ปี (ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ไว้แบบนั้น) เท่ากับว่าแฟนบอลไม่มีทางเลือก นอกจากจะต้องดูกีฬาผ่านหน้าจอ 

หากในอนาคต สนามฟุตบอลมีความเข้มงวดมากขึ้น บรรยากาศไม่เหมือนสมัยก่อน แฟนบอลมีสิทธิ์เปลี่ยนพฤติกรรม ดูฟุตบอลผ่านการถ่ายทอดสดเป็นเรื่องปกติ แทนการเข้าไปดูในสนาม ... เด็กรุ่นใหม่ เติบโตจากการนั่งดูฟุตบอลกับพ่อบนโซฟา ผ่านทีวี ไม่ใช่นั่งบนเก้าอี้แข็งๆ บนอัฒจันทร์ฟุตบอล แบบที่เราคุ้นเคย

หากฟุตบอลจะหันมาเน้นเป็นผลิตภัณฑ์กีฬา ที่เน้นการถ่ายทอดสดเป็นหลัก เป็นเรื่องที่แย่ไหม? คำตอบคือไม่อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องของธุรกิจ

ทุกวันนี้ ในหลากหลายกีฬา ได้มีความพร้อมกับการสร้างช่องทางสื่อสาร ผ่านการถ่ายทอดสดมากขึ้น ในขณะที่สนามฟุตบอล ถูกจำกัดด้วยเรื่องของขนาดความจุ ทำให้สร้างรายได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

ขณะที่การถ่ายทอดสด จำนวนผู้ชมไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งมีผู้ชมมาก ค่าลิขสิทธ์ยิ่งเพิ่มมาก สโมสรฟุตบอลมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ... การเกิดไวรัส COVID-19 คือโอกาสดี ที่ฟุตบอลจะหันมาให้ความสำคัญ กับการขยายช่องทางรับชมกีฬาที่หลากหลาย


Photo : www.sportbible.com

ยิ่งในปัจจุบัน เราเห็นแล้วว่า หลายสโมสรฟุตบอล ยังไม่มีสถานะการเงินที่มั่นคงมากพอ ต่อการเผชิญหน้ากับวิกฤติไม่คาดฝัน หากโอกาสที่จะเพิ่มรายได้เข้ามาตรงหน้า ก็ต้องรีบคว้าไว้

ทุกวันนี้โลกโลกาภิวัฒน์ ได้เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนไปเรื่อยๆ หากย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน คงไม่มีใครคาดคิดว่า การถ่ายทอดสดจะมีบทบาทกับฟุตบอล มากแบบในปัจจุบัน กลายเป็นช่องทางสำคัญ ในการหารายได้ และขยายตลาดฟุตบอลหลายลีก ไปทั่วโลก

นอกจากนี้ เรายังเห็นอิทธิพลของช่องโทรทัศน์ ที่สามารถเข้ามาต่อรองหลายเรื่องในโลกฟุตบอล หรือบางลีกฟุตบอล เหตุผลที่การแข่งขันจะต้องกลับมาแข่งขัน ไม่ยอมยุติท่ามกลางโรคระบาด เป็นเพราะว่าหากยุติการแข่งขัน จะเสียรายได้มหาศาล จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด

การเกิด COVID-19 สามารถทำให้การถ่ายทอดสด วิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว ใน 2-3 ปีข้างหน้า ... ไม่แน่ว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า การดูฟุตบอลในสนามอาจเป็นเพียงแค่ทางเลือก ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ หันมารอหน้าจอ เปิดขนม, ป็อปคอร์น, พิซซ่า หรือไก่ทอด รอเชียร์ทีมรัก เป็นเรื่องปกติ 

เพราะ 20 ปีข้างหน้า กลุ่มคนที่มีอำนาจที่สุด ในโลกฟุตบอล สามารถคุมทุกอย่างไว้ในมือ อาจกลายเป็นช่องโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดฟุตบอล

 

เพิ่มบทบาทของสตรีมมิ่ง

ช่วงที่ไวรัส COVID-19 ระบาด พฤติกรรมของมนุษย์ค่อยๆ เปลี่ยนไป โดยไม่รู้ตัว จากเคยออกไปกินข้าวที่ร้านอาหาร เปลี่ยนเป็นสั่งผ่านแอปพลิเคชั่นส่งถึงบ้าน ... อยากได้สินค้าชนิดไหน ไม่ต้องออกจากบ้านไปตามซื้อ แต่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางซื้อสินค้า 


Photo : scalar.usc.edu

"บ้าน" กับ "อินเทอร์เน็ต" คือสองสิ่งที่ใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุด กับช่วงเวลาปัจจุบัน ธุรกิจใดที่สามารถปรับตัว เข้าถึงช่องทางตรงนี้ได้ จะเติบโต อย่างมหาศาล ซึ่งฟุตบอลก็ต้องปรับตัวตามเช่นกัน

เมื่อคนต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน มนุษย์ย่อมต้องหาหนทางสร้างความสุขให้ตัวเอง หนึ่งในวิธีที่ผู้คนเลือก คือสตรีมมิ่งทางอินเทอร์เน็ต YouTube, Netflix กลายเป็นช่องทางที่คนเข้าไปหาความบันเทิง หรือแฟนกีฬาอเมริกันฟุตบอล, เบสบอล, มวยปล้ำ สามารถเข้าไปหาความสุขได้ ผ่านช่องสตรีมของกีฬาเหล่านี้

ท่ามกลางช่วงเวลาที่กีฬาไม่มีแข่ง ฟุตบอลเสียเปรียบอย่างมาก เพราะขาดช่องทางสตรีมมิ่ง ที่เข้ามาเป็นช่องทางเชื่อมต่อกับแฟนกีฬา และหารายได้ในช่วงเวลานี้

ยกตัวอย่างตัวผู้เขียน ที่ในช่วงเก็บตัวอยู่บ้าน ได้เสียเงิน 300 กว่าบาทต่อเดือน สมัครสมาชิก NFL Network (ช่องสตรีมมิ่งของลีกอเมริกันฟุตบอล NFL) เพื่อให้มีอะไรสนุกๆ รับชม หรือคนรอบตัวมากมายที่ล้วนเป็นสมาชิก Netflix กำลังเพลิดเพลินกับสารคดีบาสเก็ตบอล The Last Dance อยู่ในขณะนี้

ในทางกลับกัน ฟุตบอลเมื่อไม่มีการแข่งขันรายสัปดาห์ ก็ขาดช่องทางที่จะเชื่อมต่อกับฐานแฟนอย่างชัดเจน ซึ่งในช่วงนี้ หลายลีกฟุตบอล ได้เริ่มทดลอง ทำคอนเทนต์ผ่านช่องทางยูทูบ เพื่อหาทางสื่อสารกับแฟนกีฬามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยแมทช์ฟรีย้อนหลัง หรือจับนักฟุตบอล มาเล่นเกมอีสปอร์ต ให้แฟนๆ ติดตาม

นอกจากนี้ เราจะเห็นว่า ช่วงระบาด COVID-19 สโมสรฟุตบอลจะหันมาสร้างทางเชื่อมโยงกับแฟนกีฬา ผ่านโลกอินเทอร์เน็ตมากขึ้น โดยไม่ใช้เรื่องกีฬา ซึ่งแสดงถึงแนวทาง ที่เริ่มจะปรับตัวของวงการฟุตบอล

สุดท้ายแล้ว เราเห็นกีฬาอื่นปรับตัวสร้างสตรีมมิ่งของตัวเอง และประสบความสำเร็จไปหลายช่อง ... รวมถึงแนวโน้มของแฟนที่จะหันมาติดตามกีฬา ผ่านหน้าจอมากขึ้น ซึ่งจะซ้ำรอยกับโลกภาพยนตร์ ที่พฤติกรรมผู้ชมปรับเปลี่ยน สู่หน้าจอมากขึ้น จนนำไปสู่การเกิดสตรีมมิ่งที่ประสบความสำเร็จ อย่าง Netflix กลายเป็นคู่แข่งเต็มตัวของโรงภาพยนตร์ 


Photo : pplware.sapo.pt

เพื่อเชื่อมโยงกับโลกฟุตบอล ที่การถ่ายทอดสดจะมีบทบาทมากขึ้น สตรีมมิ่งสามารถเข้ามาตอบโจทย์กับพฤติกรรมของแฟนบอลได้ เพราะนอกจากการถ่ายทอดสด สตรีมมิ่งสามารถถ่ายทอดคอนเทนต์น่าสนใจ ได้อีกมากมาย ที่จะช่วยดึงดูดให้แฟนบอล ใช้เวลาร่วมกับสโมสรโปรด หรือลีกกีฬามากยิ่งขึ้น 

ทุกวันนี้ ชีวิตของมนุษย์ ผูกติดกับสตรีมมิ่งทางอินเทอร์เน็ตเป็นที่เรียบร้อย ด้วยผลพวงจากการระบาดไวรัส COVID-19 ในช่วงไวรัสระบาด หลายสตรีมมิ่งทั้งกีฬา ภาพยนตร์ ได้เปิดให้แฟนกีฬาลองรับชมฟรีชั่วคราว เพื่อเริ่มสร้างพฤติกรรม ให้คนคุ้นชินกับการรับชมความบันเทิงในรูปแบบนี้

ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลก หากการระบาดไวรัส COVID-19 จบลง ฟุตบอลจะหันมาให้ความสำคัญ กับระบบสตรีมมิ่งทางอินเทอร์เน็ต ในอีก 5 ปีข้างหน้า พรีเมียร์ลีก หรือ ไทยลีก อาจสร้างสตรีมมิ่งของตัวเอง ที่เต็มไปด้วยคอนเทนต์มากมาย รับชมได้ทุกที่ ทุกเวลา ดูแมทช์แข่งขันย้อนหลังได้ตามที่แฟนบอลต้องการ ในราคาไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน ซึ่งจะเปลี่ยนพฤติกรรมของแฟนกีฬา จากปัจจุบันโดยสิ้นเชิง

 

ลดการทุ่มซื้อ หันมาเน้นปั้นเยาวชน

สิ่งที่มีแนวโน้มจะปรับเปลี่ยนในโลกฟุตบอล ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของพฤติกรรมแฟนบอล ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลก เมื่อปัญหาโรคระบาด ที่กำลังเผชิญอยู่ เกิดจากพฤติกรรมมนุษย์เป็นหลัก จนต้องนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน พฤติกรรมในฐานะแฟนบอลจึงต้องเปลี่ยนไปด้วย


Photo : fortune.com

แต่สิ่งสำคัญที่มีผล ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในโลกฟุตบอล คือ "เงิน" เพราะปัญหาสำคัญที่โลกฟุตบอลต้องเผชิญมากที่สุด ในตอนนี้ คือปัญหาทางการเงิน ที่สโมสรต้องปรับตัวกันอย่างต่อเนื่อง

แม้จะเอาชนะไวรัส COVID-19 ได้หลังจากนี้ แต่ผลกระทบได้ทิ้งไว้กับสโมสรฟุตบอล เป็นที่เรียบร้อย รวมถึงชี้จุดอ่อนให้เห็นว่า สโมสรฟุตบอลขาดความพร้อมทางการเงิน ที่จะรับมือกับวิกฤติที่เกิดขึ้นกับวงการฟุตบอล

เมื่อฟุตบอลกลับมาเป็นปกติ สิ่งที่สโมสรจะให้ความสำคัญ คือการคำนึงถึงการประหยัดค่าใช้จ่าย และทางที่ลดได้มากที่สุด คือเรื่องของค่าจ้าง และเงินที่ใช้ซื้อนักเตะ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งค่าตัวและค่าเหนื่อยของนักเตะ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ตามการทุ่มเงินของหลายสโมสร ที่หวังจะพัฒนาทีมสู่ความสำเร็จ ด้วยการนำผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์เข้าสู่ทีม 

หากแต่หลังจากนี้ การทุ่มเงิน 100 กว่าล้านปอนด์เพื่อล่านักเตะ อาจเกิดขึ้นได้น้อยมาก การซื้อตัว 200 ล้านปอนด์ขึ้นไปแบบกรณี เนย์มาร์ เมื่อปี 2017 อาจไม่เกิดขึ้นอีก เพราะเงินจำนวนนี้ สามารถนำไปทำอะไรได้อีกมาก ยามสโมสรฟุตบอลต้องเจอกับวิกฤติการเงิน

ประกอบกับโลกฟุตบอล พยายามปรับตัวต่อสู้กับเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน ดูได้จากการสร้างกฎแฟร์เพลย์การเงิน (FFP) ขึ้นมาในลีกยุโรป เพื่อลดการทุ่มซื้อนักเตะ และการใช้เงินเกินจริงของสโมสรฟุตบอล เพื่อรองรับสถานการณ์ไม่คาดฝันที่จะเกิดขึ้น ดังที่เราเห็นในปัจจุบัน

เมื่อสโมสรฟุตบอล ไม่สามารถใช้เงินตามอำเภอใจ ได้แบบในอดีต จึงต้องเปลี่ยนแนวทางในการหานักเตะชั้นดีเข้าสู่ทีม ซึ่งวิธีการที่เหมาะสม คือการลงทุนกับเยาวชน 


Photo : strettynews.com

หลายสโมสรชั้นนำ ให้ความสำคัญกับการสร้างเยาวชนมากขึ้น เช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ เชลซี 

ในอนาคตเราน่าจะได้เห็นสโมสรระดับสูง ผลักดันนักเตะเยาวชน ขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวหลักมากขึ้น เหมือนที่โลกฟุตบอลใช้วิธีนี้เป็นหลักในการสร้างทีม ช่วงศตวรรษที่ 20

การไม่ทุ่มซื้อนักฟุตบอลราคาแพง อาจทำให้ช่วงตลาดซื้อขายเงียบเหงาลงไปบ้าง แต่ในอีกแง่หนึ่ง ฟุตบอลอาจจะกลับมาสนุก สูสี และลดความแตกต่างระหว่างทีมใหญ่กับทีมเล็กมากขึ้น

เราอาจได้เห็น เทพนิยายคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ของ อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม เกิดขึ้นอีกครั้ง, สโมสรที่สร้างทีมจากชุดเยาวชน จนก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ระยะยาวแบบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงทีมขนาดเล็กผงาดขึ้นมาคว้าแชมป์ลีก ดังที่เราเคยเห็นกันเมื่อ 20-30 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม อนาคตคือสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ไม่มีใครรู้ว่าวิกฤติ COVID-19 จะจบลงตรงไหน มนุษย์จะเอาชนะไวรัสตัวร้ายอย่างเด็ดขาดได้เมื่อไหร่ อาจจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ ปีหน้า ต้องรอจนกว่าร่างกายมนุษย์ วิวัฒนาการตามธรรมชาติ เหมือนตอนไข้หวัดใหญ่สเปนระบาด หรืออาจมีวัคซีน หรืออาจไม่เกิดขึ้น เราไม่มีทางรู้ได้


Photo : www.liverpool.com

ฟุตบอลอาจต้องปรับตัวมหาศาล มากกว่าการคาดการณ์ หรือเปลี่ยนไปตามคิดไว้ กระทั่งไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นได้ 

แต่ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น วงการฟุตบอลต้องเดินหน้าต่อไป และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพราะแฟนบอลทั่วโลก รอคอยให้กีฬานี้กลับมาอีกครั้ง และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เชื่อว่าทุกฝ่ายพร้อมจะปรับตัว ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อกีฬาอันเป็นที่รัก



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง